Global Visa ทนายความคนไทยในอเมริกา

Global Visa ทนายความคนไทยในอเมริกา We provide US immigration services to clients in the US and overseas. We are the Law Firm for Entrepreneurs, Business Owners, Investors and Skilled Workers.

We provide legal services in Business and Family Immigration, New Business Set-Up, Entrepreneurial Support, and Contract Development and Review. We are results-driven and our cases are handled only by an experienced attorney. Our services:

1. Business and Employment Immigration
• E-1, E-2 visas (Trader and Investor)
• EB5 Investor program
• H-1B visas (Specialty Occupation)
• Green cards for EB1,

EB2 and EB3
• O, L, P visas
2. Business formation (LLC/INC/EIN)
3. Contract Development and Review
4. Consultation for Entrepreneurs, Investors and Business Owners
5. Business Plan Drafting
6. Family based Immigration
• K-1 and K-3 visas
• Green cards for spouses, children, siblings and parents
7. Change of status from B1/2, F1, H1B
8. Naturalization (US Citizenship)
9. Appeals and Motions to Reopen

Our attorney is licensed to practice immigration law in the U.S., and with all U.S. Embassies around the world. Disclaimer: Prior results do not guarantee a similar outcome. This page constitutes Attorney Advertising.

👩🏻‍🍳🇺🇸ถ้าพูดถึงสายงานครัวในร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจอาหารทั่วไป ตำแหน่งมักเรียงลำดับจากระดับเริ่มต้นไปจนถึงผู้บริหารคร...
06/10/2026

👩🏻‍🍳🇺🇸ถ้าพูดถึงสายงานครัวในร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจอาหารทั่วไป ตำแหน่งมักเรียงลำดับจากระดับเริ่มต้นไปจนถึงผู้บริหารครัวประมาณนี้ค่ะ

1. Kitchen Helper / Dishwasher
ผู้ช่วยครัว ล้างจาน ทำความสะอาด เตรียมวัตถุดิบเบื้องต้น
2. Prep Cook
เตรียมวัตถุดิบ หั่นผัก เตรียมซอส และของที่ใช้ในการประกอบอาหาร
3. Line Cook / Cook
-พ่อครัวประจำสถานีต่าง ๆ เช่น ย่าง ทอด ผัด สลัด
-ในครัวใหญ่จะมีหลายสถานี
4. Chef de Partie (Station Chef)
-หัวหน้าประจำสถานี
-ดูแลคุณภาพอาหารในส่วนที่รับผิดชอบ
5. Sous Chef
-รองหัวหน้าเชฟ
-ช่วยบริหารครัว ควบคุมพนักงาน และแก้ปัญหาหน้างาน
6. Executive Sous Chef
- รองหัวหน้าเชฟอาวุโส (มักพบในโรงแรมหรือร้านใหญ่)
7. Head Chef / Chef de Cuisine
-หัวหน้าเชฟประจำร้านหรือประจำห้องอาหาร
-ดูแลเมนู ต้นทุน และการทำงานของทีมครัวทั้งหมด
8. Executive Chef
-ผู้บริหารครัวระดับสูง
-ดูแลหลายครัวหรือหลายร้านในองค์กรเดียวกัน
-รับผิดชอบงบประมาณ การวางแผนเมนู และการบริหารบุคลากร

สำหรับคนไทยที่ทำงานร้านอาหารในอเมริกา เส้นทางที่พบได้บ่อยคือ:

Kitchen Helper → Prep Cook → Line Cook → Lead Cook → Sous Chef → Head Chef

สำหรับการขอใบเขียวสายงาน EB-3 Skilled Worker สิ่งสำคัญคือ ตำแหน่งงานนั้นต้องต้องการประสบการณ์หรือการฝึกอบรมอย่างน้อย 2 ปี ตามที่นายจ้างกำหนดและพิสูจน์ได้

ในสายงานครัว ตำแหน่งที่มักเข้าข่าย Skilled Worker ได้แก่:

✅ Cook
✅ Line Cook(ในบางกรณี)
✅ Lead Cook
✅Specialty Cook (เช่น เชฟอาหารไทย เชฟซูชิ เชฟขนม)
✅ Chef de Partie
✅ Sous Chef
✅Head Chef / Executive Chef

ส่วนตำแหน่งที่โดยทั่วไปมักไม่เข้าข่าย Skilled Worker และมักถูกจัดเป็น EB-3 Other Worker ได้แก่:

📍 Kitchen Helper
📍 Dishwasher
📍 Food Preparation Worker
📍 Prep Cook (หลายกรณี)
📍 Busser

อย่างไรก็ตาม USCIS ไม่ได้ดูแค่ “ชื่อตำแหน่ง” แต่ดูว่า:

1. นายจ้างกำหนดคุณสมบัติอะไรในตำแหน่งนั้น
2. ตลาดแรงงานในสหรัฐฯ ยอมรับว่าตำแหน่งนั้นต้องใช้ทักษะระดับใด
3. ผู้สมัครมีประสบการณ์ตรงตามที่กำหนดหรือไม่

ตัวอย่างเช่น

📌 หากร้านอาหารไทยยื่นตำแหน่ง Thai Specialty Cook และกำหนดว่าต้องมีประสบการณ์ทำอาหารไทยอย่างน้อย 2 ปี ตำแหน่งนี้มักมีโอกาสเข้าข่าย Skilled Worker ได้
📌 แต่ถ้ายื่นตำแหน่ง Kitchen Helper แม้ผู้สมัครจะมีประสบการณ์ 10 ปี ก็อาจยังถูกจัดเป็น Other Worker เพราะตัวงานไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะเฉพาะตามมาตรฐานอาชีพ

สำหรับคนไทยในร้านอาหารไทย ตำแหน่งที่พบว่ามีนายจ้างใช้สปอนเซอร์บ่อยที่สุดคือ:

📍Cook
📍 Thai Cook/ Specialty Cook
📍 Sous Chef

06/09/2026

📍เรียนคุณลูกความ หากต้องการติดต่อทนาย ช่องทางที่สะดวกที่สุด คือ

☎️ +1-631-464-8471

📩[email protected]

#ทำธุรกิจในอเมริกา
#ทนายความคนไทยในอเมริกา
#ทำงานในอเมริกา

💰🇺🇸สรุปข่าวสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งศาลที่ยกเลิกค่าธรรมเนียม H-1B จำนวน 100,000 ดอลลาร์ มีดังนี้ศาลตัดสินว่าอะไร?เมื่อวันที่ ...
06/08/2026

💰🇺🇸สรุปข่าวสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งศาลที่ยกเลิกค่าธรรมเนียม H-1B จำนวน 100,000 ดอลลาร์ มีดังนี้

ศาลตัดสินว่าอะไร?

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นาย Leo Sorokin ในรัฐแมสซาชูเซตส์ มีคำพิพากษาให้ยกเลิกมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สำหรับวีซ่า H-1B ใหม่ โดยเห็นว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็น “ภาษี” มากกว่าค่าธรรมเนียมด้านการบริหาร และประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการจัดเก็บภาษีเองโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา

ค่าธรรมเนียมนี้มาจากไหน?

มาตรการดังกล่าวถูกประกาศในเดือนกันยายน 2025 และเพิ่มต้นทุนการจ้างแรงงานต่างชาติทักษะสูงอย่างมาก จากเดิมที่นายจ้างมักจ่ายค่าธรรมเนียมรวมเพียงประมาณ 2,000–5,000 ดอลลาร์ต่อเคส กลายเป็น 100,000 ดอลลาร์ต่อรายในบางกรณี

ใครเป็นผู้ฟ้องคดี?

คดีนี้ถูกยื่นโดยกลุ่มอัยการสูงสุดจาก 20 รัฐ ซึ่งโต้แย้งว่ามาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครองของสหรัฐฯ เพราะฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมในระดับดังกล่าวโดยไม่ผ่านกระบวนการของสภาคองเกรส

ผลกระทบต่อผู้ถือวีซ่าและนายจ้าง

✅นายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างชาติผ่านโครงการ H-1B จะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์อีกต่อไปในขณะนี้
✅บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และองค์กรที่พึ่งพาแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศได้รับประโยชน์โดยตรง
✅ระบบจะกลับไปใช้ค่าธรรมเนียมปกติที่ USCIS และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ก่อนหน้า

คดียังจบหรือไม่?

ยังไม่จบเสียทีเดียว เนื่องจากรัฐบาลคาดว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ต่อศาลชั้นสูง ดังนั้นสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนไทยในสหรัฐฯ

คำตัดสินนี้เกี่ยวข้องกับวีซ่า H-1B โดยตรง ไม่ได้เปลี่ยนกฎของวีซ่า E-2, EB-3 หรือการยื่นปรับสถานะ (Adjustment of Status) โดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นว่าศาลยังคงตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในเรื่องตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลต่อคดีอิมมิเกรชั่นสำคัญอื่น ๆ ในอนาคตด้วย

📍🇺🇸EB-3 (Employment-Based Third Preference) คือ การขอใบเขียว (Green Card) ผ่านการจ้างงาน โดยมีนายจ้างในสหรัฐฯ เป็นผู้สนั...
06/07/2026

📍🇺🇸EB-3 (Employment-Based Third Preference) คือ การขอใบเขียว (Green Card) ผ่านการจ้างงาน โดยมีนายจ้างในสหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) ให้ลูกจ้างต่างชาติได้รับสถานะผู้พำนักถาวรในอเมริกา

EB-3 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

1. Skilled Workers (แรงงานฝีมือ)

-งานต้องการประสบการณ์หรือการฝึกอบรมอย่างน้อย 2 ปี ตัวอย่างเช่น เชฟ ช่างเทคนิค ช่างฝีมือ ช่างซ่อมรถ เป็นต้น

2. Professionals (วิชาชีพ)

-ต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
-ตำแหน่งงานต้องกำหนดให้ปริญญาตรีเป็นคุณสมบัติขั้นต่ำ
เช่น นักบัญชี วิศวกร ครู นักวิเคราะห์ธุรกิจ เป็นต้น

3. Other Workers (แรงงานทั่วไป)

-งานที่ต้องการประสบการณ์น้อยกว่า 2 ปี
-ไม่ใช่งานชั่วคราวหรือตามฤดูกาล
เช่น งานในโรงงาน งานดูแลผู้สูงอายุ งานบริการบางประเภท เป็นต้น

ขั้นตอนโดยทั่วไป

1. นายจ้างยื่นเรื่องขอรับรองแรงงาน (PERM Labor Certification) เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีแรงงานอเมริกันที่พร้อมและมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้
2. นายจ้างยื่นแบบฟอร์ม I-140 ให้ลูกจ้าง
3. เมื่อวันลำดับคิว (Priority Date) ถึงคิวแล้ว จึงยื่นปรับสถานะในสหรัฐฯ (Form I-485) หรือดำเนินการผ่านสถานกงสุลในต่างประเทศ

ข้อดีของ EB-3

✅ได้รับใบเขียวถาวร (Permanent Resident)
✅คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีสามารถได้รับใบเขียวตามได้ด้วย
✅คุณสมบัติไม่สูงเท่า EB-2 หรือ EB-1 จึงเป็นช่องทางที่หลายคนใช้

สิ่งที่ควรระวัง

📌ต้องมีนายจ้างที่พร้อมสปอนเซอร์จริง
📌กระบวนการ PERM ใช้เวลาหลายเดือนถึงมากกว่าหนึ่งปี
📌ระยะเวลารอคิวขึ้นอยู่กับประเทศเกิดและสถานการณ์ใน Visa Bulletin ของแต่ละช่วงเวลา

📍🇺🇸 หากคุณกำลังวางแผนยื่นขอวีซ่า E-2 นักลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ไ...
06/02/2026

📍🇺🇸 หากคุณกำลังวางแผนยื่นขอวีซ่า E-2 นักลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ได้พิจารณาแค่จำนวนเงินลงทุน แต่จะดูว่าธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและสามารถดำเนินกิจการจริงได้หรือไม่

1. ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น
สำหรับคนไทย ข่าวดีคือประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญากับสหรัฐฯ จึงสามารถยื่น E-2 ได้ โดยผู้ยื่นต้อง:

-ถือสัญชาติไทย
-ลงทุนในธุรกิจสหรัฐฯ ที่ดำเนินการจริง
-เป็นผู้ควบคุมหรือบริหารธุรกิจนั้น (โดยทั่วไปถือหุ้นอย่างน้อย 50% หรือมีอำนาจควบคุมกิจการ)

2. เตรียมเงินลงทุนและแหล่งที่มาของเงิน
แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนด “ขั้นต่ำ” ว่าต้องลงทุนกี่ดอลลาร์ แต่เงินลงทุนต้องถือว่า “Substantial” หรือมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับต้นทุนของธุรกิจนั้น ๆ

สิ่งที่ควรเตรียม เช่น

-หลักฐานเงินออม
-รายการเดินบัญชี (Bank Statements)
-เอกสารการขายทรัพย์สิน
-เอกสารรับมรดก
-หลักฐานรายได้จากธุรกิจเดิม
-เอกสารภาษีย้อนหลัง

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเงินมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ชัดเจน

3. เลือกธุรกิจให้เหมาะสม ธุรกิจที่พบได้บ่อยในเคส E-2 เช่น

🥙ร้านอาหาร
☕️คาเฟ่
💄ธุรกิจความงาม
🧹ธุรกิจทำความสะอาด
👵ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ
💰แฟรนไชส์
📑บริษัทที่ปรึกษา

โดยธุรกิจต้องเป็น “กิจการจริง” ไม่ใช่เพียงถือหุ้นหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็บค่าเช่าอย่างเดียว

4. จัดทำ Business Plan ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญมาก โดยควรมี:

-รายละเอียดธุรกิจ
-การวิเคราะห์ตลาด
-คู่แข่ง
-แผนการตลาด
-ประมาณการรายได้ 5 ปี
-แผนการจ้างงาน
-เป้าหมายการเติบโต

ธุรกิจต้องไม่ถูกมองว่าเป็น “Marginal Business” หรือธุรกิจที่เลี้ยงตัวผู้ลงทุนเพียงคนเดียว แต่ควรมีศักยภาพในการเติบโตและสร้างงานในอนาคต

5. ลงทุนจริงก่อนยื่นขอวีซ่า
สำหรับ E-2 เงินควรอยู่ในสถานะ “At Risk” หรือถูกนำไปใช้กับธุรกิจแล้ว เช่น

✅ซื้อกิจการ
✅เซ็นสัญญาเช่าร้าน
✅ซื้ออุปกรณ์
✅ซื้อแฟรนไชส์
✅จ้างพนักงาน
✅ซื้อระบบหรือซอฟต์แวร์ที่จำเป็น

การมีเพียงเงินในบัญชีธนาคารมักไม่เพียงพอสำหรับการพิสูจน์การลงทุน

6. เตรียมตัวเรื่องครอบครัว
ข้อดีของ E-2 คือ

💍คู่สมรสสามารถทำงานในสหรัฐฯ ได้
🧑‍🧑‍🧒‍🧒บุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีสามารถเรียนหนังสือในโรงเรียนรัฐฟรี

หากท่านต้องการให้สำนักงานประเมินคุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าเพื่อดูความเป็นไปได้ของการยื่นเรื่อง สามารถติดต่อมาตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

ติดต่อทนายตุ๋ม โทร +1-631-464-8471
(สามารถส่งข้อความ sms เพื่อติดต่อทนาย ทนายพยายามตอบทุกท่านภายใน 1-2 วันทำการค่ะ)
📲LINE ID: globalvisanow2 และ globalvisanow
📩EMAIL: [email protected] (ติดต่อทางอีเมล์เร็วที่สุดค่ะ)
💡WEBSITE: www.globalvisanow.com

#ทำธุรกิจในอเมริกา
#ทนายความคนไทยในอเมริกา
#ทำงานในอเมริกา

📍🇺🇸🇹🇭ตัวอย่างเคสขอวีซ่านักลงทุน E-2 investor visa จากประเทศไทย พร้อมครอบครัว (รวม 4 ท่าน) ซื้อธุรกิจร้านอาหารไทยรัฐ IL -...
06/01/2026

📍🇺🇸🇹🇭ตัวอย่างเคสขอวีซ่านักลงทุน E-2 investor visa จากประเทศไทย พร้อมครอบครัว (รวม 4 ท่าน) ซื้อธุรกิจร้านอาหารไทยรัฐ IL - ดีลนี้นัด closing ร้านหลังได้รับวีซ่านักลงทุนแล้ว

หากท่านต้องการให้สำนักงานประเมินคุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าเพื่อดูความเป็นไปได้ของการยื่นเรื่อง สามารถติดต่อมาตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

ติดต่อทนายตุ๋ม โทร +1-631-464-8471
(สามารถส่งข้อความ sms เพื่อติดต่อทนาย ทนายพยายามตอบทุกท่านภายใน 1-2 วันทำการค่ะ)
📲LINE ID: globalvisanow2 และ globalvisanow
📩EMAIL: [email protected] (ติดต่อทางอีเมล์เร็วที่สุดค่ะ)
💡WEBSITE: www.globalvisanow.com

#ทำธุรกิจในอเมริกา
#ทนายความคนไทยในอเมริกา
#ทำงานในอเมริกา

💍🇺🇸 ตอนนี้ประเด็น “การสัมภาษณ์ใบเขียวจากการแต่งงานในอเมริกา” มีความเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลัง USCIS ออกเมโม...
05/29/2026

💍🇺🇸 ตอนนี้ประเด็น “การสัมภาษณ์ใบเขียวจากการแต่งงานในอเมริกา” มีความเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลัง USCIS ออกเมโมใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 เรื่องการยื่นปรับสถานะ (Adjustment of Status – I-485) ภายในสหรัฐฯ

สรุปสิ่งที่เปลี่ยนแปลง:

1. USCIS เน้นมากขึ้นว่า “Adjustment of Status” ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ
ก่อนหน้านี้ คนที่แต่งงานกับพลเมืองอเมริกันสามารถยื่นขอใบเขียวในอเมริกาได้ปกติ แต่เมโมใหม่ของ USCIS ใช้คำว่า การปรับสถานะในอเมริกาเป็น “discretionary benefit” หรือสิทธิที่เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจ ไม่ใช่ได้โดยอัตโนมัติ

แปลว่า:
📍เจ้าหน้าที่จะดู “ความเหมาะสมโดยรวม” มากขึ้น
📍ไม่ได้ดูแค่ว่าแต่งงานจริงหรือไม่
📍แต่ดูประวัติการเข้าเมือง เจตนาในการเข้าประเทศ และการรักษาสถานะด้วย

2. การสัมภาษณ์มีแนวโน้มเข้มขึ้น ตอนนี้หลายแหล่งรายงานว่า USCIS กำลัง:
📍เรียกสัมภาษณ์เพิ่ม
📍ถามละเอียดขึ้น
📍ขอหลักฐานเพิ่ม (RFE) มากขึ้น
📍ใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น

โดยเฉพาะเคส:
-แต่งงานไม่นานหลังเข้าประเทศ
-เข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2
-เปลี่ยนใจอยู่ถาวรหลังเข้ามา
-เคย overstay หรือมีประวัติ immigration ที่ไม่ถูกต้อง

3. USCIS สนใจเรื่อง “immigrant intent” มากขึ้น
นี่เป็นจุดสำคัญมากในปี 2026 ค่ะ
ถ้าคนเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าที่ “ไม่มีเจตนาย้ายถาวร” เช่น:
📍B-1/B-2
📍F-1
📍J-1

แล้วมาแต่งงานและยื่นใบเขียวเร็ว USCIS อาจสงสัยว่า:
ตอนเข้าประเทศมีแผนจะอยู่ถาวรตั้งแต่แรกหรือไม่
ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นในการสัมภาษณ์

ณ ตอนนี้:

✅ยังไม่ได้มีการยกเลิกการยื่นใบเขียวแต่งงานในอเมริกา
✅ยังยื่น I-485 ได้ตามกฎหมาย
✅แต่เจ้าหน้าที่อาจใช้ดุลพินิจเข้มขึ้น โดยเฉพาะเคสที่ดูเหมือนมี immigrant intent ตั้งแต่ก่อนเข้าเมือง
✅กฎยังไม่เปลี่ยนตรง ๆ แต่แนวทางการพิจารณาเข้มขึ้นมาก

4. สิ่งที่คู่สมรสควรเตรียมมากขึ้นสำหรับการสัมภาษณ์
ตอนนี้ USCIS ให้ความสำคัญกับ “ชีวิตคู่จริง” มากกว่าเดิม เช่น:

-บัญชีธนาคารร่วม
-สัญญาเช่าหรือบ้านร่วม
-ประกันร่วม
-รูปครอบครัว
-ภาษีร่วม
-หลักฐานอยู่ด้วยกันจริง
-ประวัติความสัมพันธ์ที่สมเหตุสมผล

และคำถามสัมภาษณ์อาจละเอียดขึ้น เช่น:

-ใครจ่ายค่าเช่า
-ใครตื่นก่อน
-ห้องนอนจัดยังไง
-เจอกันครั้งแรกเมื่อไร
-ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรู้จักกันไหม

หากเจ้าหน้าที่สงสัย อาจมีการเรียก “Stokes interview” คือแยกสัมภาษณ์สามีภรรยาเพื่อเทียบคำตอบ

❤️สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้❤️

ถ้าเป็นเคสแต่งงานกับพลเมืองอเมริกัน:

ยังสามารถยื่นในอเมริกาได้ แต่ควรเตรียมเอกสารและคำอธิบายให้รัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคนที่เข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือนักเรียนแล้วแต่งงานเร็ว

🇺🇸📍ตอนนี้ “ยังสามารถยื่นเปลี่ยนสถานะจาก F-1 นักเรียน หรือ B-1/B-2 ท่องเที่ยว เป็น E-2 นักลงทุน ภายในอเมริกาได้อยู่”  และ...
05/27/2026

🇺🇸📍ตอนนี้ “ยังสามารถยื่นเปลี่ยนสถานะจาก F-1 นักเรียน หรือ B-1/B-2 ท่องเที่ยว เป็น E-2 นักลงทุน ภายในอเมริกาได้อยู่” และ USCIS ไม่ได้ประกาศยกเลิกช่องทางนี้ ถ้าอนุมัติ ก็จะได้ “สถานะ E-2” อยู่ในอเมริกาได้เลยเป็นระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ มีเรื่องสำคัญที่ต้องระวังมากขึ้นในปี 2026 คือ:

* รัฐบาลและ USCIS กำลังเข้มงวดกับการ “เปลี่ยนจากวีซ่าชั่วคราวไปสู่อีกสถานะ” ภายในประเทศมากขึ้น
* โดยเฉพาะคนที่เข้ามาด้วย B-2 ท่องเที่ยว หรือ F-1 นักเรียน แล้วเปลี่ยนวัตถุประสงค์เร็วเกินไป
* เจ้าหน้าที่อาจตั้งคำถามเรื่อง “intent” ตั้งแต่ตอนเข้าประเทศ ว่าตั้งใจมาลงทุนตั้งแต่แรกหรือไม่

สิ่งที่ยัง “ทำได้” ตอนนี้:

✅ F-1 → E-2
✅ B-1/ B-2 → E-2
✅ E-2 extension ภายในอเมริกา
✅ เปลี่ยน employer / business structure

แต่สิ่งที่ “เสี่ยงขึ้น” คือ:

🚫เพิ่งเข้าประเทศไม่นานแล้วรีบยื่น
🚫ใช้วีซ่าท่องเที่ยวแต่มีเอกสารลงทุนพร้อมตั้งแต่ก่อนเข้า
🚫มีการเปิดบริษัท/โอนเงิน/เซ็นสัญญาก่อนเข้าประเทศแบบชัดเจน

อีกเรื่องที่หลายคนสับสน:

* การ “เปลี่ยนสถานะในอเมริกา” ≠ การได้ “วีซ่า E-2”
* ถ้ายื่นในอเมริกาและ USCIS อนุมัติ คุณจะได้ สถานะ หรือ status
* ถ้าเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ภายหลัง ต้องไปสัมภาษณ์และขอ “E-2 visa stamp” ที่สถานทูตอเมริกาในประเทศบ้านเกิดก่อนกลับเข้าอเมริกา

สำหรับคนไทย:
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มี treaty กับสหรัฐฯ จึงมีสิทธิ์ขอ E-2 ได้ตามปกติ สรุป📌 ถ้าเคสสะอาด เอกสารลงทุนชัด ธุรกิจจริง ยังทำเรื่องเปลี่ยนสถานะในอเมริกาได้ค่ะ

📍E-2 ยื่นในอเมริกา หรือ ยื่นจากประเทศไทย แตกต่างกันอย่างไรการยื่น E-2 มีอยู่ 2 วิธี คือ1. ยื่น “เปลี่ยนสถานะ” ภายในอเมริ...
05/25/2026

📍E-2 ยื่นในอเมริกา หรือ ยื่นจากประเทศไทย แตกต่างกันอย่างไร

การยื่น E-2 มีอยู่ 2 วิธี คือ
1. ยื่น “เปลี่ยนสถานะ” ภายในอเมริกา (Change of Status ผ่าน USCIS)
2. ยื่น “ขอวีซ่า E-2” ที่สถานทูตสหรัฐในประเทศไทย (Consular Processing)
แม้ทั้งสองแบบจะทำให้สามารถทำธุรกิจในอเมริกาได้เหมือนกัน แต่ผลทางกฎหมายและการใช้งานจริงต่างกันค่อนข้างมากค่ะ

🇺🇸ถ้ายื่นในอเมริกา (Change of Status)

วิธีนี้คือยื่นกับ USCIS เพื่อเปลี่ยนจากสถานะเดิม เช่น B-1/B-2, F-1, H-1B มาเป็น E-2 โดยไม่ต้องออกนอกประเทศ

ข้อดี ➕

* เร็วกว่า โดยเฉพาะถ้าใช้ Premium Processing ทราบผลภายใน 15 วันทำการ ว่าอนุมัติ หรือ ถูกขอเอกสารเพิ่มเติม หรือ ปฏิเสธ
* ไม่ต้องเดินทางกลับไทย
* เริ่มบริหารธุรกิจ หรือ ทำงานในอเมริกาได้เร็ว
* เหมาะกับคนที่อยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมายอยู่แล้ว

ข้อเสีย ➖

* คุณจะได้แค่ “E-2 status” ไม่ใช่ “visa”
* ถ้าออกนอกอเมริกา สถานะนี้สิ้นสุดทันที และต้องไปสัมภาษณ์ขอวีซ่า E-2 ที่สถานทูต
* บางกรณี USCIS ตรวจละเอียดเรื่อง source of funds มากเป็นพิเศษ กรณีขอ E-2 นักลงทุน

🇹🇭ถ้ายื่นที่ประเทศไทย (Consular Processing)

คือยื่น DS-160 และเอกสาร E-2 ผ่านสถานทูตสหรัฐที่กรุงเทพฯ แล้วเข้าสัมภาษณ์

ข้อดี ➕

* ได้ “วีซ่า E-2” ติดในพาสปอร์ต
* เดินทางเข้า-ออกอเมริกาได้สะดวก วีซ่ามีอายุ 6 เดือนพอเข้ามาแล้วตมประทับตราให้อยู่ในอเมริกาได้ 2 ปี
* เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อยๆ

ข้อเสีย ➖

* ใช้เวลานานกว่า
* ต้องสัมภาษณ์

🔥เรื่องที่สำคัญมากในช่วงนี้

ช่วงปี 2025–2026 รัฐบาลเข้มงวดเรื่อง “immigrant intent” และการยื่นเปลี่ยนสถานะในอเมริกามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เข้ามาด้วยวีซ่าที่ไม่ใช่ dual intent เช่น B-2 หรือ F-1 แล้วรีบยื่นเปลี่ยนสถานะหรือยื่นใบเขียวเร็วเกินไป อาจถูกตรวจสอบมากขึ้นค่ะ

สำหรับ E-2 เอง แม้เป็น nonimmigrant visa แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังดูเรื่องเจตนาและ timeline การเข้าประเทศค่อนข้างละเอียดค่ะ

โดยทั่วไป คนมักเลือกแบบไหน❓

* ถ้า “อยู่ในอเมริกาอยู่แล้ว” และอยากเริ่มธุรกิจเร็ว → มักเริ่มด้วย Change of Status
* ถ้า “ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อย” → มักเลือก Consular Processing
* บางคนใช้ “2-step strategy” คือ
1. ยื่น Change of Status ก่อนเพื่อเริ่มธุรกิจเร็ว
2. แล้วค่อยไปสัมภาษณ์ E-2 visa ที่สถานทูตทีหลังเวลาจำเป็นต้องเดินทาง

หากท่านต้องการให้สำนักงานประเมินคุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าเพื่อดูความเป็นไปได้ของการยื่นเรื่อง สามารถติดต่อมาตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

ติดต่อทนายตุ๋ม โทร +1-631-464-8471
(สามารถส่งข้อความ sms เพื่อติดต่อทนาย ทนายพยายามตอบทุกท่านภายใน 1-2 วันทำการค่ะ)
📲LINE ID: globalvisanow2 และ globalvisanow
📩EMAIL: [email protected] (ติดต่อทางอีเมล์เร็วที่สุดค่ะ)
💡WEBSITE: www.globalvisanow.com

#ทำธุรกิจในอเมริกา
#ทนายความคนไทยในอเมริกา
#ทำงานในอเมริกา

USCIS 🇺🇸ออก Policy Memorandum ใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 เกี่ยวกับการขอ “Adjustment of Status (AOS)” หรือการยื่นขอก...
05/23/2026

USCIS 🇺🇸ออก Policy Memorandum ใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 เกี่ยวกับการขอ “Adjustment of Status (AOS)” หรือการยื่นขอกรีนการ์ดจากภายในสหรัฐฯ โดยแนวทางใหม่เข้มงวดขึ้นกว่าที่ผ่านมา

สรุปสาระสำคัญแบบเข้าใจง่าย:

1. USCIS บอกว่า “การขอใบเขียวในอเมริกาไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ”

USCIS ย้ำว่า การยื่น I-485 เพื่อปรับสถานะเป็นผู้ถือกรีนการ์ด เป็น “ดุลยพินิจ” ของรัฐบาล ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ แม้ผู้สมัครจะมีคุณสมบัติครบก็ตาม

AOS เป็น “extraordinary relief” หรือ “การผ่อนผันพิเศษ” ที่อนุญาตให้คนไม่ต้องกลับไปสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตในประเทศบ้านเกิด

2. แนวโน้มใหม่คือ อยากให้คน “กลับประเทศ” ไปทำกรีนการ์ด

เดิมคนจำนวนมาก เช่น ผู้ถือวีซ่า H-1B, L-1, F-1 OPT หรือคู่สมรสคนอเมริกัน สามารถยื่นกรีนการ์ดจากในสหรัฐฯ ได้ผ่าน AOS

แต่แนวทางใหม่ของ USCIS ระบุว่า โดยหลักแล้ว คนที่ต้องการพำนักถาวรควรไปทำ immigrant visa ผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ในต่างประเทศ (“consular processing”) มากกว่า

3. ยัง “ไม่ใช่” การยกเลิก AOS ทั้งหมด

จุดสำคัญคือ เมโมไม่ได้ประกาศยกเลิกการยื่นกรีนการ์ดในอเมริกา

* กฎหมาย AOS ยังมีอยู่
* USCIS ยังสามารถอนุมัติได้
* แต่เจ้าหน้าที่จะใช้ “ดุลยพินิจเข้มขึ้น” และอาจปฏิเสธง่ายกว่าเดิม

4. USCIS จะดู “ปัจจัยลบ” มากขึ้น

เมโมสั่งให้เจ้าหน้าที่พิจารณาหลายเรื่อง เช่น:

* เคยละเมิดเงื่อนไขวีซ่าหรือไม่
* เคยทำงานผิดประเภทหรือเกินสิทธิไหม
* เคยให้ข้อมูลเท็จหรือไม่
* พฤติกรรมสอดคล้องกับสถานะวีซ่าหรือไม่
* ประวัติด้านศีลธรรมและกฎหมาย
* ความสัมพันธ์ครอบครัวในสหรัฐฯ

ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่า “ปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก” ก็อาจปฏิเสธ AOS และให้ไปทำเรื่องผ่านสถานทูตแทน

5. มีแนวโน้มถูกฟ้องร้อง

ทนายและองค์กรด้านคนเข้าเมืองจำนวนมากมองว่า USCIS ตีความกฎหมายเกินขอบเขต และอาจขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายคนเข้าเมืองเดิม จึงคาดว่าจะมีการฟ้องร้องต่อศาลเร็ว ๆ นี้

สรุปสั้นที่สุด

เมโมนี้ไม่ได้ “ยกเลิก” การขอกรีนการ์ดในสหรัฐฯ ทันที แต่:

* ทำให้ USCIS มีอำนาจปฏิเสธมากขึ้น
* ส่งสัญญาณว่า AOS จะไม่ใช่เส้นทางหลักอีกต่อไป
* อาจทำให้คนจำนวนมากต้องกลับประเทศเพื่อทำ immigrant visa
* และคาดว่าจะทำให้การอนุมัติเข้มงวดขึ้นอย่างมาก

Address

Po Box 893
Millburn, NJ
07041

Opening Hours

Monday 9am - 5pm
Tuesday 9am - 5pm
Wednesday 9am - 5pm
Thursday 9am - 5pm
Friday 9am - 5pm
Saturday 9am - 5pm

Telephone

+16314648471

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Global Visa ทนายความคนไทยในอเมริกา posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Global Visa ทนายความคนไทยในอเมริกา:

Share