Human rights And Law Association Of UDRU

Human rights And Law Association Of UDRU ชมรมกฏหมายและสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

ทรงพระเจริญ
06/11/2015

ทรงพระเจริญ

22/09/2015
https://www.youtube.com/watch?v=PrtYsZ02-ag
27/08/2015

https://www.youtube.com/watch?v=PrtYsZ02-ag

รายงานหลังกำแพง(กั้น)อิสรภาพในวันนี้ คุณกุลชา ตั้งมหาศุกร์ จะพาไปติดตามการใช้ชีวิตของผู้ต้องขังในทัณฑสถานหนุ่มวัยกลาง ที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดทุกวันรอจนสว่า...

https://www.youtube.com/watch?v=XYgtDYhNuuY
27/08/2015

https://www.youtube.com/watch?v=XYgtDYhNuuY

ห้องข่าวช่อง8ได้รับอนุญาตถ่ายทำรายงานพิเศษในทัณฑสถานหญิงสงขลา ซึ่งมีนักโทษ1,300 คนส่วนใหญ่ต้องโทษคดียาเสพติด และพบว่านักโทษบางคนต้องเลี้ยงดูลูกในเรือนจำ ท่าม...

ประชาสัมพันธ์โครงการเสียงกระซิบจากเรือนจำ
27/08/2015

ประชาสัมพันธ์โครงการเสียงกระซิบจากเรือนจำ

มีผลแล้ว! กฎหมาย ป.ป.ช. โทษหนัก จนท.รัฐ "รับสินบน-ทุจริต" ถึงขั้นประหารชีวิต
13/07/2015

มีผลแล้ว! กฎหมาย ป.ป.ช. โทษหนัก จนท.รัฐ "รับสินบน-ทุจริต" ถึงขั้นประหารชีวิต

มติชนออนไลน์

06/07/2015

กฎหมายใหม่ว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 เปิดช่องฟ้องวินัยและแพ่งข้าราชการขี้เกียจ ดึงเรื่อง พูดไม่ไพเราะ เริ่มบังคับใช้ 21 กรกฎาคม 2558

03/07/2015

ผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานตำรวจ เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาจับกุมผู้กระทำความผิดมาแล้ว แต่ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวสั่งให้ปล่อยตัวไปแต่ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้จับกุมไม่ยินยอม ผู้บังคับบัญชาตำรวจดังกล่าวมีความผิดประมวลกฎหมายอาญาฐานใด

ศึกษาวิเคราะห์จากฎีกาที่ 13312/2557
ป.อ. มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

ข้อเท็จจริง
1. ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตำแหน่งผู้บังคับกองร้อย กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมบังคับบัญชาเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ป้องกันปราบปรามและสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษทางอาญา จำเลยเป็นผู้บังคับบัญชาของร้อยตำรวจเอก อ. ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอก อ. และผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติพม่า 29 คน ที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและยึดรถกระบะหมายเลขทะเบียน บธ 5283 กาญจนบุรีเป็นของกลาง หลังจากนั้นจำเลยโทรศัพท์สั่งร้อยตำรวจเอก อ. ให้ปล่อยคนต่างด้าวไป 19 คน กับให้ปล่อยรถกระบะของกลางแต่ร้อยตำรวจเอก อ. ไม่ยินยอม จำเลยจึงให้ร้อยตำรวจเอก อ. และผู้ร่วมจับกุมไปหาจำเลยที่บ้านและบอกให้จับผู้ต้องหาได้เพียง 10 คน ที่เหลือให้ปล่อยไปพร้อมรถกระบะของกลางแต่ผู้ร่วมจับกุมทุกคนไม่ยินยอม

2. พนักงานอัยการจึงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 157

3. ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 จำคุก 3 ปี จำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

4. จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

5. อัยการโจทก์ยื่นฎีกา คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของอัยการโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำความผิดและมีอำนาจสั่งการให้ผู้ใต้บังคัญชานำตัวผู้ถูกจับกุมส่งต่อพนักงานสอบสวนหรืออาจสั่งปล่อยผู้ถูกจับกุมหากเห็นว่าเป็นการจับผิดตัว หรือผู้ถูกจับกุมไม่ได้กระทำความผิดหรือการกระทำไม่เป็นความผิดแต่คดีนี้จำเลยทราบดีว่าคนต่างด้าวที่ถูกจับกุมมาเป็นผู้กระทำความผิด จำเลยไม่มีอำนาจสั่งปล่อยได้ แต่กลับสั่งการในฐานะผู้บังคับบัญชาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปล่อยตัวผู้กระทำความผิดและรถของกลางโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น จึงพิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

03/07/2015

– ความผิดฐานหมิ่นประมาท โจทก์ต้องบรรยายถึงข้อความที่หมิ่นประมาท หากข้อความนั้นมิได้มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวว่าเป็นการใส่ความโจทก์ให้โจทก์เสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โจทก์ต้องบรรยายด้วยว่าข้อความตอนใดทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังอย่างไร มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์

– ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ มิได้บรรยายว่าจำเลยได้กระทำโดยรู้ว่าเจ้าหนี้ของตนได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์

– ฟ้องที่บรรยายว่า …จำเลยเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ซึ่งได้ใช้สิทธิทางศาลโดยชอบแล้วได้รับชำระหนี้… เป็นคำฟ้องที่มีความหมายชัดเจนว่า จำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลแล้ว

– แต่คำฟ้องที่บรรยายว่า …จำเลยกระทำทั้งที่ตระหนักดีว่าโจทก์ต้องฟ้องบังคับคดีอย่างแน่นอน… เป็นการบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำไปทั้งที่คาดหมายว่าโจทก์ต้องฟ้องบังคับคดี เป็นคำฟ้องที่มิได้ระบุว่าได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350

– ความผิดฐานเบิกความเท็จ ต้องบรรยายว่าข้อความที่เป็นเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร ถ้าไม่บรรยายเป็นฟ้องไม่สมบูรณ์

– คำฟ้องไม่บรรยายว่าข้อความที่เบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร แต่ตามคำบรรยายฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ในตัวว่าเป็นข้อสำคัญในคดี เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)

– ในคดีอาญา การที่จะทราบว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร จึงต้องบรรยายด้วยว่าในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยเบิกความเท็จนั้นมีข้อหาความผิดตามบทกฎหมายใดด้วย

– ในคดีแพ่ง ข้อสำคัญในคดีต้องเป็นข้อที่เกี่ยวกับผลการแพ้ชนะคดี และโดยที่การพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งต้องอยู่ในขอบเขตแห่งประเด็นข้อพิพาท การบรรยายฟ้องในความผิดฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีแพ่ง โจทก์จึงต้องบรรยายด้วยว่าประเด็นข้อพิพาทในคดีที่เบิกความเท็จเป็นอย่างไร เพื่อให้เห็นว่าข้อที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นประเด็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร

ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ

– ฟ้องว่าปลอมสัญญากู้เงิน โดยไม่ปรากฏข้อความว่าสัญญาที่จำเลยปลอมเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับ ซึ่งสิทธิระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไรบ้าง การบรรยายฟ้องในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)

– ความผิดฐานปล้นทรัพย์ มิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้กำลังประทุษร้ายอย่างไร เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์

– ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ต้องบรรยายด้วยว่าได้รับอันตรายสาหัสอย่างไร

– แต่ถ้าโจทก์แนบสำเนารายงานการชันสูตรบาดแผลไว้ท้ายฟ้อง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องได้ระบุว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสอย่างไร เป็นฟ้องที่ชอบ

– ฟ้องว่าร่วมกันปลอมเอกสาร แม้ไม่บรรยายว่ากระทำการใด ด้วยวิธีใด ถือเป็นเพียงรายละเอียด

– ความผิดฐานยักยอก มิได้บรรยายให้เห็นว่าจำเลยเบียดบังทรัพย์อย่างไร เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์

– ฟ้องฐานยักยอกไม่ได้บรรยายว่าเบียดบังทรัพย์ที่ครอบครอง แม้จะบรรยายว่าจำเลยกระทำโดยทุจริต แต่องค์ประกอบทั้งสองข้อมีความแตกต่างกัน เป็นฟ้องที่ไม่ครอบองค์ประกอบความผิด ไม่สมบูรณ์

– ข้อสังเกต ฟ้องระบุว่า เบียดบังทรัพย์ของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ไม่เคลือบคลุม

ฎีกาที่ 3274/2527 บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้รับฝากเสื้อผ้าของผู้เสียหายไว้หลายรายการ ต่อมาระหว่างวันที่ 14 มีนาคม 2525 ตลอดมาจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2525 จำเลยได้เบียดบังยักยอกเอาเสื้อผ้าที่ได้รับฝากไว้ดังกล่าวรวม 2 รายการราคา 125,000 บาท ของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต ดังนี้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

– สำหรับการฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวง หาจำต้องบรรยายว่าจำเลยกระทำการเบียดบังทรัพย์ไปอย่างไร เพราะตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ ให้ศาลบันทึกข้อความแห่งฟ้องไว้เป็นหลักฐาน หาจำต้องบันทึกไว้โดยละเอียดไม่

– บรรยายฟ้องว่าเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นฝากไว้ไป เป็นการยักยอกทรัพย์ ย่อมมีความหมายว่ามีเจตนาทุจริตอยู่ในตัว แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายโดยใช้ถ้อยคำว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ก็เป็นคำฟ้องสำหรับความผิดฐานยักยอกที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)

– ความผิดเกี่ยวกับการกระทำโดยประมาท มิได้บรรยายให้เห็นว่าจำเลยกระทำโดยประมาทอย่างใด เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์

– ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่วินิจฉัยว่า เป็นการบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทแล้ว

ฎีกาที่ 1832/2534 โจทก์บรรยายฟ้องว่า ยางล้อหน้าด้านขวามือของรถยนต์ที่จำเลยขับอยู่ในสภาพเก่า และบรรยายว่าจำเลยขับรถลงเนินด้วยความเร็วสูงนั้น เป็นการบรรยายฟ้องประกอบข้อหาที่จำเลยขับรถด้วยความประมาท ฟ้องโจทก์ได้บรรยายพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แล้ว แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่ายางล้อหน้าด้านขวาของรถยนต์ที่จำเลยขับมีสภาพยางเก่าอย่างไรฟ้องโจทก์ก็สมบูรณ์

– ความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ไม่ต้องบรรยายว่าจำเลยกระทำอนาจารผู้เยาว์อย่างไร ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์

– ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 220 ต้องระบุด้วยว่าการกระทำของจำเลยน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของบุคคลอื่นด้วย

– ฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปที่ขนำนากุ้ง หมู่ที่ 3 และระบุตำบล อำเภอ และจังหวัด เป็นฟ้องที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นการพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ

– ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 มีองค์ประกอบ

ความผิดว่าต้องเป็นการชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนั้น ฟ้องโจทก์จึงต้องบรรยายข้อเท็จจริงในองค์ประกอบดังกล่าวด้วย

– การบรรยายฟ้องอาจใช้ถ้อยคำตามกฎหมายว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แม้ไม่ได้ระบุว่าเป็นหนี้ค่าอะไรและบังคับได้ตามกฎหมาย ก็เป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย

– แต่ถ้าบรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้โดยมิได้ระบุว่าเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายด้วยนั้น เป็นการบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)

ฎีกาที่ 2517/2540 การที่ผู้ออกเช็คจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 นั้น คำฟ้องโจทก์ต้องบรรยายแสดงถึงการกระทำของจำเลยอันเป็นองค์ประกอบความผิดสำคัญเบื้องต้นว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อคำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายข้อความดังกล่าวไว้ให้ครบถ้วนชัดแจ้ง คงบรรยายฟ้องมีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แต่มิได้ระบุให้ชัดว่าเป็นหนี้อะไร บังคับตามกฎหมายได้หรือไม่เพียงใด ทั้งไม่ปรากฏว่ามีสัญญากู้ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสี่แนบท้ายฟ้องแต่ประการใด จึงเป็นคำฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดไม่อาจฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษ ถือได้ว่าเป็นคำฟ้องไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3จะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจฟังลงโทษตามฟ้องได้ ต้องยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง

ข้อสังเกต เรื่องนี้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้เฉยๆ ไม่ได้ระบุว่าเป็นหนี้ค่าอะไร ถ้าระบุว่าชำระหนี้ค่าอะไรมาด้วย เช่น ระบุว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้ค่าสินค้าให้โจทก์ ดังนี้ แม้ไม่ได้ระบุว่าเป็นการชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ก็เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะคำว่าชำระหนี้ค่าสินค้าย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย

ฎีกาที่ 7262/2540 การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์เพื่อชำระค่าสินค้า ถือว่าโจทก์บรรยายฟ้องที่แสดงว่าจำเลยออกเช็คนั้นเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย

– แต่ถ้าเป็นเรื่องออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ยืม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ได้ระบุด้วยว่าเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นฟ้องที่ไม่ชอบ

– บรรยายฟ้องว่าออกเช็คชำระหนี้เงินยืมซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นฟ้องที่ชอบด้วยมาตรา 158(5) ไม่จำต้องบรรยายว่าการกู้ยืมเงินดังกล่าวมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยหรือไม่

– บรรยายฟ้องว่าออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ โดยมิได้ระบุว่าเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แม้จะแนบสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้มาด้วย ก็เป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด เพราะการรับสภาพหนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลหนี้ขึ้นใหม่

– การบรรยายฟ้องว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ในมูลหนี้อะไร และเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายก็เพียงพอแล้ว ไม่จำต้องบรรยายหรือแนบสัญญาซื้อขายมาพร้อมกับฟ้อง

ความผิดฐานฉ้อโกง

– คำฟ้องที่มิได้ระบุคำว่า “โดยทุจริต” แต่ได้บรรยายข้อเท็จจริงที่มีความหมายดังกล่าวแล้ว ก็ใช้ได้

– ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระบุว่าสิ่งที่จะเปิดเผยนั้นเป็นความลับ และการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย มิเช่นนั้น เป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด

ที่อยู่

Udon Thani

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Human rights And Law Association Of UDRUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์