08/06/2026
ีกาใหม่ปี69 🧠
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2569 ( #น่าสนใจมาก)
#ประเด็น บุตรจะมาฟ้องอ้างว่ามารดามอบอำนาจให้บุตรอีกคนไปโอนที่ดินมรดกของบิดาให้แก่บุคคลภายนอกได้หรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอกหรือไม่
#คำตอบ บุตรไม่อาจฟ้องมารดาและบุตรอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของมารดาได้ เพราะเป็นคดีอุทลุม แต่เหตุดังกล่าวเป็นเพียงเหตุเฉพาะตัว หามีผลไปถึงบุคคลภายนอกด้วยไม่ บุตรมีอำนาจฟ้องบุคคลภายนอก
#ข้อเท็จจริงเบื้องต้น
1. จำเลยที่ 1 เป็นคู่สมรสของ ส. → และมีบุตรด้วยกัน 7 คน รวม *โจทก์ทั้งสาม และ *จำเลยที่ 2
2. ต่อมาจำเลยที่ 1 (มารดา) และ ส. (บิดา) ซื้อที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 58 → โดยระบุชื่อจำเลยที่ 1 (มารดา) เพียงผู้เดียวในโฉนดที่ดิน
3. ต่อมา ส. (บิดา) ถึงแก่ความตาย → จากนั้นจำเลยที่ 1 (มารดา) ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 (บุตร 1) ขายที่ดินพิพาท
4. จำเลยที่ 1 (มารดา) โดยจำเลยที่ 2 (บุตร 1) → ขายที่ดินพิพาททั้งแปลงให้แก่จำเลยที่ 3 (บุคคลภายนอก)
5. โจทก์ทั้งสาม(บุตรของจำเลยที่ 1 และ ส.) → จึงมาฟ้องขอให้ *เพิกถอน
→ นิติกรรม “การมอบอำนาจ” ให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 58 ในส่วนที่เป็นมรดกของ ส. ระหว่างจำเลยที่ 1 (มารดา) และที่ 2 (บุตร 1) และ
→ เพิกถอน “หนังสือสัญญาขายที่ดิน” และ “รายการจดทะเบียนขายที่ดิน” ดังกล่าวในส่วนที่เป็นมรดกของ ส. (บิดา) ระหว่างจำเลยทั้งสาม
ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน → โจทก์ทั้งสามฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
#ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
1) ป.พ.พ. มาตรา 1562 บัญญัติว่า ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้... เมื่อโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 (มารดา) โจทก์ทั้งสาม #จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าว
2) ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 (มารดา) และเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ทั้งสาม #เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจ ให้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 3 (บุคคลภายนอก) เท่านั้น
3) เมื่อจำเลยที่ 2 (บุตร 1) ดำเนินการตามหนังสือมอบอำนาจแล้ว การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถือได้ว่าเป็นการฟ้องใน #ฐานะที่เป็นตัวแทน ของจำเลยที่ 1 (มารดา) ซึ่งเป็นบุพการีด้วย
4) แต่ที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 3 (บุคคลภายนอก) ถือเป็นการใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์จากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 #แม้โจทก์ทั้งสาม #ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 (มารดา) เพราะเป็นการฟ้องบุพการี และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 (บุตร 1) ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 (มารดา) ก็ตาม
5) แต่ปัญหาดังกล่าว #เป็นเหตุเฉพาะตัว ระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เท่านั้น #หามีผลไปถึง จำเลยที่ 3 ซึ่ง #เป็นบุคคลภายนอกด้วยไม่ โจทก์ทั้งสามจึง #มีอำนาจฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณา ในส่วนของจำเลยที่ 3 ต่อไปได้
คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า
• ให้ #ยก คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้ศาลชั้นต้น #ดำเนินกระบวนการพิจารณา ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 #แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
#ข้อสังเกต
1) คดีนี้โจทก์ทั้งสามไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 มารดาในฐานะผู้จัดการมรดก (เพราะข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ามารดาของโจทก์ทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดก) กรณีจึงยังคงเป็นการฟ้องมารดาในฐานะส่วนตัวเช่นเดิม เทียบ ฎ. 13044/2558, 1707/2515 ป.
2) ความเห็นแอดมิน : คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนการโอนที่ดิน เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 (มารดา) และจำเลยที่ 2 (บุตร 1) ถูกยกฟ้องไปเนื่องจากเป็นคดีอุทลุม ย่อมมีผลให้ศาลไม่อาจเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่มีผลไปถึงบุคคลภายนอกคดี (จำเลยที่ 1 และ 2) ได้ ตามหลักคำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความ ป.วิ.พ. มาตรา 145 ในท้ายที่สุด ศาลต้องยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม (แต่ไม่ใช่เหตุผลเพราะไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 อย่างที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัย)
🤍