04/01/2026
แนวคำพิพากษาฎีกาคดีครอบครัว
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2552 📜
📌 ประเด็นข้อกฎหมาย: เมื่อจัดงานแต่งงานและอยู่กินฉันสามีภริยากันแล้ว 👰🤵 แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมจดทะเบียนสมรสโดยที่ไม่มีการตกลงเรื่องนี้กันมาก่อน... ฝ่ายชายจะอ้างว่าฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้นและเรียกคืนสินสอดของหมั้นได้หรือไม่? 🤔💸
📝 ข้อเท็จจริง: 🔸 โจทก์และจำเลยที่ 1 (ฝ่ายหญิง) ทำพิธีสู่ขอและหมั้นกันเมื่อ 16 มี.ค. 2546 มีการมอบสินสอดของหมั้น 💍 และจัดงานแต่งงานใหญ่โตในวันเดียวกัน 🎉 🔸 หลังแต่งงาน ทั้งสองฝ่ายได้ อยู่กินฉันสามีภริยากันแล้ว 🏠💑 🔸 การใช้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น เพราะต้องแยกกันทำงานคนละจังหวัด 🚗 🔸 โจทก์ไปแจ้งความว่าฝ่ายหญิงหลอกลวง เพราะไม่ยอมจดทะเบียนสมรส ทั้งที่ตอนสู่ขอ "ไม่ได้ตกลงเรื่องจดทะเบียนสมรสไว้" ❌📝
👨⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2552 วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า:
1️⃣ เรื่องการจดทะเบียนสมรส: การที่ฝ่ายหญิงไม่ยอมจดทะเบียนสมรส โดยที่ไม่ได้ทะเลาะกันและตอนสู่ขอไม่ได้ตกลงเรื่องนี้ไว้ ถือไม่ได้ว่ามี "เหตุสำคัญ" ที่ทำให้ฝ่ายชายไม่สมควรสมรสตามกฎหมาย 🚫
2️⃣ เจตนาของคู่สัญญา: การจัดงานแต่งใหญ่โตและอยู่กินกันตามประเพณี แสดงว่าทั้งสองฝ่าย ไม่ได้ยึดถือการจดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องสำคัญ มากกว่าการได้อยู่กินด้วยกัน 🤝💞
3️⃣ ความผิดสัญญาหมั้น: เมื่อไม่อาจกล่าวโทษได้ว่าเป็นความผิดของฝ่ายใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดของฝ่ายหญิง... จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาหมั้น ✅
⚖️ ผลทางกฎหมาย: เมื่อจำเลยไม่ผิดสัญญาหมั้น โจทก์จึง ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นและเรียกสินสอดของหมั้นคืน จากจำเลยได้ ❌💰
💡 สรุป: หากคู่รักจัดงานแต่งงานและมีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากันแล้ว โดยที่ตอนสู่ขอ ไม่ได้ตกลงกันเรื่องต้องจดทะเบียนสมรส 🗣️💬 การที่ฝ่ายหญิงไม่ยอมจดทะเบียนสมรสในภายหลัง (โดยไม่มีเหตุทะเลาะวิวาท) ไม่ถือว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น... ฝ่ายชายจะฟ้องเรียกคืนสินสอดและของหมั้นไม่ได้ครับ 👨⚖️🔨
#ฎีกาศึกษา #กฎหมายครอบครัว #สัญญาหมั้น #สินสอด #จดทะเบียนสมรส #ฎีกา1366_2552 #ทนายความ #กฎหมายน่ารู้ #คดีแพ่ง #เรียกสินสอดคืน #กฎหมายชาวบ้าน