20/09/2026
คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้เพิกถอนคำคัดค้านที่จำเลยคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ ส่วนจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า โฉนดที่ดินของโจทก์ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากออกทับที่ดินตามหลักฐานใบจอง (นส.2) ของจำเลย และจำเลยยังให้การต่อสู้และฟ้องแย้งว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทมาจากบิดากว่า 30 ปี ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ซึ่งในเนื้อหาคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยดูเหมือนว่า จะขัดแย้งกันเอง เนื่องจากทั้งกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนเองตามหลักฐานใบจอง (นส.2) และในขณะเดียวกันก็กล่าวอ้างว่าตนเองได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว #ผลคดี ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า โฉนดที่ดินของโจทก์ออกโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เนื่องจากคดีนี้ โจทก์เป็นผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินย่อมได้รับข้อสันนิษฐานทางกฎหมาย ประกอบกับ เนื้อที่ของที่ดินและตำแหน่งของที่ดินตามหลักฐานใบจอง(นส.2) ที่จำเลยอ้าง นั้น ระบุพิกัดของตำแหน่งของที่ดินแตกต่างไปจากโฉนดที่ดินและแผนที่พิพาท จึงไม่น่าเชื่อว่า ที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับหลักฐานใบจอง (นส.2) ของจำเลย และในส่วนประเด็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์นั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปในทำนองเดียวกันว่า การที่จำเลยอ้างในคำให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตาม หลักฐานใบจอง (นส.2) ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทในคดีนี้ เท่ากับว่าจำเลยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ต้น รูปเรื่องแห่งคดีตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การ และฟ้องแย้งของจำเลย จึงไม่มีประเด็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 #ทนายความฝ่ายโจทก์