สำนักงานทนายความ ญ ตุลยา By ทนายพรทิพย์

สำนักงานทนายความ ญ ตุลยา By ทนายพรทิพย์ รับปรึกษาทุกอรรถคดี รับสืบทรัพย์สิน ยึดทรัพย์บังคับคดี และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร0897287771

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2561 (ประชุมใหญ่)มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดจากการขายท...
07/08/2026

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2561 (ประชุมใหญ่)
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดจากการ
ขายทอดตลาดตามคำสังศาล และได้ชำระราคาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขาย
ทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญาการขายทอดตลาดตามคำสังศาล ทำให้การขายทอดตลาดไม่สำเร็จได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย

⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2568📌 เรื่อง #เอาโฉนดไปประกันหนี้แล้วแจ้งเท็จว่าหาย เพื่อขอออกใบแทนโฉนด📚 ประเด็นข้อกฎหมา...
21/03/2026

⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2568

📌 เรื่อง
#เอาโฉนดไปประกันหนี้แล้วแจ้งเท็จว่าหาย เพื่อขอออกใบแทนโฉนด

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย
• เจ้าหนี้ผู้ยึดถือโฉนดที่ดินไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงิน เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการดังกล่าวหรือไม่

• การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แล้วนำรายงานประจำวันดังกล่าวไปใช้ต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน เป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน

🧾 ข้อเท็จจริง
จำเลยทั้งสองมอบโฉนดที่ดินให้แก่ ข. เพื่อยึดถือไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงิน

แต่ต่อมาจำเลยทั้งสองกลับไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป อันเป็นความเท็จ พนักงานสอบสวนหลงเชื่อ จึงจดข้อความลงในรายงานประจำวันว่าโฉนดที่ดินนั้นหายไป

ต่อมาจำเลยทั้งสองนำรายงานประจำวันดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน โดยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จว่าโฉนดที่ดินหาย จนเจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อและออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง

ทั้งที่ความจริง โฉนดที่ดินมิได้หายไป แต่อยู่กับ ข. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสอง

🔍 #คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8094/2568 วินิจฉัยว่า
การกระทำของจำเลยทั้งสองก่อให้เกิดความเสียหายแก่พนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานที่ดิน เพราะเป็นผู้ที่หลงเชื่อข้อความอันเป็นเท็จและดำเนินการออกเอกสารไปตามนั้น

แต่ความเสียหายดังกล่าว “มิได้เกิดแก่ ข. โดยตรง” เพราะจำเลยทั้งสองมอบโฉนดที่ดินให้แก่ ข. “เพื่อยึดถือไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงินเท่านั้น”

อีกทั้ง “ข. ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอากับโฉนดที่ดินดังกล่าว หรือใบแทนของโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย”

และ “สิทธิของ ข. ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยทั้งสองมีอยู่เท่าใดก็คงมีอยู่เท่านั้น มิได้ลดน้อยถอยลง” เพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนหรือต่อเจ้าพนักงานที่ดิน

ดังนั้น ข. จึง “ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการ” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)

และย่อม “ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์” ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30

⚠️ ส่วนลักษณะการกระทำของจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แล้วนำรายงานประจำวันอันเป็นเท็จไปใช้ประกอบการขอออกใบแทนโฉนด เป็นการกระทำที่ “เกี่ยวเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียว”

คือเพื่อให้ทางราชการออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง

จึงถือว่า “เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท”

📌 ผลคำพิพากษาเกี่ยวกับความผิดของจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดจริง แต่ไม่ใช่ความผิดหลายกรรมต่างกันอย่างที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้

โดยให้แก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็น กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และให้ลงโทษฐาน ร่วมกันใช้เอกสารราชการอันเกิดจากการแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 267 แต่กระทงเดียว

ศาลกำหนดโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 20,000 บาท

แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

คงเหลือ จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท

โดย นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

✅ สรุป
คดีนี้วางหลักว่า เจ้าหนี้ที่ยึดถือโฉนดที่ดินไว้เป็นประกันหนี้ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อขอออกใบแทนโฉนด จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์

และหากผู้กระทำแจ้งความเท็จว่าโฉนดหาย แล้วนำรายงานประจำวันนั้นไปใช้ขอออกใบแทนโฉนดต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน การกระทำดังกล่าวย่อมเป็น “การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียว” และเป็น “ความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท”

📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 267, 268
• ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4), 30
• พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4

#ฎีกาศึกษา #โฉนดที่ดิน #แจ้งความเท็จ

ที่อยู่

Surat Thani
84000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทนายความ ญ ตุลยา By ทนายพรทิพย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์