ทนายเล่นปืน

ทนายเล่นปืน ทนายความ,ความรู้เรื่องกฎหมาย,ทนายเพื่อประชาชน

.. #สัญญาค่าจ้างว่าความ. #ค่าทนายความ.โมฆะกรรม.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5162/2563.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โมฆะกรรม มาตรา 1...
13/11/2025

.. #สัญญาค่าจ้างว่าความ. #ค่าทนายความ.โมฆะกรรม
.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5162/2563
.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โมฆะกรรม มาตรา 150 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 และประกาศข้อบังคับของสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2529 ที่คณะกรรมการมรรยาททนายความออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ออกใช้บังคับมิได้บัญญัติห้ามมิให้ทนายความเข้ารับเป็นทนายความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ สัญญาจ้างว่าความ ข้อ 2 ที่ระบุว่า
"ผู้ว่าจ้างตกลงชำระค่าจ้างในการว่าความแต่ละคดีในชั้นศาล เมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่ผู้รับจ้างโดยคิดในอัตรา 30% (ร้อยละสามสิบ) ของจำนวนทุนทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีได้" จึงไม่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลาที่ทำสัญญา ทั้งจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ให้ฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกส่วนกลางค้างชำระกับเจ้าของร่วมซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยเรียกค่าทนายความเป็นสัดส่วนจำนวนที่แน่นอนเอาจากทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีใด้ ซึ่งไม่เกินกว่าทุนทรัพย์ที่ได้รับตาม โจทก์ไม่สามารถกำหนดค่าเสียหายในการฟ้องเรียกได้ตามอำเภอใจ ประกอบกับปัจจุบันมีการแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. หมวด 4 ว่าด้วยคำพิพากษาและการบังคับคดี มาตรา 222/37 บัญญัติให้คิดเงินรางวัลทนายความฝ่ายใจทก์ในอัตราร้อยละจากเงินที่ได้รับตามคำพิพากษาทำนองเดียวกับข้อตกลงในสัญญาว่าจ้างว่าความคดีนี้ สัญญาว่าจ้างจึงไม่ขัดต่อ
ความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ข้อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลย ดังกล่าวจึงไม่เป็นโมฆะ
.มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่าสัญญาว่าจ้างว่าความเอกสารหมาย จ.5 หรือ ล.3 เป็นโมฆะ
หรือไม่ เห็นว่า เดิมพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 มาตรา 12 (2) ระบุห้ามไม่ให้ทนายความว่าต่างหรือแก้ต่างโดยวิธีสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึ่งได้แก่ลูกความ แต่ต่อมามีการตราพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2508 ขึ้นใช้บังคับโดยให้ยกเลิกพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ซึ่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2508 นี้ มีได้บัญญัติห้ามมิให้ทนายความว่าต่างแก้ต่างโดยวิธีสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึ่งได้จากลูกความ แต่บัญญัติไว้ในมาตรา 17 วรรคหนึ่งว่า ทนายความต้องปฏิบัติตนให้ต้องตามมรรยาททนายความตามที่เนติบัณฑิตยสภากำหนด การกำหนดมรรยาททนายความให้เนติบัณฑิตยสภาตราเป็นข้อบังคับและประกาศในราชกิจจานุเบกษา วรรคสอง บัญญัติว่าทนายความผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับที่เนติบัณฑิตยสภาตราขึ้นตามวรรคก่อนทนายความผู้นั้นประพฤติผิดมรรยาททนายความและ มาตรา 41 บัญญัติว่าในระหว่างที่เนติบัณฑิตยสภายังมิได้ตราข้อบังคับขึ้นตามมาตรา 17 ให้ถือว่าความในมาตรา 12 (1) 2) (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 และข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภาว่าด้วยมรยาททนายความ...เป็นเสมือนข้อบังคับที่เนติบัณฑิตยสภาได้ตราขึ้นตามมาตรา 17 และต่อมามีพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 และประกาศข้อบังคับของสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2528 เมื่อวันที่ 18 กุมพาพันธ์ 2529 ที่คณะกรรมการสภาทนายความออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าวออกใช้บังคับซึ่งมิได้บัญญัติห้ามมิให้ทนายความเข้าเป็นทนายความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ ฉะนั้นสัญญาจ้างว่าความเอกสารหมาย จ.5 หรือ ล.3 ข้อ 2 ที่ระบุว่า "ผู้ว่าจ้างตกลงชำระค่าจ้างในการว่าความแต่ละคดีในชั้นศาล เมื่อคดีถึงที่สุด ให้แก่ผู้รับจ้างโดยคิดในอัตรา 30% (ร้อยละสามสิบ) ของจำนวนทุนทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีได้" จึงไม่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในเวลาที่ทำสัญญา ทั้งคดีนี้จำเลยเป็นผู้ว่าจ้างโจทก็ให้ฟ้องร้องคดีเรียกค่าส่วนกลางค้างชำระกับเจ้าของร่วมซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยเรียกค่าทนายความเป็นสัดส่วนจำนวนที่แน่นอนเอาจากทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีได้ ซึ่งไม่เกินกว่าทุนทรัพย์ที่ได้รับตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ไม่สามารถกำหนดค่าเสียหายในการฟ้องเรียกร้องได้ตามอำเภอใจ ประกอบกับปัจจุบันมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หมวด 4 ในเรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่มโดยในส่วนที่ 4 ว่าด้วยคำพิพากษาและการบังคับคดี มาตรา 222/37 บัญญัติให้คิดเงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์ในอัตราร้อยละจากเงินที่ได้รับตามคำพิพากษาทำนองเดียวกับข้อตกลงในสัญญาจ้างว่าความคดีนี้สัญญาว่าจ้าง เอกสารหมาย จ.5 หรือ ล.3 จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 ข้อสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นโมฆะ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น./

ขอน้อมส่งเสร็จสู่สวรรคาลัยธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าสำนักงานกฎหมายชลภัทรทนายความ
25/10/2025

ขอน้อมส่งเสร็จสู่สวรรคาลัย
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าสำนักงานกฎหมายชลภัทรทนายความ

 #ทำเนียบทนายความจังหวัดสตูล ⚖️
12/06/2025

#ทำเนียบทนายความจังหวัดสตูล ⚖️

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2567    #โจทก์ติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนในขณะที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อไม่ปรากฏ...
21/03/2025

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2567
#โจทก์ติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนในขณะที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 โต้แย้งคัดค้านที่โจทก์กลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ พฤติการณ์ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกันโดยปริยาย แม้สัญญาเช่าซื้อข้อ 14 จะระบุว่า "...หรือสัญญา สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีอื่นใดก็ตาม และเจ้าของได้กลับเข้าครอบครองรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..." แต่เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกันโดยปริยาย อันเป็นผลให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่อกันอีก โจทก์จึงไม่อาจอาศัยข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อเรียกร้องค่าขาดราคาจากจำเลยที่ 1 ได้
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 409,216 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 8.0562 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ดังกล่าวแทน
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มีนาคม 2564) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์แทน กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนเป็นเงิน 10,000 บาท โดยไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับโจทก์ในราคา 1,598,688 บาท ผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ 22,204 บาท รวม 72 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 3 มกราคม 2562 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 3 ของทุกเดือน โดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน แต่จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์เพียง 18 งวด เป็นเงิน 399,672 บาท โดยผิดนัดตั้งแต่งวดที่ 19 ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา โจทก์บอกกล่าวการผิดนัดไปยังจำเลยที่ 2 ล่วงพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด โจทก์กลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 และนำออกประมูลขายได้ในราคา 830,000 บาท
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ซึ่งได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดในค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า แม้สัญญาเช่าซื้อข้อ 14 จะระบุว่า "...หรือสัญญาสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีอื่นใดก็ตาม และเจ้าของได้กลับเข้าครอบครองรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..." แต่เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกันโดยปริยาย อันเป็นผลให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่อกันอีก โจทก์จึงไม่อาจอาศัยข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อเรียกร้องค่าขาดราคาจากจำเลยที่ 1 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาอันเป็นค่าเสียหายตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อได้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อกันโดยปริยาย แต่กรณีเช่นว่านี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติถึงผลของการเลิกสัญญาที่จะยกมาปรับคดีได้ จึงต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเทียบเคียงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติถึงการเลิกสัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญา อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ดังนั้น โจทก์และจำเลยที่ 1 จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง ซึ่งเฉพาะการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์นั้น เนื่องจากรถยนต์เป็นทรัพย์ที่เสื่อมสภาพและเสื่อมราคาไปตามกาลเวลาและการใช้งาน การกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อของโจทก์ในกรณีเช่นนี้เห็นได้อยู่ในตัวว่าไม่อาจทำให้โจทก์กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมได้เหมือนดังเช่นขณะทำสัญญา ดังนั้น เพื่อให้โจทก์ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมได้ใกล้เคียงกับขณะทำสัญญาเท่าที่พอจะเป็นไปได้ จำเลยที่ 1 จึงต้องชดใช้ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์ ในข้อนี้ แม้พยานหลักฐานของโจทก์จะไม่ได้ความชัดเจนว่า รถยนต์ที่เช่าซื้อเสื่อมราคาไปเพียงใด แต่ปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นรถใหม่ มีราคาเงินสดไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,299,532.71 บาท หักเงินดาวน์ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13,103.74 บาท คงเหลือราคาเงินสดเป็นเงิน 1,286,428.97 บาท จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาแล้ว 373,525.20 บาท โดยครอบครองใช้สอยรถยนต์ที่เช่าซื้อรวมแล้วประมาณ 1 ปี 10 เดือน และปรากฏตามใบตรวจเช็คสภาพรถยนต์ว่ามีการใช้งานเป็นระยะทาง 32,299 กิโลเมตร จึงเห็นสมควรกำหนดค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท และเมื่อค่าเสื่อมราคาที่กำหนดให้นี้เป็นหนี้เงิน โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ที่ใช้บังคับในขณะยื่นฟ้องและที่แก้ไขใหม่ตามลำดับ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่เนื่องจากโจทก์ฎีกาขอดอกเบี้ยมาในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 จึงกำหนดให้ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่ขอ เมื่อรวมกับค่าขาดประโยชน์ 15,000 บาท ซึ่งยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสิ้น 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น เนื่องจากค่าเสื่อมราคาที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามที่วินิจฉัยมาข้างต้นเป็นค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระเพื่อให้โจทก์ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมภายหลังจากการที่สัญญาเลิกกันแล้ว เมื่อโจทก์บอกกล่าวการผิดนัดไปยังจำเลยที่ 2 ล่วงพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด จำเลยที่ 2 จึงหลุดพ้นจากความรับผิดในส่วนนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 วรรคสอง คงต้องรับผิดเฉพาะแต่ค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 10,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มีนาคม 2564) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
#สำนักงานกฎหมายชลภัทรทนายความ

(ฎีกาที่ 4017/2566) ศาลยังไม่มีคำสั่งว่า ม. เป็นคนไร้ความสามารถและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้อนุบาลของ ม. ผู้ร้องซึ่งยังไ...
21/03/2025

(ฎีกาที่ 4017/2566) ศาลยังไม่มีคำสั่งว่า ม. เป็นคนไร้ความสามารถและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้อนุบาลของ ม. ผู้ร้องซึ่งยังไม่อยู่ในฐานะผู้อนุบาล จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องทำนิติกรรมแทน ม. มาพร้อมกับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ม. เป็นคนไร้ความสามารถได้✍️
#สำนักงานกฎหมายชลภัทรทนายความ By ทนายโจ้

 #หมายจับและอายุความคดีอาญาที่ควรรู้!! #หมายจับ     หมายจับ คือ หนังสือสั่งการที่ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาหรื...
07/02/2025

#หมายจับและอายุความคดีอาญาที่ควรรู้!!

#หมายจับ
หมายจับ คือ หนังสือสั่งการที่ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลย (พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554)

ศาลที่มีอำนาจออกหมายจับ คือ ศาลที่มีเขตอำนาจชำระคดีหรือศาลที่มีอำนาจเหนือท้องที่ที่จะทำการจับกุม

ผู้ที่มีอำนาจในการร้องขอให้ศาลออกหมายจับ คือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่นตามกฎหมาย โดยจะต้องเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนหรือสอบสวนคดีที่ร้องขอออกหมายนั้น

เหตุแห่งการออกหมายจับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66

#มาตรา 66 มีดังนี้
1. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี
2. เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น

ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี

ผู้มีอำนาจจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยตามหมายจับ คือ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่นตามกฎหมาย

#อายุความคดีอาญา
อายุความตามกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือ ระยะเวลาสำหรับการฟ้องคดีและอายุความสำหรับการนำตัวผู้กระทำความผิดอาญามาลงโทษ โดยขึ้นอยู่กับอัตราโทษของแต่ละฐานความผิด กล่าวคือ หากคดีใดที่มีกระบวนการดำเนินคดีมายาวนานจนพ้นกำหนดอายุความแล้ว (คดีขาดอายุความ) จะไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหา หรือจำเลย มารับโทษตามกฎหมายได้ ซึ่งกฎหมายมีการบัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้

#มาตรา 95
มาตรา ๙๕ ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ

1. ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี
2. สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี
3. สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี
4. ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี
5. หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น

ถ้าได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้ว ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือวิกลจริต และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนดดังกล่าวแล้วนับแต่วันที่หลบหนีหรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ก็ให้ถือว่าเป็นอันขาดอายุความเช่นเดียวกัน

#มาตรา 96
มาตรา ๙๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๙๕ ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ

#มาตรา 98
มาตรา ๙๘ เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำความผิดหลบหนี แล้วแต่กรณี เกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ เป็นอันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผู้นั้นมิได้

1.ยี่สิบปี สำหรับโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี
2.สิบห้าปี สำหรับโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี
3.สิบปี สำหรับโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี
4.ห้าปี สำหรับโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีลงมาหรือโทษอย่างอื่น

ทนายยิงธนู 🎯
10/12/2024

ทนายยิงธนู 🎯

ที่อยู่

สนง. กฎหมายชลภัทรทนายความ ถ. สตูลธานี ต. พิมาน อ. เมือง จ. สตูล
Satul
91000

เบอร์โทรศัพท์

+66898783251

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายเล่นปืนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์