สำนักงานกฎหมาย ทรัพย์ ลีเกิล เซอร์วิส I บริการกฎหมายครบวงจร

สำนักงานกฎหมาย ทรัพย์ ลีเกิล เซอร์วิส I บริการกฎหมายครบวงจร สำนักงานกฎหมายครบวงจรในพื้นที่ ระยอง, จันทบุรี, ชลบุรี, ตราด, สระแก้ว เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายทุกประเภท
📞 ติดต่อเราได้ที่ 092-662-8791

18/09/2026
กรณี มีรถของครูท่านหนึ่ง มาชน นักเรียน ในพื้นที่เอกชน (เช่น ถนนภายในโรงเรียน) แม้จะไม่ใช่ถนนสาธารณะตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ...
18/09/2026

กรณี มีรถของครูท่านหนึ่ง มาชน นักเรียน ในพื้นที่เอกชน (เช่น ถนนภายในโรงเรียน) แม้จะไม่ใช่ถนนสาธารณะตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก แต่การพิจารณาความผิดจะอ้างอิง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (เรื่องละเมิด) และ ประมวลกฎหมายอาญา (เรื่องกระทำโดยประมาท) เป็นหลัก โดยแบ่งพิจารณาตามความรับผิดชอบ ดังนี้
​1. ความรับผิดของครู (ผู้ขับขี่)
​ระดับความระมัดระวัง: การขับรถในเขตโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่มีเด็กนักเรียนจำนวนมาก ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ (Extra Care) และต้องชะลอความเร็วให้ต่ำมากพอที่จะหยุดรถได้ทันที หากประเมินแล้วว่าใช้ความเร็วสูงเกินสมควร อาจเข้าข่าย ประมาท (ป.อาญา มาตรา 300 หรือ 390 ขึ้นอยู่กับระดับบาดเจ็บของเด็ก)
​กรณีสุดวิสัย: หากครูขับรถมาด้วยความเร็วต่ำมาก (เช่น 10-15 กม./ชม.) แล้วนักเรียนวิ่งพรวดพราดออกมาจากมุมอับ/หลังต้นไม้ระยะกระชั้นชิดจนสุดวิสัยที่จะเบรกทัน ครูอาจ ไม่มีความผิดทางอาญา เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัย
​2. ความรับผิดของนักเรียน / ผู้ปกครอง
​ความประมาทของนักเรียน: หากนักเรียนวิ่งตัดหน้าหรือวิ่งชนข้างรถโดยไม่ระมัดระวัง ถือเป็น ความประมาทของตัวนักเรียนเอง
​กรณีความผิดร่วม (ละเมิด): ตาม ป.พ.พ. มาตรา 442 ประกอบ มาตรา 223 หากเกิดความเสียหาย (เช่น รถครูบุบ หรือเด็กบาดเจ็บ) ศาลจะพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากความประมาทของฝ่ายใดมากกว่ากัน หากนักเรียนประมาทฝ่ายเดียว ผู้ปกครองอาจต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถ (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 429 เรื่องผู้ปกครองดูแลบุตรเยาวชน)
​3. ความรับผิดของโรงเรียน
​สถานที่และจุดอับสายตา: หากต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างของโรงเรียนเป็นอุปสรรคในการมองเห็นอย่างชัดเจน และโรงเรียนไม่มีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ (เช่น ป้ายเตือน ลูกระนาด ชะลอความเร็ว) โรงเรียนอาจมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลสถานที่
​สรุปภาพรวม:
​หากครูขับช้าแล้ว แต่นักเรียนวิ่งมาชนเองในระยะกระชั้นชิด: นักเรียน/ผู้ปกครองเป็นฝ่ายประมาท อาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายของรถ
​หากครูขับเร็วเกินสมควรในเขตโรงเรียน: ถือเป็นการประมาทร่วม ครูอาจต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเด็ก ส่วนค่าซ่อมรถอาจต้องเฉลี่ยตาม สัดส่วนความประมาท

การเฉลี่ยค่าซ่อมรถ (รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ ทางแพ่ง) จะพิจารณาตาม "พฤติการณ์และระดับความประมาทของแต่ละฝ่าย" เป็นหลักครับ
​อ้างอิงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223 (ประกอบมาตรา 442) กฎหมายกำหนดไว้ว่า หากความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายมีส่วนด้วย ศาลจะพิจารณาว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงใด
​หลักการพิจารณาว่าจะเฉลี่ยอย่างไร มีเกณฑ์ดังนี้ครับ:
​การสัดส่วนระดับความประมาท: ศาลหรือพนักงานสอบสวน/บริษัทประกัน จะดูว่าใครมีส่วนประมาทมากกว่ากัน เช่น
​หากครูขับรถด้วยความเร็วเหมาะสมแล้ว แต่เด็กวิ่งพรวดพราดออกมาในระยะกระชั้นชิดสุดวิสัย ความประมาทอาจตกอยู่ที่เด็กเป็นส่วนใหญ่ (80:20 หรือ 100:0)
​หากครูขับรถเร็วเกินสมควรในเขตโรงเรียนทั้งที่รู้ว่าอาจมีเด็กวิ่งเล่น ความประมาทของครูก็จะเพิ่มสูงขึ้น (เช่น 50:50 หรือ 60:40)
​การชดใช้ค่าซ่อมรถ:
​หาก ประมาทร่วมเท่ากัน (50:50): ต่างฝ่ายต่างออกค่าใช้จ่ายของตนเอง (ครูซ่อมรถตัวเอง ผู้ปกครองดูแลค่ารักษาเด็ก)
​หาก ฝ่ายใดประมาทมากกว่า: ฝ่ายที่ประมาทมากกว่าจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายตามสัดส่วนที่ตนเองผิด
​บทสรุป: คำว่า "เฉลี่ยตาม..." คือ เฉลี่ยตามสัดส่วนความประมาทของทั้งสองฝ่าย โดยดูจากพฤติการณ์ ความเร็วของรถ จุดอับสายตา และลักษณะการวิ่งตัดหน้าของเด็กเป็นหลักครับ

ที่อยู่

87/1 ต. ทับมา อ. เมืองระยอง
Rayong
21000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สำนักงานกฎหมาย ทรัพย์ ลีเกิล เซอร์วิส I บริการกฎหมายครบวงจร โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

รายการเด่น

แชร์