ทนายภูเก็ตปรึกษาฟรี

ทนายภูเก็ตปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,0949464333 ทนายความภูเก็ต

โทร 0949464333  ทนายภูเก็ต                                                                            in Phuket who need...
15/01/2025

โทร 0949464333 ทนายภูเก็ต in Phuket who need legal assistance should choose a lawyer based on the type of issue they are facing. Generally, lawyers in Phuket can be categorized by their areas of expertise as follows: --- 1. Real Estate Lawyer Best suited for: Buying or selling land or property in Phuket Reviewing title deeds and sale agreements Handling nominee issues Managing long-term leases (Leasehold) and property ownership (Freehold) Addressing legal disputes related to land, such as encroachment, land theft, or land survey issues --- 2. Corporate Lawyer Best suited for: Setting up companies in Phuket, especially in real estate or tourism-related businesses Negotiating business contracts, such as lease agreements or employment contracts Resolving nominee-related issues and ensuring compliance with foreign investment laws Managing company disputes, such as profit-sharing or partnership conflicts --- 3. Labor Lawyer Best suited for: Hiring workers for local businesses Resolving disputes between employers and employees Drafting employment contracts Addressing issues related to foreign laborers in Phuket --- 4. Litigation Lawyer Best suited for: Handling court proceedings, both civil and criminal cases Resolving disputes involving land, businesses, or family matters Filing lawsuits for contract breaches or other agreement violations --- 5. Family and Inheritance Lawyer Best suited for: Managing family inheritance issues, such as dividing land or distributing assets Filing claims for property rights in cases of disputes Handling divorce cases, custody issues, or property division after a divorce --- 6. Immigration Lawyer Best suited for: Assisting foreigners with visa applications to work or live in Phuket Renewing visas or resolving legal status issues Applying for work permits (Work Permit) --- 7. Environmental and Construction Lawyer Best suited for: Addressing regulatory issues related to construction or property development in protected areas Negotiating with government agencies regarding environmental restrictions --- Steps to Choose a Lawyer in Phuket 1. Identify the problem: Clearly determine the type of legal assistance needed. 2. Select a reputable law firm: Especially those with expertise in local laws. 3. Verify licenses: Ensure the lawyer holds a valid license from the Lawyers Council of Thailand. 4. Seek initial advice: Meet and consult with the lawyer to assess their suitability. --- Examples of Law Firms in Phuket: Phuket Legal Firm (Specializing in real estate and business) Thai Legal Solutions (Focusing on services for foreigners in Phuket) Phuket Law Office (Handling all types of cases in the Phuket area) By clearly identifying the type of issue, clients can receive the right legal services and resolve their problems effectively.ConsultLawyerOnline โทร 0949464333 ทนายภูเก็ต

15/09/2024

ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,บริการจดทะเบียนบริษัทจำกัด,บริษัทจำกัด,บริษัท(มหาชน)จำกัด,องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมาย, แก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริษัททุกอย่าง, ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัท, ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี, จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
จดทะเบียนเลิกบริษัท/ชำระบัญชี, ขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ (Work Permit),ต่อใบอนุญาตครบปี, เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใบอนุญาตทำงาน,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ต่อ Non-Immigrant Visa (Non-B) (วีซ่าทำงาน), รับฟ้อง ต่อสู้คดี ยื่นคำให้การคดี เช่น คดีเงินกู้ คดีบัตรเครดิตทุกธนาคาร คดีสินเชื่อธนาคาร คดีร้องขอ เป็นคนสาบสูญ คดีทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีผิดสัญญา คดีเช็คเด้ง คดีซื้อขาย คดีเช่า คดีก่อสร้างปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีรถชน คดีรถน้ำท่วม บริษัทประกันไม่รับผิดชอบ คดีละเมิด คดีซื้อรถ คดีไฟแนนซ์ยึดรถ คดีค้ำประกันปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีจำนอง คดีขายฝากปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายภูเก็ต .
คดีแพ่ง ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
คดีอาญา ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก, ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
,ฟ้องเรียกเงินผิดสัญญากู้ยืมเงิน ผิดสัญญาจ้างทำของ ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่า,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในคดีครอบครัว, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกบุตรคืน, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรส ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจาก,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ชู้,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพ ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องให้จดทะเบียนรับรองบุตร ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องขอให้ศาลมีว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องขอเปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องให้คู่หย่า ปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
บันทึกท้ายทะเบียนหย่าปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
, ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์สินตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกค่าทดแทนผิดสัญญาหมั้น,เรียกสินสอดคืน, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องบอกเลิกสัญญาหมั้นเรียกของหมั้นคืน,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องคู่สมรสขอแยกกันอยู่ชั่วคราว
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 , ฟ้องขอให้จดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนละครึ่ง,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตแทนการให้ความยินยอมขายที่ดินสินสมรส
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องขอเพิกถอนการให้ที่ดินสินสมรส,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินสินสมรส, Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อน
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 , ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องบิดาขอให้รับเด็กเป็นบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วย,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องคดีขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของมารดาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 รับว่าความคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วราชอาณาจักร พร้อมบริการท่านในงานคดีต่าง ๆ ทุกด้าน
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ให้คำปรึกษากฎหมายกับทนายความ ภูเก็ต
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 และคดีความ รับทำนิติกรรมสัญญา รับจดทะเบียนการค้ายื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเรียกเงินผิดสัญญากู้ยืมเงิน ผิดสัญญาจ้างทำของ
, Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่า ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในคดีครอบครัว,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเรียกบุตรคืน,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรส
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจาก
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ชู้
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพ
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องให้จดทะเบียนรับรองบุตร
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้ศาลมีว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอเปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องให้คู่หย่า ปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต บันทึกท้ายทะเบียนหย่า,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์สินตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าทดแทนผิดสัญญาหมั้น,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต เรียกสินสอดคืน,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องบอกเลิกสัญญาหมั้นเรียกของหมั้นคืน,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องคู่สมรสขอแยกกันอยู่ชั่วคราว,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้จดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนละครึ่ง,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตแทนการให้ความยินยอมขายที่ดินสินสมรส
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ฟ้องขอเพิกถอนการให้ที่ดินสินสมรส,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินสินสมรส,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต , ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องบิดาขอให้รับเด็กเป็นบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วย,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องคดีขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของมารดาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ฟ้องชู้ เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีมรดก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีที่ดิน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต บัตรเครดิต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต เช่าซื้อรถยนต์
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต รับฟ้อง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ต่อสู้คดี
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำให้การคดี
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเงินกู้
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีผิดสัญญา
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเช็คเด้ง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีซื้อขาย
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเช่า
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีก่อสร้าง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีรถชน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีค้ำประกัน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีจำนอง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีขายฝาก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต จัดการมรดก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต แบ่งแยกมรดก

Send a message to learn more

ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต  ,บริการจดทะเบียนบริษัทจำกัด,บริษัทจำกัด,บริษัท(มหาชน)จำกัด,องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรื...
15/09/2024

ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,บริการจดทะเบียนบริษัทจำกัด,บริษัทจำกัด,บริษัท(มหาชน)จำกัด,องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมาย, แก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริษัททุกอย่าง, ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัท, ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี, จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
จดทะเบียนเลิกบริษัท/ชำระบัญชี, ขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ (Work Permit),ต่อใบอนุญาตครบปี, เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใบอนุญาตทำงาน,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ต่อ Non-Immigrant Visa (Non-B) (วีซ่าทำงาน), รับฟ้อง ต่อสู้คดี ยื่นคำให้การคดี เช่น คดีเงินกู้ คดีบัตรเครดิตทุกธนาคาร คดีสินเชื่อธนาคาร คดีร้องขอ เป็นคนสาบสูญ คดีทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีผิดสัญญา คดีเช็คเด้ง คดีซื้อขาย คดีเช่า คดีก่อสร้างปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีรถชน คดีรถน้ำท่วม บริษัทประกันไม่รับผิดชอบ คดีละเมิด คดีซื้อรถ คดีไฟแนนซ์ยึดรถ คดีค้ำประกันปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
คดีจำนอง คดีขายฝากปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายภูเก็ต .
คดีแพ่ง ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
คดีอาญา ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก, ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ,ปรึกษาฟรี ทนายภูเก็ต,ทนายความ
,ฟ้องเรียกเงินผิดสัญญากู้ยืมเงิน ผิดสัญญาจ้างทำของ ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่า,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในคดีครอบครัว, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกบุตรคืน, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรส ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจาก,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ชู้,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพ ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
,ฟ้องขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องให้จดทะเบียนรับรองบุตร ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องขอให้ศาลมีว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องขอเปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องให้คู่หย่า ปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
บันทึกท้ายทะเบียนหย่าปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
, ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์สินตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ฟ้องเรียกค่าทดแทนผิดสัญญาหมั้น,เรียกสินสอดคืน, ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องบอกเลิกสัญญาหมั้นเรียกของหมั้นคืน,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องคู่สมรสขอแยกกันอยู่ชั่วคราว
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 , ฟ้องขอให้จดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนละครึ่ง,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตแทนการให้ความยินยอมขายที่ดินสินสมรส
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องขอเพิกถอนการให้ที่ดินสินสมรส,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินสินสมรส, Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อน
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 , ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องบิดาขอให้รับเด็กเป็นบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วย,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องคดีขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของมารดาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 รับว่าความคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วราชอาณาจักร พร้อมบริการท่านในงานคดีต่าง ๆ ทุกด้าน
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ให้คำปรึกษากฎหมายกับทนายความ ภูเก็ต
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 และคดีความ รับทำนิติกรรมสัญญา รับจดทะเบียนการค้ายื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเรียกเงินผิดสัญญากู้ยืมเงิน ผิดสัญญาจ้างทำของ
, Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่า ,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในคดีครอบครัว,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องเรียกบุตรคืน,
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรส
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจาก
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ชู้
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพ
Lawyer in Phuket mobile 0949464333 Id Line 0949464333 ,ฟ้องขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องให้จดทะเบียนรับรองบุตร
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้ศาลมีว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอเปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องให้คู่หย่า ปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต บันทึกท้ายทะเบียนหย่า,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์สินตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ,ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องเรียกค่าทดแทนผิดสัญญาหมั้น,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต เรียกสินสอดคืน,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องบอกเลิกสัญญาหมั้นเรียกของหมั้นคืน,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องคู่สมรสขอแยกกันอยู่ชั่วคราว,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอให้จดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนละครึ่ง,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตแทนการให้ความยินยอมขายที่ดินสินสมรส
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ฟ้องขอเพิกถอนการให้ที่ดินสินสมรส,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินสินสมรส,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต , ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องบิดาขอให้รับเด็กเป็นบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วย,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ฟ้องคดีขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของมารดาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง ,
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ,ฟ้องชู้ เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีมรดก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีที่ดิน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต บัตรเครดิต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต เช่าซื้อรถยนต์
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต รับฟ้อง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ต่อสู้คดี
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต ยื่นคำให้การคดี
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเงินกู้
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีผิดสัญญา
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเช็คเด้ง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีซื้อขาย
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีเช่า
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีก่อสร้าง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีรถชน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีค้ำประกัน
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีจำนอง
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต คดีขายฝาก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต จัดการมรดก
ทนายความ ปรึกษากฎหมายโทร 0949464333 ทนายภูเก็ต แบ่งแยกมรดก

น่าสนใจ คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน การที่โจทก์ครอบครองที่ดินต้องมีหลักฐานการครอบครองจากหน่วยงานรัฐเท่านั...
01/10/2023

น่าสนใจ คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน การที่โจทก์ครอบครองที่ดินต้องมีหลักฐานการครอบครองจากหน่วยงานรัฐเท่านั้น////ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10865/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 55, 148
พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 36 ทวิ

คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้พิพากษาว่า การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยที่ 5 เพิกถอน ส.ป.ก. 4 - 01 สำหรับที่ดินพิพาททั้งสองแปลงนั้น เมื่อหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่จำเลยที่ 5 ออกให้แก่โจทก์ถูกเพิกถอนแล้วทั้งสองฉบับ ไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์เกิดขึ้นตามกฎหมายแพ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยที่ 4 กล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ควนหินตั้งอันเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้ง ๆ ที่ที่ดินดังกล่าวโจทก์ครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านานถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในการที่โจทก์พึงมีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หากไม่มีการโต้แย้งสิทธิโดยกล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ โจทก์คงได้รับเอกสาร น.ส. 3 ก. ตามที่ได้ยื่นคำขอและคงไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องไปยื่นขอ ส.ป.ก. 4 - 01 นั้น เมื่อโจทก์ยื่นคำขอยกเลิกเรื่องออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เองเนื่องจากได้นำที่ดินพิพาทไปขอออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) แล้ว การที่จำเลยที่ 4 ดำเนินคดีต่อโจทก์จึงหาได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใดไม่

การที่โจทก์ถูกเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์คือโจทก์ขาดคุณสมบัติเนื่องจากโจทก์ไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างยืนยันว่าโจทก์เป็นเกษตรกรแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์อ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์นั้น การที่โจทก์สมัครใจยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นถือว่า โจทก์ยอมรับว่าจำเลยที่ 5 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 36 ทวิ เพราะหากที่ดินพิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่จำเลยที่ 5 ไม่อาจนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ จนกว่าจะได้จัดซื้อหรือเวนคืนมาเป็นของจำเลยที่ 5 เสียก่อน ที่จำเลยที่ 5 อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 5 จึงมิได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใดเช่นกัน

กรณีที่จะเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 นั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ ประการแรกคู่ความคดีหลังเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีแรก ประการที่สอง คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแรกต้องถึงที่สุดก่อนฟ้องคดีหลัง ประการที่สาม ประเด็นข้อพิพาทในคดีแรกและคดีหลังเป็นอย่างเดียวกันทั้งได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแรกแล้ว จะขาดหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งไม่ได้ หลังจากจำเลยที่ 5 มีหนังสือแจ้งการสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์และบริวารออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จึงนำคดีไปฟ้องจำเลยที่ 5 ต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช และศาลดังกล่าวมีคำสั่งรับฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 5 ที่ขอให้พิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งหรือมติของจำเลยที่ 5 ที่สั่งให้โจทก์และบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ดังนี้ประเด็นข้อพิพาทของศาลดังกล่าวมีเพียงว่า คำสั่งของจำเลยที่ 5 ดังกล่าวชอบหรือไม่ ส่วนคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมมีประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ จึงเป็นคนละประเด็นและคนละเขตอำนาจศาลกัน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อกฎหมายดังที่กล่าวมา ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 5 จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

เดิมที่ดินพิพาททั้งสองแปลง จำเลยที่ 5 เคยออกหนังสืออนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ต่อมาคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาคุณสมบัติของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติเนื่องจากโจทก์ไม่ได้เป็นเกษตรกร จำเลยที่ 5 จึงมีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงมีผลทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงดังกล่าว ที่โจทก์อ้างว่า หากเห็นว่าโจทก์ไม่มีคุณสมบัติการเป็นเกษตรกร จำเลยที่ 5 ก็ชอบที่จะเพิกถอนและเรียกคืนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เท่านั้น ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่โจทก์นั้นหาได้ไม่ เพราะที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 5 แต่ข้อเท็จจริงได้ความจาก ว. และ ส. อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต พยานจำเลยเบิกความยืนยันว่า ที่ดินพิพาทแปลงแรกอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง ส่วนที่ดินพิพาทแปลงที่ 2 ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพียงบางส่วนเนื้อที่ 4 ไร่ 33 ตารางวา และอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 14 ตารางวา เป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์มีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 4 ดังนั้น จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงมีสิทธิฟ้องแย้งขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว

___________________________

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทที่ปรากฏตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เลขที่ 188 และเลขที่ 208 โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นที่สงวนเลี้ยงสัตว์ควนหินตั้งอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ โจทก์มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขอออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ ให้จำเลยที่ 2 หรือที่ 3 รับคำขอออกเอกสารสิทธิของโจทก์และให้จำเลยที่ 2 หรือที่ 3 ออกเอกสารสิทธิให้โจทก์ตามกฎหมาย กับพิพากษาว่าการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำเลยที่ 5 เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) สำหรับที่ดินพิพาททั้งสองแปลง หากจำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยทั้งห้าให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง และเฉพาะจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่ดินพิพาททั้งสองแปลง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) เลขที่ 188 อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต และตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เลขที่ 208 อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ภายในเขตปฏิรูปที่ดินตามแผนที่แสดงตำแหน่งแปลงที่ดินและให้โจทก์และบริวารออกจากที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ควนหินตั้งตามแนวเขตที่ดินที่ระบายแรเงาสีฟ้าตามแผนที่แสดงตำแหน่งแปลงที่ดินกับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งแทนจำเลยที่ 4 และที่ 5 โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับฟ้องเดิมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นายเฉลิมพล ทายาทของโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งห้าว่า ที่ดินพิพาทคือที่ดิน 2 แปลง ตั้งอยู่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยที่ดินแปลงหมายเลข 2 อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเต็มทั้งแปลงมีเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ส่วนที่ดินแปลงหมายเลข 1 อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 33 ตารางวา และอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 14 ตารางวา โจทก์อ้างว่าเดิมที่ดินทั้งสองแปลงเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ต่อมามีถนนตัดผ่านจึงแบ่งเป็น 2 แปลง โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาจากนายหริม บิดาภริยายกให้ตั้งแต่ปี 2505 โดยไม่มีหลักฐานอื่นใดเกี่ยวกับที่ดินนอกจากหลักฐานเสียภาษีบำรุงท้องที่ ปี 2521 โจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาท แต่ทางราชการไม่ออกให้โดยอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาปี 2536 โจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนั้นทางราชการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลเชิงทะเล ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง ตำบลกมลา ตำบลกะทู้ ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ และตำบลเกาะแต้ว ตำบลรัษฎา ตำบลวิชิต ตำบลกะรน ตำบลฉลอง ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2537 และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะประธานกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ออกประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 2/2537 เรื่องให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินโครงการปฏิรูปที่ดินป่าเทือกเขานาคเกิด ป่าเทือกเขากมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต วันที่ 6 ตุลาคม 2537 โจทก์จึงยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินสำหรับที่ดินพิพาททั้งสองแปลง แปลงแรกเนื้อที่ 9 ไร่ 47 ตารางวา แปลงที่สองเนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ประเภทสิทธิที่ประสงค์เช่าซื้อ โดยโจทก์ระบุในคำขอดังกล่าวว่าเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโครงการป่าเทือกเขากมลา คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตอนุมัติให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เลขที่ 188 เนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา และเลขที่ 208 เนื้อที่ 9 ไร่ 47 ตารางวา เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้วโจทก์จึงยื่นคำขอยกเลิกเรื่องออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อทางราชการเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2538 โดยอ้างว่าเนื่องจากได้นำไปออก ส.ป.ก. 4 - 01 แล้ว ต่อมาโจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อนายอำเภอกะทู้ แต่นายอำเภอกะทู้ไม่ดำเนินการให้ โจทก์จึงฟ้องนายอาทร นายอำเภอกะทู้ให้ดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองที่ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยศาลฎีกาให้เหตุผลว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินทั้งสองแปลงที่โจทก์ขอให้มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นที่ดินที่ตั้งอยู่บนเกาะ การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 กล่าวคือ โจทก์ต้องมีหลักฐานแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว อย่างใดอย่างหนึ่งมาแสดง หรือโจทก์ต้องเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ หรือที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชน หรือที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติแล้ว แต่ตามข้อเท็จจริงในคดีโจทก์หาได้มีหลักฐานดังกล่าว หรือหาได้เป็นผู้มีสิทธิในที่ดินตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ แม้โจทก์จะได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทั้งสองแปลงสืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ประกาศใช้มาจนถึงปัจจุบัน และเป็นกรณีที่มิได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 อันอาจทำให้โจทก์มีสิทธิขอให้มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินได้เป็นการเฉพาะรายตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 59 ทวิ ก็ตาม แต่การพิจารณาว่าที่ดินประเภทใดจะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้หรือไม่นั้น จะต้องอยู่ในบังคับของกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ด้วย เมื่อปรากฏว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นที่เกาะ และมิได้เป็นประเภทที่ดินซึ่งสามารถจะขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวที่จำเลยไม่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินให้โจทก์จึงชอบแล้ว ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6193/2540 ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2547 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตมีหนังสือแจ้งมติการสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงซึ่งเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินและให้เพิกถอนเอกสาร ส.ป.ก. 4 - 01 ทั้งสองฉบับของโจทก์ เนื่องจากโจทก์มิได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ขาดคุณสมบัติการเป็นเกษตรกร วันที่ 2 ธันวาคม 2547 โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 5 ในคดีนี้กับพวกต่อศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ศาลดังกล่าวเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องในส่วนที่สั่งให้โจทก์และบริวารออกจากที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 แปลงเลขที่ 208 เนื้อที่ 9 ไร่ 47 ตารางวา และแปลงเลขที่ 188 เนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา และให้พิพากษาว่า การออก ส.ป.ก. 4 - 01 ในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนเอกสาร ส.ป.ก. 4 - 01 ทั้งสองฉบับเสีย กับให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองนครศรีธรรมราชรับคำฟ้องเฉพาะคำขอแรกไว้พิจารณา ส่วนคำขอที่สองและที่สามเป็นคดีพิพาทอันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองนครศรีธรรมราช จึงไม่รับคำฟ้องในส่วนคำขอที่สองและที่สาม โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งห้าเป็นคดีนี้

ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีนี้ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2558 สำหรับคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้พิพากษาว่า การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จำเลยที่ 5 เพิกถอน ส.ป.ก. 4 - 01 สำหรับที่ดินพิพาททั้งสองแปลงนั้น เห็นว่า หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่จำเลยที่ 5 ออกให้แก่โจทก์ถูกเพิกถอนแล้วทั้งสองฉบับ ไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์เกิดขึ้นตามกฎหมายแพ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ส่วนคำขอที่ให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาททั้งสองแปลง ให้จำเลยที่ 2 หรือที่ 3 ออกเอกสารสิทธิให้โจทก์ตามกฎหมายนั้น เห็นว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยที่ 4 กล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ควนหินตั้งอันเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้ง ๆ ที่ที่ดินดังกล่าวโจทก์ครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านานถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในการที่โจทก์พึงมีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หากไม่มีการโต้แย้งสิทธิโดยกล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ โจทก์คงได้รับเอกสาร น.ส. 3 ก. ตามที่ได้ยื่นคำขอและคงไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องไปยื่นขอ ส.ป.ก. 4 - 01 นั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ยื่นคำขอยกเลิกเรื่องออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เองเนื่องจากได้นำที่ดินพิพาทไปขอออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) การที่จำเลยที่ 4 ดำเนินคดีต่อโจทก์จึงหาได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใดไม่ ส่วนการที่โจทก์ถูกเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ทั้งสองฉบับตามข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์คือโจทก์ขาดคุณสมบัติเนื่องจากโจทก์ไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างยืนยันว่าโจทก์เป็นเกษตรกรแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์นั้น การที่โจทก์สมัครใจยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นถือว่า โจทก์ยอมรับว่าจำเลยที่ 5 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 36 ทวิ เพราะหากที่ดินพิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่จำเลยที่ 5 ไม่อาจนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ จนกว่าจะได้จัดซื้อหรือเวนคืนมาเป็นของจำเลยที่ 5 เสียก่อน ที่จำเลยที่ 5 อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 5 จึงมิได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใดเช่นกัน

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาโจทก์มีว่า จำเลยที่ 5 ฟ้องแย้งขับไล่โจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีที่โจทก์ฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชหรือไม่ เห็นว่า กรณีที่จะเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 นั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ ประการแรกคู่ความคดีหลังเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีแรก ประการที่สอง คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแรกต้องถึงที่สุดก่อนฟ้องคดีหลัง ประการที่สาม ประเด็นข้อพิพาทในคดีแรกและคดีหลังเป็นอย่างเดียวกันทั้งได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแรกแล้ว จะขาดหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หลังจากจำเลยที่ 5 มีหนังสือแจ้งการสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์และบริวารออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จึงนำคดีไปฟ้องจำเลยที่ 5 ต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช และศาลดังกล่าวมีคำสั่งรับฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 5 ที่ขอให้พิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งหรือมติของจำเลยที่ 5 ที่สั่งให้โจทก์และบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ดังนี้ประเด็นข้อพิพาทของศาลดังกล่าวมีเพียงว่า คำสั่งของจำเลยที่ 5 ดังกล่าวชอบหรือไม่ ส่วนคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมมีประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ จึงเป็นคนละประเด็นและคนละเขตอำนาจศาลกัน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อกฎหมายดังที่กล่าวมา ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 5 จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายตามฎีกาโจทก์มีว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีสิทธิฟ้องแย้งขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วฟังได้ว่า เดิมที่ดินพิพาททั้งสองแปลง จำเลยที่ 5 เคยออกหนังสืออนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ต่อมาคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาคุณสมบัติของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากโจทก์ไม่ได้เป็นเกษตรกร จำเลยที่ 5 จึงมีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงมีผลทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงดังกล่าว ที่โจทก์อ้างว่าหากเห็นว่าโจทก์ไม่มีคุณสมบัติการเป็นเกษตรกร จำเลยที่ 5 ก็ชอบที่จะเพิกถอนและเรียกคืนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เท่านั้น ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่โจทก์นั้นหาได้ไม่ เพราะที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 5 แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากนายวรชาติ และนายสุทธวัชร อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต พยานจำเลยเบิกความยืนยันว่า ที่ดินพิพาทแปลงแรกอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง ส่วนที่ดินพิพาทแปลงที่ 2 ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพียงบางส่วนเนื้อที่ 4 ไร่ 33 ตารางวา และอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 14 ตารางวา เป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์มีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 4 ดังนั้น จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงมีสิทธิฟ้องแย้งขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งในส่วนฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ที่อยู่

ม. 10
Phuket
83130

เบอร์โทรศัพท์

0949464333

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายภูเก็ตปรึกษาฟรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์