03/08/2026
ฟ้องหย่าเหตุอีกฝ่ายมีชู้ เรียกได้ทั้งค่าทดแทน ,ค่าเลี้ยงชีพสูงสุด 15 ปี,และค่าเลี้ยงดูบุตรตามช่วงวัย
🚨🚨🚨🚨🚨🚨
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247-3248/2568 (เล่ม 7 หน้า 1456) ประเด็นข้อพิพาทเกิดขึ้นจากคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยที่ 1 แล้วว่า จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ อันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) หรือไม่ แม้ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นว่า จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือทำร้ายร่างกายโจทก์ หรือเหยียดหยามบุพการีของโจทก์ เป็นการกำหนดประเด็นโดยใช้ถ้อยคำตามกฎหมายมาตรา 1516 (1) และ(3) ไว้โดยย่อก็ตาม คดีย่อมมีประเด็นพิพาทว่า จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณตามฟ้อง อันเป็นเหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) หรือไม่
ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่ากันด้วยเหตุจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูจำเลยที่ 2 ฉันภริยาและร่วมประเวณีกับจำเลยที่ 2 เป็นอาจิณตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 1 ได้ ตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง เมื่อเหตุหย่าเกิดจากความผิดของจำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้โจทก์ยากจนลงเพราะไม่มีรายได้ที่เคยได้รับ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพจากจำเลยที่1ได้ ทั้งนี้การหย่าโดยคำพิพากษามีผลนับแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามมาตรา 1531 วรรคสอง ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดค่าเลี้ยงชีพให้จำเลยที่ 1 จ่ายแก่โจทก์เป็นรายเดือนนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าโจทก์จะทำการสมรสใหม่ แต่มีกำหนดระยะเวลา ไม่เกิน 15 ปี
ป.พ.พ.มาตรา 1564 กำหนดให้บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ และมาตรา 1598/38 กำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างบิดามารดากับบุตร ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี ทั้งการกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูต้องอยู่บนสภาพความเป็นอยู่ในแต่ละช่วงวัยของบุตรผู้เยาว์ในฐานะผู้รับด้วย ศาลฎีกาเห็นควรกำหนดให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์แก่โจทก์เป็นรายเดือนในแต่ละช่วงวัยจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ