20/08/2026
สะเทือนทั้งวงการ! อังกฤษสั่งลุยตรวจร้านอาหาร-เทคอะเวย์ ปรับหนัก 60,000 ปอนด์ต่อหัว ใน 6 เดือน โดนแล้วรวมกว่า 74 ล้าน! (3,315 ล้านบาท) แถมมีกฎใหม่บังคับตรวจสิทธิ์ทำงานเริ่ม 1 ตุลาคมนี้
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสหราชอาณาจักร (Immigration Enforcement) ออกค่าปรับทางแพ่งแก่นายจ้างรวมกันกว่า 74 ล้านปอนด์ (3,315 ล้านบาท) ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
โดยกลุ่มที่ถูกปรับหนัก ได้แก่ ภาคความงาม ค้าปลีก และ hospitality โดยเฉพาะร้านอาหาร
ตัวเลขนี้มาพร้อมกับการเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามแรงงานผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
หลังจากรัฐบาลพรรคแรงงานเข้ามามีอำนาจ การบุกตรวจสถานประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2025 เพียงปีเดียวมีการบุกตรวจกว่า 12,800 ครั้ง และจับกุมเกือบ 9,000 คน
ร้านอาหาร-เทคอะเวย์-คาเฟ่ ถูกตรวจมากที่สุด
ข้อมูลของ Home Office ระบุว่า กลุ่ม “Restaurants, takeaways and cafes” ถูกบุกตรวจสูงสุดในปี 2025 ถึง 3,559 ครั้ง และมีการจับกุมประมาณ 2,500 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงสุดในทุกภาคธุรกิจ
ค่าปรับต่อคนงานสูงสุดอยู่ที่ 45,000 ปอนด์ (2.02 ล้านบาท) สำหรับครั้งแรก และ 60,000 ปอนด์ (2.69 ล้านบาท) หากเป็นกรณีซ้ำ
นอกจากนี้ยังอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์หรือเปิดดึก ถูกตัดสิทธิ์เป็นกรรมการบริษัท และในกรณีร้ายแรงอาจถูกฟ้องทางอาญา โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
หลายร้านถูกเผยแพร่รายชื่อในรายงานสาธารณะของ Home Office ทำให้เกิดความเสียหายด้านชื่อเสียง บางแห่งต้องปิดกิจการหรือเปลี่ยนชื่อบริษัทเพื่อเลี่ยงหนี้ค่าปรับ
ในปี 2025 มีการออกค่าปรับทางแพ่งทั้งประเทศกว่า 2,400 ครั้ง รวมมูลค่าเกิน 130 ล้านปอนด์ (5,824 ล้านบาท)
กฎใหม่เริ่ม 1 ตุลาคม 2026 – กระทบงานยืดหยุ่นหนัก
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 บริษัทที่จ้างงานในรูปแบบ gig economy, zero-hours หรือแรงงานแบบยืดหยุ่น (รวมถึงภาคจัดส่งอาหาร) จะมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องตรวจสอบสิทธิ์การทำงานในสหราชอาณาจักร (Right to Work checks) ของทุกคนที่ทำงานในนามของตน
กฎนี้ปิดช่องว่างที่เคยมี โดยขยายความรับผิดไปถึงพนักงานชั่วคราว พนักงาน agency และแรงงานผ่านแพลตฟอร์ม หากไม่ปฏิบัติตาม โทษปรับจะเท่ากับกรณีจ้างพนักงานประจำโดยตรง คือสูงสุด 60,000 ปอนด์ (2.69 ล้านบาท) ต่อคน
ร้านอาหารซึ่งพึ่งพาแรงงาน zero-hours และ casual staff เป็นจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งในด้านต้นทุนการตรวจสอบเอกสารและภาระงานบริหารจัดการ
ผลกระทบต่อธุรกิจ
เจ้าของร้านอาหารหลายรายเผชิญความเสี่ยงสูงขึ้น เนื่องจากนอกจากค่าปรับที่อาจทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก-กลางล้มได้แล้ว ยังต้องรับมือกับความยากในการหาพนักงานและความกังวลเรื่องการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น
ในทางกลับกัน ร้านที่ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดจะได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะคู่แข่งที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายถูกตัดออกจากตลาดมากขึ้น
Home Office ยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่าการจ้างแรงงานผิดกฎหมายเป็นแรงจูงใจสำคัญของการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมให้กับนายจ้างที่ละเมิดกฎหมาย
ผลกระทบต่อภาคบริการไทย ในสหราชอาณาจักร
จากมาตรการปราบปรามแรงงานผิดกฎหมายและกฎใหม่ Right to Work ของอังกฤษ มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้
1. แรงงานไทยที่ทำงานในสหราชอาณาจักร
• ร้านอาหารไทยในอังกฤษมีจำนวนมาก (ประมาณ 3,400 แห่ง) และหลายแห่งจ้างแรงงานไทยทั้งแบบประจำ ชั่วคราว หรือ zero-hours
• หลัง 1 ตุลาคม 2026 การตรวจสิทธิ์ทำงานจะเข้มงวดขึ้นกับพนักงานทุกประเภท รวมถึงงานยืดหยุ่นและ แรงงานไทยที่เอกสารไม่ครบหรือวีซ่าหมดอายุมีความเสี่ยงถูกจับกุมและถูกส่งกลับสูงขึ้น
• งานในครัว เสิร์ฟ หรือจัดส่งอาหาร ซึ่งเคยมีช่องว่างให้แรงงานผิดกฎหมายทำงานได้ง่ายขึ้น จะถูกปิดมากขึ้น
• ผู้ที่ทำงานถูกกฎหมายต้องเตรียมเอกสารและ share code ให้พร้อม เพราะนายจ้างจะตรวจเข้มขึ้นเพื่อเลี่ยงค่าปรับสูง (45,000–60,000 ปอนด์ หรือ 2–2.7 ล้านบาท ต่อคน)
2. เจ้าของร้านอาหารไทยในอังกฤษ
• ร้านอาหารเป็นภาคที่ถูก Home Office บุกตรวจมากที่สุด (3,559 ครั้งในปี 2025)
• ความเสี่ยงสูงที่จะโดนค่าปรับหนัก หากมีพนักงานที่สิทธิ์ทำงานไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตขายแอลกอฮอล์หรือเปิดดึก และชื่อเสียจากการถูกเผยแพร่ในรายงานสาธารณะ
• ต้นทุนการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น เพราะต้องตรวจสอบและเก็บหลักฐาน Right to Work ของพนักงานทุกคน (รวม zero-hours และ agency)
• ร้านขนาดเล็ก-กลางที่พึ่งพาแรงงานยืดหยุ่นอาจได้รับผลกระทบหนักกว่า เพราะเงินทุนหมุนเวียนจำกัด
3. ผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทย
• แรงงานที่ถูกส่งกลับอาจกลับมาเพิ่มแรงกดดันในตลาดแรงงานภาคบริการในไทย ซึ่งขณะนี้ก็กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานไทยอยู่แล้ว (หลายร้านในไทยต้องพึ่งพาแรงงานเมียนมาและลาว)
• ในทางบวก
อาจช่วยลดปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบแรงงานไทยบางส่วนที่เคยถูกนายจ้างอังกฤษเอาเปรียบเรื่องค่าแรงหรือเอกสาร
ดังนั้นภาคบริการไทยที่ในอังกฤษ โดยเฉพาะร้านอาหารไทยใน UK และแรงงานไทย จะได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งในด้านโอกาสการจ้างงาน ความเสี่ยงทางกฎหมาย และต้นทุนการทำธุรกิจ
สำหรับแรงงานไทยที่ยังทำงานในอังกฤษ ควรตรวจสอบสถานะวีซ่าและสิทธิ์ทำงานของตนเองให้ชัดเจน
ส่วนเจ้าของร้านควรเร่งจัดระบบตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องก่อนกฎใหม่มีผลในเดือนตุลาคมนี้
เคดิต Amthaipaper (หนังสือพิมพ์ไทยในอังกฤษ)
#แอมไทย See