25/03/2024
เกี่ยวกับ การประกอบกิจการร้านคาราโอเกะในราชอาณาจักรไทย
เห็นว่า การประกอบกิจการร้านคาราโอเกะในประเทศไทยนั้น มี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
ก) ร้านคาราโอเกะ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑ (ไม่สามารถให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
ข) ร้านคาราโอเกะ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3 (4) (ข) (สามารถจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้)
ดังนั้น หน่วยงานรับผิดชอบ ต้องพิจารณาจากพระราชบัญญัติที่ขออนุญาตและได้รับอนุญาต กล่าวคือ
- ตามข้อ ก) คือ
*** กระทรวงวัฒนธรรม โดย ผู้ว่าราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑
*** กลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เป็นกลุ่มงานที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติงานตาม พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑
- ตามข้อ ข) คือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ
*** ข้อสังเกตเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบกิจการ
ข้อ 1. กรณีการโอนให้โดยเสน่หา ไม่ใช่กรณีโอนด้วยการตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยมรดกและพินัยกรรม ดังนั้น การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการด้วยวิธีให้โดยเสน่หาจึงไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย เพราะเนื่องจากพระราชบัญญัติสถานบริการ กำหนดวิธีการเฉพาะการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ย้าย หรือแก้ไขต่อเติมสถานบริการไว้ ทั้งนี้ตามมาตรา ๑๓ ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการย้าย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสถานบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ 2. การปล่อยให้เช่าใบอนุญาตสถานบริการ (ไม่สามารถกระทำได้)
*** คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3652/2541 ตามสัญญาเช่าฉบับพิพาทมีข้อความระบุว่า ผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ตกลงให้เช่าและผู้เช่าตกลงกันเช่าสถานที่บริการและใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการของผู้ให้เช่ามีกำหนดเวลา 3 ปี โดยผู้เช่าตกลงชำระค่าเช่าสถานที่และใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในปีแรกเดือนละ 45,000 บาท และในปีต่อ ๆ ไปในอัตราค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท ตลอดไป ในวันทำสัญญานี้ผู้เช่าตกลงชำระค่าเช่าล่วงหน้าแก่ผู้ให้เช่าไว้ และผู้ให้เช่าคิดเงินพิเศษค่าเช่าดำเนินกิจการเป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท โดยผู้ให้เช่าตกลงยกอุปกรณ์ในการประกอบกิจการที่มีอยู่ในสถานที่เช่าทั้งหมดแก่ผู้เช่า และตกลงให้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการของผู้ให้เช่าเป็นสาระสำคัญยิ่งของสัญญาเช่านี้ และผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตต่อทางราชการให้ใบอนุญาตมีผลใช้ได้ตาม กฎหมายอยู่เสมอตลอดระยะเวลาเช่าในสัญญาและคำมั่นจะให้เช่าจนครบ 10 ปีด้วยและผู้ให้เช่าต้องไม่นำใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการนี้ไปดำเนินกิจการเอง หรือยินยอมอนุญาตให้ผู้อื่นดำเนินกิจการนี้ด้วยวิธีการใด ๆ อีกเป็นอันขาด ถ้าสถานบริการถูกรื้อถอนหรือมีเหตุทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการในสถานที่ดังกล่าวได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดเป็นเหตุให้ผู้เช่าต้องย้ายสถานที่บริการจากสถานที่ไปอยู่อีกแห่งหนึ่ง ผู้ให้เช่าจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอย้ายสถานบริการจากสถานที่เช่า ไปอยู่ยังสถานที่แห่งอื่นที่ผู้เช่าประสงค์โดยปราศจากข้อโต้แย้งทั้งสิ้น โดยผู้ให้เช่าตกลงคิดค่าเช่าในการให้ผู้เช่าใช้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในสถานที่แห่งใหม่เพียงอย่างเดียวในอัตราค่าเช่าเดือนละ 10,000 บาท ไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่านี้ และคำมั่นจะให้เช่าจนครบ 10 ปี และให้ยกเลิกอัตราค่าเช่าไปโดยปริยายหากสถานที่เช่าและใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการของผู้ให้เช่าตกทอดไปถึงทายาทหรือบุคคลอื่นในระหว่างอายุสัญญาเช่านี้หรือตามคำมั่นจะให้เช่าจนครบ 10 ปี สัญญาเช่านี้คงมีผลผูกพันไปถึงทายาทหรือบุคคลอื่นโดยผู้ให้เช่าต้องแจ้งให้ทายาทหรือบุคคลอื่นทราบถึงสัญญา
“เห็นได้ว่า คู่กรณีมิได้มีเจตนาที่จะให้โจทก์เข้าไปดำเนินกิจการแทนในฐานะผู้จัดการเท่านั้น แต่มีลักษณะเป็นการโอนสิทธิการได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการให้แก่กัน โดยมีการตกลงซื้อขายอุปกรณ์ในการประกอบกิจการให้แก่กันและคู่กรณีมีเจตนาโดยชัดแจ้งที่จะให้โจทก์ดำเนินกิจการตามใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการโดยทำเป็นสัญญาเช่าการที่โจทก์ชำระค่าเช่าล่วงหน้าก็ดี ชำระค่าอุปกรณ์ที่ใช้ ในการประกอบกิจการสถานบริการตลอดจนค่าตกแต่งสถานบริการก็ดี ก็เพื่อประโยชน์ในการประกอบ กิจการสถานบริการของโจทก์เท่านั้น กรณีจึงมิใช่เป็นเรื่องสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าตามฎีกาของโจทก์แต่อย่างใดไม่ สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและฝ่าฝืนต่อ พระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ. 2509 จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โจทก์จึงไม่มีสิทธิอ้างข้อสัญญาเพื่อเรียกค่าเสียหายจากจำเลย กรณีจำเลยปฏิบัติผิดสัญญา ส่วนเงินค่าตอบแทนการได้เข้าดำเนินกิจการและการยกอุปกรณ์ และทรัพย์สินในการประกอบกิจการให้แก่กัน และได้มีโอนส่งมอบสถานที่ อุปกรณ์ และทรัพย์สินให้แก่กันไปแล้ว จึงเป็นเงินที่โจทก์ได้ชำระไปเพื่อให้การดำเนินกิจการที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายบรรลุผล โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องคืนจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 สำหรับเงินลงทุนของโจทก์ เมื่อไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาบำรุงหรือซ่อมแซมทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 416 จำเลยผู้เป็นเจ้าของทรัพย์จึงไม่ต้องรับผิดใช้คืนแก่โจทก์”
ข้อ 3. หากเจ้าของปัจจุบันมีความต้องการที่จะขายร้านคาราโอเกะไม่ว่าประเภทใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถกระทำได้ จะต้องดำเนินการด้วยวิธีการแจ้งขอยกเลิกการได้รับอนุญาตรายชื่อเดิมที่ได้รับอนุญาตออกไปเสียก่อนด้วยเหตุผลว่ามีการขายกิจการให้แก่ผู้ซื้อ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จผู้ซื้อกิจการใหม่จะต้องแจ้งขออนุญาตประกอบกิจการนั้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งแนวทางในการอนุญาตโดยปกติจะอาศัยฐานข้อมูลเดิมตามที่เคยได้รับอนุญาตเป็นหลักในการพิจารณา กล่าวคือ หากสถานบริการที่ได้รับอนุญาตเดิมนั้น ปัจจุบันยังปฏิบัติครบหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่ย่อมได้รับการพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่อย่างไรก็ตามยังคงเป็นเรื่องอำนาจดุลพินิจของคณะกรรมการผู้มีอำนาจไม่อนุญาตได้ เนื่องจากเป็นเรื่องการขอออกใบอนุญาตใหม่จากผู้ซื้อคนใหม่นั้นเอง
*** ความเสี่ยงที่อาจจะได้รับ การขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านคาราโอเกะตามกฎหมายสถานบริการใหม่นั้น สถานบริการต้องได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดด้วยการพิจารณาจากฐานข้อมูลเดิม และอาจตรวจสอบสถานที่เพื่อพิจารณากำหนดออกใบอนุญาตด้วย
*** ผู้ซื้อใหม่ จะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบโดยแท้จริงนับตั้งแต่มีชื่อปรากฏเป็นผู้ประกอบกิจการนั้นในกรณีเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย
*** หากเพียงตั้งตัวแทนเพื่อมากำกับดูแล เจ้าของผู้มีชื่อเป็นเจ้าของใบอนุญาตประกอบกิจการยังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่เมื่อเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย เนื่องจากยังคงเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายอยู่เช่นเดิมนั้นเอง
ข้อ 4. มีเพียงกรณีเดียวที่โอนกิจการแก่กันได้ ด้วยวิธีผู้ที่ได้รับอนุญาตเสียชีวิตและทายาทประสงค์จะดำเนินกิจการสถานบริการต่อไป ผู้จัดการมรดกหรือทายาท มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา 6 ไม่ปรากฏประวัติการกระทำความผิดตามกฎกระทรวง... ก็มีสิทธิยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งสถานได้
#การประกอบกิจการร้านคาราโอเกะในราชอาณาจักรไทย
#เสือปันติดปีก #สาระน่ารู้ #กฎหมาย #กฎหมายน่ารู้