29/06/2026
คำนวณภาษีการรับมรดก ที่คนรวยต้องรู้
สมบุญ อินทนนท์ ผู้เขียน / ชาตรี ส่งสัมพันธ์ บรรณาธิการ
เมื่อมูลค่าทรัพย์มรดกสุทธิที่ทายาทได้รับจากเจ้ามรดกมีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท กฎหมายย่อมกำหนดให้ทายาทผู้รับประโยชน์มีหน้าที่ต้องนำมูลค่าทรัพย์สินในส่วนที่เกินนั้น มาเข้าสู่กระบวนการคำนวณภาษีการรับมรดกตามอัตราที่พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 กำหนดไว้
ทั้งนี้ การคำนวณภาษีดังกล่าวมีหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าทรัพย์สินแต่ละประเภท รวมถึงอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ามรดกและทายาท ซึ่งคำถามที่ตามมาคือ กฎหมายมีวิธีนับมูลค่าทรัพย์สินแบบไหน ส่วนที่เกินต้องนำมาคำนวณด้วยอัตราภาษีเท่าไหร่ อย่างไร
ในการคำนวณมูลค่าทรัพย์มรดกที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกนั้น รายการทรัพย์มรดกมีจำนวนมาก จึงขอยกตัวอย่างทรัพย์สินบางรายการ ตามมาตรา 15 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้ถือเอาตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน หักด้วยภาระที่ถูกรอนสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
2. หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ถือเอาราคาของหลักทรัพย์นั้นในเวลา สิ้นสุดเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ได้รับมรดก
3. ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร ตั๋วเงิน หุ้นกู้ ให้ใช้มูลค่าดังต่อไปนี้ (1) กรณีที่มีการจำหน่ายครั้งแรกต่ำกว่าราคาไถ่ถอน ให้ใช้ราคาที่จำหน่ายครั้งแรก (2) กรณีที่มีการจำหน่ายครั้งแรกไม่ต่ำกว่าราคาไถ่ถอน ให้ใช้ราคาไถ่ถอน
4. รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ให้ใช้ราคาประเมินราคารถสำหรับ ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ในการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายรถดังกล่าวที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยให้คำนวณมูลค่าตามราคาเฉลี่ยระหว่างราคาประเมินสูงสุด และราคาประเมินต่ำสุดของราคาประเมินรถ ในกรณีไม่มี มูลค่าตามราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินที่ประเมินโดยบุคคล หรือหน่วยงานที่เป็นสมาชิกขององค์กรวิชาชีพเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินนั้น กรณีนอกเหนือจากนี้ ให้ถือตามราคาตลาดในวันที่ได้รับมรดก
5. เงินฝาก หรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันที่เจ้ามรดกมีสิทธิเรียกถอนคืน หรือมีสิทธิเรียกร้อง จากสถาบันการเงินหรือบุคคลที่ได้รับเงินนั้นไว้ การคำนวณมูลค่าให้ถือเอามูลค่าของเงินฝากหรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน รวมทั้งดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่จะได้รับจากเงินดังกล่าวในวันที่ได้รับมรดกนั้น
ซึ่งวิธีการคำนวณภาษี ให้นำมูลค่าทรัพย์มรดกที่ได้รับทั้งสิ้นตามการคำนวณมูลค่าทรัพย์มรดกที่กล่าวมาในข้างต้น หักลบกับภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดก หักลบกับมูลค่ามรดกที่ไม่ต้องเสียภาษี เป็นเงินจำนวน 100,000,000 บาท เท่ากับมูลค่ามรดกที่ต้องเสียภาษี แล้วนำไปคูณกับอัตราภาษี
สำหรับอัตราภาษีที่ใช้ในการคำนวณภาษีการรับมรดก ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคำนวณและเสียภาษีในอัตรา ร้อยละ 10 ของมูลค่ามรดกในส่วนที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าผู้ได้รับมรดกเป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดาน ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่ามรดกในส่วนที่ต้องเสียภาษี ตามมาตรา 16
ตัวอย่างเช่น เมื่อนำมูลค่าทรัพย์มรดกที่ได้มาหักลบกับภาระหนี้สินอันตกทอดมาแล้วคงเหลือมูลค่าเป็นเงินจำนวน 350,000,000 บาท หลังจากนั้น ให้นำไปหักลบกับมูลค่ามรดกที่ไม่ต้องเสียภาษี เป็นเงินจำนวน 100,000,000 บาท หากผู้รับมรดกเป็นคนนอก เป็นพี่น้อง หรือบุคคลอื่นที่มิได้เป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดาน จะต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 ดังนั้น ภาษีที่ต้องชำระคือ (350,000,000 - 100,000,000) x 10% = 25,000,000 บาท
อ้างอิง
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ.2558 มาตรา 15-16.
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/m77_inheritance_tax.pdf.
https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/taxes/tax-knowledge/planning-inheritance-tax.
วางแผนภาษีมรดก 2567 ให้ได้ประโยชน์ ไม่ส่งภาระให้ลูกหลาน รู้ภาษีมรดกที่ดินและวิธีคำนวณว่าต้องเสียเท่าไหร่ ค...