21/05/2026
#ต่างฝ่ายด่าทอกันไปมาอ้างเหตุบันดาลโทสะได้หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2553
เกี่ยวกับประเด็น “บันดาลโทสะ” และ “เจตนาฆ่า” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 และมาตรา 288 สามารถสรุปเป็นประเด็นข้อกฎหมายได้ดังนี้
1. ประเด็นเรื่องการเข้าร่วมทะเลาะวิวาท
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
• จำเลยเข้ามาสมทบกับฝ่ายโจทก์ร่วมก่อนเกิดเหตุ
• เมื่อเข้ามาร่วมอยู่ในเหตุการณ์แล้ว และมีการทะเลาะด่าทอซึ่งกันและกัน
• ถือว่าจำเลย “สมัครใจเข้าร่วมการทะเลาะวิวาท”
หลักกฎหมาย ผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมการวิวาท ย่อมไม่อาจอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยไม่เป็นธรรมได้ง่าย เพราะตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์
2. ประเด็นเรื่อง “บันดาลโทสะ” ตาม ป.อ. มาตรา 72 ศาลวินิจฉัยว่า
• เหตุการณ์นี้ไม่เข้าองค์ประกอบของ “การกระทำโดยบันดาลโทสะ”
• เพราะการทะเลาะเกิดจากต่างฝ่ายต่างโต้เถียงและวิวาทกัน
• มิใช่กรณีที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงโดยไม่เป็นธรรมฝ่ายเดียว
หลักสำคัญของมาตรา 72
การอ้างบันดาลโทสะ ต้องมีลักษณะว่า
1. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
2. การข่มเหงนั้นไม่เป็นธรรม
3. เกิดอารมณ์โกรธฉับพลันทันที
4. กระทำต่อเนื่องจากเหตุยั่วโทสะ
แต่คดีนี้ศาลเห็นว่า “เป็นการสมัครใจทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย” จึงใช้มาตรา 72 ไม่ได้
3. ประเด็นเรื่องการลดโทษเพราะบันดาลโทสะ
เมื่อศาลเห็นว่าไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 72
จึงมีผลว่า
• จำเลยไม่มีสิทธิขอให้ศาลลดโทษ โดยอ้างว่ากระทำเพราะบันดาลโทสะ ดังนั้นต้องรับโทษตามฐานความผิดตามข้อหาความผิดที่ได้กระทำ
4. ประเด็นเรื่อง “เจตนาฆ่า”
ศาลพิเคราะห์จาก
• อาวุธที่ใช้ คือ “มีดอีโต้”
• เป็นอาวุธร้ายแรง
• ฟันไปที่บริเวณสำคัญ ได้แก่
o ศีรษะ
o คอ
o กลางหลัง
ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย
ศาลวินิจฉัยว่า
ลักษณะการใช้อาวุธและตำแหน่งที่ฟัน แสดงให้เห็นว่า
• จำเลยเล็งเห็นผลได้ว่า
• การกระทำอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
จึงถือว่ามี “เจตนาฆ่า”
5. ประเด็นเรื่องการกระทำเพียงครั้งเดียวก็เป็นพยายามฆ่าได้
แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า
• จำเลยฟันเพียงครั้งเดียว
• และไม่ได้ซ้ำหลังผู้เสียหายล้มลง
แต่ศาลยังเห็นว่าเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า
เพราะเหตุว่า
การใช้อาวุธร้ายแรงฟันอวัยวะสำคัญอย่างแรง เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะแสดงเจตนาฆ่าได้แล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องฟันซ้ำหลายครั้งเสมอไป
อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2553
การที่จำเลยด่าแม่โจทก์ร่วมตอบโต้ไป ก่อนเข้าฟันโจทก์ร่วม เท่ากับว่าจำเลยได้ถลำเข้าไปทะเลาะวิวาทกับโจทก์ร่วมด้วยแล้ว เมื่อต่างคนต่างก็ทะเลาะด่าว่าซึ่งกันและกันเช่นนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตาม ป.อ. มาตรา 72 และไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะเพื่อให้ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดที่ได้กระทำนั้นได้
การจำเลยใช้มีดอีโต้ซึ่งเป็นมีดทำครัวขนาดใหญ่เลือกฟันอย่างแรงที่ศีรษะลำคอและกลางหลัง ซึ่งล้วนเป็นอวัยวะสำคัญจนเป็นแผลฉกรรจ์ หากรักษาไม่ทันอาจถึงแก่ความตายได้ จำเลยย่อมจะเล็งเห็นผลได้ว่าการกระทำของจำเลยอาจทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายถึงแก่ความตายได้ พฤติการณ์ชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมแล้ว แม้เมื่อโจทก์ร่วมล้มลงหมดสติไปจำเลยจะไม่ได้ฟันโจทก์ร่วมซ้ำอีกก็ตาม
ฎีกาอื่นที่เกี่ยวข้องแยกตามกฎหมายและมาตรา
ป.อ. ม. 59, ม. 72, ม. 80, ม. 288
#ทนายคดีอาญา
#ทนายน่าน
#ทนายต่อสู้คดีอาญา
#การอ้างเหตุบันดาลโทสะตามกฎหมาย