21/08/2026
#เตือนภัยกรณี #มิจฉาชีพจัดตั้งหรืออาศัย “บริษัท” ที่มีตัวตนจริงเป็นฉากบังหน้า แล้วสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน เช่น #อ้างซื้อขายสินค้าพรีออเดอร์/ #สินค้าระหว่างประเทศ #ขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ #ชักชวนลงทุน หรือ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีธุรกิจหรือไม่มีเจตนาดำเนินธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง
ในทางกฎหมายไทย ต้องแยกให้ชัดว่า การทำธุรกิจแล้วขาดทุนหรือผิดสัญญา ไม่เท่ากับฉ้อโกงเสมอไป จุดสำคัญคือพิสูจน์ให้ได้ว่า ขณะชักชวนหรือรับเงิน ผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่าข้อความที่ใช้ชักชวนเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง และใช้สิ่งนั้นทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจนส่งมอบเงิน
1. #ความผิดฐานฉ้อโกง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 โดยหลักกำหนดว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม อาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
องค์ประกอบสำคัญจึงได้แก่ มีข้อความเท็จ/ปกปิดความจริง + มีเจตนาทุจริต + #ผู้เสียหายหลงเชื่อ + มีการส่งมอบเงินหรือทรัพย์เพราะการหลอกลวงนั้น
ตัวอย่างเช่น อ้างว่า “มีสินค้าจากต่างประเทศจริง ต้องโอนเงินเพื่อสั่งสินค้า” ทั้งที่ไม่มีการสั่งสินค้าเลย หรืออ้างว่า “เงินนี้นำไปซื้อสินค้า/ลงทุนในโครงการนี้” แต่ตั้งแต่ต้นไม่มีโครงการดังกล่าว
2. #ถ้าหลอกคนจำนวนมาก #อาจเป็นฉ้อโกงประชาชน
หากไม่ได้หลอกเฉพาะบุคคล แต่ประกาศหรือโฆษณาข้อความเท็จ ต่อประชาชนทั่วไป เช่น Facebook, TikTok, เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้ามาลงทุน อาจต้องพิจารณา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เรื่องฉ้อโกงประชาชนด้วย
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะไม่ใช่ว่ามีผู้เสียหายหลายคนแล้วจะกลายเป็นฉ้อโกงประชาชนโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณา ลักษณะและวิธีการนำข้อความเท็จเข้าสู่ประชาชน ประกอบด้วย
3. #ใช้บริษัทจริง ก็ยังเป็นฉ้อโกงได้
การจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ได้รับรองว่าการลงทุนหรือธุรกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง
มิจฉาชีพอาจมีทั้งหนังสือรับรองบริษัท สำนักงาน เว็บไซต์ โลโก้ กรรมการบริษัท บัญชีธนาคารในชื่อบริษัท หรือเอกสารทางธุรกิจครบถ้วน แต่หากนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน การมีบริษัทจริง ไม่ได้ลบล้างความผิดอาญา
ยิ่งหากพิสูจน์ได้ว่า บริษัทถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดตั้งแต่ต้น จะเป็นพฤติการณ์สำคัญในการพิสูจน์ เจตนาทุจริต
4. #หลอกขายสินค้าพรีออเดอร์/ #สินค้าระหว่างประเทศ
ต้องแยกระหว่าง “ค้าขายแล้วส่งสินค้าไม่ได้” กับ “ไม่มีสินค้าตั้งแต่แรก”
ตัวอย่างพฤติการณ์ที่น่าสงสัย เช่น แสดงใบสั่งซื้อหรือเอกสารนำเข้าที่ไม่มีจริง อ้างว่ามี supplier ต่างประเทศทั้งที่ไม่มี อ้างว่าของอยู่ระหว่างขนส่งทั้งที่ไม่เคยสั่งสินค้า นำภาพสินค้าของบุคคลอื่นมาใช้ หรือรับเงินลูกค้ารายใหม่ไปหมุนจ่ายลูกค้ารายเก่า
หากพิสูจน์ได้ว่า ตั้งแต่รับเงินไม่มีเจตนาจัดหาหรือส่งมอบสินค้า แต่สร้างเรื่องขึ้นเพื่อเอาเงิน น้ำหนักในทางฉ้อโกงจะต่างจากการผิดสัญญาซื้อขายทั่วไปอย่างมาก
5. #หลอกขายหุ้น/ #หุ้นกู้/ #ชักชวนลงทุน
กรณีนี้ต้องตรวจเพิ่มว่า สิ่งที่เสนอขายเป็น หุ้น หุ้นกู้ หลักทรัพย์ หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทใด ผู้เสนอขายมีอำนาจหรือได้รับอนุญาตหรือไม่ มีการยื่นหรือรายงานต่อ ก.ล.ต. ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ฐานะทางการเงิน การใช้เงิน และผลตอบแทนเป็นความจริงหรือไม่
นอกจากประมวลกฎหมายอาญาแล้ว อาจเกี่ยวข้องกับ #พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกฎ/ประกาศของ ก.ล.ต. ซึ่งต้องพิจารณาตามประเภทหลักทรัพย์และรูปแบบการเสนอขายเป็นรายกรณี
โดยเฉพาะข้อความประเภท “รับประกันกำไร”, “ไม่มีความเสี่ยง”, “ผลตอบแทนแน่นอน” ทั้งที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ เป็นหลักฐานที่ควรเก็บไว้
6. #หลอกลงทุน
การอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ FOREX แล้วรับเงินบุคคลอื่นไปบริหารลงทุน หรือชักชวนเป็นเครือข่าย โดยรับประกันผลตอบแทนสูง ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
หากความจริง ไม่มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่สร้างบัญชี ผลกำไร หรือข้อมูลการเทรดขึ้นมาเพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม ก็อาจเข้าลักษณะฉ้อโกงได้ และอาจมีกฎหมายเฉพาะอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องตามรูปแบบการรับเงินและการลงทุน
7. พ.ร.บ. #คอมพิวเตอร์ ต้องระวังในการตั้งข้อหา
หากใช้ Facebook, LINE, เว็บไซต์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ในการหลอกลวง อาจต้องพิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 แต่ไม่ควรสรุปว่า “ฉ้อโกงออนไลน์ทุกคดี = ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”
ต้องตรวจองค์ประกอบของมาตรา 14 และข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดให้ตรงกับพฤติการณ์จริง โดยเฉพาะลักษณะข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบและผลกระทบที่เกิดขึ้น
8. ถ้าสร้างเอกสารขึ้นมาหลอก อาจมีความผิดเพิ่ม
เช่น #ปลอมใบสั่งซื้อ #ใบขนสินค้า หนังสือรับรอง ใบหุ้น #ใบหุ้นกู้ สัญญา #เอกสารการลงทุน #หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารที่อ้างว่าออกโดยหน่วยงานรัฐ
อาจต้องพิจารณาความผิดเกี่ยวกับ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 เป็นต้นไป แยกต่างหากจากความผิดฐานฉ้อโกง
9. #หลักฐานที่ควรรวบรวม
คดีลักษณะในภาพ ผมแนะนำให้เน้นหลักฐานตั้งแต่ “ก่อนโอนเงิน → ขณะโอนเงิน → หลังได้เงินไปแล้ว” ได้แก่ ข้อความ LINE/Messenger, โฆษณา, โพสต์ชักชวน, เว็บไซต์, หนังสือรับรองบริษัท, สัญญา, prospectus/เอกสารเสนอการลงทุน, หลักฐานการโอน, statement, ใบเสร็จ, เอกสารนำเข้า-ส่งออก, เอกสารหุ้นหรือหุ้นกู้ และข้อความที่ผู้กระทำชี้แจงหลังผิดนัด
โดยเฉพาะต้องหาหลักฐานว่า ข้อความใดเป็นเท็จ และความจริงคืออะไร เช่น อ้างว่ามีสินค้าแต่ตรวจพบว่าไม่มีสินค้า อ้างว่าบริษัทนำเงินไปลงทุนแต่เส้นทางการเงินกลับโอนไปบัญชีส่วนตัว เป็นต้น #ปรึกษาฟรี #ทนายกรุง #เสียหายหลายล้าน