ทนายกรุง แฟนเพจ

ทนายกรุง แฟนเพจ 💥คดีแชร์ ฉ้อโกง กู้ยืม สืบทรัพย์ ออกโนตีส งานไว ต้องทนายกรุง ส่งข้อความมาปรึกษาได้ตลอด 24 ชม.

03/06/2026

จำเลยไม่มีทรัพย์สินให้ยึดต้องทำอย่างไร #ยึดทรัพย์ #บังคับคดี #ทนายกรุง

03/06/2026

สัญญาเช่าซื้อทองจะแตกต่างกับสัญญาซื้อขายทอง

สัญญาเช่าซื้อทองกรรมสิทธิ์ในทองคำจะไม่โอนไปยังผู้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน ผู้เช่าซื้อจะไม่สามารถนำทองไปขายได้ หากนำไปขายระหว่างที่ยังชำระค่างวดไม่หมดก็จะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์หรือลักทรัพย์

แต่ถ้าเป็นสัญญาซื้อขายกรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้ซื้อทองทันที และผู้ซื้อทองสามารถนำทองไปขายได้เลย ไม่ผิดกฎหมาย

นายทุนท่านใดทำธุรกิจผ่อนทองติดต่อสอบถามข้อมูลสัญญาได้ครับ #เช่าซื้อทอง #ผ่อนทอง #ซื้อขายทอง #ทนายกรุง #ยักยอกทอง

03/06/2026

หนังสือทวงนี้มีข้อดีหลายอย่าง เจ้าหนี้ควรส่งไปหาลูกหนี้ก่อนฟ้อง จะได้ทำให้ฟ้องง่ายขึ้น และป้องกันลูกหนี้การยักย้ายถ่ายเททรัพย์หนีเจ้าหนี้ ฉบับละ 500 บาท #หนังสือทวงหนี้ #ทวงถามหนี้ #ติดตามหนี้ #ทนายกรุง #คดีกู้ยืม #ฟ้องเอาเงินคืน ทักมาสอบถามทางแชทได้เลย

 ีกาใหม่ปี68 🧠คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5734/2568 ***           #ประเด็น คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนแ...
13/05/2026

ีกาใหม่ปี68 🧠

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5734/2568 ***

#ประเด็น คดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยปรากฏว่าผู้เสียหาย #ทราบ ว่าผลตอบแทนได้มาจากการ คิดดอกเบี้ยเกินอัตรา กรณีเช่นนี้ จะกระทบอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน และอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่

#คำตอบ กรณีย่อม #ไม่กระทบ อำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน และอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ

เหตุผล

→ ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในประการต่อไปมีว่า ผู้เสียหายทั้งสี่เป็นผู้เสียหาย #โดยนิตินัยหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองเดียวกันว่า “คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าผู้เสียหายทั้งสี่ทราบว่าผลตอบแทนจาก การลงทุนเป็นอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้เสียหายทั้งสี่จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง” นั้น

→ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ #มิได้ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 แต่อย่างใด คงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกในความผิดข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

→ สำหรับความผิดข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณา รับฟังเป็นยุติว่า ผู้เสียหายทั้งสี่เป็นเพียงผู้ถูกหลอกลวงมิได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวก อันจะทำให้ผู้เสียหายทั้งสี่ไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย #ผู้เสียหายทั้งสี่จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4)

→ ส่วนความผิดข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการ #ฉ้อโกงประชาชนรัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ประกอบกับความผิดทั้งสองข้อหาดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดินมิใช่ความผิด ต่อส่วนตัวที่พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวนต่อเมื่อมีคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายทั้งสี่และไม่ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะฟ้องจำเลยทั้งหกแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลย ที่ 1 และที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

#ข้อสังเกต คดีนี้ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลเรื่องการเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยของผู้เสียหายไว้ดังนี้

• เหตุผลที่ 1 คดีนี้พนักงานอัยการฟ้องจำเลยในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกัน กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ไม่ได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราแต่อย่างใด ดังนั้น แม้ว่าผู้เสียหายจะทราบเรื่องผลตอบแทนที่มาจากดอกเบี้ยที่เกิดอัตราหรือไม่ ย่อมไม่ทำให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ( #ซึ่งประเด็นนี้วินิจฉัยสอดคล้อง กับ ฎ. 664/2566 ที่วินิจฉัยทำนองเดียวกันว่า “โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดต่อ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ หากแต่ฟ้องในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นผู้ถูกหลอกลวงโดยมิได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่จะทำให้โจทก์ร่วมไม่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ การสอบสวนจึงชอบ โจทก์มีอำนาจฟ้อง”)

• เหตุผลที่ 2 ความผิดฐาน #กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชน #รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ดังนั้น ปัญหาว่าผู้เสียหายในคดีนี้จะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือไม่ ย่อมไม่มีผลต่อผู้เสียหายในความผิดดังกล่าว

• เหตุผลที่ 3 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แม้ราษฎรจะเป็นผู้เสียหาย แต่ก็ #เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน (ไม่อาจยอมความได้) กรณีไม่ต้องการคำร้องทุกข์ตามระเบียบตามป.วิ.อ. มาตรา 121 วรรคสอง ดังนั้น คำร้องทุกข์ในความผิดดังกล่าว (รวมทั้งคำร้องทุกข์ในความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน) จะกระทำโดยผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ ย่อมไม่กระทบอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน อำนาจฟ้องของพนักงานอัยการแต่อย่างใด

เดิมศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้อีกแนวว่า เมื่อผู้เสียหายทราบเรื่องดอกเบี้ยที่เกินอัตราหรือมีการให้กู้ยืมเงินโดยคาดหวังดอกเบี้ยที่เกินอัตรา กรณีย่อมถือว่าผู้เสียหายมีเจตนาทุจริตมุ่งต่อผลประโยชน์อันเกินจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย (ฎ. 9776/2560, 134889/2553, 7869/2560, 12659/2553, 13489/2553 12530/2556, 12659/2553, 9776/2560, 2358/2564 เป็นต้น)

คัดสรรและวิเคราะห์ฎีกาโดย
ทีม 🤍

08/05/2026

#ศาลพิพากษายกฟ้องท้าวแชร์ข้อหาฉ้อโกงและพรบคอม

08/05/2026

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7497/2568
📌 เรื่อง
โพสต์เฟซบุ๊กแบบสาธารณะ 🌐
แม้ไม่ระบุชื่อผู้เสียหายตรง ๆ
แต่ถ้าคนที่รู้จักกันอ่านแล้วรู้ว่าเป็นใคร
ก็อาจเป็น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ได้
🧾 ประเด็นข้อกฎหมาย
การที่จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของตน โดยตั้งค่าการอ่านข้อความเป็นสาธารณะ แม้ไม่ได้ระบุชื่อและชื่อสกุลของผู้เสียหายโดยตรง แต่หากข้อความนั้นมีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงไปถึงผู้เสียหาย จนบุคคลที่รู้จักคู่กรณีมาก่อนย่อมทราบได้ว่าหมายถึงผู้เสียหาย จะเป็นความผิดฐาน หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หรือไม่
📝 ข้อเท็จจริง
จำเลยเป็นผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “ร.” และตั้งค่าการอ่านข้อความเป็นสาธารณะ
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 จำเลยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีถ้อยคำด่าทอใส่ความผู้ร้อง รวมถึงข้อความว่า “...เคยเป้นกระหรี่มาก่อน...”
แม้ข้อความดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อและชื่อสกุลของผู้ร้องโดยตรง แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่า ก่อนหน้านั้นจำเลยกับผู้ร้องมีสาเหตุโกรธเคืองกันและมีการฟ้องร้องคดีระหว่างกันมาก่อน อีกทั้งข้อความที่โพสต์ยังมีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงไปถึงผู้ร้อง เช่น อาการป่วยโรคมะเร็ง และความสัมพันธ์ของทั้งคู่
จึงทำให้บุคคลที่รู้จักจำเลยและผู้ร้องมาก่อน ย่อมเข้าใจได้ว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงผู้ร้อง
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7497/2568 วินิจฉัยว่า
แม้ข้อความตามฟ้องที่จำเลยโพสต์จะไม่ได้ระบุชื่อและชื่อสกุลของผู้ร้องโดยตรงก็ตาม แต่หากบุคคลที่รู้จักจำเลยและผู้ร้องมาก่อนอ่านข้อความทั้งหมดแล้ว จากข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงไปถึงผู้ร้อง ย่อมต้องทราบว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงผู้ร้อง
ข้อความที่จำเลยโพสต์ว่า “...เคยเป้นกระหรี่มาก่อน...” เป็นการใส่ความว่าผู้ร้องเคยเป็นหญิงโสเภณี เป็นคำหมิ่นประมาทที่ทำให้ผู้ร้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้
และเมื่อจำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กที่ตั้งค่าการอ่านข้อความเป็นสาธารณะ ย่อมทำให้ข้อความหมิ่นประมาทแพร่หลายสู่สาธารณชนอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว จึงเป็นการ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 📲
✅ ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท
โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
📚 สรุป
คดีนี้วางหลักว่า การโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กแบบสาธารณะ แม้ไม่ระบุชื่อผู้เสียหายตรง ๆ ก็ยังเป็นหมิ่นประมาทได้ ถ้าข้อความนั้นมีรายละเอียดเชื่อมโยงจนคนที่รู้จักคู่กรณีมาก่อนอ่านแล้วรู้ได้ว่าหมายถึงใคร
และเมื่อโพสต์นั้นเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ ก็อาจเข้าลักษณะเป็น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ได้ด้วย
📌 หมายเหตุ
นอกจากประเด็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาแล้ว คดีนี้ยังมีประเด็นเรื่อง คำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหาย ด้วย โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องจะไม่ได้ฎีกาในส่วนค่าสินไหมทดแทน แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
⚖️ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225

ในชีวิตนี้เรื่องอะไรน่ากลัวที่สุด ตอบได้คำเดียวครับ เรื่องเงิน กลัวคนโกง
06/05/2026

ในชีวิตนี้เรื่องอะไรน่ากลัวที่สุด ตอบได้คำเดียวครับ เรื่องเงิน กลัวคนโกง

04/05/2026

การใช้หนี้มันไม่เกี่ยวว่าจะมีเงินมากหรือเงินน้อย มันเกี่ยวกับสันดาน

03/05/2026

ยืมเงินแบบไหนผิดฉ้อโกง ฟังไว้เป็นอุทาหรณ์ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ #ทนายกรุงปรึกษาฟรี #หลอกยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง

20/04/2026

ใครอยากให้คนหัวหมอ เบี้ยวหนี้ ปากแจ๋ว ติดคุกๆๆ โปรดกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเร่งเวรกรรมให้ตามทันพวกขี้โกง

ที่อยู่

Nakhon Sawan
60150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายกรุง แฟนเพจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายกรุง แฟนเพจ:

แชร์

ประเภท