ทนายว่าดี

โทร เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ทนายว่าดี ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก ทนายว่าดี, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, 31/1 ม. 4 ต. ลำพยา อ. เมืองนครปฐม, Nakhon Pathom

รวมข้อสันนิษฐานตามกฎหมายแพ่ง
11/10/2026

รวมข้อสันนิษฐานตามกฎหมายแพ่ง

#รวมข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ที่นักกฎหมายควรรู้📚

ใครมีภาระการพิสูจน์? ใครได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐาน? และข้อสันนิษฐานใดสามารถนำสืบหักล้างได้?

ชวนทบทวนบทบัญญัติสำคัญในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั้งแต่เรื่องความสุจริต การชำระหนี้ กรรมสิทธิ์รวม การครอบครอง สินสมรส ไปจนถึงความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมตัวอย่างและข้อสังเกตที่ควรระวังในการนำกฎหมายไปปรับใช้

“ข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย” เป็นหลักสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาระการพิสูจน์ โดยกฎหมายกำหนดให้สันนิษฐานข้อเท็จจริงบางประการไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นโดยตรงในเบื้องต้น ทั้งนี้ ต้องพิจารณาเงื่อนไขของข้อสันนิษฐานแต่ละบทด้วย

📚1. หลักทั่วไปเกี่ยวกับข้อสันนิษฐาน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1
หลักทั่วไปคือ คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตน ฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น
แต่หากมีกฎหมายกำหนดข้อสันนิษฐานไว้ หรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์ คู่ความฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของมาตราดังกล่าว
ข้อสังเกตสำคัญ

ข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นความจริงอย่างเด็ดขาดทุกกรณี
ต้องแยกข้อสันนิษฐานที่โต้แย้งหักล้างได้ ออกจากข้อสันนิษฐานที่กฎหมายไม่เปิดให้พิสูจน์หักล้าง
ผู้ได้รับประโยชน์อาจยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ทำให้ข้อสันนิษฐานนั้นเกิดขึ้น

📚2. รวมข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

#กลุ่มที่ 1 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับบุคคลและนิติกรรม
1. สันนิษฐานว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต — มาตรา 6

กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต

ตัวอย่าง: ก. รับโอนทรัพย์สินจาก ข. หาก ค. กล่าวอ้างว่า ก. รับโอนโดยไม่สุจริต ค. ต้องมีพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างนั้น โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขของบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

ข้อสังเกต: ความสุจริตเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการกระทำทุกอย่างชอบด้วยกฎหมาย 

#กลุ่มที่ 2 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับหนี้

2. สันนิษฐานว่าได้รับชำระหนี้งวดก่อนแล้ว — มาตรา 327 วรรคหนึ่ง
หากเจ้าหนี้ออกใบเสร็จรับเงินสำหรับดอกเบี้ยหรือหนี้ที่มีกำหนดชำระเป็นระยะเวลางวดหนึ่งโดยไม่อิดเอื้อน ให้สันนิษฐานว่าได้รับชำระงวดก่อน ๆ แล้วด้วย

ตัวอย่าง: เจ้าหนี้ออกใบเสร็จรับดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนโดยไม่ทักท้วง อาจเกิดข้อสันนิษฐานว่าได้รับดอกเบี้ยงวดก่อนหน้านั้นแล้ว

3. สันนิษฐานว่าได้รับดอกเบี้ยแล้ว — มาตรา 327 วรรคสอง

หากเจ้าหนี้ออกใบเสร็จรับชำระต้นเงิน ให้สันนิษฐานว่าได้รับดอกเบี้ยแล้ว

4. สันนิษฐานว่าหนี้ระงับแล้ว — มาตรา 327 วรรคสาม

หากเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ได้เวนคืนแก่ลูกหนี้ ให้สันนิษฐานว่าหนี้นั้นระงับสิ้นไปแล้ว

ข้อสังเกต: ทั้งสามกรณีเป็นข้อสันนิษฐานที่อาจนำสืบหักล้างได้ ไม่ควรสรุปว่าหนี้ระงับเด็ดขาดเพียงเพราะมีพฤติการณ์ดังกล่าว 

#กลุ่มที่ 3 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับทรัพย์สิน

5. สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน — มาตรา 1357
เมื่อบุคคลหลายคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าแต่ละคนมีส่วนเท่ากัน

ตัวอย่าง: ก. ข. และ ค. ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน หากไม่ปรากฏสัดส่วนอื่น ให้สันนิษฐานว่าแต่ละคนมีส่วนหนึ่งในสาม

ข้อสังเกต: หากมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของรวมมีส่วนไม่เท่ากัน ย่อมหักล้างข้อสันนิษฐานได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2544 วางหลักว่าข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1357 มิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด สามารถนำสืบหักล้างได้ 
กลุ่มที่ 4 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับครอบครัว

6. สันนิษฐานว่าทรัพย์สินเป็นสินสมรส — มาตรา 1474 วรรคท้าย

หากเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือไม่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

ตัวอย่าง: คู่สมรสมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินฝากซึ่งได้มาระหว่างสมรส หากยังมีข้อสงสัยว่าเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายกำหนดข้อสันนิษฐานให้เป็นสินสมรสไว้ก่อน

ข้อสังเกต: ต้องพิจารณาหลักเรื่องสินส่วนตัวตามมาตรา 1471 ประกอบด้วย มิใช่ทรัพย์สินทุกชนิดที่ได้มาระหว่างสมรสจะเป็นสินสมรสเสมอไป 

7. สันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามี — มาตรา 1536

เด็กที่เกิดขณะหญิงมีคู่สมรส หรือภายใน 310 วันนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง อยู่ภายใต้ข้อสันนิษฐานเรื่องความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสหรืออดีตคู่สมรสตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่าง: หญิงจดทะเบียนสมรส ต่อมาหย่าและคลอดบุตรภายใน 310 วันนับแต่วันหย่า ต้องพิจารณาข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536 รวมถึงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อสังเกต: ระยะเวลา 310 วันเป็นจุดสำคัญ และต้องแยกเรื่องการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายออกจากการพิสูจน์ความเป็นบิดาทางชีวภาพ

#กลุ่มที่ 5 ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการครอบครอง

8. สันนิษฐานว่ายึดถือทรัพย์สินเพื่อตน — มาตรา 1369

บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน

ข้อสังเกต: การยึดถือเพื่อตนไม่เท่ากับการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น 

9. สันนิษฐานว่าครอบครองโดยสุจริต สงบ และเปิดเผย — มาตรา 1370

ผู้ครอบครองได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าครอบครองโดยสุจริต โดยความสงบ และโดยเปิดเผย

ข้อสังเกต: แม้มีข้อสันนิษฐานดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ทันที ต้องครบองค์ประกอบตามมาตรา 1382 ด้วย 

10. สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อในทะเบียนที่ดินมีสิทธิครอบครอง — มาตรา 1373

เมื่ออสังหาริมทรัพย์ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน ให้สันนิษฐานว่าบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

ข้อสังเกต: แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ไม่ใช่ทะเบียนที่ดินที่จะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8093/2551 วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว 

3. ข้อสังเกตสำคัญสำหรับนักกฎหมาย
- ต้องตรวจว่ามีกฎหมายบัญญัติข้อสันนิษฐานไว้โดยตรงหรือไม่

- ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงอันเป็นเงื่อนไขให้ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐาน

- ต้องพิจารณาว่าข้อสันนิษฐานนั้นสามารถนำสืบหักล้างได้หรือไม่

10/10/2026

วิชากฎหมายปกครอง ข้อ 10 เน้นการวิเคราะห์เขตอำนาจศาลปกครอง โดยต้องพิจารณาทั้งฐานะของคู่กรณี ลักษณะการใช้อำนาจ และมูลแห่งข้อพิพาท

สรุปหลักกฎหมายสำคัญ พร้อมตัวอย่างแนวข้อสอบย้อนหลังจากธงคำตอบที่รวบรวมไว้ เพื่อใช้ทบทวนและฝึกปรับบทกฎหมายกับข้อเท็จจริง

⸻

1. หน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 3

หน่วยงานทางปกครอง ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หน่วยงานอื่นของรัฐ และหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง

เจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายรวมถึงข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคล และบุคคลซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามนิยามมาตรา 3

สรุป

การวินิจฉัยเขตอำนาจศาลปกครองต้องพิจารณา 2 ส่วน คือ

1. คู่กรณีมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่
2. ข้อพิพาทเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองในลักษณะที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ข้อสอบเก่า : สมัย 57

เจ้าหน้าที่การเงินของกระทรวงดำเนินการเกี่ยวกับเช็คโดยประมาท ทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหาย และมีข้อพิพาทเกี่ยวกับธนาคารที่จ่ายเงินตามเช็ค

แนววินิจฉัยต้องแยกความรับผิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ออกจากความรับผิดของธนาคารตามความสัมพันธ์ทางแพ่ง

ข้อสังเกต

* หน่วยงานของรัฐเป็นคู่กรณี ไม่ได้หมายความว่าทุกข้อพิพาทอยู่ในอำนาจศาลปกครอง
* เหตุการณ์เดียวกันอาจมีมูลความรับผิดหลายฐาน
* ต้องวินิจฉัยเขตอำนาจศาลแยกตามมูลแห่งข้อพิพาท

⸻

2. กฎและคำสั่งทางปกครอง

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5

กฎ ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

คำสั่งทางปกครอง คือ การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลสร้างนิติสัมพันธ์หรือกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลในกรณีเฉพาะ และรวมถึงกรณีที่กำหนดในกฎกระทรวง

สรุป

กฎมีผลบังคับเป็นการทั่วไป ส่วนคำสั่งทางปกครองมุ่งหมายให้เกิดผลทางกฎหมายต่อกรณีหรือบุคคลเฉพาะ

การพิจารณาต้องดูเนื้อหาและผลทางกฎหมาย ไม่ใช่ชื่อเอกสาร

ข้อสอบเก่า : สมัย 65

เทศบาลประกาศประกวดราคาจ้างปรับปรุงอาคาร ต่อมาออกประกาศยกเลิกการประกวดราคา ผู้เข้าประกวดราคาเห็นว่าการยกเลิกไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แนววินิจฉัย

การยกเลิกการประกวดราคาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก่อนเกิดสัญญาเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการยกเลิกจึงอยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)

ข้อสังเกต

* การกระทำในขั้นตอนก่อนเกิดสัญญาต้องแยกจากข้อพิพาทตามสัญญา
* แม้สัญญาที่จะทำในอนาคตเป็นสัญญาทางแพ่ง การใช้อำนาจยกเลิกประกวดราคาอาจเป็นข้อพิพาททางปกครอง
* อย่าสับสนระหว่างคำสั่งทางปกครองกับการบอกเลิกสัญญา

⸻

3. ผลของคำสั่งทางปกครองและการอุทธรณ์

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ

มาตรา 42 คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง และมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือเหตุอื่น

มาตรา 44 กรณีคำสั่งทางปกครองไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรี และไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นการเฉพาะ คู่กรณีต้องอุทธรณ์ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยหลักภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

สรุป

คำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอาจยังมีผลบังคับอยู่

การอุทธรณ์คำสั่งโดยหลักไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ

หากมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนการอุทธรณ์หรือแก้ไขความเดือดร้อนไว้โดยเฉพาะ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนั้นก่อนฟ้องคดีตามเงื่อนไขของมาตรา 42 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

ข้อสอบเก่า : สมัย 66

เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้เจ้าของอาคารรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าของอาคารเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้อุทธรณ์ภายในกำหนด

แนววินิจฉัย

ต้องพิจารณาผลบังคับของคำสั่งและขั้นตอนการอุทธรณ์ตามกฎหมายควบคุมอาคารประกอบกับกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

การเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ทำให้คำสั่งสิ้นผลโดยอัตโนมัติ

ข้อสังเกต

* คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ≠ คำสั่งไม่มีผลบังคับ
* การอุทธรณ์ ≠ การทุเลาการบังคับตามคำสั่ง
* ต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะก่อนใช้มาตรา 44
* การไม่ดำเนินการตามขั้นตอนอุทธรณ์อาจกระทบสิทธิฟ้องคดี

⸻

4. คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หลักกฎหมาย

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)

ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด ตามเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายที่บัญญัติไว้

สรุป

เหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่

1. กระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่
2. กระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
3. กระทำไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ
4. กระทำโดยไม่สุจริต
5. เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
6. สร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้ประชาชนเกินสมควร
7. ใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

ข้อสอบเก่า : สมัย 65

เทศบาลยกเลิกการประกวดราคาโดยผู้เข้าประกวดราคาเห็นว่าไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย

ต้องวินิจฉัยว่าการยกเลิกประกวดราคาเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือไม่ และมีเหตุไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) หรือไม่

ข้อสังเกต

การฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองต้องแยกจากการฟ้องเรียกค่าเสียหาย แม้ทั้งสองคำขอจะเกิดจากการกระทำเดียวกัน

⸻

5. คดีละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

หลักกฎหมาย

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2)

คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

สรุป

ต้องพิจารณาว่า

1. กฎหมายกำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือไม่
2. หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ละเลยหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรหรือไม่
3. ผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำดังกล่าวหรือไม่

ข้อสอบเก่า : สมัย 71

เทศบาลละเลยการจัดให้มีแสงสว่างบนถนน ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ

แนววินิจฉัย

หากเป็นการละเลยหน้าที่ตามกฎหมายของเทศบาลจนเกิดความเสียหาย ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)

ข้อสังเกตสำคัญ

* ฟ้องให้หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ พิจารณามาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2)
* ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเลยหน้าที่ พิจารณามาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)
* ต้องแยกฐานคดีตามลักษณะความรับผิดและคำขอของผู้ฟ้อง

⸻

6. คดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานรัฐ

หลักกฎหมาย

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)

คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

สรุป

การเรียกค่าเสียหายจากรัฐไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลปกครองทุกกรณี ต้องพิจารณาว่ามูลความรับผิดเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่

ข้อสอบเก่า : สมัย 63

กรุงเทพมหานครจัดทำท่อระบายน้ำโดยไม่ดูแลให้ปลอดภัย ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ

แนววินิจฉัย

เมื่อเป็นความเสียหายจากการละเลยหน้าที่ตามกฎหมายของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นคดีละเมิดที่อยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)

ข้อสอบเก่า : สมัย 70

นายอำเภอดำเนินการจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองโดยไม่ชอบ ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับมรดกเสียหาย

แนววินิจฉัย

ต้องพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่หรือไม่

ข้อสอบเก่า : สมัย 73

กรุงเทพมหานครดำเนินการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่การดำเนินการทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย

แนววินิจฉัย

แม้การระบายน้ำเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจมีความรับผิดอย่างอื่นจากการกระทำดังกล่าวได้ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

ข้อสังเกต

* การกระทำชอบด้วยกฎหมาย ≠ ไม่มีความรับผิดเสมอไป
* ความรับผิดทางละเมิด ≠ ความรับผิดอย่างอื่น
* ต้องพิจารณาเหตุแห่งความรับผิด ไม่ใช่พิจารณาเพียงผลความเสียหาย

⸻

7. สัญญาทางปกครอง

หลักกฎหมาย

มาตรา 3 และมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)

สัญญาทางปกครองหมายรวมถึงสัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือสัญญาแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามแนวคำวินิจฉัยเกี่ยวกับสัญญาที่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองด้วย

สรุป

การวินิจฉัยสัญญาทางปกครองต้องพิจารณา

1. ฐานะคู่สัญญา
2. วัตถุประสงค์ของสัญญา
3. เนื้อหาและภาระหน้าที่ตามสัญญา
4. ความเกี่ยวข้องกับการจัดทำบริการสาธารณะหรือสิ่งสาธารณูปโภค
5. ลักษณะของข้อพิพาทตามสัญญา

ข้อสอบเก่า : สมัย 56

สำนักงานศาลยุติธรรมจ้างเอกชนก่อสร้างอาคารสำนักงาน และมีธนาคารออกหนังสือค้ำประกัน

แนววินิจฉัย

สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารสำนักงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำบริการสาธารณะเป็นสัญญาทางปกครอง

แต่สัญญาค้ำประกันของธนาคารเป็นสัญญาทางแพ่ง

ข้อสังเกต: สัญญาหลักเป็นสัญญาทางปกครอง ไม่ได้ทำให้สัญญาอุปกรณ์เป็นสัญญาทางปกครองโดยอัตโนมัติ

ข้อสอบเก่า : สมัย 58

มหาวิทยาลัยของรัฐทำสัญญาให้เอกชนจำหน่ายอาหารภายในมหาวิทยาลัย

แนววินิจฉัย

สัญญาอนุญาตให้จำหน่ายอาหารตามข้อเท็จจริงในโจทย์เป็นสัญญาทางแพ่ง เพราะไม่ได้มอบหมายให้เอกชนจัดทำบริการสาธารณะโดยตรง

ข้อสังเกต: การทำสัญญาภายในหน่วยงานรัฐ ไม่ได้ทำให้สัญญาเป็นสัญญาทางปกครอง

ข้อสอบเก่า : สมัย 59

รัฐวิสาหกิจจ้างเอกชนก่อสร้างรถไฟฟ้า และจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบและควบคุมงาน

แนววินิจฉัย

สัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าเป็นสัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค ส่วนสัญญาที่ปรึกษาออกแบบและควบคุมงานมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค จึงมีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองเช่นกัน

ข้อสังเกต: ผู้รับจ้างไม่จำเป็นต้องลงมือก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคด้วยตนเองเสมอไป

ข้อสอบเก่า : สมัย 62

บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จ้างเอกชนก่อสร้างพื้นคอนกรีตเพื่อใช้ในกิจการไปรษณีย์

แนววินิจฉัย

ต้องพิจารณาว่าสัญญามีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดทำบริการสาธารณะหรือไม่ รวมถึงฐานะของบริษัทไปรษณีย์ไทยตามกฎหมาย

ข้อสังเกต: อย่าพิจารณาเพียงชื่อหรือรูปแบบการจัดตั้งองค์กร

ข้อสอบเก่า : สมัย 68

เทศบาลเช่ารถกวาดดูดฝุ่นจากเอกชน โดยสัญญาบางฉบับกำหนดให้เอกชนจัดพนักงานขับรถและร่วมดำเนินการทำความสะอาดถนน

แนววินิจฉัย

สัญญาเช่ารถเพียงอย่างเดียวเป็นสัญญาทางแพ่ง แต่สัญญาที่ให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะโดยตรงอาจเป็นสัญญาทางปกครอง

ข้อสังเกต: ข้อเท็จจริงที่เพิ่มหน้าที่ให้เอกชนจัดทำบริการสาธารณะ อาจทำให้ผลการวินิจฉัยเปลี่ยนไป

ข้อสอบเก่า : สมัย 69

เทศบาลซื้อกล้อง CCTV พร้อมติดตั้งจากบริษัทเอกชน

แนววินิจฉัย

สัญญาซื้อขายพัสดุทั่วไปเป็นสัญญาทางแพ่ง แม้หน่วยงานจะนำพัสดุไปใช้ในภารกิจของรัฐ

ข้อสังเกต: การซื้อของเพื่อใช้ในงานบริการสาธารณะ ไม่ใช่การมอบหมายให้เอกชนจัดทำบริการสาธารณะเสมอไป

ข้อสอบเก่า : สมัย 72

องค์การบริหารส่วนจังหวัดจ้างเอกชนก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ และทำข้อตกลงรับเงินสนับสนุนค่าก่อสร้างจากสหกรณ์

แนววินิจฉัย

สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อจัดทำบริการสาธารณะเป็นสัญญาทางปกครอง แต่ข้อตกลงสนับสนุนเงินค่าก่อสร้างต้องพิจารณาแยกต่างหาก ซึ่งตามข้อเท็จจริงในโจทย์เป็นข้อพิพาททางแพ่ง

ข้อสังเกต: โครงการเดียวกันอาจมีหลายสัญญา และอยู่ในเขตอำนาจศาลต่างกัน

⸻

8. การแยกเขตอำนาจศาลปกครองกับศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

มาตรา 9 และมาตรา 42 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

สรุป

การพิจารณาว่าข้อพิพาทอยู่ในอำนาจศาลใด ต้องพิจารณาลักษณะของการกระทำและมูลแห่งข้อพิพาทเป็นสำคัญ

ข้อสอบเก่า : สมัย 61

เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามกระบวนการบังคับคดี

แนววินิจฉัย

การดำเนินการในกระบวนการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่การใช้อำนาจทางปกครองทั่วไป ต้องพิจารณาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสังเกต: เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ใช้อำนาจทางปกครองในทุกกรณี

ข้อสอบเก่า : กรณีกรมทางหลวงจ้างเอกชนซ่อมถนน

กรมทางหลวงจ้างบริษัทเอกชนซ่อมแซมถนน ต่อมาประชาชนได้รับความเสียหายจากบริเวณก่อสร้าง

แนววินิจฉัย

หากกรมทางหลวงละเลยหน้าที่ตามกฎหมายจนเกิดความเสียหาย เป็นข้อพิพาทที่อาจอยู่ในอำนาจศาลปกครอง

แต่การฟ้องบริษัทเอกชนผู้รับจ้างจากการกระทำละเมิดของบริษัทเอง โดยหลักเป็นข้อพิพาททางแพ่ง

ข้อสังเกต: ต้องแยกผู้ถูกฟ้องและมูลความรับผิดของแต่ละฝ่าย

⸻

9. สิทธิฟ้องคดีปกครอง

หลักกฎหมาย

มาตรา 42 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

ผู้มีสิทธิฟ้องคดีต้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือเสียหายต้องมีคำบังคับตามที่กฎหมายกำหนด

หากมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายไว้โดยเฉพาะ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนั้นก่อนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

สรุป

ต้องพิจารณา

1. ผู้ฟ้องมีสิทธิฟ้องคดีหรือไม่
2. ข้อพิพาทอยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือไม่
3. ต้องอุทธรณ์หรือดำเนินการตามขั้นตอนก่อนฟ้องหรือไม่
4. คำขอของผู้ฟ้องอยู่ในขอบเขตที่ศาลสามารถกำหนดคำบังคับได้หรือไม่

ข้อสังเกต

การเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐ ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องคดีได้ทันทีทุกกรณี ต้องพิจารณาเงื่อนไขการฟ้องคดีด้วย

⸻

10. สรุปมาตราสำคัญที่ควรจำ

มาตรา 3 — หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และสัญญาทางปกครอง

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) — การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) — การละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) — ละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) — สัญญาทางปกครอง

มาตรา 42 — ผู้มีสิทธิฟ้องคดีและเงื่อนไขการฟ้องคดี

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ มาตรา 5 — กฎและคำสั่งทางปกครอง

มาตรา 42 — ผลของคำสั่งทางปกครอง

มาตรา 44 — การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองตามหลักเกณฑ์ทั่วไป

09/10/2026

ที่อยู่

31/1 ม. 4 ต. ลำพยา อ. เมืองนครปฐม
Nakhon Pathom
73000

เบอร์โทรศัพท์

+66981988883

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ทนายว่าดี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายว่าดี:

ทางลัด

แชร์