09/06/2026
#จำเลยจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ดินของตนเองถูกยึดทรัพย์🏘️🏘️จากเจ้าพนักงานบังคับคดี👨🏻⚖️👨🏻⚖️
🎊🎊เมื่อโจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ไปตั้งเรื่องยึดทรัพย์แล้วที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดที่ทรัพย์ตั้งอยู่จำเลยจะรู้ได้อย่างไร
เช่น ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือยึดที่ดินเป็นที่ว่างเปล่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้บันทึกการยึดทรัพย์ไว้แล้วจะมีหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายทราบ
เช่น แจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน แจ้งจำเลย แจ้งผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม (ถ้ามี) แจ้งผู้รับจำนอง เป็นต้น โดยในการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพยนั้นจะมีพนักงานเดินหมายของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนั้นๆเป็นคนส่งหมาย
จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะทราบได้อย่างไรเมื่อถูกยึดทรัพย์ คำตอบคือตามกฎหมายแล้วการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารอื่นใดโดยพนักงานเดินหมาย
ให้ส่งหมายให้จำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ซึ่งระบุไว้ในหมายหรือเอกสารนั้น ณ ภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์พิจารณาหาคำตอบได้ ดังนี้
🌴🌴หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายให้แก่จำเลยที่บ้านจำเลยอยู่ในสถานที่ดังกล่าวและยอมรับหมายไว้เอง ในเอกสารรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายจะบันทึกไว้ว่าจำเลยยินยอมรับหมายไว้เองถือว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบแล้ว กรณีนี้ไม่มีปัญหาเพราะจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นคนรับหมายไว้เองย่อมรู้อยู่แล้วว่าถูกยึดทรัพย์
🎊🎊หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้ว ปรากฏว่าไม่พบจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ถ้ามีบุคคลอื่นอยู่ในบ้านและมีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป รับหมายไว้แทนกรณีนี้ให้ถือว่าเป็นการเพียงพอที่จะฟังได้ว่าได้มีการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
กล่าวก็คือ ถือว่าจำเลยได้ทราบแล้วว่าถูกยึดทรัพย์แม้จำเลยไม่ได้รับหมายไว้เองแต่มีคนอื่นซึ่งอยู่ในบ้านหลังเดียวกันรับไว้แทน ในทางปฏิบัติมีประเด็นน่าสนใจว่าคนที่รับหมายแจ้งการยึดไว้แทนเขาไม่แจ้งให้จำเลยทราบว่ามีหมายแจ้งการยึดทรัพย์ทำให้จำเลยไม่ทราบว่าที่ดินถูกยึดทรัพย์จนในที่สุดมาทราบอีกทีก็ตอนเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทรัพย์ให้บุคคลภายนอกไปแล้วและบุคคลภายนอกมาไล่จำเลยออกจากบ้านถึงรู้เรื่อง
🎉🎉หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้วไม่พบจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ และถ้าไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในบ้านที่มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไปได้รับหมายไว้แทน พนักงานเดินหมายก็จะส่งหมายโดยวิธีอื่นแทนได้
กล่าวคือ พนักงานเดินหมายจะปิดหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย หากไม่พบจำเลยและไม่พบใครอยู่ในบ้านหลังนั้น พนักงานเดินหมายก็จะปิดหมายแจ้งการยึดทรัพย์ไว้หน้าบ้านของจำเลยได้
เมื่อจำเลยกลับมาบ้านก็จะเห็นหมายแจ้งการยึดทรัพย์ปิดไว้ที่แลเห็นได้ง่ายอาจปิดหมายไว้หน้าบ้าน หรือปิดไว้กำแพงรั้ว หรือประตูบ้านของจำเลยก็ได้ พอจำเลยได้อ่านหมายแจ้งการยึดทรัพย์แล้วก็จะรู้ได้ว่าที่ดินของจำเลยถูกบังคับคดียึดไว้ตามกฎหมายแล้ว
กรณีนี้ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารอื่นๆให้จำเลยหรือคู่ความทราบโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจะอ้างว่าไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่ได้ไปศาล ไม่รู้ว่าโดนฟ้องไม่สามารถอ้างได้อีกต่อไป
✅✅นอกจากทั้งสามกรณีที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมีอีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจคือหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าที่อยู่ตามภูมิลำเนาของจำเลยบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปไม่มีสภาพเป็นบ้าน กรณีนี้พนักงานเดินหมายจะไม่สามารถส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยหรือคู่ความทราบได้
เพราะบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปแล้วพนักงานเดินหมายก็จะกลับมารายงานเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่สามารถส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีหมายแจ้งไปหาโจทก์ให้ตรวจสอบภูมิลำเนาของจำเลยและให้แถลงวิธีการส่งหมายแจ้งให้จำเลยทราบ
หากโจทก์มาแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปแล้วจริงๆให้ส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบโดยวิธีสื่อโฆษณาประกาศหนังสือพิมพ์เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบโดยวิธีสื่อโฆษณาประกาศหนังสือพิมพ์
กรณีนี้ก็ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบแล้วว่าตนเองถูกยึดทรัพย์แล้วโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่าหากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดทรัพย์ให้คู่ความทราบตามวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่กล่าวมาแล้ว
จำเลยหรือคู่ความจะอ้างว่าตนไม่รู้เรื่องว่าตนเองถูกยึดทรัพย์ไม่ได้เพราะกฎหมายให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย🧑🏻⚖️🧑🏻⚖️