สตอรี่ กฎหมาย

สตอรี่ กฎหมาย สำนักกฎหมายภัทรวรินทร์ ทนายความ
☎️ โทร : 063-736-2890
เบอร์โทรศัพท์ : 063-7362890
✅ชื่อ LINE ทนายปภาวรินทร์ เท่านั้น

 #จำเลยจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ดินของตนเองถูกยึดทรัพย์🏘️🏘️จากเจ้าพนักงานบังคับคดี👨🏻‍⚖️👨🏻‍⚖️🎊🎊เมื่อโจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพ...
09/06/2026

#จำเลยจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ดินของตนเองถูกยึดทรัพย์🏘️🏘️จากเจ้าพนักงานบังคับคดี👨🏻‍⚖️👨🏻‍⚖️

🎊🎊เมื่อโจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ไปตั้งเรื่องยึดทรัพย์แล้วที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดที่ทรัพย์ตั้งอยู่จำเลยจะรู้ได้อย่างไร

เช่น ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือยึดที่ดินเป็นที่ว่างเปล่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้บันทึกการยึดทรัพย์ไว้แล้วจะมีหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายทราบ

เช่น แจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน แจ้งจำเลย แจ้งผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม (ถ้ามี) แจ้งผู้รับจำนอง เป็นต้น โดยในการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพยนั้นจะมีพนักงานเดินหมายของสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนั้นๆเป็นคนส่งหมาย

จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะทราบได้อย่างไรเมื่อถูกยึดทรัพย์ คำตอบคือตามกฎหมายแล้วการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารอื่นใดโดยพนักงานเดินหมาย

ให้ส่งหมายให้จำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ซึ่งระบุไว้ในหมายหรือเอกสารนั้น ณ ภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์พิจารณาหาคำตอบได้ ดังนี้

​🌴🌴หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายให้แก่จำเลยที่บ้านจำเลยอยู่ในสถานที่ดังกล่าวและยอมรับหมายไว้เอง ในเอกสารรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายจะบันทึกไว้ว่าจำเลยยินยอมรับหมายไว้เองถือว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบแล้ว กรณีนี้ไม่มีปัญหาเพราะจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นคนรับหมายไว้เองย่อมรู้อยู่แล้วว่าถูกยึดทรัพย์

​🎊🎊หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้ว ปรากฏว่าไม่พบจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ถ้ามีบุคคลอื่นอยู่ในบ้านและมีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป รับหมายไว้แทนกรณีนี้ให้ถือว่าเป็นการเพียงพอที่จะฟังได้ว่าได้มีการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

กล่าวก็คือ ถือว่าจำเลยได้ทราบแล้วว่าถูกยึดทรัพย์แม้จำเลยไม่ได้รับหมายไว้เองแต่มีคนอื่นซึ่งอยู่ในบ้านหลังเดียวกันรับไว้แทน ในทางปฏิบัติมีประเด็นน่าสนใจว่าคนที่รับหมายแจ้งการยึดไว้แทนเขาไม่แจ้งให้จำเลยทราบว่ามีหมายแจ้งการยึดทรัพย์ทำให้จำเลยไม่ทราบว่าที่ดินถูกยึดทรัพย์จนในที่สุดมาทราบอีกทีก็ตอนเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทรัพย์ให้บุคคลภายนอกไปแล้วและบุคคลภายนอกมาไล่จำเลยออกจากบ้านถึงรู้เรื่อง

​🎉🎉หากพนักงานเดินหมายไปส่งหมายตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้วไม่พบจำเลยหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ และถ้าไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในบ้านที่มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไปได้รับหมายไว้แทน พนักงานเดินหมายก็จะส่งหมายโดยวิธีอื่นแทนได้

กล่าวคือ พนักงานเดินหมายจะปิดหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย หากไม่พบจำเลยและไม่พบใครอยู่ในบ้านหลังนั้น พนักงานเดินหมายก็จะปิดหมายแจ้งการยึดทรัพย์ไว้หน้าบ้านของจำเลยได้

เมื่อจำเลยกลับมาบ้านก็จะเห็นหมายแจ้งการยึดทรัพย์ปิดไว้ที่แลเห็นได้ง่ายอาจปิดหมายไว้หน้าบ้าน หรือปิดไว้กำแพงรั้ว หรือประตูบ้านของจำเลยก็ได้ พอจำเลยได้อ่านหมายแจ้งการยึดทรัพย์แล้วก็จะรู้ได้ว่าที่ดินของจำเลยถูกบังคับคดียึดไว้ตามกฎหมายแล้ว

กรณีนี้ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์หรือเอกสารอื่นๆให้จำเลยหรือคู่ความทราบโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจะอ้างว่าไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่ได้ไปศาล ไม่รู้ว่าโดนฟ้องไม่สามารถอ้างได้อีกต่อไป

​✅✅นอกจากทั้งสามกรณีที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมีอีกวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจคือหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าที่อยู่ตามภูมิลำเนาของจำเลยบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปไม่มีสภาพเป็นบ้าน กรณีนี้พนักงานเดินหมายจะไม่สามารถส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยหรือคู่ความทราบได้

เพราะบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปแล้วพนักงานเดินหมายก็จะกลับมารายงานเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่สามารถส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีหมายแจ้งไปหาโจทก์ให้ตรวจสอบภูมิลำเนาของจำเลยและให้แถลงวิธีการส่งหมายแจ้งให้จำเลยทราบ

หากโจทก์มาแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าบ้านหลังนั้นได้มีการรื้อถอนออกไปแล้วจริงๆให้ส่งหมายแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบโดยวิธีสื่อโฆษณาประกาศหนังสือพิมพ์เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะแจ้งการยึดทรัพย์ให้จำเลยทราบโดยวิธีสื่อโฆษณาประกาศหนังสือพิมพ์

กรณีนี้ก็ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบแล้วว่าตนเองถูกยึดทรัพย์แล้วโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย ข้อสังเกต จะเห็นได้ว่าหากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการยึดทรัพย์ให้คู่ความทราบตามวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่กล่าวมาแล้ว

จำเลยหรือคู่ความจะอ้างว่าตนไม่รู้เรื่องว่าตนเองถูกยึดทรัพย์ไม่ได้เพราะกฎหมายให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย🧑🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️

 #นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องรู้คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9785/2553ประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด มีบ้านจำเลยอีกหลังปลูกคร่อ...
08/06/2026

#นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องรู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9785/2553
ประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด มีบ้านจำเลยอีกหลังปลูกคร่อมอยู่🏠🏘️

👨🏻‍⚖️👨🏻‍⚖️บ้านเลขที่ 6/1 ตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งเป็นของเจ้าของคนเดียวกันคือจำเลยต่อมาเมื่อมีการแบ่งแยกขายที่ดินเฉพาะโฉนดเลขที่ 13742 จึงมีโรงเรือนบางส่วนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของ

โจทก์ผู้ซื้อ การที่จำเลยปลูกสร้างบ้านลงบนที่ดินพิพาทและบนที่ดินของจำเลยอีกแปลงที่อยู่ติดต่อกันโดยจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลงจำเลยมีสิทธิปลูกสร้างได้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งมิใช่การปลูกโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312

เมื่อต่อมาที่ดินพิพาทถูกบังคับนำออกขายทอดตลาด กรณีย่อมต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์ ผู้ซื้อที่ดินได้จากการขายทอดตลาด อันเป็นที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงถือว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต

ส่วนบ้านและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินพิพาทจะมีหรือไม่ หรือโจทก์จะรู้หรือไม่ว่ามีบ้านและสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินพิพาทก็ไม่ทำให้โจทก์มิใช่ผู้ซื้อโดยสุจริต

กรณีหาจำต้องให้ผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดต้องตรวจสอบว่าที่ดินพิพาทที่ถูกนำออกขายทอดตลาดมีสภาพหรือภาระอย่างไร

เมื่อโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต สิทธิของโจทก์ที่ได้ที่ดินจากการขายทอดตลาดย่อมไม่เสียไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330

โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และเมื่อโจทก์ไม่แสดงให้ปรากฏว่าได้ก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นที่ดินเป็นคุณแก่จำเลย โดยยอมให้จำเลยเป็นเจ้าของบ้านบนที่ดินของโจทก์ต่อไป

โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ไม่ประสงค์จะให้จำเลยปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโจทก์อีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงมีสิทธิขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ได้🧑🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️

 #เรื่องสืบทรัพย์ตั้งเรื่องบังคับคดีนั้นแม้จะดูเหมือนมันง่ายๆ  #แต่ก็ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาทำถ้ายังไม่รู้สิ่งนี้  📚📚เพราะ...
06/06/2026

#เรื่องสืบทรัพย์ตั้งเรื่องบังคับคดีนั้นแม้จะดูเหมือนมันง่ายๆ #แต่ก็ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาทำถ้ายังไม่รู้สิ่งนี้

📚📚เพราะจุดนี้นี่เองจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เเทนโจทก์ มีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์เป็นพิเศษในการสืบทรัพย์เพื่อตั้งเรื่องยึดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นการบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อคู่ความที่เกี่ยวข้อง และอาจกระทบต่อบุคคลภายนอกเมื่อได้ยึดทรัพย์ผิดแปลง ซึ่งมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหากมีการขายที่ดินแปลงนี้ได้ก็ย่อมกระทบสิทธิของผู้ซื้อด้วยเช่นกัน.

✍การเเนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับ การบังคับคดีกรณียึดทรัพย์ เมื่อผู้แทนโจทก์ได้ตั้งเรื่องยึดทรัพย์เจ้าพนักงานบังคับคดีได้บันทึกการยึดทรัพย์และจะแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ ดังนี้
1. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม หรือคู่สมรส
2. เเจ้งเจ้าพนักงานที่ดินที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่
3. ปิดประกาศที่ตั้งทรัพย์ที่นำยึด
4. เเจ้งผู้รับจำนองถ้ามี เป็นต้น

#ข้อสังเกต

1. หากเป็นการยึดทรัพย์ผิดเเปลงยึดบ้านผิดหลัง ซึ่งไม่ใช่ของลูกตามพิพากษา เจ้าของที่แท้จริงก็จะทราบได้อยู่ในช่วงเวลาที่พนักงานเดินหมายได้ไปปิดประกาศที่ตั้งทรัพย์ ว่าได้มีการยึดทรัพย์ผิดแปลงยึดสิ่งปลูกสร้างผิดหลัง #วิธีการเเก้ไข ให้เจ้าของที่แท้จริงไปยื่นคำร้อง ณ สำนักงานบังคับคดีที่ทำการยึดทรัพย์นั้นพร้อมทั้งโต้เเย้งว่าทรัพย์ที่ผู้เเทนโจทก์นำยึดนั้น ไม่ใช่ของลูกหนี้ตามพิพากษา แต่เป็นของตนเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะมีหมายแจ้งให้ผู้แทนโจทก์ทำการตรวจสอบทรัพย์แปลงนั้นที่ผู้แทนโจทก์ได้นำยึดอีกครั้งหนึ่ง หากปรากฏว่าเป็นการยึดทรัพย์ผิดแปลงยึดบ้านผิดหลังจริง กรณีนี้ผู้แทนโจทก์ต้องมาแถลงถอนการยึดทรัพย์เพื่อให้คดีเสร็จจากบังคับคดี เจ้าของที่แท้จริงจึงจะสามารถทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นได้ตามปกติ หากได้ดำเนินการตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ที่ดินแปลงดังกล่าวจะไม่ถูกนำออกมาขายทอดตลาดอย่างแน่นอนคะ

2. หากคดีอยู่ในระหว่างประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งได้กำหนดวันขายทอดตลาดไว้แน่นอนแล้ว ก่อนทำการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะมีประกาศขายทอดตลาดแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนขายทอดตลาดไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขายทอดตลาด ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานเดินหมายจะมีประกาศขายไปปิดประกาศไว้ ณ ที่ตั้งทรัพย์อีกหนึ่งครั้ง จะเห็นได้ว่าพนักงานเดินหมายต้องไปปิดประกาศที่ตั้งทรัพย์ 2 รอบในชั้นยึดและชั้นขาย ซึ่งมีระยะเวลานานพอสมควรที่เจ้าของที่แท้จริงจะโต้แย้งสิทธิของตนได้ ซึ่งถ้าเจ้าของที่แท้จริงได้เห็นประกาศขายทอดตลาดแล้ว #วิธีการแก้ไขก่อนจะถึงวันขายทอดตลาด ก็ต้องมายื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ทำเหมือนเดิมกับข้อสังเกตข้อที่ 1 นั่นเองครับ หากดำเนินการตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นจะไม่มีทางที่ที่ดินแปลงนี้จะได้ขายทอดตลาดอย่างแน่นอน

ดังนั้น แล้วหากท่านใดเป็นเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกกระทบสิทธิของตนเพราะการยึดทรัพย์ เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนได้เสียในคดีนั้น ต้องรีบดำเนินการตามที่ได้ให้คำแนะนำไว้แล้วเบื้องต้นนะคะ

👉ส่วนประเด็นเจ้าของที่แท้จริง จะใช้สิทธิตามกฎหมาย ทั้งในคดีแพ่งและในคดีอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมายนั้นๆ.

📌ท่านใดสนใจคู่มือบังคับคดี inbox มานะคะ

มรดกตกทอดถูกบังคับคดี เคสตัวอย่างแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อยแล้วนะคะ   #การบังคับคดีทรัพย์มรดก  ทายาทที่รับมรดกของผู้ตายมา...
05/06/2026

มรดกตกทอดถูกบังคับคดี เคสตัวอย่างแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อยแล้วนะคะ #การบังคับคดีทรัพย์มรดก  ทายาทที่รับมรดกของผู้ตายมาจะแก้ไขยังไงให้ยังคงมีเงินเหลือแก่ทายาทฎีกานี้มีคำตอบให้👨🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8420/2568

ผู้ร้องทั้งสองต่างอ้างว่าครอบครองที่ดินโฉนดที่ดิน 15864 เป็นส่วนสัด ผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองหนึ่งเท่าตัว

ส่วนผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองเช่นกัน ที่ดินส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ แต่จะต้องผ่านที่ดินส่วนที่ผู้ร้องที่ 1 หรือที่ 2 ครอบครองเพื่อผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะ

และได้ความตามที่ผู้ร้องที่ 1 ตอบคำถามค้านว่า นอกจากที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว ค. ไม่มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินแปลงอื่นอีก พฤติการณ์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างจึงได้เปรียบ อ. และ ห. โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือสาเหตุการครอบครองเป็นส่วนสัดดังกล่าว

จึงเป็นพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ ทั้งผู้ร้องทั้งสองมิได้นำสืบให้เห็นถึงสภาพการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่อ้าง

จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง

จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง

🧑🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนโดยโจทก์ไม่โต้แย้งว่า ผู้ร้องทั้งสอง อ. และ ห. เป็นบุตรของ ค.

ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1)

การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 322

ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง.⚖️⚖️

….การร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมาผู้คัดค้านฟ้องแย้งขอให้ขับไล่ ไม่มีการยึดทรัพย์นำออกขายทอดตลาด กรณีเช่นนี้จะร้องขัด...
03/06/2026

….การร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมาผู้คัดค้านฟ้องแย้งขอให้ขับไล่ ไม่มีการยึดทรัพย์นำออกขายทอดตลาด กรณีเช่นนี้จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้👨🏻‍⚖️👨🏻‍⚖️

……….ฎีกาที่ 9863/2558 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภาย-นอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 288 ได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น แต่คดีนี้เป็นเรื่องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้คัดค้านฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องพร้อมบริวารและให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้ว มิใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องใช้เงินแก่ผู้คัดค้านและต้องนำทรัพย์สินของผู้ร้องออกขายทอดตลาด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 288 มาบังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว🧑🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️

❌❌และคดีฟ้องขับไล่หรือให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีการยึดทรัพย์ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้เช่นกันเทียบฎีกาที่ 8897/2550 ฎีกาที่ 1445/2539⚖️⚖️

👨🏻‍⚖️ฎีกาที่ 1759/68 🎉😍1. คดีนี้เป็นคดีเช่าซื้อรถยนต์โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดราคารถภายหลังได้รับรถคืนตาม  #คำพิพากษาในคดีก่อ...
02/06/2026

👨🏻‍⚖️ฎีกาที่ 1759/68 🎉😍

1. คดีนี้เป็นคดีเช่าซื้อรถยนต์โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดราคารถภายหลังได้รับรถคืนตาม #คำพิพากษาในคดีก่อน⚖️

2. โจทก์ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อน ไม่ได้ฟ้องตามสัญญาเช่าซื้อเดิม🚚 จึงสามารถฟ้องให้จำเลยรับผิดได้ #แต่ได้เฉพาะค่าเสียหายจากการคืนรถยนต์ที่ไม่อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีนั่นเอง (การคืนรถต้องคืนในสภาพใช้การได้ดี เช่น ต้องซ่อมบำรุงรักษาขณะใช้รถ เก็บหลักฐานการซ่อมไว้ บันทึกภาพหรือวีดีโอรถไว้ขณะคืนรถ เพื่อใช้ต่อสู้คดีหากถูกฟ้อง หากรถมีตำหนิ เช่น กันชนหน้ามีรอยสีแตก ประตูมีรอยขีดข่วน เบาะคนขับมีรอยไฟบุหรี่ หรืออื่นๆ เราอาจถูกฟ้องให้จ่ายแพงๆได้) 🧑🏻‍⚖️🧑🏻‍⚖️

ข้อสังเกต คดีนี้น่าสนใจมากเนื่องจากว่าหากผู้บริโภคไม่รู้ข้อกฎหมายและประเด็นที่ต่อสู้อาจต้องชำระค่าเสียหายที่สูงขึ้นได้ ดังนั้นต้องให้ทนายความสู้คดีให้นะคะ 

02/06/2026

❇️การซื้อขายที่ดินไม่ได้ทำตามแบบตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ตกเป็นโมมะแม้ผู้ซื้อจะได้ชำระราคาและเข้าครอบครองแล้วก็ไม่ทำให้มีสิทธิในที่ดิน การดีดที่ดินนั้น จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ซื้อ ผู้ซื้อไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์

…….เทียบฎีกาที่ 8434/2547 ป.วิ.พ.มาตรา 288 อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.มาตรา 55 ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์จึงไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ลูกยืดแต่ก็ต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตนตามกฎหมายแพ่ง

……..ผู้ร้องอ้างว่าซื้อ ที่ดินที่ถูกยึดจาก ว. แต่การซื้อขายไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงตกเป็นโมมะตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ถึงแม้ผู้ร้องจะได้ชำระราคาและเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอด ก็ไม่มีผลทำให้ผู้ร้องมีสิทธิในที่ดินให้โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้โจทก์เข้าครอบครองอาคารนั้น โดยอาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ.มาตรา 296 ตรี (เดิม มาตรา 352 ใหม่)

……ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยอาคาร พาณิชย์ดังกล่าวอ้างว่าเป็นของผู้ร้องโดยซื้อจากจำเลยโดยสุจริตศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นการบังคับตาม ป.วิ.พ.มาตรา 236 ตรี (เดิม มาตรา 352 ใหม่) เพื่อจัดการให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ หาใช่เป็นการยึดอาคารพาณิชย์เพื่อนำออกขายทอดตลาดตามความใน ป.วิ.พ.มาตรา 288 (เดิม มาตรา 323 ใหม่)ไม่

……..ผู้ร้องจึงร้องขอให้ปล่อยอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทไม่ได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทเป็นของผู้ร้องก็ชอบจะไปว่ากล่าวเป็นเรื่องอื่นต่างหาก แต่ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขัดทรัพย์เข้ามาในคดีนี้

#ปรึกษาคดี #ทนาย #สำนักงานภัทรวรินทร์ทนายความ #รับว่าความ

✍️ #การตั้งผู้จัดการมรดกต้องได้รับความยินยอมจากทายาททุกคนหรือไม่🌴🌴 #ตอบ เมื่อมีทายาทหลายคนมีบางคนยอมเซนต์ บางคนก็ไม่ยอมเ...
01/06/2026

✍️ #การตั้งผู้จัดการมรดกต้องได้รับความยินยอมจากทายาททุกคนหรือไม่🌴🌴

#ตอบ เมื่อมีทายาทหลายคนมีบางคนยอมเซนต์ บางคนก็ไม่ยอมเซนต์ บางคนก็ป่วยบางคนก็ตามตัวไม่ได้ ก็เลยเกิดคำถามนี้ขึ้นมา คำตอบก็คือ ในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเอาลายเซ็นของทายาททุกคนมาให้ความยินยอม แม้มีทายาทเพียงบางคนยินยอมมาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทอีกฝ่ายหนึ่ง ก็สามารถตั้งพฤติกรรมมรดกได้🎉
....แต่ศาลก็จะดูคุณสมบัติของเราว่าสมควรจะตั้งหรือไม่ ส่วนวิธีการแก้ไขต้องเขียนในคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกไปเลยว่า ทายาทคนนี้ตามตัวไม่ได้หายไปจากภูมิลำเนาหรือไปต่างประเทศหรือไม่ยอมเซ็น ขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้กับทายาทดังกล่าวทราบ ในวันนัดไต่สวนจะมี 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
1. ทายาทนั้นไม่มาศาล ศาลก็จะตั้งเราเป็นผู้จัดการมรดกเลย
2. กรณีทายาทไม่ได้รับความยินยอมมาศาล หากจะคัดค้านก็มาคุยกันตกลงกันที่ศาล หรือจะเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันเลยก็ได้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

#ส่วนข้อระมัดระวัง ผู้ร้องนอกจากไม่ได้ลายเซ็นต์ของทายาทมาครบแล้ว หากยังไปตัดเขาออกจากการเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกอีก ไม่แจ้งให้ศาลทราบโดยทายาทอื่นเขาไม่รู้เรื่องในการจัดการมรดกในครั้งนี้ ก็อาจจะมีการเพิกถอนการจัดตั้งผู้จัดการมรดกในครั้งนี้ด้วย เป็นปัญหาตามมาอีก นอกจากนี้หากผู้ร้องจัดการมรดกไม่ยอมแบ่งทรัพย์สิน ให้ทายาทคนอื่นๆด้วย ก็จะผิดกฎหมายอาญาได้อีกนะคะ❤️

#สำนักงานภัทรวรินทร์ทนายความ #รับว่าความ #ปรึกษากฎหมาย

01/06/2026

✍️ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดกหรือจัดการมรดกไปทำนองที่จะทำให้เกิดความเสียหาย ทายาทคนอื่นๆ มีวิธีการจัดการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

#ตอบ
1. ต้องร้องเพิกถอนผู้จัดการมรดก ตามมาตรา 1727 และก็ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ด้วย
2. ต้องฟ้องแบ่งมรดกให้ผู้จัดการมรดกโอนมรดกให้ทายาททุกคน ตามมาตรา 1748 อายุความในการฟ้องปกติมีอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 แต่เมื่อศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไปในทำนองที่ว่า ผู้จัดการมรดกได้ครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนทายาททุกคนแล้ว อายุความจึงสะดุดจุดลงจึงไม่มีอายุความ ทายาทสามารถฟ้องเรียกให้แบ่งทรัพย์มรดก ภายในกำหนดเวลาเท่าไหร่ก็ได้ โดยไม่มีอายุความ

3. การฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ผู้จัดการมรดกได้ทำนอกหน้าที่ในการโอนทรัพย์มรดก #ข้อสังเกต ถ้าบุคคลภายนอกเสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนโดยสุจริต กรณีนี้จะฟ้องเพิกถอนไม่ได้นะครับ

4. การฟ้องคดีอาญาข้อหาผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์ กรณีนี้เป็นความผิดยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่ทราบเรื่องไว้เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ

#สำนักงานกฎหมายภัทรวรินทร์ทนายความ

พรุ่งนี้จัดส่งให้พี่ๆทุกคนนะคะ🎊🎊❤️
01/06/2026

พรุ่งนี้จัดส่งให้พี่ๆทุกคนนะคะ🎊🎊❤️

ที่อยู่

Maha Sarakham
44000

เบอร์โทรศัพท์

+66637362890

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สตอรี่ กฎหมายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สตอรี่ กฎหมาย:

แชร์

ประเภท