ทนายลำปาง เคียงข้างคุณ Lawyer Lampang City - Kitja Law Office

เส้นทาง เว็บไซต์

ทนายลำปาง เคียงข้างคุณ Lawyer Lampang City - Kitja Law Office ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก ทนายลำปาง เคียงข้างคุณ Lawyer Lampang City - Kitja Law Office, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, เทศบาลนครลำปาง, Lampang

⚖ ทนายความรับว่าความลำปาง Kitja Law Office Tel : 09-4257-4789 ไลน์ไอดี : 0942574789 ยินดีให้คำปรึกษาคดีความ ไกล่เกลีย ฟ้องคดี สู้คดี รับงานอุทธรณ์ ฎีกา คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง คดีแรงงาน อรรถคดี ว่าความทั่วราชอาณาจักร

นม.ธรรมศาสตร์ นม.รามคำแหง, เนติฯ ทนายความลำปาง โทร. 09-4257-4789 ทนายความรับงานคดี ในกรุงเทพและปริมณฑล และรับงานคดีต่างจังหวัด ทุกจังหวัด หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับคดีความ เช่น คดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว คดียาเสพติด คดีแรงงาน คดีปกครอง คดีอื่นๆ เรามีทีมทนายความมืออาชีพ ในการดูแลคดีของท่าน ในการฟ้องคดี แก้คดี สู้คดี ประนีประนอมยอมความ เขียนอุทธรณ์ เขียนฎีกา รับว่าความทั่วราชอาณาจักร พร้อมทำงาน เดินทางได้ทั่วประเทศ หากมีปัญหาข้อกฎหมาย คดีความ เรายินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้น
หาทนายในพื้นที่ลำปาง ทนายรับว่าความทั่วประเทศ เรามีทีมทนาย คอยช่วยให้คำแนะนำแนวทางข้อกฎหมาย
#ทนายความจังหวัดลำปาง ปรึกษากฎหมาย ทนายลำปาง ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายครอบครัว ทนายลำปาง ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายค่าอุปการะเลี้ยงดูทนายลำปาง ,ฟ้องชู้ เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายมรดก ทนายลำปางคดีมรดก
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายที่ดิน ทนายลำปางคดีที่ดิน
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายบัตรเครดิต ทนายลำปางบัตรเครดิต
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายเช่าซื้อ ทนายลำปางเช่าซื้อรถยนต์
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายฟ้องคดี ทนายลำปางรับฟ้องแพ่ง อาญา อื่นๆ
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายแนวทางสู้คดี ทนายลำปางต่อสู้คดี
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายแนวทางคำให้การ ทนายลำปาง ยื่นคำให้การคดีต่างๆ
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายเงินกู้ ทนายลำปางคดีเงินกู้
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายผิดสัญญา ทนายลำปางคดีผิดสัญญา
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายเช็ค ทนายลำปางคดีเช็คเด้ง
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายซื้อขาย ทนายลำปางคดีซื้อขาย
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายคดีเช่า ทนายลำปาง คดีเช่า
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายก่อสร้าง ทนายลำปาง คดีก่อสร้าง
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายคดีรถชน ทนายลำปาง คดีรถชน
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายลำปางคดีแรงงาน
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายค้ำประกัน ทนายลำปาง คดีค้ำประกัน
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายจำนอง ทนายลำปาง คดีจำนอง #ทนายที่ดินลำปาง
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายขายฝาก ทนายลำปาง คดีขายฝาก
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายคดีจัดการมรดก ทนายลำปาง จัดการมรดก
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายคดีแบ่งแยกมรดก ทนายลำปาง แบ่งแยกมรดก
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายที่ดิน ทนายความคดีที่ดินลำปาง #ทนายความคดีที่ดินลำปาง
ทนายลำปาง ปรึกษากฎหมายคดีปกครอง ทนายลำปาง คดีปกครอง

ตัวอย่างคำให้การต่อสู้คดีอาญา คดียาเสพติด ถูกฟ้องว่าจำหน่ายยาเสพติด(ครอบครอง แต่ไม่ได้จำหน่าย)ดาวน์โหลดงคำให้การต่อสู้คด...
29/09/2026

ตัวอย่างคำให้การต่อสู้คดีอาญา คดียาเสพติด ถูกฟ้องว่าจำหน่ายยาเสพติด(ครอบครอง แต่ไม่ได้จำหน่าย)
ดาวน์โหลดงคำให้การต่อสู้คดีอาญา คดียาเสพติด ถูกฟ้องว่าจำหน่ายยาเสพติด(ครอบครอง แต่ไม่ได้จำหน่าย) ฟรี ตามลิงค์...
https://drive.google.com/drive/folders/18DEz5M4zKqfcoSI0sIPdj05POyTB5xDG?usp=sharing

🔥    #ทนายคดีอาญา ดาวน์โหลดคำร้องขอทนายในชั้นอุทธรณ์ คดีอาญาฟรีตัวอย่างคำร้องขอทนายในชั้นอุทธรณ์คดีอาญาฟรี ......กดดาวน์...
26/09/2026

🔥 #ทนายคดีอาญา ดาวน์โหลดคำร้องขอทนายในชั้นอุทธรณ์ คดีอาญาฟรี
ตัวอย่างคำร้องขอทนายในชั้นอุทธรณ์คดีอาญาฟรี ......
กดดาวน์โหลดตัวอย่างตามลิงค์ ⚖️
https://drive.google.com/drive/folders/1TDUz13nNZPwIfzqY8H_Q3fF5iwAVE66s?usp=sharing

🔥🔥ตัวอย่าง ร่างคำให้การจำเลย แนวทางสู้ดคี (คดีสมคบยาเสพติดและฟอกเงิน)🔥🔥 ดาวนโหลดคำให้การคดีอาญา สู้คดีคดีสมคบยาเสพติดและ...
09/09/2026

🔥🔥ตัวอย่าง ร่างคำให้การจำเลย แนวทางสู้ดคี (คดีสมคบยาเสพติดและฟอกเงิน)

🔥🔥 ดาวนโหลดคำให้การคดีอาญา สู้คดีคดีสมคบยาเสพติดและฟอกเงิน ตามลิงค์ฟรี

🔥🔥 https://drive.google.com/drive/folders/1vOOQSEt1l2RPBRJarMHtUoduH-OkjQtk?usp=sharing

03/09/2026

⚖️ #สู้คดีหนี้ขาดอายุความ ให้การต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ ต้องแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ 💱
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651/2568 🔥🔥🔥คำให้การเรื่องอายุความในคดีแพ่ง
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30, 193/33 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142, 177 วรรคสอง
1. จำเลยให้การว่าคดีขาดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/33 ถือได้ว่าเป็นคำให้การที่ปฏิเสธฟ้องโดยชัดแจ้งแล้วว่าฟ้องขาดอายุความ คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่
2. ส่วนมูลหนี้ตามฟ้องจะเป็นประเภทใดและกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เพียงใดนั้น เป็นเรื่องที่ศาลสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้
3. ศาลจึงมีอำนาจวินิจฉัยว่า มูลนี้ตามฟ้องมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ง

*************
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651/2568 🔥🔥🔥🔥🔥🔥 เมื่อจำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โดยได้แสดง เหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 ถือได้ว่าเป็นคำให้การที่ปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยชัดแจ้งแล้วว่าฟ้องขาดอายุความ คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนมูลหนี้ตามฟ้องโจทก์เป็นมูลหนี้ประเภทใด และกฎหมายบัญญัติให้อายุความในการใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีระยะเวลาเพียงใดนั้น เป็นเรื่องที่ศาลจะหยิบยกบทบัญญัติของกฎหมายซึ่งวินิจฉัย และปรับให้ถูกต้องได้ ศาลจึงวินิจฉัยได้ว่า มูลหนี้ตามฟ้องมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30
สรุป
1. วันที่ 16 กรกฎาคม 2550 จำเลยทำสัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนกับบริษัท อ. โดยผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน ค่างวดชำระขั้นต่ำงวดละ 1,300 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จ
2.จำเลยชำระหนี้ให้บริษัท อ. ครั้งสุดท้ายวันที่ 28 กันยายน 2554
3.วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 โจทก์ซื้อทรัพย์สินเกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อรวมทั้งภาระแห่งหนี้จากบริษัท อ.
4. วันที่ 20 มิถุนายน 2566 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เป็นคดีนี้
5.ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่บริษัท อ. อนุมัติสินเชื่อเป็นวงเงินกู้ประเภทหมุนเวียนแบบมีกำหนดการชำระคืนขั้นต่ำและหรือแบบมีการกำหนดชำระคืนแน่นอน ซึ่งการเบิกรับเงินกู้สามารถเบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ โดยใช้บัตรกดเงินสดที่บริษัท อ. ออกให้ หรือให้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากหรือวิธีการอื่น บริษัท อ.จะคิดดอกเบี้ยจากเงินกู้นับแต่วันที่ขอเบิกถอนเงินแต่ละครั้ง รูปคดีจึงเป็นสัญญาบริการสินเชื่อ สิทธิเรียกร้องมี กำหนด 10 ปี มิใช่เป็นเรื่องเงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็น งวดๆ
6. ข้อสังเกต ทำคำให้การยื่นต่อศาลแล้ว ถือว่าไม่ขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อถึงวันนัดพิจารณา จำเลยจะต้องไปศาลในวันนัดพิจารณาอีก หากไม่ไปก็ขาดนัดพิจารณา
.
ผลทางกฎหมาย
- หากจำเลยไม่ไปศาลในวันนัดพิจารณาศาลดำเนินคดีฝ่ายเดียว: ศาลอาจสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและพิพากษาคดีโดยที่จำเลยไม่มีโอกาสนำพยานหลักฐานของตนมาสู้คดี
- เสียสิทธิซักค้าน: จำเลยจะหมดสิทธิถามค้านพยานโจทก์และสิทธิในการแถลงการณ์ปิดคดีในนัดนั้น

01/09/2026

⚖️ ป.พ.พ. เบี้ยปรับ การเรียกให้ผู้ค้ำประกันรับผิด มาตรา ๓๗๙, ๓๘๓ วรรคหนึ่ง, ๖๘๖ วรรคสอง
******************
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๗๒๒/๒๕๖๘ 🔥🔥🔥แม้สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะเป็นอันเลิกกันด้วยเหตุที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ผิดนัดเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ตามสัญญาต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งตามข้อตกลงดังกล่าวหากโจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้คงค้างตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดค่าขาดราคาแก่โจทก์ก็ตาม แต่ข้อตกลงที่กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในส่วนที่ขาดนี้เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๙ หากสูงเกินส่วน ศาลย่อมมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง เมื่อค่าขาดราคา ๔๓๐,๗๙๖ บาท ที่โจทก์เรียกร้องมานั้น รวมผลประโยชน์ตลอดอายุสัญญาและภาษีมูลค่าเพิ่มของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเข้าไว้ด้วย ทั้งสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญา ค่าขาดราคาที่โจทก์เรียกร้องมานี้จึงสูงเกินส่วน เมื่อพิจารณาถึงเงินลงทุนของโจทก์กับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงเห็นสมควรกำหนดค่าขาดราคาให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท
เมื่อข้อเท็จจริงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ว่า ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๖ วรรคสอง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะทายาทโดยธรรม จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าขาดราคาแก่โจทก์
________________________________________
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าขาดราคา ๔๓๐,๗๙๖ บาท และค่าขาดประโยชน์ ๑๘,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔๔๙,๓๙๖ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๘,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๘ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๑๘,๖๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายนเรศที่ตกได้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ ๒ ต่อปี หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์แทนเป็นเงิน ๑๒,๔๐๐ บาท นอกจากนี้แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เกินมา ๗๗๒ บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ โดยมีนายนเรศทำสัญญาค้ำประกันตามฟ้อง ภายหลังทำสัญญา จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ ๑ ประจำวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นมา เกินกว่า ๓ งวดติดต่อกัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ จำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้ในราคา ๔๘๓,๐๐๐ บาท สำหรับความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ต้องรับผิดชำระค่าขาดประโยชน์ ๑๘,๖๐๐ บาท แก่โจทก์ ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยคู่ความมิได้อุทธรณ์
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ๓ งวดติดต่อกัน สัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันทันทีตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๑๑.๑ โดยโจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ทราบล่วงหน้า แม้ต่อมาจำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ก็มิใช่การเลิกสัญญากันโดยปริยาย จำเลยที่ ๑ ชอบที่จะต้องรับผิดค่าขาดราคาให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๑๔ เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับโจทก์โดยตกลงชำระค่าเช่าซื้อ ๖๘๖,๗๙๖ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ด้วยวิธีการผ่อนชำระเป็นรายเดือนเริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๔ งวดต่อไปชำระทุกวันที่ ๒๐ ของเดือนติดต่อกันไปรวม ๔๘ เดือน จำเลยที่ ๑ จึงมีความผูกพันในอันที่จะต้องชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ตามจำนวนและกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามที่โจทก์ฟ้องและนำสืบว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญา โดยผิดนัดตั้งแต่งวดที่ ๑ เป็นต้นมา จากนั้นวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ จำเลยที่ ๑ ก็ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ที่เช่าซื้อกันแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่ได้ความแสดงให้เห็นพฤติการณ์ที่ไม่ชำระค่าเช่าซื้อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้ และที่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ภายหลังที่ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเกินกว่า ๓ งวดติดต่อกัน บ่งชี้ถึงเจตนาที่แสดงออกมาด้วยว่าจำเลยที่ ๑ ต้องการจะเลิกสัญญาเช่าซื้อ เช่นนั้นแม้จำเลยที่ ๑ ได้ชื่อว่าเป็นลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ก็ยังบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๓ ที่บัญญัติว่า ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง อันเป็นบทบัญญัติกำหนดสิทธิและวิธีบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยผู้เช่าซื้อไว้เป็นการเฉพาะนอกจากการเลิกสัญญาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๒ ลักษณะ ๒ สัญญา หมวด ๔ ดังนั้น ที่จำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์โดยมีเจตนาเลิกสัญญาดังที่วินิจฉัยมา และโจทก์รับมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อไว้ สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงเป็นอันเลิกกันด้วยเหตุที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ผิดนัดเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๓ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามสัญญาต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๑๔ ที่กำหนดไว้ใจความว่า เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีที่โจทก์เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา หรือจำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาโดยการส่งมอบรถคืนโจทก์ หรือสัญญาสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีอื่นใดก็ตาม และโจทก์ได้กลับเข้าครอบครองรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โจทก์ตกลงว่าจะนำรถไปขายด้วยวิธีการประมูลหรือขายทอดตลาด... ข้อ ๑๔.๓ กำหนดว่า ในกรณีที่รถสามารถขายได้ โจทก์จะนำเอาเงินที่ได้รับสุทธิจากการขายมาหักชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ... แต่หากหักแล้วไม่เพียงพอโดยมีส่วนที่ยังขาดอยู่ จำเลยที่ ๑ ตกลงรับผิดชอบชำระส่วนที่ขาดนั้นให้แก่โจทก์จนกว่าจะครบ ซึ่งในเรื่องนี้โจทก์ก็ได้ฟ้องและนำสืบว่า โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้คงค้างตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดค่าขาดราคาแก่โจทก์ แต่ข้อตกลงที่กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในส่วนที่ขาดนี้เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๙ หากสูงเกินส่วน ศาลย่อมมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง เมื่อค่าขาดราคา ๔๓๐,๗๙๖ บาท ที่โจทก์เรียกร้องมานั้น รวมผลประโยชน์ตลอดอายุสัญญา และภาษีมูลค่าเพิ่มของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเข้าไว้ด้วย ทั้งสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญา ค่าขาดราคาที่โจทก์เรียกร้องมานี้จึงสูงเกินส่วน เมื่อพิจารณาถึงเงินลงทุนของโจทก์กับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอื่นชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงเห็นสมควรกำหนดค่าขาดราคาให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาขอดอกเบี้ยของค่าขาดราคามาด้วย ศาลฎีกาจึงไม่กำหนดดอกเบี้ยของค่าขาดราคาให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยว่าคู่สัญญาต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดค่าขาดราคา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน เมื่อรวมค่าขาดประโยชน์ที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นเงิน ๑๘,๖๐๐ บาท แล้ว จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์ ๑๖๘,๖๐๐ บาท ส่วนที่โจทก์ฎีกาให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิดในค่าขาดราคานั้น เนื่องจากค่าขาดราคาเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อแล้ว เมื่อนายนเรศผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๖ วรรคสอง ซึ่งยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในฐานะทายาทโดยธรรมจึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าขาดราคาแก่โจทก์
อนึ่ง คดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา ๔๓๐,๗๙๖ บาท ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล ๘,๑๖๕ บาท แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามา ๘,๔๙๗ บาท และค่าขึ้นศาลอนาคต ๑๐๐ บาท เกินมา ๔๓๒ บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินมาแก่โจทก์
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๖๘,๖๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๘,๖๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้นบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ ๒ ต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ เฉพาะค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่โจทก์ชำระเกินมา ๓๓๒ บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ตัวอย่างคำร้องขอถอนอำนาจปกครองบุตร (ตั้งญาติเป็นผู้ปกครองแทน)ดาวน์โหลดคำร้องขอถอนอำนาจปกครองบุตร (ตั้งญาติเป็นผู้ปกครองแ...
31/08/2026

ตัวอย่างคำร้องขอถอนอำนาจปกครองบุตร (ตั้งญาติเป็นผู้ปกครองแทน)
ดาวน์โหลดคำร้องขอถอนอำนาจปกครองบุตร (ตั้งญาติเป็นผู้ปกครองแทน)ฟรี ตามลิงค์
https://drive.google.com/drive/folders/1NQjR_P0wYDgaZhmNDbqefIwQuH8ZW6ed?usp=sharing

ที่อยู่

เทศบาลนครลำปาง
Lampang
52000

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ทนายลำปาง เคียงข้างคุณ Lawyer Lampang City - Kitja Law Office โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์