รู้ข่าวทันกฎหมาย กับทนายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช

โทร เส้นทาง

รู้ข่าวทันกฎหมาย กับทนายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช 📍เชิญมาร่วมสนทนาภาษากฎหมายเพื่อมวลชนกันครับ
📍ทนายตอบไม่ไหว รบกวนศึกษาจากคลิปนะครับ
📍เฉพาะจ้างคดี,ปรึกษา(มีค่าบริการ)
โทร 0951686670

26/09/2026

📍วินรัชดาผมเจ๋งสุด.!!55 วินซอยเสือใหญ่ ปรับตัวเปลี่ยนจากขับมอร์ไซด์มา "พายเรือ" ส่งผู้โดยสารไม่ต้องรุ่นเครื่องดับครับจัดปายยย./55😘💕

ด่วนที่สุด! กทม. ยกระดับขั้นสุด ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ “ครบทั้ง 50 เขต” แล้ว!เมื่อเวลา 10.00 น. 26 ก.ย. 69ที่ผ่...
26/09/2026

ด่วนที่สุด! กทม. ยกระดับขั้นสุด ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ “ครบทั้ง 50 เขต” แล้ว!

เมื่อเวลา 10.00 น. 26 ก.ย. 69ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงนามประกาศขยายเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด 50 เขต (มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 69 เป็นต้นไป)

ประกาศนี้สำคัญอย่างไร นั่นคือ หน่วยงานรัฐลุยได้ทันทีโดย เปิดทางให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย สามารถใช้งบประมาณฉุกเฉินและกำลังพล เข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชน รวมถึงซ่อมแซมพื้นที่เสียหายได้อย่างรวดเร็วตามกฎหมาย โดยไม่ต้องรออนุมัติตามขั้นตอนปกติ
โดยกระดับการจัดการ: เพื่อรับมือกับวิกฤตฝนตกหนักสะสมข้ามคืนที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจราจร ชีวิต และทรัพย์สินของคนกรุงในทุกตารางนิ้ว

โดยสถานการณ์เวลานี้:
กทม. กำลังเร่งประสานงานทุกภาคส่วนเพื่อระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยจะมีการมอนิเตอร์กลุ่มฝนและระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

26/09/2026

@สุดจัด!!!ปลัดบอก.ท่วมยันปากซอย.ว่าจะไม่ออกมาแต่ก็ดันต้องมาหาของกิน เซเว่นก็เถอะต้านไม่อยู่เล่นกันซะเกลี้ยงแผง จะตุนไปยันเดือนหน้าเลยเหรอออเพ่!! ขอบ่นหน่อย/55😘
📍ดอนเมืองส่งเข้าประกวด./✌️

26/09/2026

@สุดจัด!!!ปลัดบอก ท่วมยันปากซอย ว่าจะไม่ออกมาแต่ก็ดันต้องมาหาของกิน เซเว่นก็เถอะต้านไม่อยู่เล่นกันซะเกลี้ยงแผง จะตุนไปยันเดือนหน้าเลยเหรอออเพ่!! ขอบ่นหน่อย/55😤
📍ดอนเมืองส่งเข้าประกวด./😅

26/09/2026

ระวัง!ผัวเมียแย่งทรัพย์โดนสวนยักยอกสินสมรส โทษหนักถึงจำคุก!!

#ยักยอก #สินสมรส #แย่งสินสมรส #ผัวเมียแย่งสินสมรส #ยักยอกสินสมรส #อานนท์เชื้อสัตตบงกช

25/09/2026

พี่น้องแอบยักยอกมรดก โทษหนักตามกฎหมาย อย่าหาทำ !!!

25/09/2026

📍พี่น้องแอบยักยอกมรดก โทษหนักตามกฎหมาย อย่าหาทำ !!!


#ยักยอกมรดก #ผู้จัดการยักยอม #มรดก #ทายาท #อานนท์เชื้อสัตตบงกช

เปิดคำพิพากษา ศาลสั่งประหาร "โกทร" กับพวก คดียิง สจ.โต้ง ให้การเป็นประโยชน์เหลือคุกตลอดชีวิตห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา เมื่...
24/09/2026

เปิดคำพิพากษา ศาลสั่งประหาร "โกทร" กับพวก คดียิง สจ.โต้ง ให้การเป็นประโยชน์เหลือคุกตลอดชีวิต

ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ย. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีร่วมกันฆ่านายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรืออดีต สจ.โต้ง หมายเลขดำ อ629/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายธนศรัณย์กรณ์ เตชะธนัตถ์โชติ ที่ 1 นายศักดิ์สิทธิ์หรือตูน ชินวงษ์ ที่ 2 นายธนภัทรหรือแนว ส่งแสง ที่ 3 นายอภิสิทธิ์หรือบาส สดชื่น ที่ 4 นายสิทธิชัยหรือจิ้มหรือจิ้น ศรีภักดี ที่ 5 นายภัทรนนท์หรืออ๊อฟ บุญชู ที่ 6 นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุข ที่ 7 และน.ส.มินช์ญารัศน์หรือเมย์ พชระมารกุล ที่ 8 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ตามลำดับในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ พ.ร.บ.อาวุธปืน

อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า คืนวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายสุนทร ได้สั่งให้จำเลยอื่นใช้อาวุธปืนยิงนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง ปราจีนบุรี 22 นัดเสียชีวิตภายในบ้าน ถ.วัดโรมันอุทิศ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ของ นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุข เบิกตัวพวกจำเลยที่ให้การปฏิเสธจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา

โดยก่อนอ่านคำพิพากษา น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ สจ.จอย ภรรยาของ สจ.โต้ง พร้อมคนติดตามอีกกว่า 30 คน ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ในขณะที่จำเลยทั้ง 8 คน มาห้องพิจารณาคดี พบว่านายสุนทร ใส่แว่น แต่งกายตามชุดนักโทษของเรือนจำ ตามกฎระเบียบของราชทัณฑ์ นั่งรถเข็นวีลแชร์ โดยมีลูกน้องคนหนึ่งในจำเลยเป็นผู้เข็นให้ นายสุนทรไม่ได้ใส่เครื่องพันธนาการ ก่อนยกมือไหว้ยิ้มทักทายคนที่มาร่วมรับฟังพิจารณาคดี ซึ่งคาดว่าเป็นคนรู้จักของนายสุนทร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน แล้วรับฟังเป็นข้อยุติว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 67 ผู้ตาย หรือ สจ.โต้ง พร้อมพวกอีกประมาณ 20 คน ได้เดินทางมาที่บ้านของจำเลยที่ 7 หรือ นายสุนทร ที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ภรรยาของผู้ตายลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพยานเบิกความว่า ผู้ตายได้เข้าไปหาจำเลยที่ 7 เพียงคนเดียว ก่อนที่จำเลยที่ 7 จะลงมาจากบริเวณชั้น 2 ของบ้าน และลงมาพูดคุยกับผู้ตายในลักษณะโต้เถียงกัน จนจำเลยที่ 7 ร้องไห้ ก่อนที่ผู้ตายจะก้มกราบ ก่อนที่ผู้ตายจะเดินออกมาจากบริเวณบ้าน ระหว่างที่รอประตูรั้วเปิด ผู้ตายเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเดินกลับเข้าไปภายในบ้านโดยใช้ประตูด้านข้างสระว่ายน้ำ พยานเบิกความอีกว่า หลังผู้ตายเข้าไปนานกว่า 20 นาที ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมากกว่า 10 นัด และมีคนตะโกนว่าผู้ตายถูกยิง จึงได้มีการตะโกนบอกฝั่งพรรคพวกของผู้ตายให้เตรียมรถนำตัวผู้ตายไปส่งที่โรงพยาบาล

แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำความผิด แต่ได้มีการนำพยานแวดล้อมจากตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบวิถีกระสุนปืน และเขม่าดินปืน ซึ่งได้นำหลักฐานที่เก็บจากกลุ่มคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และมีการจำลองการยิงในที่เกิดเหตุ หลายแบบ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า ผู้ใดเป็นคนยิงและผู้ใดอยู่ใกล้-ไกล จากระยะการยิง

จากผลการจำลองมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1, 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง สอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1, 2 ประกอบกับในร่างของผู้ตายมีกระสุน 2 แบบ ส่วนจำเลยที่ 4 อ้างว่าตัวเองไปหลบอยู่ภายในห้องเก็บของ แต่จากการจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ รวมถึงคราบเขม่าดินปืนที่ติดอยู่กับตัวจำเลยที่ 4 จึงเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 4 อยู่ในบริเวณที่ยิงกัน และจำเลยที่ 4 เคยให้การในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 7 เคยสั่งว่าหากผู้ตายมาที่บ้าน “ให้ฟาดมันเลย” ทำให้เชื่อได้ว่า ตัวการร่วมกันกระทำความผิด

จากการตรวจสอบเขม่าดินปืนของจำเลยที่ 7 พิสูจน์ได้ว่า จำเลยที่ 7 ได้ใช้อาวุธปืนของจำเลยที่ 2 ที่เป็นอาวุธปืนลูกซองยาวมายิง 3 นัด ทำให้เชื่อได้ว่า ตัวการร่วมกันกระทำความผิด ใช้อาวุธปืนยิง มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่การกระทำของ 1, 2, 4, 7 ไม่เข้าข่ายการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากไม่ได้มีการประชุมวางแผน และผู้ตายเป็นคนเดินกลับเข้ามาหาเอง ประกอบกับจำเลยที่ 1, 2, 4 เป็นลูกน้องที่อยู่กับจำเลยที่ 7 ก่อนแล้วไม่ได้เรียกให้มารวมตัวกัน และไม่มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ จึงไม่อาจบ่งชี้ว่าเป็นการวางแผนล่วงหน้า

ส่วนที่จำเลยที่ 7 อ้างว่า ตนได้ใช้อาวุธปืนยิงไปนอกบ้าน เพื่อข่มขู่ 3 นัด เป็นการยกข้ออ้างมาต่อสู้ในภายหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับเขม่าดินปืน จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟัง

อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 3, 5 และ 6 จะเป็นตัวการร่วมด้วยหรือไม่นั้น โจทก์มีแค่เขม่าดินปืน ผลของการตรวจสอบเขม่าดินปืน ซึ่งจำเลยที่ 3 มีเพียงคราบเขม่าดินปืนเล็กน้อย ส่วนจำเลยที่ 5 และ 6 ไม่พบคราบเขม่าดินปืน จึงพิสูจน์ไม่ได้ว่า จำเลยทั้ง 3 คน ได้ร่วมลงมือและฆ่าผู้ตาย จึงมีเหตุอันสงสัยตามสมควร จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยทั้ง 3 คน

ส่วนจำเลยที่ 8 พบว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในวันเกิดเหตุ ระหว่างขับรถผ่านหน้าบ้านของจำเลยที่ 7 พบว่ามีรถยนต์และคนจำนวนมากอยู่ที่หน้าบ้าน แช็ตแจ้งเตือนจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ได้รายงานหรือให้ความช่วยเหลือ พิจารณาหลักฐานทั้งหมด ไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 8 กระทำความผิด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย

ส่วนจำเลยที่ 1-7 กระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจรหรือไม่นั้น คดีนี้พยานหลักฐานของโจทก์พิสูจน์ได้ว่า จำเลยที่ 1-7 ร่วมกันฆ่าผู้ตายเฉพาะหน้า ไม่ได้มีการวางแผน และจำเลยที่ 1-7 ไม่ได้มีการประชุมรับฟังคำสั่งแบ่งหน้าที่ กระทำการสมคบคิดร่วมกันฆ่าผู้ตาย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่ากระทำผิดฐานซ่องโจร

ส่วนเรื่องคำขอค่าสินไหมทดแทนจากผู้ร้อง ซึ่งคือพี่ชายของผู้ตาย และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ได้ขอค่าสินไหมทดแทนจากการทำพิธีปลงศพ โดยเป็นเงินจำนวนกว่าหนึ่งล้านบาท แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรให้จำเลยที่ 1, 2, 4, 7 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 801,400 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ส่วนจำเลยที่ 3, 5, 6, 8 ไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้

ศาลพิพากษาการกระทำของจำเลยที่ 1, 2, 3, 4, 5, 7 ผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมตามกระทงความผิดไป ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นโทษหนักสุด ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1, 2, 4, 7 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน แต่มีเหตุให้ลดโทษ เหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 801,400 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

ส่วนจำเลยที่ 3 และ 5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ให้จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 8 เดือน ปรับ 7,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท แต่จำเลยที่ 3 และ 5 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญามีกำหนดไว้ 2 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 8 ส่วนข้อหาสมคบกันซ่องโจรและข้อหาอื่น ๆ ให้ยกฟ้อง

น.ส.ณภาภัช หรือ อดีต สจ.จอย ภรรยา สจ.โต้ง กล่าวก่อนฟังคำพิพากษาว่า ก่อนเดินทางมาศาลได้บอกกล่าวกับวิญญาณของ สจ.โต้ง ให้มาร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วยกัน ส่วนการกำหนดวันประกอบพิธีฌาปนกิจศพนั้น จะต้องรอปรึกษาหารือกับครอบครัวอีกครั้ง โดยยังคงเก็บรักษาศพของ สจ.โต้ง ไว้ ณ วัดมะกอกสีมาราม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนเรื่องความปลอดภัยและการทำงานในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือระแวงเหมือนช่วงแรก และเนื่องจากไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงไม่ได้ลงพื้นที่ โดยทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลลูกเป็นหลัก และยังไม่ได้วางแผนเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตแต่อย่างใด./

ศาลพิพากษาประหาร "โกทร" อดีตนักการเมืองดัง กับพวก 4 ราย คดียิง "สจ.โต้ง" เสียชีวิต ให้การเป็นประโยชน์เหลือจำคุกตลอดชีวิต...
24/09/2026

ศาลพิพากษาประหาร "โกทร" อดีตนักการเมืองดัง กับพวก 4 ราย คดียิง "สจ.โต้ง" เสียชีวิต ให้การเป็นประโยชน์เหลือจำคุกตลอดชีวิต

วันที่ 24 ก.ย. 2569 ที่ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีร่วมกันฆ่า นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ อดีต สจ.โต้ง หมายเลขดำ อ629/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายธนศรัณย์กรณ์ เตชะธนัตถ์โชติ ที่1 นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ ตูน ชินวงษ์ ที่ 2 นายธนภัทร หรือ แนว ส่งแสง ที่ 3 นายอภิสิทธิ์ หรือ บาส สดชื่น ที่ 4 นายสิทธิชัย หรือ จิ้ม หรือ จิ้น ศรีภักดี ที่ 5 นายภัทรนนท์ หรือ อ๊อฟ บุญชู ที่ 6 นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร อดีตนายก อบจ. ปราจีนบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุขที่ 7 และ น.ส.มินช์ญารัศน์ หรือ เมย์ พชระมารกุล ที่ 8 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ตามลำดับในความผิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ พ.ร.บ.อาวุธปืน

อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า คืนวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายสุนทร ได้สั่งให้จำเลยอื่นใช้อาวุธปืนยิง นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง ปราจีนบุรี 22 นัดเสียชีวิตภายในบ้าน ถ.วัดโรมันอุทิศ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ของ นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี และอดีต รมช.สาธารณสุข เบิกตัวพวกจำเลยที่ให้การปฏิเสธจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา

ล่าสุด มีรายงานว่า ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต "โกทร" พร้อมพวก 4 คน ฐานลั่นไกฆ่าสจ.โต้ง พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม 801,400 บาท ให้การเป็นประโยชน์เหลือคุกตลอดชีวิต ./

23/09/2026

โดนจราจรจับไม่ยอมออกใบสั่ง กักตัว​ไม่มีเงินจ่าย​ สิ่งแรกต้องรีบทำ/

#พรบจราจร​ #ใบสั่ง​ #จราจรจับ​ #ค่าปรับ​ #จราจรกักตัว​ #ตำรวจจับ​ #อานนท์เชื้อสัตตบงกช

ที่อยู่

กรุงเทพมหานคร
Lak Si
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66951686670

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ รู้ข่าวทันกฎหมาย กับทนายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่