ANAN SAMUI Lawyer

ANAN SAMUI Lawyer ทนายความทางด้านอรรถคดีในท้องที่อำเภอเกาะสมุย และบริการให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจและกฎหมาย นิติกรรมสัญญา

24/08/2026
23/08/2026

ีกาใหม่ปี69 🧠

ฎ. 157/2569 (น่าสนใจ)

#ประเด็นสำคัญในฎีกานี้มีว่า

“การที่จำเลยติดต่อซื้อบริการทางเพศจากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งในตอนแรกเข้าใจจากภาพโฆษณาว่าเด็กมีอายุกว่า 18 ปีแล้ว แต่เมื่อพบตัวจริง จำเลยเห็นว่ารูปร่างหน้าตาไม่ตรงกับภาพและประเมินได้ว่าน่าจะมีอายุไม่เกิน 18 ปี โดยเด็กเป็นฝ่ายออกจากบ้านและมาพบจำเลยเอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม หรือไม่”

#ข้อเท็จจริงโดยย่อ

1. โจทก์ (พนักงานอัยการ) ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ตาม ป.อ. มาตรา 1, 91,

→ มาตรา 277
→ มาตรา 283 ทวิ
→ มาตรา 317

2. เด็กหญิง ป. ผู้เสียหายที่ 1 ขณะเกิดเหตุ #อายุ 14 ปีเศษ เป็นบุตรซึ่งอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของนาง ม. ผู้เสียหายที่ 2

→ ในคืนเกิดเหตุจำเลยซึ่งมาทำงานที่ต่างจังหวัดเข้าพักที่โรงแรม เห็นโฆษณาขายบริการทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์มีบัญชีผู้ใช้งานว่า “รถถัง” โดย #มีภาพใบหน้าผู้เสียหายที่ 1 พร้อมหมายเลขโทรศัพท์อยู่ในโฆษณาดังกล่าว

→ จำเลยสนใจจึง #ติดต่อขอซื้อบริการทางจากเพศ จากผู้เสียหายที่ 1 ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์

→ ครั้นเวลาประมาณ 23 นาฬิกา ผู้เสียหายที่ 1 และเพื่อนชื่อ เด็กหญิง ศ. #มาหาจำเลยที่ห้อง จำเลยตกลงซื้อบริการทางเพศจากผู้เสียหายที่ 1 เพียงคนเดียว จากนั้น #กระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 จนสำเร็จความใคร่โดยผู้เสียหายที่ 1 ยินยอม

✪ #คำถามที่ 1 การที่จำเลยเห็นโฆษณาขายบริการทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีภาพใบหน้าผู้เสียหายที่ 1 แต่จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายที่ 1 เป็นบุคคลที่มีอายุกว่า 18 ปี จึงติดต่อขอซื้อบริการทางเพศ จะเป็นการกระทำความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากมารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม หรือไม่

#คำตอบ ไม่มีความผิดฐานพรากเด็กฯ เพราะยังไม่มีเจตนาที่กระทำความผิดฐานนี้ (ดู ป.อ. มาตรา 59 วรรคสองและสาม)

#เหตุผล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

1.) ( #วรรคนี้ดี) คำว่า "พราก" พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายไว้ว่า ทำให้จากไป พาไปเสียจาก ทำให้แยกออกจากกัน หรือแยกออกไป ดังนั้น การพรากอันจะทำให้ผู้กระทำมีความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ข้างต้น จึงหมายถึง #การพาหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล #ทำให้อำนาจปกครองดูแลเด็กของบุคคลดังกล่าวถูกรบกวนหรือถูกกระทบกระเทือนโดยบุคคลดังกล่าวไม่รู้เห็นยินยอม อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบุคคลเหล่านั้น

ซึ่งเห็นได้ว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ #มุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กเป็นสำคัญมิให้ถูกผู้ใดมาก่อการรบกวนหรือกระทำการใดอันเป็นการกระทบกระทั่งต่ออำนาจปกครองไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย

จึง #ไม่จำกัดว่าการพรากจะกระทำด้วยวิธีการใดและไม่คำนึงว่าเด็กจะเป็นฝ่ายออกจากบ้านเองหรือมีบุคคลใดเป็นฝ่ายนัดหมายชักชวนมา โดยหากมีการกระทำต่อเด็กในทางเสื่อมเสียและเสียหายอันเป็นการล่วงละเมิด
อำนาจปกครองดูแลแล้วย่อมถือเป็นความผิดทั้งสิ้น

2.) ฉะนั้น แม้ในตอนแรกที่จำเลยเห็นภาพโฆษณาของผู้เสียหายที่ 1 แล้ว #เข้าใจว่าผู้เสียหายที่ 1 มิได้เป็นเด็กแต่เป็นบุคคลที่มีอายุกว่า 18 ปี จึงตัดสินใจติดต่อซื้อบริการทางเพศอัน (ซึ่งขณะนั้น) #ถือได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดฐานนี้ดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ตาม

------

✪ #คำถามที่ 2 หากต่อมาจำเลยไปพบผู้เสียหายที่ 1 และตกลงซื้อบริการทางเพศ จะเป็นการกระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม หรือไม่
#คำตอบ เป็นความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม

เหตุผล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

1.) แต่เมื่อผู้เสียหายที่ 1 มาพบกับจำเลยที่ห้อง จำเลยจึง #มีโอกาสเห็นตัวจริงของผู้เสียหายที่ 1 อย่างชัดเจน ซึ่งในข้อนี้จำเลยเองก็เบิกความยอมรับว่ารูปร่างหน้าตาผู้เสียหายที่ 1 ไม่ตรงกับภาพที่โฆษณา จำเลยประเมินแล้วคิดว่าผู้เสียหายที่ 1 น่าจะเป็นเด็กมีอายุไม่ถึง 18 ปี

2.) #การที่จำเลยมีข้อสงสัยเช่นนี้จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนว่าผู้เสียหายที่ 1 ยังเป็นเด็กอยู่หรือไม่และมีอายุเท่าใดแน่ แต่จำเลยไม่นำพา กลับตกลงซื้อบริการทางเพศจากผู้เสียหายที่ 1 แล้วกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1

3.) ( #วรรคนี้ดี) ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายที่ 1 เป็นเด็กมีอายุยังไม่ถึง 15 ปี การกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมมีผลทำให้อำนาจปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ 2 ถูกล่วงละเมิดตัดขาด #เป็นการพรากไปโดยปริยาย เข้าลักษณะเป็นการพาและแยกผู้เสียหายที่ 1 ไปจากความปกครองดูแลและล่วงละเมิดอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 แล้ว จำเลยจึง #มีความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารอีกกระทงหนึ่งด้วย ( #นอกเหนือจาก ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นยินยอม ตาม ป.อ. มาตรา 277)

-------

✪ #คำถามที่ 3 การกระทำของจำเลยดังกล่าวสมควรได้รับการรอการลงโทษ หรือไม่

#คำตอบ ไม่สมควรรอการลงโทษ เพราะเป็นเรื่องร้ายแรง

เหตุผล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

1.) ผู้เสียหายที่ 1 #ยังเป็นเด็กอ่อนด้อยทั้งวุฒิภาวะและประสบการณ์ชีวิต ย่อมถูกชักชวนไปในทางเสื่อมเสียได้โดยง่าย โดยเฉพาะการต้องเข้าไปอยู่ในวงจรขายบริการทางเพศตั้งแต่เป็นเด็กนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงภาวะความเสื่อมทรามของสังคมและศีลธรรมแล้ว ยังทำให้ผู้เสียหายที่ 1 #ต้องเสียโอกาสในการพัฒนาตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีคุณภาพและมีอนาคตที่ดี

2.) รัฐจึงต้องเข้ามาคุ้มครองปกป้องสวัสดิภาพของเด็กไม่ให้ผู้ใดแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในทางการค้าเช่นนี้ #ผู้ซื้อบริการจึงสมควรได้รับโทษสถานหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างซึ่งเท่ากับหยุดส่งเสริมการค้าประเวณีเด็กมิให้ลุกลามแพร่ขยายออกไป
3.) พฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้ถือได้ว่า #เป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

--------


★ #ข้อสังเกตเพิ่มเติม

① ในประเด็นความผิดฐานพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งเคยมีแนวฎีกาตัดสินทำนองว่า “ผู้เสียหายมาหาเอง ไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าว” จึง #ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับความผิดฐานพราก

ฎ. 1586/2562

การที่ผู้เสียหายที่ 2 #ไปที่ร้านของจำเลยเอง แล้วจำเลยล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหายที่ 2 ที่ร้านโดยจำเลย #มิได้พาผู้เสียหายที่ 2 ไปแต่อย่างใด จำเลยย่อม #ไม่มีความผิดฐานพาผู้เสียหายที่ 2 ไปเพื่อการอนาจาร แต่การที่จำเลยพยายามกระทำชำเรา และกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 2 ย่อมเป็นการกระทบต่ออำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 1 ที่มีต่อผู้เสียหายที่ 2 มิให้ผู้ใดพรากไปเสียจากความปกครอง แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายที่ 2 ยินยอมก็ตาม แต่ผู้เสียหายที่ 2 ยังไม่พ้นจากความปกครองของผู้เสียหายที่ 1 ผู้เป็นมารดา ถือว่าเป็นการพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร

ฎ. 2982/2562

ผู้เสียหายที่ 2 วิ่งไปหาจำเลย จำเลยกอดผู้เสียหายที่ 2 แล้วจูบหน้าผาก จากนั้นถอดกางเกงผู้เสียหายที่ 2 ออกแล้วอุ้มผู้เสียหายที่ 2 ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหายที่ 2 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยอุ้มพาผู้เสียหายที่ 2 ไปที่อื่น จำเลยล่วงเกินทางเพศผู้เสียหายที่ 2 ตรงบริเวณที่พบผู้เสียหายที่ 2 นั้นเอง เท่ากับว่า #ผู้เสียหายที่ 2 มาหาจำเลยเองด้วยความเต็มใจ จำเลยมิได้พาผู้เสียหายที่ 2 มา อีกทั้งมิได้เหนี่ยวรั้งผู้เสียหายที่ 2 ไว้

เช่นนี้ ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยมีการกระทำประการใดอันเข้าลักษณะเป็นการพรากผู้เสียหายที่ 2 ไปเสียจากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งจะกระทบกระเทือนต่ออำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 1 จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม และย่อม #ไม่มีความผิดฐานพาผู้เสียหายที่ 2 เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารด้วย

☞ #หมายเหตุ ในประเด็นความผิดฐานพรากตามฎีกานี้ หากพิจารณาตามแนวฎีกาหลัง ๆ น่าจะต้องถือว่าเป็นการพรากแล้ว

② คดีนี้ถือเป็น #คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ จึงมีข้อพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้

→ #ชั้นสอบสวน การสอบปากคำผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องมีการดำเนินการ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ (จัดหาสถานที่เหมาะสมและมีสหวิชาชีพ) และเมื่อผู้เสียหายเป็นหญิงจึงต้องให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้ถามปากคำตามมาตรา 133 วรรคสี่ ด้วย

→ #ชั้นพิจารณา ต้องใช้กระบวนการพิจารณาสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ตามมาตรา 172 ตรี

23/08/2026

#กลุ่ม Chabad House of Thailand
นำโดย แรบไบ โจเซฟ
ซึ่งเข้ามาตั้งรกรากในไทยกว่า 30 ปี
และได้รับสัญชาติไทยเมื่อปี 2560

ได้จัดงาน กาลาดินเนอร์
ระดมทุนครั้งใหญ่ถึง 30 ล้านดอลล่าร์
(ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ที่นครนิวยอร์ก

เพื่อขยายศูนย์ชาบัด 12 แห่ง ทั่วประเทศไทย

โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ…
การสร้างโบสถ์ยิวขนาดใหญ่
ใจกลางซอยสุขุมวิท 22

รวมถึงการปักฐานขยายสาขาชาบัดไปยัง
อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน
เกาะสมุย
เกาะพะงัน
และ ภูเก็ต

เปิดโมเดลธุรกิจกินรอบวง
จะมีเงินหมุนเวียนในกลุ่มทะลุ 5,000 ล้าน

แต่สิ่งที่กำลังถูกจับตา…
ไม่ใช่แค่เรื่องขยายศูนย์ชาบัด!

แต่มันคือ…
อาณาจักรธุรกิจ ที่เติบโตอย่างเงียบๆ

จากการตรวจสอบพบว่า…
มีบริษัทในเครือข่ายมากกว่า 40 แห่ง
ทำรายได้ย้อนหลังไป 5 ปี
เกือบ 5,000 ล้านบาท

ครอบคลุมตั้งแต่…

โรงแรมที่พัก ที่รองรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลโดยเฉพาะ

บริษัทนำเที่ยว จัดการเดินทางแบบครบวงจร
ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ร้านอาหารโคเชอร์ & ครัวกลาง Zanni Kitchen
ผลิตและบริการอาหารตามหลักศาสนา

รูปแบบการดำเนินงานดังกล่าว
ถูกตั้งข้อสังเกตว่า…

“เป็นระบบกินรอบวง”
ที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่พึ่งปลดประจำการจากกองทัพ

จ่ายเงินผ่านระบบและเครือข่ายพวกเดียวกัน
ตั้งแต่…
ตั๋วเดินทาง
ที่พัก
อาหาร
ไปจนถึงสถานที่ทำกิจกรรม

ส่งผลให้…
เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนอยู่เฉพาะในกลุ่มทุนยิว!

โดยที่ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นคนไทย
แทบไม่ได้อะไรจากกลุ่มคนเหล่านี้อย่างที่ควรจะเป็น!

เนื่องจากผู้บริหารเครือข่ายถือสัญชาติไทย
และมีบัตรประชาชนไทยถูกต้องตามกฎหมาย

การถือครองที่ดินในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง
กรุงเทพ
เชียงใหม่
เกาะพงัน
หรือพื้นที่ตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
จึงสามารถทำได้ตามช่องทางกฎหมาย
และรัฐธรรมนูญทุกประการ!

อย่างไรก็ตาม…
กระแสสังคมและชาวบ้านในพื้นที่
เริ่มตั้งคำถาม…

ถึงผลกระทบเชิงโครงสร้าง
และวิถีชีวิตชุมชน

จึงเริ่มมีข้อเสนอจากหลายฝ่าย
ให้รัฐบาลเข้ามากวดขัน!

ตั้งแต่การจัดระเบียบระยะเวลาพำนัก
การตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ไปจนถึง…การทบทวนมาตรการ การท่องเที่ยว!

คนไทยทั้งประเทศ…
กำลังรอรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ว่าจะเข้ามาจัดระเบียบ
และกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างไร?

เพื่อไม่ให้ทรัพยากร
และโอกาสทางเศรษฐกิจ
ของคนท้องถิ่นและคนไทยทั้งประเทศ
ถูกกลืนหายไป!

ภายใต้ร่มเงา…
ของทุนข้ามชาติ!
ที่ถือสัญชาติไทย!

ที่มาข้อมูล : Mtoday

ภาพประกอบ : AI

มาดาม อิงแลนด์

22/08/2026

🇲🇾ประเทศมาเลเซียประกอบด้วย 13 รัฐ และ 3 ดินแดนสหพันธ์ โดยแบ่งออกตามภูมิศาสตร์เป็น 2 ส่วนหลัก คือ มาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมลายู) และมาเลเซียตะวันออก (เกาะบอร์เนียว)

มาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมลายู) — 11 รัฐ
ยะโฮร์ / จอโฮร์ (Johor)
เกดะห์ / ไทรบุรี (Kedah)
กลันตัน (Kelantan)
มะละกา (Melaka / Malacca)
เนเกรีเซิมบีลัน (Negeri Sembilan)
ปะหัง (Pahang)
เปรัก (Perak)
ปะลิส (Perlis)
ปีนัง (Penang / Pulau Pinang)
สลังงอร์ (Selangor)
ตรังกานู (Terengganu)

มาเลเซียตะวันออก (เกาะบอร์เนียว) — 2 รัฐ
ซาบาห์ (Sabah)
ซาราวัก (Sarawak)

ดินแดนสหพันธ์ (Federal Territories)
พื้นที่ปกครองส่วนกลางขึ้นตรงต่อรัฐบาลสหพันธ์ ได้แก่
1. กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur): เมืองหลวงทางราชการและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

2. ปุตราจายา (Putrajaya): ศูนย์กลางการบริหารและที่ตั้งกระทรวงต่างๆ

3. ลาบวน (Labuan): หมู่เกาะศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งรัฐซาบาห์

22/08/2026

หมดยุครุ่งเรือง! ตลาดจตุจักร ตะวันนา ย่านค้าหน้าราม ตลาดน้ำไม่เหลือ
ครั้งหนึ่ง หน้ารามคำแหง ตะวันนา จตุจักร และตลาดน้ำ คือภาพแทนของ “ย่านการค้า” ที่ผู้คนต้องเดินทางไปหา หน้ารามฯ เต็มไปด้วยนักศึกษา ร้านหนังสือ ชีทเรียน ชุดนักศึกษา ร้านถ่ายรูป ร้านอาหาร และร้านเล็ๆ อีกมากมาย
ตะวันนาเคยเป็นตลาดวัยรุ่นที่คนแวะมาเดินช้อปปิ้งตอนเย็นถึงค่ำ
จตุจักรเป็นจุดหมายของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ส่วนตลาดน้ำไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายภาพจำของประเทศไทย ทั้งเรือ คลอง อาหาร และวิถีชีวิตริมสายน้ำ
แต่วันนี้ภาพกำลังเปลี่ยนไป ร้านค้าปิด พื้นที่ว่างเพิ่มขึ้น ป้าย “เซ้ง” และ “ให้เช่า” เริ่มเห็นบ่อยขึ้น
คำถามคือ คนเลิกซื้อของแล้วหรือ...อาจไม่ใช่
สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือ “วิธีการซื้อ” และ “เหตุผลที่ต้องเดินทาง”
📌หน้ารามฯ - เมื่อนักศึกษาไม่ใช่เครื่องยนต์เดิม
ในอดีต นักศึกษารามคำแหงไม่ได้เป็นเพียงคนมาเรียน แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจของทั้งย่าน คนมาเรียน กินข้าว ซื้อหนังสือ ซื้อชีท ถ่ายรูป ซื้อเสื้อผ้า เช่าหอพัก และใช้ชีวิตอยู่รอบมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดเงินหมุนต่อเนื่องจากมหาวิทยาลัยไปสู่ร้านค้าและธุรกิจรอบข้าง แต่วันนี้รูปแบบชีวิตเปลี่ยนไป
ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า รามคำแหงมีนักศึกษาส่วนกลางและภูมิภาครวม 148,154 คน แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนทั้งหมดจะใช้ชีวิตอยู่หน้ามหาวิทยาลัย
เพราะกิจกรรมจำนวนมากที่เคย “บังคับให้ต้องมา” วันนี้ไม่จำเป็นต้องมาแล้ว
หนังสือกลายเป็นไฟล์ดิจิทัล การซื้อของย้ายไปออนไลน์ การสื่อสารไม่ต้องพึ่งร้านอินเทอร์เน็ต และธุรกิจอย่างร้านถ่ายรูป ร้านหนังสือ ร้านชีท หรือร้านชุดนักศึกษาก็หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อกิจกรรมที่ทำให้คนต้องอยู่ในพื้นที่หายไป คนเดินก็หายไปตาม
ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จากสำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล ระบุว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีนักศึกษาทั้งส่วนกลางและภูมิภาครวม 148,154 คน ขณะที่นักศึกษาปีการศึกษา 2568 เฉพาะส่วนกลางอยู่ที่ 18,801 คน
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทั้งหมดจะใช้ชีวิตอยู่หน้ารามฯ หรือสะท้อนจำนวนคนเดินในพื้นที่โดยตรง แต่ช่วยให้เห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงว่า ฐาน Demand ที่เคยหล่อเลี้ยงธุรกิจรอบมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมอีกแล้ว
ขณะเดียวกัน การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในอดีต ช่วงปี 2557 ยังทำให้ผู้ค้าบางส่วนต้องย้ายจากพื้นที่สาธารณะเข้าสู่พื้นที่เช่า ต้นทุนจึงสูงขึ้น แต่ Demand กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม
ค่าเช่าอาคารพาณิชย์ที่เคยสูงถึงประมาณแสนบาทต่อเดือน วันนี้บางพื้นที่เหลือราว 30,000–40,000 บาท ฟังดูเหมือนถูกลง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกำลังบอกว่า “กำลังซื้อของทำเล” ก็ลดลงเช่นกัน
📌ตะวันนา - ไม่ใช่คนไม่ซื้อ แต่ไม่มีเหตุต้องไป
ตะวันนาแตกต่างจากหน้ารามฯ เพราะ Demand ไม่ได้หายไป คนยังซื้อเสื้อผ้า แฟชั่น อาหาร และสินค้าอื่นๆ เหมือนเดิม แต่คำถามคือ...ทำไมต้องมาซื้อที่ตะวันนา
เมื่อก่อน การซื้อเสื้อหนึ่งตัวอาจหมายถึงการเดินทางมาที่ตลาด เดินหา เปรียบเทียบราคา ต่อราคา แล้วจึงซื้อกลับบ้าน วันนี้ทั้งหมดนี้ทำได้จากโทรศัพท์มือถือ
ตลาดจึงไม่ได้กำลังแข่งขันกับตลาดข้างๆ อีกต่อไป แต่มันกำลังแข่งขันกับ “หน้าจอ” และคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่ร้านที่ขายถูกกว่า แต่คือร้านที่ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย
เมื่อสินค้ากลายเป็นของที่หาได้เหมือนกันทั่วประเทศ ความสำคัญของทำเลก็ลดลง
ดังนั้นอนาคตของตะวันนาอาจไม่ใช่การพยายามเพิ่มร้านค้าให้มากที่สุด แต่ต้องตอบคำถามว่า...เราจะสร้างเหตุผลอะไรให้คนอยากเดินทางมาที่นี่
เพราะร้านค้า 500 ร้านไม่ได้แปลว่าจะมีคนมา ถ้าหากสินค้าทั้ง 500 ร้านสามารถหาได้จากโทรศัพท์
📌จตุจักร - คนยังมา แต่คนมาไม่เท่ากับเงินเดิน
จตุจักรเป็นกรณีที่น่าสนใจที่สุด เพราะคนยังมาเดิน ชื่อของจตุจักรยังเป็นที่รู้จัก นักท่องเที่ยวยังเดินทางมา ร้านอาหาร แฟชั่น ต้นไม้ ของแต่งบ้าน ของสะสม และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ยังมีอยู่
แต่ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Traffic แต่อยู่ที่ Transaction คนเดินเยอะ ไม่ได้แปลว่าคนซื้อเยอะ
วันนี้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาสินค้า ดูราคา อ่านรีวิว และเปรียบเทียบกับออนไลน์ได้ก่อนเดินทางมาถึง การมาจตุจักรจึงอาจเปลี่ยนจาก “มาหาของ” เป็น “มาเที่ยว แล้วถ้าเจอของน่าสนใจก็ค่อยซื้อ”
นี่ทำให้ร้านค้าต้องแข่งขันมากขึ้น เพราะคนหนึ่งคนอาจเดินอยู่หลายชั่วโมง กินข้าว ดื่มกาแฟ ถ่ายรูป แต่ซื้อสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้น
อย่างไรก็ตาม จตุจักรยังมีข้อได้เปรียบที่ออนไลน์ให้ไม่ได้ทั้งหมด คุณสัมผัสต้นไม้จริงได้ เดินดูของหลายร้อยร้านได้ เจอร้านเล็กๆ ที่ไม่เคยรู้จักได้ และสัมผัสบรรยากาศของตลาดจริงได้
ดังนั้นร้านที่จะอยู่รอดอาจต้องมีอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ชัดเจน ถูกกว่า แตกต่างกว่า เฉพาะทางกว่า หรือสร้างประสบการณ์ได้มากกว่า
โจทย์ของจตุจักรจึงไม่ใช่แค่ “ทำอย่างไรให้คนมา” แต่คือ “ทำอย่างไรให้คนที่มา มีเหตุผลที่จะซื้อ”
📌ตลาดน้ำ - เมื่อสิ่งที่ขายจริงๆ คือ “ประสบการณ์”
ตลาดน้ำแตกต่างออกไปอีกขั้น เพราะคนไม่ได้เดินทางไกลเพื่อซื้อของอย่างเดียว ถ้าเป็นเรื่องของฝาก อาหาร หรือสินค้าทั่วไป หลายอย่างหาได้ในกรุงเทพฯ หรือสั่งออนไลน์ได้
สิ่งที่คนกำลังซื้อจริงๆ คือ “ประสบการณ์” เรือในคลอง อาหารริมน้ำ บ้านเรือน วิถีชีวิต และภาพจำที่หาไม่ได้จากหน้าจอ แต่เมื่อสถานที่ท่องเที่ยวเติบโตขึ้น ปัญหาก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน
เมื่อมีร้านค้ามากขึ้น สินค้าเริ่มเหมือนกันมากขึ้น ราคาถูกตั้งคำถามมากขึ้น และประสบการณ์บางอย่างถูกออกแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมากกว่าการสะท้อนชีวิตจริง
ตลาดน้ำจึงเสี่ยงสูญเสียสิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญที่สุดของตัวเอง นั่นคือ “ความเป็นสถานที่” เพราะถ้าทุกตลาดน้ำขายของฝากเหมือนกัน อาหารเหมือนกัน และมีโปรแกรมทัวร์คล้ายกัน
คำถามก็จะกลับมาว่า...“แล้วทำไมต้องมาที่นี่”
ตลาดน้ำจึงไม่ได้แพ้ออนไลน์แบบเดียวกับตะวันนา ตะวันนาถูกออนไลน์แย่ง “ธุรกรรม” แต่ตลาดน้ำอาจกำลังสูญเสีย “คุณค่าของประสบการณ์” ไปด้วยตัวเอง
📌แล้วตลาดเก่ากำลังตายจริงหรือ?
ถ้ามองทั้ง 4 พื้นที่ เราจะเห็นว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องของ “ตลาดเก่ากำลังตาย” แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจเมือง
หน้ารามฯ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของ Demand เดิม เมื่อ “นักศึกษา” ไม่ได้ใช้ชีวิตในพื้นที่เหมือนเมื่อก่อน
ตะวันนา เผชิญกับโลกที่สินค้าไม่ได้เป็นเหตุผลเพียงพอให้คนต้องเดินทางมา
จตุจักรยังมี Traffic แต่ต้องเปลี่ยน Traffic ให้กลายเป็น Transaction
ส่วนตลาดน้ำ ต้องรักษาสิ่งที่ออนไลน์เลียนแบบได้ยากที่สุด นั่นคือประสบการณ์และความเป็นสถานที่
ทั้งหมดจึงนำไปสู่คำถามเดียวกัน ในอดีตคนเคยมาที่นี่เพราะ...ถ้าอยากได้ของ ต้องมาที่นี่
แต่วันนี้ของสามารถไปหาคนถึงบ้านได้แล้ว
ดังนั้นคำถามของย่านการค้าในอนาคตจึงไม่ใช่ “เราจะขายอะไร”
แต่คือ “ทำไมคนยังต้องมาที่นี่”
และบางที คำตอบของอนาคตอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ตลาดกลับไปเหมือนเดิม
แต่อยู่ที่การสร้างเหตุผลใหม่ให้คนรู้สึกว่า...การเดินทางมาที่นี่ ยังมีบางสิ่งที่หน้าจอให้พวกเขาไม่ได้
╔════════════════════════╗
โอกาสทอง สู่การเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ "YONNY"
พบกันในงาน สัมมนาลงทุน แฟรนไชส์ยอนนี่ ThaiFranchise Meet Up จับคู่แฟรนไชส์
วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 13.00 - 15.00 น.
ณ ห้องสุรศักดิ์ 2-3 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร (ติด BTS สุรศักดิ์)
✅ YONNY ร้านปลาต้มผักกาดดองอันดับ 1
✅ แฟรนไชส์ระดับ Global Brand สาขา 2,700 แห่งทั่วโลก
✅ ติดอันดับ Forbes 2025 และ 1 ใน 100 บริษัทอาหารชั้นนำของประเทศจีน
✅ ธุรกิจแบบ Business Format Franchise เน้นใช้เงินทำงานแทน
พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน
รับฟรี! กระเป๋าผ้า Yonny Limited Edition
ลุ้นรับ Art Toy, ร่ม และขวดน้ำสุดพรีเมียมจาก Yonny
ค่าธรรมเนียมเข้าร่วมงานเพียง 500 บาท/คน
ลงทะเบียนจองที่นั่งด่วน: https://forms.gle/pKeMUDCCLq65YX446
สอบถาม โทร. 089-8955665
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว YONNY และเติบโตไปด้วยกัน
╚════════════════════════╝
อ้างอิง
https://citly.me/nMENx
https://citly.me/aR6nf
https://citly.me/rKBjJ
https://citly.me/V3qHu
https://citly.me/c4jIy
#ตลาดนัด #เศรษฐกิจไทย #การตลาดออนไลน์ #จตุจักร #ตะวันนา #หน้าราม #ตลาดน้ำ #การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค

ที่อยู่

Room B105 , Palm Residence 91/20 , Moo 6 , Tumbon Bophud
Ko Samui
84320

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66814852988

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ANAN SAMUI Lawyerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ANAN SAMUI Lawyer:

ทางลัด

แชร์