ANAN SAMUI Lawyer

ANAN SAMUI Lawyer ทนายความทางด้านอรรถคดีในท้องที่อำเภอเกาะสมุย และบริการให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจและกฎหมาย นิติกรรมสัญญา

28/04/2026

เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้น มีความผิดตามกฎหมาย”

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8274/2568 ความผิดต่อ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัวของผู้กระทำความผิดไว้ว่า ต้องเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด... จึงจะลงโทษฐานเป็นตัวการกระทำความผิดได้ แต่คดีนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนให้ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำความผิดต่อโจทก์ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงและจำเลยที่ 1 บริษัทซึ่งมีหุ้นนั้นเป็นทุนจดทะเบียน จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานและการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำในขอบวัตถุประสงค์หรือทำเพื่อประโยชน์อย่างใดของจำเลยที่ 1 ทั้งยังทำให้จำเลยที่ 1 และโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ขาดลักษณะหรือคุณสมบัติเฉพาะตัวอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงไม่อาจเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้ แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 และเห็นสมควรยกฟ้องโจทก์เฉพาะแต่จำเลยที่ 1

(หมายเหตุ 1 โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ฟ. โจทก์ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทว่า หากจำเลยที่ 2 ต้องการถอนหุ้น จำเลยที่ 2 จะได้รับเงินจากโจทก์และโอนหุ้นของจำเลยที่ 2 ทั้งหมดให้โจทก์ หากโจทก์ต้องการถอนหุ้น โจทก์ต้องจ่ายเงินแก่จำเลยที่ 2 และโอนหุ้นของโจทก์ทั้งหมดให้จำเลยที่ 2 โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ขอถอนหุ้น

2 จำเลยที่ 2 นำส่งงบการเงินพร้อมแนบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท โดยไม่มีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้น โดยโอนหุ้นของโจทก์ทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 2

3 เมื่อจำเลยที่ 2 ทราบว่าโจทก์ไม่ประสงค์โอนหุ้น จำเลยที่ 2 โอนหุ้นกลับคืนมาให้โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ฟ.จำเลยที่ 1 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้

4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 (2) จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับ 100,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี

5 จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 2 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทว่า โจทก์ยังเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 2,500,000 บาท ถือเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยโจทก์ยื่นคำร้องว่า ม่ติดใจว่ากล่าวเอาความกับจำเลยที่ 2 และขอให้ศาลรอการลงโทษ เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและนับถึงวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำเลยที่ 2 มีอายุมากถึง 69 ปี ทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว จึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2)

(หลักกฎหมาย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 91, พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 ม. 42)

27/04/2026

🏠 ซื้อทรัพย์กรมบังคับคดี... โอกาสทองหรือความเสี่ยง? เรื่องต้องรู้ก่อนวางเงินมัดจำ!
หลายคนอยากมีบ้านหรือคอนโดในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ “ทรัพย์จากกรมบังคับคดี” กลายเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะบางรายการอาจมีราคาเริ่มต้นที่ดึงดูดใจเมื่อเทียบกับราคาตลาด แต่ก่อนจะตัดสินใจเข้าประมูล ต้องเข้าใจก่อนว่า การซื้อทรัพย์ลักษณะนี้ต้องอาศัยการตรวจสอบข้อมูลและการเตรียมตัวมากกว่าการซื้อบ้านมือสองทั่วไปครับ
✨ ทำไมทรัพย์กรมบังคับคดีถึงน่าสนใจ?
ทรัพย์มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด และที่ดินในหลายทำเลทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นการขายทอดตลาดผ่านหน่วยงานรัฐ มีประกาศ ขั้นตอน และเงื่อนไขให้ตรวจสอบได้ชัดเจนก่อนเข้าร่วมประมูล
⚠️ 3 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเคาะราคา
1. ทรัพย์ขายตามสภาพ
ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์ด้วยตนเองก่อนเข้าประมูล เพราะทรัพย์ขายทอดตลาดเป็นการขายตามสภาพที่เป็นอยู่ กรมบังคับคดีไม่ได้ซ่อมแซมหรือรับประกันสภาพทรัพย์ให้ก่อนขาย
2. อาจมีผู้อยู่อาศัยเดิมหรือทรัพย์สินเดิมอยู่ภายใน
ในบางกรณี ผู้ซื้อได้ทรัพย์แล้วอาจยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อ หากยังมีเจ้าของเดิมหรือผู้อาศัยเดิมไม่ยอมออกจากทรัพย์ จึงควรเช็กสถานะหน้างานจริงให้รอบคอบก่อนเข้าประมูล
3. มีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเผื่อไว้
นอกจากราคาที่ประมูลได้แล้ว ผู้ซื้อควรเผื่อค่าโอน ค่าธรรมเนียม ภาษี และโดยเฉพาะกรณีห้องชุด ควรตรวจสอบเรื่องค่าส่วนกลางค้างชำระให้ดี เพราะอาจเป็นภาระที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องรับผิดชอบก่อนจดทะเบียนโอน
💡 เตรียมตัวยังไงก่อนเข้าประมูล?
ตรวจสอบรายการทรัพย์จากเว็บไซต์และบริการของกรมบังคับคดี, ลงพื้นที่ดูทรัพย์จริง, เตรียมหลักประกันสำหรับเข้าสู้ราคา ซึ่งโดยทั่วไปใช้เงินสดหรือแคชเชียร์เช็คตามเงื่อนไขประกาศขายทอดตลาด และถ้าต้องกู้ธนาคารควรเช็กความพร้อมล่วงหน้า เพราะเมื่อชนะประมูลแล้ว ผู้ซื้อมีหน้าที่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามกำหนดเวลา โดยหลักทั่วไปคือภายใน 15 วัน และการขอเลื่อนต้องขึ้นอยู่กับการอนุญาตของเจ้าพนักงานบังคับคดี
📌 สรุป
การซื้อทรัพย์กรมบังคับคดีอาจเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่ทำการบ้านครบ มีเงินสำรอง และพร้อมจัดการเรื่องเอกสารกับขั้นตอนหลังประมูล แต่ถ้าเห็นแค่คำว่า “ราคาถูก” โดยไม่ตรวจสอบสภาพทรัพย์ ภาระค้างชำระ หรือสถานะผู้อยู่อาศัยเดิม ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ต้องรับต่อเองภายหลังได้ครับ
#กรมบังคับคดี #ซื้อทรัพย์ทอดตลาด #ประมูลบ้าน #บ้านมือสอง #ลงทุนอสังหา #คอนโดมือสอง #ซื้อบ้านอย่างมีสติ

27/04/2026

UPDATE : ราชกิจจาฯ ประกาศระเบียบคุมเข้มตุลาการศาลปกครองใช้สื่อโซเชียล ห้ามแสดงจุดยืนทางการเมือง-แสวงหาประโยชน์

วันนี้ (27 เมษายน) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. 2569 ซึ่งลงนามโดย ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยระเบียบฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

การออกระเบียบฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครองเป็นไปด้วยความเหมาะสม อยู่ภายใต้กรอบของจริยธรรมตุลาการ และไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน ตลอดจนไม่แทรกแซงการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดี โดยให้คำนิยามสื่อสังคมออนไลน์ ครอบคลุมถึงสื่อดิจิทัล แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ทุกประเภทที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต

สาระสำคัญของระเบียบกำหนดให้ตุลาการศาลปกครองต้องใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวัง มีความสุภาพ และสำรวมกิริยามารยาท โดยต้องงดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง การดูหมิ่น หมิ่นประมาท การสร้างความเกลียดชัง หรือการกระทำใดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี รวมทั้งต้องงดเว้นการเล่นโซเชียลมีเดียที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ ระเบียบยังได้กำหนดข้อห้ามสำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์ เผยแพร่ข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็นที่อาจกระทบต่อเกียรติศักดิ์ของตุลาการ ได้แก่
⚈ ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ข้อความ ภาพ หรือเสียงที่เกี่ยวเนื่องกับการพิจารณาคดี รวมถึงการสวมเสื้อครุยข้าราชการตุลาการเผยแพร่ในลักษณะที่ไม่สำรวม
⚈ ห้ามให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน หรือแสดงความคิดเห็นในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงห้ามเปิดเผยผลคำพิพากษาก่อนที่จะมีการอ่านอย่างเป็นทางการ
⚈ ห้ามแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์อันอาจสร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง หรือแสดงออกซึ่งอคติและจุดยืนทางการเมือง
⚈ ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อโอ้อวดตำแหน่งหน้าที่ หรืออ้างอิงตำแหน่งเพื่อประโยชน์ทางการค้าไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้บุคคลในครอบครัวนำตำแหน่งไปอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน
⚈ ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อจัดหาทุนหรือรายได้ที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ และหากตุลาการเป็นผู้จัดการและดูแลบัญชี (Admin) ของกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ จะต้องดูแลไม่ให้เกิดการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบหรือใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการสอบสวนและสิทธิของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือรับโทษทางความผิดวินัยต่อไป

อ้างอิง :https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/113497.pdf

26/04/2026

ทุกปี McDonald's ขายแฮมเบอร์เกอร์กว่า 6.5 พันล้านชิ้นทั่วโลก มีสาขากว่า 40,000 แห่งใน 100 กว่าประเทศ และถูกมองว่าเป็นร้านอาหาร fast food ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่มีความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ McDonald's ไม่ได้รวยจากการขายแฮมเบอร์เกอร์
#ธุรกิจจริงของ McDonald's คืออะไร
ย้อนกลับไปปี 1954 Ray Kroc นักขายเครื่องปั่นนม วัย 52 ปี เดินทางไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ของพี่น้อง McDonald ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาประทับใจในระบบการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จนขอสิทธิ์นำ McDonald's ไป franchise ทั่วประเทศ
แต่ช่วงแรก ธุรกิจ franchise แทบไม่ทำกำไรเลย เพราะ Kroc เก็บค่า royalty จากยอดขายของแต่ละสาขาในอัตราที่ต่ำมาก ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจ ยิ่งขยายสาขาเร็วเท่าไหร่ ปัญหา cashflow ก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น
จนกระทั่งที่ปรึกษาทางการเงินชื่อ Harry Sonneborn เดินเข้ามาหา Kroc และพูดประโยคที่เปลี่ยนทุกอย่างว่า
"คุณไม่ได้อยู่ในธุรกิจอาหาร คุณอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์"
#โมเดลที่เปลี่ยนทุกอย่าง
แทนที่จะปล่อยให้ผู้รับ franchise ไปเช่าที่ดินเอง McDonald's เริ่มซื้อหรือเช่าที่ดินและอาคารนั้นเอง แล้วนำมาให้ผู้รับ franchise เช่าต่อในราคาที่สูงกว่า
พูดง่ายๆ คือทุกครั้งที่คุณซื้อ Big Mac หนึ่งชิ้น เงินส่วนหนึ่งไม่ได้ไปที่เจ้าของร้าน แต่ไปที่ McDonald's Corporation ในฐานะเจ้าของที่ดิน
และนี่คือสิ่งที่แก้ปัญหา cashflow ของ Kroc ได้อย่างสิ้นเชิง
ธุรกิจอาหารมีรายได้ก็ต่อเมื่อ "ขายได้" — วันไหนลูกค้าน้อย รายได้ก็หาย วันไหนปิดร้าน รายได้เป็นศูนย์
แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เงินต้นเดือนทุกเดือน ไม่ว่าสาขานั้นจะขายดีหรือไม่ก็ตาม ผู้รับ franchise ต้องจ่ายค่าเช่าให้ McDonald's ก่อนเปิดร้านด้วยซ้ำ
Kroc เปลี่ยนจาก "รอให้คนซื้อแฮมเบอร์เกอร์" เป็น "ได้เงินทุกเดือนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" — นั่นคือความต่างระหว่าง income ที่ไม่แน่นอน กับ cashflow ที่คาดเดาได้
ปัจจุบัน McDonald's เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารกว่า 55% ของสาขาทั้งหมดทั่วโลก รายได้จากค่าเช่าเหล่านี้มี profit margin สูงกว่า 80% ขณะที่ธุรกิจอาหารมี margin เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
นั่นคือเหตุผลที่ McDonald's มีมูลค่าบริษัทกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่แฮมเบอร์เกอร์แต่ละชิ้นแทบไม่ได้กำไรเลย
#บทเรียนที่ซ่อนอยู่ใน McDonald's
สิ่งที่ Ray Kroc ทำไม่ใช่แค่การขยายร้านอาหาร แต่คือการมองทะลุผ่าน "product" ไปหา "asset" ที่อยู่เบื้องหลัง
และ pattern นี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
Amazon ดูเหมือนขายสินค้าออนไลน์ แต่รวยจาก AWS ที่ให้บริษัทอื่นเช่า infrastructure
Apple ดูเหมือนขาย iPhone แต่รายได้ที่โตเร็วที่สุดคือ App Store และ Apple Services ที่เก็บค่า commission จากทุก transaction
IKEA ดูเหมือนขายเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นเจ้าของอาคารและที่ดินมูลค่ามหาศาลทั่วโลก
ทุกบริษัทเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือพวกเขาใช้ "product" เป็นประตูเข้าสู่ "revenue stream" ที่ใหญ่กว่าและทำกำไรได้มากกว่า
#แล้วคุณล่ะ
คุณไม่จำเป็นต้องมีสาขา 40,000 แห่งถึงจะนำหลักคิดนี้ไปใช้ได้ครับ
1. มองให้ลึกกว่า "สิ่งที่ขาย"
ถามตัวเองว่า ในธุรกิจหรืองานที่คุณทำอยู่ มี asset หรือ resource อะไรที่คุณสร้างขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ monetize ? ความรู้, ความสัมพันธ์, ระบบ, หรือ audience ที่สะสมมา ทั้งหมดนี้คือ asset ที่อาจกลายเป็น revenue stream ใหม่ได้
2. อย่า depend กับ revenue stream เดียว
McDonald's ไม่ได้เลิกขายแฮมเบอร์เกอร์ แต่เพิ่ม revenue stream ที่ทำกำไรได้มากกว่าควบคู่กันไป ถ้าธุรกิจหรืออาชีพของคุณมีรายได้ทางเดียว คำถามที่ต้องถามคือ "อะไรที่ผมมีอยู่แล้ว ที่คนอื่นยินดีจ่ายเงินเพื่อใช้ประโยชน์จากมัน ?"
Ray Kroc ไม่ได้ประดิษฐ์แฮมเบอร์เกอร์ขึ้นมาใหม่ เขาแค่มองเห็นว่าธุรกิจจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่อยู่ที่ที่ดินใต้ร้านอาหารนั้น
บางครั้งสิ่งที่จะทำให้คุณรวยจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังขายอยู่ แต่คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมัน
==================================
เพราะเราเชื่อว่า "ความรู้" คือสิ่งเดียวจะเปลี่ยนชีวิต
คุณได้ กดติดตามเพจ The Founder เพื่อให้
"ความรู้ดี ๆ" ปรากฏบนหน้าฟีตของคุณทุกวัน
==================================

==================================
ช่องทางการติดตามเพจ "The Founder"
Facebook: https://www.facebook.com/thefounderfb
Instragram: https://www.instagram.com/thefounderig/
Blockdit: https://www.blockdit.com/thefounder
Youtube: https://www.youtube.com/-podcast
Threads: https://www.threads.net/thefounderig
==================================
#ธุรกิจ #พัฒนาตนเอง

26/04/2026
26/04/2026

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568
วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความผิดฐาน "เป็นผู้สนับสนุน" ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต้องครบองค์ประกอบความผิดด้วย

ฎีกานี้ที่ศาลวินิจฉัยว่า จำเลย "ไม่มีความผิด ฐานเป็นผู้สนับสนุน"
มีเหตุผลสำคัญดังนี้

1. ขาด "เจตนา" หรือ ไม่รู้ล่วงหน้า
- ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลย ไม่รู้มาก่อน ว่า อ. ชักชวนให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อไปฆ่าผู้ตาย
- จำเลยเพิ่งทราบตอนที่ อ. จอดรถที่ปากทางเข้าสวนยางพารา โดย อ. บอกแค่ว่าจะมาดักยิงคนและให้จำเลยรอ โดยที่จำเลย ไม่ทราบเรื่องอาวุธปืน

2. พฤติการณ์ "ไม่เป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก" ก่อนหรือขณะกระทำความผิด
* สถานที่และระยะทาง
- จำเลยรออยู่ที่ปากทางเข้าสวนยางฯ ห่างจากจุดซุกซ่อนปืน 300 เมตร และห่างจากจุดเกิดเหตุ (ที่ อ. ซุ่มยิง) อีก 500 เมตร (รวมห่างจากจุดยิง 800 เมตร)
* การมองเห็นและการเข้าถึง
- บริเวณที่รอเป็นสวนยางพารา เหตุเกิดในเวลากลางคืน ไม่สามารถมองเห็นกันได้ แม้จำเลยจะรอนาน 2-3 ชั่วโมง จำเลยย่อมไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์และเข้าไปช่วยเหลือ อ. ได้ทันท่วงที
- จำเลยไม่เห็นตอน อ. เตรียมตัว สวมถุงมือ หรือหยิบอาวุธปืน พฤติการณ์ที่รอจึงไม่ใช่การให้ความสะดวกในการฆ่า

3. การพาหลบหนีเป็นเหตุการณ์ "หลังความผิดสำเร็จแล้ว"
- การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์พา อ. หลบหนี เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ อ. ยิงผู้ตาย (ความผิดฐานฆ่าสำเร็จเด็ดขาดแล้ว)
- จึงไม่ใช่การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ อ. ในการ "ฆ่า" ผู้ตาย

สรุปหลักกฎหมาย
การจะเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ต้องมีเจตนา (รู้ว่าผู้กระทำผิดจะไปทำอะไร) และกระทำการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก "ก่อนหรือขณะ" กระทำความผิด การช่วยเหลือหลังความผิดสำเร็จแล้ว ไม่ใช่การสนับสนุนในความผิดนั้นๆ

#ฎีกาเก็ง #เนติบัณฑิต #สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา #สอบอัยการผู้ช่วย

23/04/2026

💡หลักกฎหมายน่ารู้
👉ของกลาง คือ วัตถุใด ๆ หรือทรัพย์สิน ซึ่งตกมาอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าพนักงาน โดยอำนาจของกฎหมายหรือโดยหน้าที่ในทางราชการ และได้ยึดไว้เป็นของกลางเพื่อพิสูจน์ในทางคดี หรือเพื่อจัดการอย่างอื่นตามหน้าที่ราชการ

ของกลางที่ศาลมีอำนาจริบได้ แยกได้เป็น 2 กรณี
1️⃣กรณีต้องริบทรัพย์สิน “โดยเด็ดขาด”
- ทรัพย์ที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิด (ป.อ.มาตรา 32) เช่น ยาเสพติด (ฎ.1756/2550), ปืนเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต (ฎ.2171/2554), ธนบัตรปลอม เป็นต้น

📚 ฎีกาที่ 1756/2550 เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ซึ่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 บัญญัติให้รับเสียทั้งสิ้น ทั้งเป็นทรัพย์ที่ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 บัญญัติให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ จึงต้องริบเมทแอมเฟตามีนของกลางตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องก็ตาม
📚 ฎีกาที่ 2171/2554 เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า อาวุธปืนของกลางที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนประจำอาวุธปืนของเจ้าพนักงานประทับไว้ จึงเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดที่ ป.อ. มาตรา 32 บัญญัติให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ผู้ถูกฟ้องว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนกระบอกนี้เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายแล้วก็ตาม ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่ง ป.อ. มาตรา 32 ที่ศาลจะต้องสั่งให้ริบเสียทั้งสิ้น

2️⃣กรณีริบทรัพย์สิน “โดยดุลพินิจของศาล”
- ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด (ป.อ. มาตรา 33) เช่น
* เงินที่เตรียมไว้เพื่อซื้อเมทแอมเฟตามีน (ฎ.999/2561)
* การใช้ปืนมีทะเบียนของผู้อื่นยิงในเมืองฯ (ฎ.3161/2564)
* เม็ดตะกั่วกระสุนปืน (ฎ.3618/2535)
* ขับรถชนเพื่อทำร้าย รถยนต์ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด (ฎ.3355/2528)
* เงินที่ผู้กระทำความผิดทอนให้กับสายลับที่ล่อซื้อยาเสพติด (ฎ.4064/2546)
* รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งรถ (ฎ.4003/2541)

📚ฎีกาที่ 999/2561 การที่ จ. ติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับจำเลยที่ 3 ทางโทรศัพท์ โดย จ. ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบแก่จำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่จะติดต่อส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกันทางโทรศัพท์ ลักษณะการตกลงกันเพื่อให้มีการขายและส่งมอบของกลางเช่นนี้ถือว่าเป็นการร่วมคบคิดกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงมีความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และเมื่อจำเลยที่ 3 ฝ่ายผู้ซื้อยังไม่ได้รับมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 1 ฝ่ายผู้ขาย จำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลาง เพราะจำเลยที่ 3 ฝ่ายผู้ซื้อไม่อาจครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ฝ่ายผู้ขายได้ในขณะเดียวกัน จำเลยที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และเมื่อการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางยังไม่สำเร็จ จำเลยที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคสอง แต่การที่จำเลยที่ 3 ไปรอรับเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 1 ที่จุดนัดหมาย ถือเป็นการกระทำที่ใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จเข้าขั้นลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยที่ 3 จึงมีความผิดฐานพยายามมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับความผิดสำเร็จฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 และเงินที่จำเลยที่ 3 เตรียมไว้สำหรับซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้นำมาส่งมอบให้ เงินดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินซึ่งมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ศาลจึงมีอำนาจริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)

📚ฎีกาที่ 3355/2528 จำเลยขับรถยนต์ของกลางชนท้ายรถจิ๊ปที่ร้อยตำรวจตรีส.ขับขี่โดยมีเจตนาทำร้ายเพราะโกรธเคืองที่จับจำเลยมาสถานีตำรวจและไม่ยอมปล่อยจำเลยตามคำขอร้องของจำเลยจนร้อยตำรวจตรี ส.ได้รับบาดเจ็บจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 รถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำผิดศาลมีอำนาจริบเสียได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

✅ผู้มีสิทธิขอคืนของกลาง
👉เจ้าของที่แท้จริงที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด (ป.อ.มาตรา 36)
🕰️ระยะเวลา : ต้องขอต่อศาลภายใน 1 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด

#เนติบัณฑิต #ภาค1สมัยที่79 #ผู้ช่วยผู้พิพากษา #อัยการผู้ช่วย

23/04/2026

วิธีใช้สมองของ
ChatGPT ให้ได้ 100%
ด้วย "หลักคิดแบบใหม่"
10 Prompt ลับนี้
Sam Altman, CEO ของบริษัท OpenAI เจ้าของ AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT ได้เคยพูดเอาไว้ว่า “เรากำลังสร้างสมองของโลก (brain for the world) ที่จะถูกปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และใช้ง่ายสำหรับทุกคน”
ถึงจะเป็นแบบนั้น Hamza M. นักเขียนด้านเทคโนโลยีก็ยังเล่าว่า "ทุกวันนั้น คุณเคยรู้สึกเหมือนใช้ ChatGPT ไปแค่ 10% ของศักยภาพหรือไม่ ผมเคยรู้สึกแบบนั้น จนกระทั่งได้ค้นพบโลกแห่ง prompt ลับและพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่"
จริงๆ แล้ว ChatGPT จะสามารถแสดงศักยภาพเต็มที่เมื่อคุณถามในแบบที่ถูกต้อง กุญแจสำคัญคือการใช้ "Prompt ลับ" ให้ถูกต้องและเหมาะสม
Prompt ลับคืออะไร
ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงโค้ดโปรแกรมหรือสัญลักษณ์แปลกๆ แต่หมายถึง prompt ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ ChatGPT ตอบสนองในแบบเฉพาะเจาะจง เหมือนกับ cheat code ในเกม
นี่คือ 10 Prompt ลับ ที่จะช่วยให้คุณใช้งาน ChatGPT ให้เต็มที่ 100%
1. ELI5 (Explain Like I'm 5) - อธิบายให้เด็ก 5 ขวบเข้าใจ
ไม่ต้อง prompt ซับซ้อน แค่พิมพ์ "ELI5" หน้าหัวข้อใดก็ได้ จะได้คำอธิบายง่ายๆ สำหรับเรื่องซับซ้อนภายในวินาที ไม่ว่าจะเป็น blockchain, quantum computing หรือเศรษฐศาสตร์มหภาค
2. TL;DR (Too Long; Didn't Read) - สรุปทันที
copy ข้อความยาวๆ วางหลัง TLDR แล้วได้สรุปเนื้อหาหลักทันที ไม่มีเนื้อหาเยิ่นเย้อ ตรงประเด็น สมบูรณ์แบบ
3. Jargonize (Professional Mode) - โหมดมืออาชีพ
ทำให้ข้อความฟังดูเก่งและขัดเกลา เหมาะสำหรับโพสต์ LinkedIn อีเมล และการนำเสนอ เปลี่ยนภาษาพูดธรรมดาเป็นภาษาธุรกิจระดับผู้บริหาร
4. Humanize (Remove AI Voice) - เอาโทนภาษา AI ออก
เบื่อข้อความที่ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์หรือไม่ เพิ่ม "Humanize" หน้า prompt จะไม่มีคำว่า "revolutionary", "game-changing" หรือ "introducing" ที่ฟังดูปลอมๆ อีกต่อไป
5. Feynman Technique (Deep Learning) - เทคนิคไฟน์แมน
เหนือกว่า ELI5 แบ่งหัวข้อซับซ้อนเป็น 4 ขั้นตอน สอน หาช่องโหว่ ทำให้เรียบง่าย ทำซ้ำ ปลดล็อคความเข้าใจอย่างแท้จริง
6. Socratic Method (Interactive Learning) - วิธีโสกราตีส
ให้ ChatGPT เป็นติวเตอร์ส่วนตัว พูดว่า "Teach me about [หัวข้อ] using the Socratic method" มันจะถามคำถามก่อน แล้วสอนตามคำตอบของคุณ
7. Rewrite Like [บุคคลเฉพาะ] - เขียนใหม่แบบคนๆ นั้น
หยุดใช้ prompt เขียนใหม่แบบทั่วไป แต่ให้ลองกำหนคาแรคเตอร์ของงานเขียน เป็นบุคคลดังๆ เช่น ลองสั่ง "Rewrite like a sarcastic Redditor" หรือ "Rewrite like Alex Hormozi and Steve Jobs" จะได้เนื้อหาที่ตรงกับเอกลักษณ์ของคนๆ นั้นทันที
8. Inverse Prompt (Reverse Engineering) - วิศวกรรมย้อนกลับ
เจอเนื้อหาเจ๋งๆ หรือไม่ paste มาแล้วถาม "What prompt would generate this response?" เหมาะสำหรับศึกษาโพสต์ไวรัลและ copy ที่ดี
9. Temperature Control (Creativity Levels) - ควบคุมระดับความคิดสร้างสรรค์
ควบคุมว่า ChatGPT จะสร้างสรรค์หรือระมัดระวังแค่ไหน "Respond with high creativity for bold ideas" หรือ "Respond with low randomness for precise answers"
10. Self Critique (Auto Improvement) - วิจารณ์ตัวเองอัตโนมัติ
หยุดรับ draft แรก หลังจากได้คำตอบใดๆ พูดว่า "Now critique your response and improve it for clarity and tone" จะได้เวอร์ชั่นที่ดีขึ้น
เทคนิคเหล่านี้ไม่ใช่แค่ "tips" แต่เป็นการเพิ่มพลังให้กับ AI อย่าง ChatGPT ที่จะสามารถทำงานได้ไม่ใช่แค่แชทบอทอีกต่อไป แต่เหมือนหุ้นส่วน พาร์ทเนอร์ ที่จะช่วยคิดได้อย่างสร้างสรรค์
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

23/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ 3819/2545

ขณะจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างโจทก์กับผู้ขาย ที่ดินยังอยู่ระหว่างการเช่า โดยผู้ขายได้จดทะเบียนการเช่าที่ดินให้ ธ. กับพวก มีกำหนดเวลา 20 ปี และมีข้อตกลงให้สิ่งปลูกสร้างตกเป็นของเจ้าของที่ดินเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า

ดังนั้น เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า สิ่งปลูกสร้างในที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ผู้รับโอน ธ. กับพวกย่อมหมดสิทธิตามสัญญาเช่าตึกแถวและไม่มีสิทธินำห้องในอาคารตึกแถวให้บุคคลใดเช่าช่วงได้

#จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าช่วงย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้เช่าเดิม ไม่อาจยกการเช่าระหว่างจำเลยกับ ธ. และพวกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องพิพาท

การที่จำเลยยังคงอยู่ในห้องพิพาทต่อมาจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ #โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากห้องพิพาทไปได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าว

23/04/2026

“ถ้าเป็นกรณีเรื่องเจตนาแล้ว ผมว่าไม่รอด... คนที่ไม่รอดคือตัวคณะกรรมการ ป.ป.ช.” วัส ติงสมิตร อดีตประธาน กสม. – อดีตผู้พิพากษาในศาลฎีกา เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
7 เดือนแห่งความเงียบงัน! ป.ป.ช. รอดหรือร่วง? หลังซุ่มเงียบยกคำร้องคดีซุกหุ้น "ศักดิ์สยาม" สวนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เจาะลึกมุมมอง "วัส ติงสมิตร" อดีตประธาน กสม. และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กับช่องทางลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระที่ถูกการเมืองครอบงำ!
❏ ป.ป.ช. อมพะนำ ขัดกฎหมายเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะฟันธงให้คุณศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีจากกรณีซุกหุ้นไปแล้ว แต่ ป.ป.ช. กลับมีมติยกคำร้องข้อหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 สิ่งที่น่ากังขาคือผ่านมาเกือบ 7 เดือน ป.ป.ช. กลับไม่ยอมเปิดเผยเหตุผลในการปัดตกคดีนี้ให้ประชาชนรับทราบ ทั้งที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 58 บัญญัติชัดเจนว่าต้องแจ้งผู้ถูกกล่าวหาภายใน 15 วัน และต้องเปิดเผยเหตุผลต่อสาธารณะ การดึงเชงไม่ชี้แจงจึงถือเป็นความผิดปกติอย่างยิ่ง
"กฎหมายบัญญัติให้เปิดเผยนะครับ ไม่ใช่ซุกไว้... นี่เป็นตัวบทกฎหมายที่ไม่ต้องตีความ"
❏ ข้ออ้าง "ขาดเจตนา" ฟังไม่ขึ้น ค้านหลักฐานเส้นเงิน
หาก ป.ป.ช. ใช้เหตุผลในการยกคำร้องว่าคุณศักดิ์สยาม "ไม่มีเจตนา" ปิดบังทรัพย์สิน เหตุผลนี้ถือว่าอ่อนและขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างสิ้นเชิง เพราะในการพิจารณาของศาลได้มีการกางหลักฐานเส้นทางการเงินอย่างละเอียดแบบนาทีต่อนาที โดยเฉพาะช่วงเวลา 8 นาทีที่มีการโอนเงินเข้า-ออกซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของการซื้อขายหุ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นการอ้างว่าขาดเจตนาจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
"ถ้าเป็นกรณีเรื่องเจตนาแล้ว ผมว่าไม่รอด ฟังไม่ได้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นนะครับ"
❏ กรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก เสี่ยงติดคุกเสียเอง
การใช้ดุลพินิจที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงทางกฎหมาย หากมติยกคำร้องมาจาก "เสียงข้างมาก" กรรมการ ป.ป.ช. กลุ่มนั้นอาจต้องเผชิญกับข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบเสียเอง แม้กฎหมายจะมีข้อยกเว้นความรับผิดหากกระทำโดย "สุจริต" แต่พฤติการณ์ที่ปกปิดเหตุผลนานกว่าครึ่งปี ย่อมเป็นหลักฐานมัดตัวว่าการทำงานอาจไม่โปร่งใส ส่วนกรรมการ "เสียงข้างน้อย" ที่บันทึกความเห็นแย้งไว้ในรายงานการประชุมจะรอดตัวไป
"คนที่ไม่รอดคือตัวคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรที่วินิจฉัยปัญหานี้นะครับ"
❏ กำแพงรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบองค์กรอิสระสุดหิน
การจะเอาผิดกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะรัฐธรรมนูญได้ออกแบบกลไกปกป้ององค์กรอิสระไว้ค่อนข้างแน่นหนา "เส้นทางหลัก" ในการดำเนินคดีคือต้องให้ประชาชนเข้าชื่อ หรือผ่านประธานรัฐสภา เพื่อส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งกระบวนการนี้มีความซับซ้อนและต้องฝ่าด่านทางการเมืองหลายชั้น ทำให้ในทางปฏิบัติ การลากตัวคนในองค์กรระดับท็อปมาขึ้นศาลจึงแทบจะกลายเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้
"รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้จนกระทั่งแทบจะดำเนินคดีกับองค์กรเหล่านี้ได้ยากมากนะครับ"
❏ "เส้นทางรอง" ความหวังใหม่ในการตีแสกหน้า ป.ป.ช.
แม้เส้นทางหลักจะริบหรี่ แต่ศาลฎีกาเคยสร้างบรรทัดฐานไว้ในคดีอดีต รมว.ต่างประเทศ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2562) ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายังมี "เส้นทางรอง" ให้เดิน นั่นคือการนำคดีไปยื่นฟ้องโดยตรงต่อ "ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง" โดยไม่ต้องผ่านกลไกของรัฐสภา ช่องทางนี้จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ยังเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้โดยตรง
"ศาลฎีกาท่านก็ได้ออกคำพิพากษามาว่ายังมี 'เส้นทางรอง'... ก็คือไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง"
❏ โจทย์ใหญ่ข้อกฎหมาย ใครคือ "ผู้เสียหาย" ตัวจริง?
แม้จะมีเส้นทางรองให้ฟ้องตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ แต่ด่านสำคัญคือผู้ฟ้องต้องมีสถานะเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งในโซเชียลมักมองว่าประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนคือผู้เสียหายและมีสิทธิ์ฟ้องได้ แต่ในทางกฎหมายที่เคร่งครัด ศาลไม่สามารถรับฟ้องด้วยความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมของสังคมได้ การหาตัวบุคคลหรือหน่วยงานที่มีส่วนได้เสียโดยตรงเพื่อไปยื่นฟ้องจึงเป็นความท้าทายอย่างมากในคดีนี้
"ใครเป็นผู้เสียหายได้เนี่ย ก็ต้องช่วยกันคิดนะครับ... มันต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย"
❏ วิกฤตศรัทธา เมื่อสภา-องค์กรอิสระเป็นสีเดียวกัน
สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบตรวจสอบและถ่วงดุล เมื่อกลไกการแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และหากเกิดกรณีที่เสียงข้างมากในสภามีทิศทางเอื้อประโยชน์ให้กับขั้วอำนาจเดียวกัน ย่อมส่งผลให้องค์กรอิสระสูญเสียความเป็นกลาง ประชาชนจึงเกิดความสิ้นหวังต่อข้อเท็จจริงทางการเมือง นำไปสู่บทสรุปที่น่าตกใจว่า ท้ายที่สุดแล้วเสียงที่คอยครอบงำประเทศไทยอยู่เบื้องหลังคือเสียงของใครกันแน่
"ถือว่าเสียงที่มาครอบงำปกครองประเทศไทยเนี่ยคือเสียงของใคร อันนี้คือโจทย์ใหญ่ที่เราต้องช่วยกันคิด"
#เที่ยงเจอกัน #ปปช #ศักดิ์สยาม #ศาลรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร #คดีซุกหุ้น #การเมืองไทย #องค์กรอิสระ

ที่อยู่

Room B105 , Palm Residence 91/20 , Moo 6 , Tumbon Bophud
Ko Samui
84320

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66814852988

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ANAN SAMUI Lawyerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ANAN SAMUI Lawyer:

แชร์