ThnayS&Partner บริการด้านกฎหมาย ,ที่ปรึกษากฎหมาย ,ทนายความ

เสียดายเดี๋ยวนี้ไม่เปิดสอบตำแหน่งอัยการสูงสุดแล้ว สงสัยตำแหน่งจะเต็ม ./
01/06/2024

เสียดายเดี๋ยวนี้ไม่เปิดสอบตำแหน่งอัยการสูงสุดแล้ว สงสัยตำแหน่งจะเต็ม ./

หลอกว่าเป็นทนายความ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลไม่รอการลงโทษ...แม้จะชดใช้ค่าเสียหาย../       เทียบเคียงคำพิพาก...
05/10/2022

หลอกว่าเป็นทนายความ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ศาลไม่รอการลงโทษ...แม้จะชดใช้ค่าเสียหาย../
เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 318/2559 จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาจากที่ให้การปฏิเสธเป็นรับสารภาพนั้น จำเลยไม่อาจกระทำได้เพราะการแก้ไขคำให้การจะต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่อย่างไรก็ดี เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริง โดยไม่โต้แย้งข้อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น ปรากฏพฤติการณ์ที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าตนเองเป็นทนายความ ทำให้โจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้จำเลยไป 66,000 บาท เป็นการกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว โดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายและความเดือดร้อนของผู้อื่นพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลย แต่การที่จำเลยนำเงินจำนวน 66,000 บาท มาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโทษให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 2 เดือน.../

ใบสั่งจราจร... ตาม พรบ.จราจร..เป็นเหตุให้ออกหมายจับได้นะครับ        อ้างอิงตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2499...เมื่อกร...
29/07/2022

ใบสั่งจราจร... ตาม พรบ.จราจร..เป็นเหตุให้ออกหมายจับได้นะครับ
อ้างอิงตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2499...เมื่อกระทำความผิดฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก แล้วไม่ไปสถานีตำรวจตามคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร เช่นนี้ย่อมเป็นเหตุให้ออกหมายจับมาได้ตาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66../

เจตนาฆ่า ย่อมเล็งเห็นผล...จำเลยเอาถุงคลุมหัว ย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาจทำให้ถึงตายได้ จึงเป็นเจตนาฆ่าตามกฎหมายแล้ว        เที...
25/08/2021

เจตนาฆ่า ย่อมเล็งเห็นผล...จำเลยเอาถุงคลุมหัว ย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาจทำให้ถึงตายได้ จึงเป็นเจตนาฆ่าตามกฎหมายแล้ว
เทียบเคียง คำพิพากษาฎีกาที่ 5332/2560
จำเลยใช้ถุงพลาสติกซึ่งไม่มีช่องอากาศครอบศีรษะผู้ตาย แล้วใช้เทปกาวพันรอบถุงบริเวณลำคอผู้ตาย....แม้จำเลยจะอ้างว่าไม่มีเจตนาฆ่า เพราะถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายจริงจำเลยก็คงเอามีดแทงหรือบีบคอผู้ตายให้ถึงแก่ความตายไปแล้ว คงไม่ต้องลำบากหาถุงพลาสติกมาครอบศรีษะจำเลยนั้น เห็นได้ว่าแม้จำเลยจะไม่ประสงค์ต่อผลที่จะให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คงเพียงแต่จะทรมานผู้ตายเท่านั้น แต่จำเลยย่อมเห็นผลได้ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตายได้ จึงถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288.../

ผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ เจ้าหนี้ไม่สามารถให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ แม้จะเปลี่ยนผู้ค้ำประกันให้เป็นลูกหนี้...
27/06/2021

ผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ เจ้าหนี้ไม่สามารถให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ แม้จะเปลี่ยนผู้ค้ำประกันให้เป็นลูกหนี้ร่วมโดยข้อสัญญา...เจ้าหนี้พึงระวัง ./
เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8425/2563 ...โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 2 ให้รับผิดตามสัญญา โดยฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เช่าซื้อ และฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะลูกหนี้ร่วม...ศาลได้วิเคราะห์การแสดงเจตนาของจำเลยทั้ง 2 คน โดยจำเลยที่ 1 แสดงเจตนายอมผูกพันตนตามสัญญาเช่าซื้อ ส่วนจำเลยที่ 2 ได้แสดงเจตนาขอเป็นลูกหนี้ร่วมเพื่อให้โจทก์พิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ 1...ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงว่า จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ต้องการซื้อรถยนต์โดยขอสินเชื่อจากโจทก์ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนจึงให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญาเป็นลูกหนี้ร่วมเพื่อรับผิดต่อโจทก์ด้วย...จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้รับประโยชน์ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์คันที่เช่าซื้อแต่อย่างใด การทำสัญญาของจำเลยที่ 2 จึงมีลักษณะเข้าผูกพันเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 จึงเป็น “สัญญาค้ำประกัน”...ศาลยังวิเคราะห์ต่อไปว่า เนื่องจากกฎหมายค้ำประกันที่แก้ไข ห้ามไม่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม โจทก์จึงอาศัยกฎหมายเกี่ยวกับลูกหนี้ร่วมมาบังคับใช้กับจำเลยที่ 2 แทน โดยให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อในแบบสัญญาที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้าว่าจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม...นอกจากนี้ ยังมีข้อความว่าจำเลยที่ 2 ยินยอมให้มีการผ่อนเวลาชำระหนี้แก่จำเลยที่ 1 / ตกลงยอมรับผิดเต็มจำนวน แม้โจทก์จะปลดหนี้หรือลดหนี้ให้จำเลยที่ 1 / และยอมรับผิด แม้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือทำสัญญาด้วยความสำคัญผิดใด ๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะในเรื่องการค้ำประกัน และทำให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งหากจำเลยที่ 2 ไม่ใช่ผู้ค้ำประกันก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น..โดยปกติของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ผู้ประกอบการจะจัดให้ผู้เช่าซื้อทำสัญญาเช่าซื้อ ส่วนบุคคลที่ต้องร่วมรับผิดกับผู้เช่าซื้อ จะจัดให้ทำสัญญาค้ำประกันประกอบกัน ข้อตกลงที่ให้จำเลยที่ 2 รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจึงขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1...โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อย่อมทราบดีว่าได้มีการแก้ไขกฎหมายเรื่องการค้ำประกัน โดยไม่ให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบ...แต่แทนที่โจทก์จะจัดทำสัญญาค้ำประกันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย กลับหาช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยอาศัยอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า และความสันทัดด้านกฎหมาย จัดให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญายินยอมเป็นลูกหนี้ร่วมแทนการค้ำประกันอย่างตรงไปตรงมา..ถือว่าโจทก์ผู้ประกอบธุรกิจไม่ใช้สิทธิของตนด้วยความสุจริตโดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 12...ทั้งสัญญายินยอมเป็นลูกหนี้ร่วมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 จึงมีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีต่อประชาชน เมื่อไม่มีส่วนใดที่สมบูรณ์แยกส่วนออกมาได้ จึงเป็นโมฆะทั้งฉบับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150...โจทก์ไม่มีความชอบธรรมที่จะอ้างสิทธิใด ๆ จากสัญญายินยอมเป็นลูกหนี้ร่วม จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดตามสัญญา จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1.....................................................................

อนาจาร
30/03/2021

อนาจาร

ฉ้อโกง...🪙 การร่วมลงทุนโดยหวังผลตอบแทนมากกว่าปกติ...เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติตามไปด้วย...พึงระวัง แนวกฎหมาย...
11/02/2021

ฉ้อโกง...🪙 การร่วมลงทุนโดยหวังผลตอบแทนมากกว่าปกติ...เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติตามไปด้วย...พึงระวัง แนวกฎหมายจะออกไปในทางไม่คุ้มครองนะครับ ./
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2478/2563
การที่ผู้เสียหายทั้ง 3 โอนเงินให้แก่จำเลย มิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 3 ด้วยการยืนยันข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึงควรบอกให้แจ้งแก่ผู้เสียหายทั้ง 3 แต่เป็นการโอนเงินแก่จำเลยด้วยความสมัครใจของตนเองเพราะประสงค์จะได้ผลตอบแทนที่มีจำนวนมากกว่าปกติ ทั้งก่อนเกิดเหตุก็ปรากฏว่าจำเลยจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 จริง จำเลยเป็นผู้ร่วมลงทุนกับนางสาว ก โดยนำเงินที่มีผู้มาลงทุนไปส่งมอบให้นางสาว ก และรับผลประโยชน์มาแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมลงทุน จำเลยเองก็ได้รับความเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงการชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนด้วยเนื่องจากได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจริง จำเลยหาได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 3 แต่อย่างใด ทั้งไม่มีพฤติการณ์ส่อพิรุธที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยฉ้อโกงผู้เสียหายทั้ง 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเกี่ยวกับพฤติการณ์ของจำเลยมีความสงสัยอยู่ตามสมควรว่าจำเลยเจตนาในการประทำความผิดฉ้อโกงหรือไม่
⚖️ เทียบเคียงแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282 / 2563 วินิจฉัยว่า "........ แม้ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสาม จึงมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสามเพื่อให้จำเลยทั้งสามนำเงินไปลงทุน เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงโดยจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมลงทุน ในหลายลักษณะ คิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 72 , 144 , 192 ,240 ,288 และ 432 ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผู้ร่วมทุนให้จำเลยทั้งสาม กู้ยืมจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในทุก 2 ถึง 3 วันหรือทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ซึ่งผลตอบแทนที่ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจะได้รับล้วนต้องห้ามตามพระราชบัญญัติหมเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475มาตรา 3 พระราชบัญญัติหมเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4(1) ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ถือว่า เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายทั้งสามสิบสอง รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจ ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสาม ในความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ พน้กงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ และพนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจรณาควาอาญา มาตรา 2(4)(7) และมาตรา 120 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง มานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ./

จำนอง...นำที่ดินของบุคคลอื่นไปจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน สัญญาจำนองไม่ผูกพันเจ้าของที่ดิน ผู้รับจำนองไม...
08/02/2021

จำนอง...นำที่ดินของบุคคลอื่นไปจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน สัญญาจำนองไม่ผูกพันเจ้าของที่ดิน ผู้รับจำนองไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย...ปพพ.มาตรา 705 "นอกจากผู้เป็นเจ้าของในขณะนั้นใครอื่นจะจำนองไม่ได้"...!!!
เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2559 คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ถือว่าจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ ซึ่งการที่จำเลยที่ 2 ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ว่า จำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์แล้วนำไปใช้จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 โดยมิชอบก็ดี และการที่จำเลยที่ 1 ไม่โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ก็ดี ย่อมก่อให้เกิดผลว่า การซื้อขายที่ดินพิพาทตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน เป็นการซื้อขายที่ดินที่ไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ไม่อาจอ้างได้ว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทแทนโจทก์มาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2541 ซึ่งเป็นวันทำสัญญา โดยโจทก์ยังคงเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมาตลอด เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทและไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่เริ่มแรก การที่จำเลยที่ 3 รับจำนองที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยที่ 1 ในเวลาอีก 2 วันต่อมา คือวันที่ 25 มีนาคม 2541 จึงมิใช่การรับจำนองจากผู้เป็นเจ้าของในขณะนั้น อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 705 ดังนี้ การจำนองที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 จึงไม่มีผลทำให้จำเลยที่ 3 ยกสิทธิจำนองขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยที่ 3 รับจำนองที่ดินพิพาทมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทไว้แก่จำเลยที่ 3 เป็นการกระทำที่ไม่เกี่ยวกับโจทก์และจำเลยที่ 2 มิใช่ตัวแทนของโจทก์ในการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 หยิบยก ป.พ.พ. มาตรา 822 ประกอบมาตรา 821 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอกมาปรับแก่คดีว่า โจทก์จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ 3 ผู้รับจำนองได้กระทำการโดยสุจริตมิได้ จึงเป็นการไม่ถูกต้องและเมื่อคดีฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 นำที่ดินพิพาทไปจำนองไว้แก่จำเลยที่ 3 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงมีเหตุให้ต้องเพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาไม่เพิกถอนนิติกรรมจำนองดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ./

ฟ้องเท็จ...หากฟ้องไปตามข้อเท็จจริง แม้ศาลจะยกฟ้องก็ไม่เป็นเท็จ..แต่ถ้าอีกฝ่ายยังทะลึ่งมาฟ้องกลับ ฟ้องครั้งหลังนี้เป็นฟ้อ...
29/11/2020

ฟ้องเท็จ...หากฟ้องไปตามข้อเท็จจริง แม้ศาลจะยกฟ้องก็ไม่เป็นเท็จ..แต่ถ้าอีกฝ่ายยังทะลึ่งมาฟ้องกลับ ฟ้องครั้งหลังนี้เป็นฟ้องเท็จ...กฎหมายเป็นอนิจจัง ไม่แน่นอน ผู้ใช้โปรดระมัดระวัง ./
เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 6430/2560 พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยกับพวกร่วมกันเบียดบัง เอาเงินผลผลิตปาล์มน้ำมันไปเป็นของตนโดยทุจริต การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันยักยอกเงินผลผลิตปาล์มน้ำมันจึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลกล่าวหาจำเลยไปตามข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นจริง หาใช่โจทก์เอาความอันเป็นเท็จแล้วมาแกล้งกล่าวหาจำเลยไม่

การที่จำเลยมา ฟ้องโจทก์หาว่าโจทก์เอาความอันเป็นเท็จฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ทั้งที่รู้แล้วว่าเรื่องที่จำเลย นำมาฟ้องโจทก์เป็นความเท็จ แม้ศาลจะยกฟ้องของจำเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕ ./

แนวทางในการปฏิบัติกับ สุนัขจรจัด ที่กักขังไว้.
22/11/2020

แนวทางในการปฏิบัติกับ สุนัขจรจัด ที่กักขังไว้.

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง./
28/08/2020

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง./

คำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ต้องอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผล ดุลพินิจจึงชอบด้วยกฎหมาย.เทียบเคียงแนว คำพิพากษาศาลฎีกาท...
26/07/2020

คำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ต้องอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผล ดุลพินิจจึงชอบด้วยกฎหมาย.

เทียบเคียงแนว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549
จำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัท ส. และ ป. ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทโจทก์ ทั้งที่หนังสือพิมพ์ ด. ซึ่งบริษัท ส. เป็นเจ้าของและ ป. เป็นบรรณาธิการ ลงข้อความในหนังสือพิมพ์เป็นความเท็จ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ เป็นการใช้ดุลพินิจที่มิได้อยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผล แต่เป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ จึงเกินล้ำออกนอกของเขตของความชอบด้วยกฎหมายและในฐานะที่จำเลยเป็นข้าราชการอัยการชั้นสูง จำเลยย่อมทราบดีถึงเกณฑ์วินิจฉัยมูลความผิดของพนักงานอัยการ การใช้ดุลพินิจผิดกฎหมายในกรณีนี้ จำเลยเห็นได้อยู่ในตัวแล้วว่าเป็นการมิชอบและมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหาย อีกทั้งเพื่อจะช่วยบริษัท ส. และ ป. มิให้ต้องโทษจากการกระทำความผิดของตนอีกด้วย จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคหนึ่ง

การกระทำของจำเลยที่เป็นความผิดคือการใช้อำนาจในฐานะพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทโจทก์ ผลของการกระทำของจำเลยคือ โจทก์ในฐานะผู้เสียหายไม่ได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย ดังนั้น โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายจากการกระทำผิดของจำเลยโดยตรง โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย ./

ที่อยู่

Thammasat University 99 Phahon Yothin Rd. Khlong Nueng
Khlong Luang
12120

เบอร์โทรศัพท์

0816823884

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ThnayS&Partnerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ThnayS&Partner:

แชร์