11/02/2021
ฉ้อโกง...🪙 การร่วมลงทุนโดยหวังผลตอบแทนมากกว่าปกติ...เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติตามไปด้วย...พึงระวัง แนวกฎหมายจะออกไปในทางไม่คุ้มครองนะครับ ./
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2478/2563
การที่ผู้เสียหายทั้ง 3 โอนเงินให้แก่จำเลย มิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 3 ด้วยการยืนยันข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึงควรบอกให้แจ้งแก่ผู้เสียหายทั้ง 3 แต่เป็นการโอนเงินแก่จำเลยด้วยความสมัครใจของตนเองเพราะประสงค์จะได้ผลตอบแทนที่มีจำนวนมากกว่าปกติ ทั้งก่อนเกิดเหตุก็ปรากฏว่าจำเลยจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 จริง จำเลยเป็นผู้ร่วมลงทุนกับนางสาว ก โดยนำเงินที่มีผู้มาลงทุนไปส่งมอบให้นางสาว ก และรับผลประโยชน์มาแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมลงทุน จำเลยเองก็ได้รับความเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นเพียงการชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนด้วยเนื่องจากได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจริง จำเลยหาได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้เสียหายทั้ง 3 แต่อย่างใด ทั้งไม่มีพฤติการณ์ส่อพิรุธที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยฉ้อโกงผู้เสียหายทั้ง 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเกี่ยวกับพฤติการณ์ของจำเลยมีความสงสัยอยู่ตามสมควรว่าจำเลยเจตนาในการประทำความผิดฉ้อโกงหรือไม่
⚖️ เทียบเคียงแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282 / 2563 วินิจฉัยว่า "........ แม้ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสาม จึงมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสามเพื่อให้จำเลยทั้งสามนำเงินไปลงทุน เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงโดยจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมลงทุน ในหลายลักษณะ คิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 72 , 144 , 192 ,240 ,288 และ 432 ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผู้ร่วมทุนให้จำเลยทั้งสาม กู้ยืมจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในทุก 2 ถึง 3 วันหรือทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ซึ่งผลตอบแทนที่ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจะได้รับล้วนต้องห้ามตามพระราชบัญญัติหมเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475มาตรา 3 พระราชบัญญัติหมเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4(1) ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ถือว่า เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายทั้งสามสิบสอง รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจ ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสาม ในความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ พน้กงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ และพนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจรณาควาอาญา มาตรา 2(4)(7) และมาตรา 120 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง มานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ./