I love Yogyakarta Principles

I love Yogyakarta Principles ....
(2)

12/06/2021

Hate Crime ใน Pride Month
เกย์ชาวบราซิลโดนกรีด ‘คำเหยียด’ บนขา
TW: Depictions of Violence, Homophobia, R**e
“บราซิลเป็น “แชมป์โลก” ในการสังหารชาว LGBT+ พวกเราคือประเทศอนุรักษ์นิยม (Conservative) ที่ยังมีอคติอยู่มาก คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง (Hate Speech) [ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น] ผลิตความรุนแรง”
นี่เป็นคำพูดของ ‘Margareth Hernandes’ (มาร์กาเร็ต เฮอร์นันเดส) นักกฎหมายและประธานกรรมาธิการกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศในประเทศบราซิล ที่กล่าวหลังจากเกิดเหตุการณ์ผู้ชายสามคนรุมทำร้ายและข่มขืนเกย์ชาวบราซิล
เมื่อวันพุธที่แล้ว (2 มิถุนายน) ในเมืองหลวง Florianópolis (ฟลอเรียโนโปลิส) ของบราซิล ชายสามคนพร้อมอาวุธมีคมทำร้ายเกย์วัย 22 ข่มขืนและทรมานให้เขาสลักคำที่แสดงความเกลียดชังต่อเกย์ (Homophobic Slurs) ลงไปบนขาของเขา และปล่อยชายคนนั้นไว้บนถนนก่อนที่จะมีคนมาพบเขาและพาไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล โดยอธิบดีกรมตำรวจยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าตำรวจกำลังสืบสวนคดีแต่ยังไม่มีรายงานการจับตัวผู้ร้าย
“นี่เป็นอาชญากรรมที่น่ากลัว แต่มันเกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศบราซิล และความรุนแรงต่อกลุ่ม LGBT+ คนดำและผู้อพยพเข้าประเทศมันแย่ลงเรื่อย ๆ” - ‘Lirous Ávila’ (ลิโรอุส อาวิล่า) ประธานสมาคมเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาคมที่ช่วยเหลือผู้เสียหายจากความรุนแรง กล่าวกับสำนักข่าว ‘The Guardian’
อาวิล่ากล่าวเพิ่มว่าข่าวการทำร้ายที่เกิดขึ้นในช่วง Pride Month ทำให้เกิดในการถกเถียงกันในระดับประเทศ เธอสังเกตว่าความเห็นของประชาชนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งผวาและไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะอีกฝ่ายพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับเหตุการณ์ โดยอ้างเหตุผลว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเกย์จึงสมควรแล้วที่จะถูกลงโทษ เพราะการที่ชายคนนั้นเป็นเกย์นั้นขัดต่อหลักความเชื่อและความคิดของพวกเขา การให้ความความคิดเห็นแบบนี้เป็นปัญหาเพราะว่าไม่ควรมีใครสมควรโดนทำร้ายเพียงเพราะคนคนหนึ่งแสดงอัตลักษณ์หรือรสนิยมทางเพศของตน
ประเทศบราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่ระดับความรุนแรงและการเหยียดชาว LGBT+ สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเนื่องจากประเทศบราซิลมีประวัติศาสตร์การทำร้ายชาว LGBT+ อันยาวนานและความเชื่อทางคริสต์ศาสนาแบบเก่าที่ตีตราพฤติกรรมคนรักเพศเดียวกัน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนถึง 2549 เกย์และเลสเบี้ยนกว่า 2,680 คนถูกฆาตกรรมเนื่องจากรสนิยมทางเพศของตนเอง และในช่วงที่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 เสด็จเยือนบราซิลในปี 2551 กลุ่มชาวคริสเตียนนิกายคาทอลิกและอีวานเจลิคัลได้ใช้สื่อวิทยุและโทรทัศน์ต้านกฎหมายคุ้มครองเกย์โดยอ้างว่ากฎหมายนั้นจำกัดศาสนา และเป็นเพียง “‘ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด’ ของเกย์” (gay “conspiracy”) เพื่อที่จะให้คนตระหนักรู้ถึงตัวตน (Rosenburg 17)
นักวิจัยของฮิวแมนไรท์วอทช์ (Humans Right Watch) Cristian González Cabrera (คริสเตียน กอนซาเลซ กาเบรรา) ให้ความเห็นว่า แม้ว่าศาลฎีกาของบราซิลจะตัดสินให้การเลือกปฏิบัติที่เกิดจากอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศผิดกฎหมายในปี 2562 แล้วก็ตาม รัฐบาลก็ควรต้อง “ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดความรุนแรงต่อกลุ่ม LGBT+” ด้วยเช่นกัน
‘Grupo Gay da Bahia’ องค์กรเกี่ยวกับสิทธิ LGBT+ ในลาตินอเมริกา รายงานว่าเมื่อปี พ.ศ. 2563 มีชาว LGBT+ 237 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรง คดีฆาตกรรม 224 คดี และข่าวการฆ่าตัวตาย 13 คดี นอกจากนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศบราซิลยังแจ้งฮิวแมนไรท์วอทช์ ว่าได้รับการร้องเรียน 1,134 คดีเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ และการทำร้ายอื่น ๆ (Abuses) ต่อกลุ่ม LGBT+ และข้อมูลจากสายด่วนรัฐบาลของบราซิล เผยว่าระหว่างปี 2554 ถึง 2561 มีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรง 12,477 สาย
เฮอร์นันเดสและอาวิล่ามองว่าการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงนี้เชื่อมโยงกับทัศนคติของประธานาธิบดีบราซิล ‘Jair Bolsonaro’ (ฌาอีร์ โบลโซนาโร) เนื่องจากเขามีประวัติการแสดงความเห็นในเชิงเกลียดชัง LGBT+ และผู้หญิง (LGBT-phobic and Misogynistic Comments) ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่บอกว่าตัวเองเป็น “พวกเกลียดเกย์อย่างภาคภูมิใจ” (Proud Homophobe) ใช้ถ้อยคำเหยียดรสนิยมทางเพศกับคนที่ไม่ใส่มาส์กเมื่อปีที่แล้ว หรือคำพูดที่เขาบอกกับผู้สัมภาษณ์คนหนึ่งเมื่อเขาได้รับตำแหน่งว่าเขายอมให้ลูกตายเสียดีกว่าถ้าจะมีลูกเป็นเกย์
ศาตราจารย์ Luiz Mott (ลุยส์ มอตต์) นักเคลื่อนไหวสิทธิเกย์ และผู้ก่อตั้ง Grupo Gay da Bahia กล่าวกับ The Guardian ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะ “ตำรวจไม่ยอมสืบสวนคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความเกลียดชังเกย์หรือความล้มเหลวเชิงโครงสร้างก็ตาม (Structural Incapacity) วัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด (Impunity) แบบนี้นี่แหละที่ทำให้เกิดคดีอาญากรรมมากขึ้น”

**e

Content by Hutsakorn Nartboonyokrit
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4
อ้างอิง
Human Rights Watch: https://bit.ly/3iykhfT
Reuters: https://reut.rs/3gqDJsr
The Guardian: https://bit.ly/3pFoOim
Rosenberg, Adrienne. “The Brazilian Paradox: The Le***an, Gay, Bis*xual, and Transgender Battle for Human Rights.” Revisiting Human Rights in Latin America, 2009, www.du.edu/korbel/hrhw/researchdigest/latinamerica2/digest-human%20rights%20in%20latin%20america%20vol%202-brazil.pdf.
ภาพ: https://bit.ly/3wuR9ut
#พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

11/06/2021

722 วัน ในความนิ่งงัน
ชีวิตข้าราชการ ที่ไม่ได้รับการรับรองสิทธิราชการ ของครูสาวข้ามเพศ
- 1 -

เมษายน 2560 - ครูกอล์ฟ เริ่มเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ จากชายเป็นหญิง ก่อนหน้านั้นและหลังจากนี้ สิ่งที่เธอจะต้องปฏิบัติเพื่อรักษาบทบาทหน้าที่ครู คือ ใส่วิกผมสั้น สวมเครื่องแบบข้าราชการตามแบบเพศชายที่เป็นเพศกำเนิด

ระหว่างนี้ไม่ปรากฏปัญหาเรื่องคุณภาพการสอน หรือความผิดปกติในการปฏิบัติราชการครู อยู่ในระเบียบแม้ต้องฝืนตัวเอง แต่เธอก็ทำให้มันถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2548

- 2 -

พฤษภาคม 2562 - สองปีผ่านไป หลังรวบรวมข้อมูลและความกล้าหาญ ครูกอล์ฟ เริ่มต้นแต่งกายตามเพศสภาพ พร้อมกับยืนยันสิทธิตามอัตลักษณ์และการแสดงออกทางเพศด้วยการ “แต่งหญิง” ไปทำงาน พร้อมกับยื่นเอกสารขอทำบัตรข้าราชการใบใหม่ แต่ด้วยระเบียบว่าด้วยข้าราชการพลเรือน รวมทั้งสารพัดการอ้างอิง จึงไม่มีใครสามารถออกบัตรข้าราชการใบใหม่ให้เธอได้
คือขวบปีแห่งความเปล่าดายที่สูญไป เหมือนกับการสูญหายของสิทธิบางอย่างในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานข้าราชการ สิ่งที่ส่งผลต่อบุคคลอื่น คงเป็นเรื่องที่เธอไม่สามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับลูกศิษย์ เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาได้ ไม่นับถึงความเป็นจริง ที่สถานะเธอถูกถีบให้เป็น “ข้าราชการเถื่อน” โดยปริยาย
- 3 -

19 มิถุนายน 2563 - ครูกอล์ฟยื่นคำขอทำบัตรข้าราชการใหม่อีกครั้ง โดยมีโรงเรียนต้นสังกัดดำเนินการออกหนังสือรับรองและส่งต่อไป ต่อไป ต่อไป จนถึงกลุ่มงานผู้มีอำนาจตัดสินใจ
จนกระทั่ง 23 กรกฎาคม 2563 ครูกอล์ฟ ได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ให้เธอทำการเปลี่ยนรูปถ่ายใหม่ เนื่องจากรูปที่เธอได้ยื่นคำขอไปนั้น “ขัดต่อระเบียบการแต่งกาย” ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือนฯ ด้วยเหตุว่า คำนำหน้านามตามเพศกำเนิดเป็น “นาย” จึงต้องแต่งกายให้สอดคล้องกับคำนำหน้านาม
- 4 -

11 มิถุนายน 2564 – ที่ผ่านมามีแต่ความนิ่งงัน หากนับเป็นเวลา คงเกินกว่า 722 วัน (แต่เรานับกลม ๆ ให้มันเท่ ๆ ไปอย่างนั้นแหละ) จนปัจจุบัน เธอได้เริ่มต้นเคลื่อนไหว อย่างน้อยก็เพื่อทวงคืนสิทธิอันพึงมีพึงได้ในฐานะข้าราชการให้กับตัวเอง
ขอแสดงความเสียใจกับทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ด้วยเหตุว่าเรื่องนี้ยังไม่มีตอนจบ แต่อย่างน้อยก็ให้คำตอบได้ว่า หากคนหนึ่งคนถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดขึ้นต่อบุคคลนั้นแต่เพียงผู้เดียว


ทั้งนี้ หากอยากติดตามขั้นตอน กระบวนการ และผลลัพธ์ของเรื่องนี้ สามารถติดตามได้ที่เพซบุ๊กของ คุณ Nada Chaiyajit ขอได้รับความขอบคุณจากเจ้าตัว / คุณนาดา และ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ในการเผยแพร่ข้อมูล

#เพราะความภูมิใจในความหลากหลายทางเพศมีได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
#ไม่เอาการเลือกปฏิบัติ

11/06/2021
10/06/2021

ข่าวดีของสิทธิ LGBT+ ในประเทศอินเดีย
เมื่อรัฐ ‘ทมิฬนาฑู’ กำลังจะกลายเป็นที่แรก
ที่กำลังจะยกเลิก ‘Conversion Therapy’
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ‘N Anand Venketesh’ (เอ็น อนานด์ เวนคาเตช) ตุลาการแห่งศาลสูงอินเดียได้ตัดสินการออกข้อบัญญัติเพื่อพัฒนาชีวิตชาว LGBT+ ในทมิฬนาฑู โดยกล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ควรจะสนับสนุนและช่วยเหลือชาว LGBT+ “ที่กำลังเผชิญกับการตีตราและการเลือกปฎิบัติจากสังคม” รวมทั้งต้องยุติไม่ให้มีการ “รักษา” หรือ “เปลี่ยน” รสนิยมทางเพศของชาว LGBT+ ให้กลายเป็นผู้ที่มีความชอบเพศขั้วตรงข้าม หรือการเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคลข้ามเพศให้กลับสู่เพศก่อนหน้านี้ของพวกเขา
Conversion Therapy - หรือการบำบัดแก้เพศวิถีนั้น เริ่มใช้ครั้งแรกด้วยการช็อกไฟฟ้าเพื่อสร้างความเกลียดกลัวการชอบเพศเดียวกัน โดยจะให้ผู้ที่มี ‘ความเบี่ยงเบนทางเพศ’ ดูรูปภาพการร่วมเพศของคนเพศเดียวกันเพื่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศ พร้อมกับถูกไฟฟ้าช็อกเพื่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบและความเจ็บปวด สำหรับในประเทศอินเดีย ในยุคก่อนอาณานิคม มีการยอมรับการมีอยู่ของเพศที่นอกเหนือจากชายและหญิง ที่เรียกว่า “hijra” (ฮิจรา) หรือขันที ก่อนที่จะถูกครอบด้วยความคิดที่ว่าเพศมีเพียงชาย และ หญิงเท่านั้นจากอิทธิพลการศึกษาทางตะวันตกที่เข้ามาพร้อมอาณานิคมของอังกฤษ
อีกทั้งการศึกษาทางจิตเวชจากทางตะวันตก จัดให้ Homos*xuality (การรักเพศเดียวกัน) เป็นลักษณะของความเบี่ยงเบนทางเพศ ที่ “สามารถ” และ “ควร” ได้รับการบำบัด ดังนั้นจึงทำให้เกิดการบำบัดรักษาเพื่อเปลี่ยนจากเพศที่ ‘เบี่ยงเบน’ ให้กลับสู่เพศที่ ‘ปกติ’ อย่างไรก็ตามในขณะที่บำบัดนี้ในโลกตะวันตก มีจุดประสงค์หลัก ๆ เพื่อใช้กำจัดความต้องการร่วมเพศกับเพศเดียวกัน แต่จุดประสงค์หลักของการใช้การบำบัดดังกล่าวในอินเดียคือการเปลี่ยนเพศวิถีให้กลับมาชอบเพศตรงข้าม เพื่อให้สามารถสืบทอดทายาทต่อไปได้เนื่องด้วยความเชื่อทางศาสนา และวัฒนธรรมการแต่งงานที่เป็นเรื่องสำคัญของชาวอินเดีย
กลับมาที่การตัดสินครั้งนี้ของเวนคาเตช เป็นเหตุมาจากการพิจารณาคดีของคู่รักเลสเบี้ยนที่หนีออกจากบ้านไปอยู่ด้วยกัน เนื่องจากครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทว่าพวกเธอต้องเจอกับการคุกคามของตำรวจที่ได้รับแจ้งหาคนหายจากครอบครัว ที่แม้ว่าพวกเธอทั้งคู่จะยื่นคำร้องต่อศาลสูงมาดราส ให้ยกล้มเลิกการสืบสวนสอบสวนนี้แล้วก็ตาม
ตุลาการ ‘N Anand Venketesh’ (เอ็น อนานด์ เวนคาเตช) จึงตัดสินตอบรับข้อเรียกร้องของคู่รักเลสเบียนดังกล่าว และพูดต่อถึงการปฏิรูปในด้านอื่น ๆ อีกหลาย ๆ อย่างที่จะทำให้ชาว LGBT+ ในรัฐ ‘ทมิฬนาฑู’ มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น พร้อมกล่าวว่า คดีนี้ “ทำให้เห็นถึงความสำคัญของสังคมที่ต้องหยุดการตีตรา และสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้น” และเผยว่าเขากำลังพยายามก้าวข้ามผ่านอคติที่เขามีต่อชาว LGBT+ ด้วยการปรึกษานักจิตวิทยาและ แพทย์หญิงข้ามเพศคนหนึ่ง
นอกจากนี้ เวนคาเตช ได้ออกคำสั่งให้ คณะกรรมการการแพทย์แห่งชาติ ชมรมจิตแพทย์แห่งอินเดีย และ สภาฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอินเดีย ทำการยึดใบอนุญาตของอาชีพใด ๆ ก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวของกับ “การบำบัด/รักษาแก้เพศวิถี” ในทุก ๆ รูปแบบ พร้อมสั่งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยให้ นักเรียน และ นักศึกษาได้รับการให้ความรู้และความเข้าใจต่อชุมชน LGBTQIA+ และกล่าวว่าสถาบันการศึกษาควรอนุญาตให้เยาวชนเปลี่ยนชื่อจริง และคำนำหน้าชื่อของพวกเขาบนเอกสารทางการศึกษา และเสริมว่าจะคอยตรวจสอบพร้อมติดตามผลกับในหลาย ๆ ภาคส่วนของรัฐบาลอยู่เรื่อย ๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าคำตัดสินของเขากำลังถูกนำไปบังคับใช้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีผลของการศึกษาของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ออกมาเพื่อยืนยันแล้วว่า การรักเพศเดียวกัน หรือการมีความหลากหลายทางเพศ ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิต และไม่สามารถรักษาให้หายได้ รวมถึงมีการศึกษาเพื่อยืนยันแล้วว่าการบำบัดเพศวิถี ไม่สามารถใช้รักษา ‘ความเบี่ยงเบนทางเพศ’ ที่ไม่มีอยู่จริงได้ และยังก่อให้เกิดแผลทางจิตใจที่จะนำไปสู่โรคซึมเศร้าในชาว LGBTQ+
ทุกวันนี้เริ่มมีการประกาศแบนการใช้การบำบัดรักษาดังกล่าวแล้วในหลาย ๆ ประเทศ เช่น แคนาดา มอลตา เยอรมนี เม็กซิโก ในของออสเตรเลีย และราว ๆ 20 รัฐในสหรัฐอเมริกา และแม้ว่าการสั่งแบนการบำบัดแก้เพศวิถีเป็นครั้งแรกในอินเดีย ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของชาว LGBT+ ในอนาคตได้อีกด้วย
🏳‍🌈✨


Content by Wattanapong Kongkijkarn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4
อ้างอิง
BBC: https://bbc.in/3cx1wpw
Pacific Standard: https://bit.ly/3ixA1jo
Pink News: https://bit.ly/3xebOm6
The Conversation: https://bit.ly/3zarXLr
ภาพ: https://bit.ly/2TMwPpE
#พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

08/06/2021
06/06/2021
05/06/2021

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ได้บัญญัติไว้ในหมวด 6
แนวนโยบายแห่งรัฐ

มาตรา 77

รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จําเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมด ความจําเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดํารงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน

และดําเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้ โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดข้ึนจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ

รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและ การวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนํามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน

เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กําหนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เก่ียวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ บริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

Tunyawaj Kamolwongwat
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ (Tunyawaj Kamolwongwat)

04/06/2021

We're happy to say that, from today, equal civil partnership becomes a reality in Scotland (although see below). The rule that prevented a couple who are legally of different s*xes registering a civil partnership has finally been lifted.

We've been campaigning for equal civil partnership for a long time. The first proposal for a bill for equal civil partnership in The Scottish Parliament was introduced by Patrick Harvie - Scottish Greens, in June 2003.

You can find all the details about how to register a civil partnership here: https://www.nrscotland.gov.uk/registration/registering-civil-partnership-in-scotland/i-want-to-register-a-civil-partnership-in-scotland-how-do-i-go-about-it

Civil partnership ceremonies can be conducted by a registrar, or you can have a religious or belief ceremony by an authorised celebrant. Currently, the Humanist Society Scotland and the Unitarians in Edinburgh are authorised to conduct civil partnership ceremonies.

The civil partnership notice forms, which you submit to arrange a civil partnership, ask what is your s*x (female or male), meaning the s*x on your current birth certificate. We have previously been told by the Scottish Government that if you are non-binary, and your ceremony is to be conducted by a registrar, or by a celebrant authorised to conduct both same-s*x and mixed-s*x civil partnerships, you can leave that box blank. You do however need to submit your current birth certificate with the notice. There is a lot more to do to achieve non-binary equality!

01/06/2021

🏳️‍🌈 🏳️‍🌈 ประกาศคุณค่าและนโยบายของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการยอมรับความหลากหลายทางเพศ🏳️‍🌈 🏳️‍🌈

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยึดมั่นในคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคเท่าเทียมและการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพให้เกียรติในสังคมพหุวัฒนธรรมซึ่งหมายถึงสังคมที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ สภาพร่างกาย เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง สถานะทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงประโยชน์ของการสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาและบุคลากรรู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับให้เกียรติ และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนในฐานะมนุษย์ได้อย่างเต็มที่ จึงขอประกาศยืนยันคุณค่าดังกล่าวด้วยนโยบายเฉพาะด้าน ดังนี้

🏳️‍🌈ด้านความหลากหลายทางเพศ🏳️‍🌈

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักศึกษาและบุคลากรที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกมิติ ได้แก่ วิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ และเพศสรีระ (s*xual orientation, gender identity, gender expression, s*x characteristics: SOGIESC) และไม่ยอมรับการกระทำอันเป็นการเลือกปฏิบัติ ดูหมิ่น ตีตรา เกลียดชัง ไม่เคารพให้เกียรติ โดยมีนโยบาย ดังนี้

๑. ทบทวนและแก้ไขทางปฏิบัติของคณะนิติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการขอข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษาและบุคลากร กฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย การใช้ภาษาในโอกาสต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับคุณค่าของการเคารพในความหลากหลายทางเพศ

๒. ให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักศึกษาและบุคลากรในประเด็นความหลากหลายทางเพศ รวมถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติ เช่น ในงานปฐมนิเทศน์นักศึกษาและบุคลากร เป็นต้น

๓. สนับสนุนกิจกรรมวิชาการ ชมรมและกิจกรรมของนักศึกษาด้านความหลากหลายทางเพศ

๔. สนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อก่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ

๕. ยืนยันคุณค่าของการเคารพความหลากหลายทางเพศในเว็บไซต์ รวมทั้งในประกาศหรือสื่อประชาสัมพันธ์ของคณะนิติศาสตร์ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การรับสมัครบุคคลเข้าทำงานหรือเข้าศึกษาในหลักสูตรของคณะนิติศาสตร์ เป็นต้น

๖. ติดตามและประเมินผลบนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วมและการเสริมสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษา

๗. รับเรื่องร้องเรียนโดยคณะกรรมการตรวจสอบและส่งเสริมความเสมอภาค หากมีผู้ถูกเลือกปฏิบัติ ดูหมิ่น ตีตรา เกลียดชัง ไม่เคารพให้เกียรติด้วยเหตุอันเกิดจากความหลากหลายทางเพศ

๑ มิถุนายน ๒๕๖๔

🏳️‍🌈https://www.law.tu.ac.th/lgbtq/

18/05/2021
เปิดห้องเรียน Zoomสื่อ เรียนรู้เรื่องวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ผ่าน SOGIE โดย คุณอัญชนา สุวรรณานนท์  นักกิจกรรมสิทธิควา...
02/05/2021

เปิดห้องเรียน Zoomสื่อ เรียนรู้เรื่องวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ผ่าน SOGIE โดย คุณอัญชนา สุวรรณานนท์ นักกิจกรรมสิทธิความหลากหลายทางเพศรุ่นบุกเบิก และ กรณีศึกษา SOGIE จาก As*xuality ภาพนำเสนอในสื่อ กับ ปาร์คเกอร์ ภารวี อากาศน่วม ผู้ก่อตั้งเพจ AroAce-Clusionist: Aromantic & As*xual Exist

ดำเนินรายการโดย ดร.ชเนตตี ทินนาม

25-04-2021

https://curadio.chula.ac.th/Radio-Demand.php?program=202104250905

ฟังย้อนหลัง https://curadio.chula.ac.th/Radio-Demand.php?program=202104250905

👉🏽เปิดห้องเรียน Zoomสื่อ เรียนรู้เรื่องวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ผ่าน SOGIE โดย คุณอัญชนา สุวรรณานนท์ นักกิจกรรมสิทธิความหลากหลายทางเพศรุ่นบุกเบิก และ กรณีศึกษา SOGIE จาก As*xuality ภาพนำเสนอในสื่อ กับ ปาร์คเกอร์ ภารวี อากาศน่วม ผู้ก่อตั้งเพจ AroAce-Clusionist: Aromantic & As*xual Exist

👉🏽ดำเนินรายการโดย ดร.ชเนตตี ทินนาม
ภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

ติดตามได้ในรายการ Zoom สื่อ
รับฟังทาง CU Radio Plus FM101.5 MHz หรือฟังออนไลน์ www.curadio.chula.ac.th/Radio-Live.php
วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2564 เวลา 9:05-9:55น.

มาร่วม ื่อ
กับคณาจารย์ภาควิชาการสื่อสารมวลชน
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
ทุกเช้าวันอาทิตย์ 9.05-9.55 น.
ทาง CU Radio Plus FM 101.5 MHz
ฟังออนไลน์สดหรือย้อนหลังที่ www.curadio.chula.ac.th/Radio-Live.php

กดติดตามเพจ ZOOM สื่อได้ที่ https://www.facebook.com/ZOOM-สื่อ-354669988515768/

02/05/2021

สัมมนาทางวิชาการสำหรับสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการ เรื่อง "การผลักดันสิทธิ LGBTQI ในระดับสากล และสถานการณ์ในประเทศไทย : มุมมองด้านกฎหมาย"
วันที่ 28 เมษายน 2564
โดย สถาบันพระปกเกล้า

Since it was established in 2016, the   mandate has issued several reports, statements and communications giving visibil...
14/04/2021

Since it was established in 2016, the mandate has issued several reports, statements and communications giving visibility to the struggle of trans persons. This material is now available in one place, to facilitate access and research on the topic.

All subsequent work from the mandate relevant to the issues impacting trans persons will also be included in this page in the future, to ensure continued support to the protection of the human rights of trans persons.

Access the page, read the resources and share them with your network:

https://www.ohchr.org/EN/Issues/SexualOrientationGender/Pages/struggle-trans-gender-diverse.aspx

15-4-2021

Gender identity refers to each person's deeply felt internal and individual experience of gender, which may or may not correspond with the s*x assigned at birth including the personal sense of the body (which may involve, if freely chosen, modification of bodily appearance or function by medical, su...

TOKYO (Reuters) - A Japenese district court on Wednesday ruled that not allowing same-s*x couples to marry is “unconstit...
17/03/2021

TOKYO (Reuters) - A Japenese district court on Wednesday ruled that not allowing same-s*x couples to marry is “unconstitutional”

17.3.2021
https://www.reuters.com/article/us-japan-lgbt-marriage-ruling/japanese-court-rules-same-s*x-couples-not-being-able-to-marry-is-unconstitutional-kyodo-idUSKBN2B909X

A Japenese district court on Wednesday ruled that not allowing same-s*x couples to marry is "unconstitutional", setting a new precedent in the only G7 nation not to fully recognise same-s*x partnership, though it rejected demands for damages to be paid.

Amazon Won’t Sell Books Framing LGBTQ+ Identities as Mental IllnessesCompany states policy in response to inquiry by sev...
16/03/2021

Amazon Won’t Sell Books Framing LGBTQ+ Identities as Mental Illnesses
Company states policy in response to inquiry by several Republican senators over recent removal of book by conservative author

11.3.2021

https://www.wsj.com/articles/amazon-wont-sell-books-framing-lgbtq-identities-as-mental-illnesses-11615511380?fbclid=IwAR2DsC5Awft5tC3iRlgU9K97Smof5cukEM9B7W7ILfbq2jz-pUd3iXc1qqc

The company said it recently removed a three-year-old book about transgender issues from its platforms because it decided not to sell books that frame transgender and other s*xual identities as mental illnesses.

ที่อยู่

Chonburi
20000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ I love Yogyakarta Principlesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท


Chonburi การปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

คุณอาจจะชอบ