ปรึกษากฎหมายฟรี

ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษาทนายความ/ปรึกษากฎหมาย/รับว่าความ/ปรึกษากฎหมายฟรี โทร097-2206939 ทนายความ/ปรึกษาทนายความ/ปรึกษากฎหมาย/รับว่าความ/ปรึกษากฎหมายฟรีตลอด24ชม.โทร097-2206939
(205)

กฎหมายมาตรา 301 ที่ห้ามผู้หญิงทำแท้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ตามมาตรา 28 จึงแก้ให้ " ผู้หญิงสาม...
14/01/2022

กฎหมายมาตรา 301 ที่ห้ามผู้หญิงทำแท้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ตามมาตรา 28 จึงแก้ให้ " ผู้หญิงสามารถ ทำแท้งได้ " ภายในอายุครรภ์ ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ประกาศเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564

ท้องโดยไม่พร้อม...เรามีสิทธิ์เลือกไหม?ร่วมหาคำตอบได้ในภาพยนตร์​สั้น "วันของเธอ"..............ติดตามความรู้เกี่ยวกั...

ป.อ. มาตรา 362. ผู้ใด เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน หร...
15/10/2021

ป.อ. มาตรา 362. ผู้ใด เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน หรือ เข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข

การตีความตามกฏหมายอาญา นั้นต้องตีความโดยเคร่งครัด ตัวบทใช้คำว่า "ผู้ใดเข้าไป" องค์ประกอบแรกเลย ผู้ใด ในที่นี้พูดถึงสภาพบุคคล ดังนั้นขวดที่ปาด้ามไม้ขวาดเข้าไปย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิด แต่เป็นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดเท่านั้น และการปาสิ่งของเข้าไปเป็นพฤติการณ์ในการกระทำว่าผู้กระทำมีเจตนาอย่างไร ซึ่งมันก็ยังมีฏีกาที่ขัดแยงกันอยู่ผู้เขียนเลยยกให้อ่านทั้ง 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3523/2541
องค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 นั้น ผู้กระทำผิดต้องเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์การที่จำเลยทั้งสองใช้ขวดขว้างและใช้มีดฟันประตูห้องพักผู้เสียหายทั้งสอง กับได้เรียกผู้เสียหายทั้งสองออกมาพูดคุยและขู่จะฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง โดยที่จำเลยทั้งสองไม่ได้เข้าไปในห้องพักของผู้เสียหายทั้งสองจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานบุกรุก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7961/2551
บ้านที่เกิดเหตุทั้งสองหลังผู้เสียหายทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกับบุตรเล็ก ๆ ของผู้เสียหายที่ 2 อีกหลายคนและทำการค้าขาย การที่จำเลยกับพวกร่วมกันเข้าไปที่บริเวณหน้าบ้านและร้านค้าที่เกิดเหตุ และใช้ก้อนอิฐ ก้อนหิน ไม้ และสิ่งของอื่นขว้างปาประตู หน้าต่าง และหลังคาบ้าน รวมทั้งทำลายสิ่งของต่าง ๆ จนเสียหาย ย่อมเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และยังเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสองโดยปกติสุข อันเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 358, 365 (1) (2) (3) ประกอบด้วยมาตรา 362

ส่วนต่อมานั้น การป้องโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องดูพฤติการณ์การกระทำของผู้ก่อเหตุนั้น ว่าจวนตัวจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงโดยวิธีใดวิธีหนึ่งได้แล้ว จึงต้องกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง เมื่อได้ทำพอสมควรแก่เหตุ จึงถือว่าป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

แต่เหตุดังกล่าวความคิดเห็นส่วนตัว ไอ่ 6 ตัวมันเหี้ยจริงมั้ย จริง แต่ผู้เขียนมองว่ายังไม่จวนตัว ที่จะอ้างว่าป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

คดีพลิกตรงไหน ตรงภาพวิดีโอ ที่มีเสียง "เข้ามาดิวัยรุ่น" พร้อมถือมีดมัดเชือก เปิดประตูออกไปเอง นั้นล่ะครับ ความคิดเห็นส่วนตัวมันเลยเป็นสมัครใจทะเลาะวิวาท

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 8347/2554 ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายมีเรื่องทะเลาะโต้เถียงกับจำเลยซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านใกล้ที่เกิดเหตุ จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้จำเลยไม่พอใจผู้เสียหายเป็นอย่างมาก ในวันเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายออกจากร้านไปแล้ว ผู้เสียหายร้องตะโกนท้าทายจำเลยให้ออกไป จะฟันให้คอขาด จำเลยจึงรีบวิ่งไปหาผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้เสียหาย และเป็นการกระทำที่จำเลยเข้าสู้ภัยทั้งที่ยังไม่มีภยันตรายมาถึงตน จึงเป็นการกระทำโดยที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ แม้ผู้เสียหายจะทำร้ายจำเลยก่อน ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้เสียหายสมัครใจวิวาทกัน ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจที่จะอ้างสิทธิป้องกันได้ตามกฎหมาย และแม้จำเลยมีความไม่พอใจผู้เสียหายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อจำเลยสมัครใจที่จะไปต่อสู้กับผู้เสียหายเอง ก็ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะได้เช่นเดียวกัน การกระทำของจำเลยไม่เป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะ

การยืดรถของไฟแนนซ์ท่านต้องคืนรถขณะที่ยังไม่ค้างค่างวด 3 งวดติดต่อกัน ค้าง 1 งวด 2 งวด หรือ 3 งวดไม่เสียค่าส่วนต่าง หรือค...
13/01/2021

การยืดรถของไฟแนนซ์

ท่านต้องคืนรถขณะที่ยังไม่ค้างค่างวด 3 งวดติดต่อกัน ค้าง 1 งวด 2 งวด หรือ 3 งวดไม่เสียค่าส่วนต่าง หรือคืนรถขณะที่หนังสือบอกเลิกสัญญา 30 วันของไฟแนนซ์ยังไม่ครบกำหนด จะไม่เสียค่าส่วนต่าง (ข้อมูลเท็จ) อ่านแล้วก็ตกใจแม่งไปเอามาจากไหนว่ะ แทบจะกระโดดทีบประตูบ้าน ไปออกฟรีดาวน์ ไปถอย Porsche มาให้หมายื่นเยี่ยว แล้ว 2 เดือนคืนรถ

ถ้าไฟแนนซ์ไม่ได้ผิดสัญญา ถ้าไม่ได้สมัครใจยกเลิกสัญญากันเอง หรือ ไฟแนนซ์ยืดรถ หรือ บอกเลิกสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอารถไปคืนโดนฟ้องค่าส่วนต่างตุดฉีดเลยนะครับ และไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับไฟแนนซ์ว่าถ้าลูกค้าเอารถมาคืนต้องรับไว้

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า แม้คุณจะไม่ผิดสัญญาเลยเมื่อคุณเอารถไปคืน ไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์ก็จะออกหนังสือปิดหนี้ให้คุณทราบว่าคุณต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าไหร่ เมื่อคุณไม่จ่ายก็จะนำรถออกขายทอด และมาเรียกเก็บค่าส่วนต่างกับคุณอยู่ดี ซึ่งค่าปิดหนี้กับส่วนต่างนี้ ถ้าเพิ่งออกรถมาใหม่ๆ โดนแรงพอกัน

ซึ่งหลักการยกเลิกสัญญาตามประกาศ สคบ. จะยกเลิกสัญญาผู้เช่าซื้อขาดส่งค่างวด 3 งวดติดต่อกัน ไฟแนนท์ก็มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้เช่าซื้อ โดยบอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรายงวดที่ค้างชำระนั้น ภายในเวลาอย่างน้อย 30 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ หากไม่จ่ายก็เป็นอันว่าสัญญาเลิกกัน

เมื่อสัญญาเลิกกันแล้ว ไฟแนนซ์ถึงจะมีสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน ซึ่งโดยกฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิ์ยึดรถเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้โดยชอบเท่านั้น ตาม ป.วิ.พ. ม.297 แต่ในทางปฎิบัติ ถามว่าไฟแนนซ์มายืดเองยืดได้มั้ย ก็ตอบว่าได้ครับ เพราะถือว่า ความยินยอมไม่เป็นละเมิด ดังนั้นคุณต้องยอมให้เค้ายืด เค้าถึงจะยืดได้ หากคุณไม่ยอมให้ยืด หรือไม่ได้เซ้นต์ใบยินยอมส่งมอบรถ เท่ากับว่าการยืดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้ามันยังฝืนทั้งที่ไม่มีอำนาจใดๆจะกระทำได้ มีความผิดทางอาญา เช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือ ปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป

การยืดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างยกตัวอย่างเป็น
1. การที่ไฟแนนซ์ส่งคนมายืดรถขณะที่ค้างแค่ 1 - 3 งวด หรือก่อนหนังสือบอกเลิกสัญญาจะมีผล
2.การยืดผู้เช่าซื้อไม่ได้เซ็นยินยอมในการยืด แม้จะบอกเลิกสัญญาแล้วก็ตาม
3.การบอกเลิกสัญญาของไฟแนนซ์ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
4.การสมัครใจของคู่สัญญายกเลิกสัญญากัน

ตัวอย่างฏีกา ยกเลิกสัญญาไม่ชอบ สั่งลูกน้องไปยืดรถ
ฏีกาที่ 2330/2558 ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ดังนั้นการที่ ช. ผู้รับจ้างในการติดตามรถที่เช่าซื้อรถของโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้ง พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายในวันที่ยึดรถที่เช่าซื้อคืน โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าขาดราคาส่วนที่ขายทรัพย์ที่เช่าซื้อไป หรือราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาข้อ 15 ซึ่งระงับไปแล้วไม่ได้

ไฟแนนซ์ที่ไหนเค้ารับคืนบอกพิกัดมา

ตัวอย่างฎีกา เอาความผิดพลาดของไฟแนนซ์ที่หนึ่ง มาสร้างบรรทัดฐานว่าคืนรถไม่เสียค่าส่วนต่าง ไม่มีไฟแนนซ์ที่ไหนเค้าสมัครใจยกเลิกสัญญาหลอก กรณีนี้ไฟแนนซ์แค่รับคืน แต่ไม่ได้ทำใบปิดหนี้ ศาลเลยบอกว่าเมื่อรับไว้โดยไม่เรียกร้องถือว่าสมัครใจยกเลิกสัญญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4607/2562
แม้ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 จะให้สิทธิผู้เช่าซื้อในการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเสียเมื่อใดก็ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องส่งคืนและส่งมอบรถยนต์ในสภาพที่ซ่อมแซมเรียบร้อยและใช้การได้ดีในสภาพเช่นเดียวกับวันที่รับมอบรถยนต์ไปจากเจ้าของพร้อมทั้งอุปกรณ์ และอะไหล่ทั้งหมดให้แก่เจ้าของ ณ สำนักงานของเจ้าของ แต่สัญญาข้อดังกล่าวยังระบุเงื่อนไขต่อไปอีกว่า “และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที…” แสดงให้เห็นว่า กรณีที่จะถือว่าเป็นการเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อข้อดังกล่าว ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์พร้อมกับชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า นอกจากจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาแก่โจทก์ทันที อันเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาเพื่อใช้สิทธิเลิกสัญญา กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตามสัญญาข้อ 12 ที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13 พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์โดยไม่ปรากฏข้อโต้แย้งคัดค้านของโจทก์ ถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาอันเป็นค่าเสียหายตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อได้

ไม่มีตังผ่อนแล้ว ทำได้อย่างเดียวคือขาย หาคนซื้อให้ได้แล้วเอาคนซื้อไปเปลี่ยนสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์
รักนะจึงบอก

23/12/2018

รถชนสัตว์เลี้ยง ประเด็นปัญหาก็จะมีว่า ฝ่ายใดต้องรับผิด ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกานี้ให้คำตอบดีมากค่ะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ศึกษา

คำพิพากษาฎีกาที่ 3451/2555 รอยห้ามล้อของรถยนต์กระบะซึ่งยาวประมาณ 20 เมตร อยู่ในช่องเดินรถของ ล. โดยเฉพาะรอยห้ามล้อรถด้านซ้ายอยู่ห่างจากไหล่ถนนพอสมควร แสดงว่ากระบือของจำเลยได้วิ่งตัดหน้ารถของ ล. ในระยะกระชั้นชิดจนไม่สามารถห้ามล้อรถได้ทัน จึงชนกระบือของจำเลย แม้ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร มีป้ายสีเหลืองเตือนระวังสัตว์เลี้ยงก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏจากทางนำสืบของจำเลยว่าขณะเกิดเหตุ ล. ขับรถด้วยความเร็วสูงและไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างไร การที่มีป้ายสีเหลืองเตือนให้ระวังสัตว์เลี้ยงมิได้หมายความว่าหากเหตุรถชนสัตว์เลี้ยงแล้ว ผู้ขับรถชนสัตว์เลี้ยงจะต้องผิดเสมอไป เมื่อพิจารณาประกอบ พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 111 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขี่ จูง ไล่ต้อนหรือปล่อยสัตว์ไปบนทางในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองผู้ขับรถให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ถนน การที่ฝูงกระบือที่จำเลยเลี้ยงมีมากถึง 43 ตัว แต่มีผู้ควบคุมดูแลเพียง 2คน ถือว่ามีผู้ควบคุมดูแลไม่เพียงพอ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรในการควบคุมดูแลเลี้ยงกระบือ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 วรรคหนึ่ง

ซึ่งตามกฎหมาย ห้ามมิให้เลี้ยงสัตว์ในบริเวณทางหลวง และห้ามมิให้ขี่ จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์บนทางในลักษณะกีดขวางการจราจร และไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ ดังนั้นหากกรณีรถชนวัวควายที่ข้ามถนนกีดขวางการจราจร และไม่มีผู้ควบคุมคอยจูงหรือต้อนแล้ว เจ้าของวัวควายย่อมต้องรับผิดชอบในกรณีที่รถชนวัวควายแล้วได้รับความเสียหายแต่ไม่จำเป็นที่ผู้ขับรถจะเป็นฝ่ายถูกเสมอไป หากเห็นอยู่แล้วว่าวัวควายกำลังข้ามถนนในระยะห่างเพียงพอที่จะห้ามล้อหรือลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถได้ แต่มิได้กระทำ กลับขับรถเร็วโดยไม่ระมัดระวังแล้ว ฝ่ายคนขับรถก็เป็นฝ่ายผิดเสียเอง เพราะประมาทปราศจากความระมัดระวัง

การขับรถและการขี่ จูง ไล่ต้อนสัตว์ไปตามทางหรือให้ข้ามถนนนั้น ทั้งฝ่ายผู้ขับรถและฝ่ายผู้ควบคุมสัตว์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทั้งสองฝ่ายและต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันด้วยการขี่ จูง หรือไล่ต้อนสัตว์ กฎหมายกำหนดให้ผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยรถโดยอนุโลมเท่าที่ใช้ได้ ดังนั้นการขี่หรือควบคุมวัวควาย จึงอนุโลมว่าเป็นการขับรถเหมือนกันจำต้องใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกับการขับรถ

22/12/2018

การจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหญิงหรือชายชู้นั้น ย้ำกันอีกรอบคุณต้องเป็นภรรยาหรือสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือมีทะเบียนสมรสเท่านั้น และก็ต้องมีพยานหลักฐานพอสมควรให้ศาลเชื่อได้ว่าเค้าตั้ง 2 เป็นชู้กันจริง โดยชู้นั้น (รู้อยู่แล้วว่าบุคคลที่เค้าคบด้วยอยู่นั้น มีสามีหรือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว)

แต่การที่ผัวหรือเมียรู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งมีชู้หรือมีเมียน้อย ต่อมาในภายหลังจะนำเหตุที่ว่านี้มาฟ้องหย่าไม่ได้ กล่าวได้ว่าถ้ามีการแสดงความยินยอม ให้อภัยหรือรู้เห็นเป็นใจต่อการที่ผัวมีเมียน้อย หรือเมียมีชู้ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่อาจจะยกอ้างเอาเหตุนั้นมาฟ้องหย่าได้อีกต่อไป

ซึ่งการรู้เห็นเป็นใจ หรือให้ความยินยอมนี้ สรุปเป็นภาษาชาวบ้านคือ รู้อยู่รู้มานานแล้วแต่ก็ไม่ว่าอะไร การเปิดใจไปไหนมาไหนรวมกัน การให้ความช่วยเหลือ หรือการกระทำอื่นใดในลักษณะที่ไม่เป็นปฏิปักต่อกัน

ซึ่งอายุความในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ญ ช ชู้นั้นเป็นไปตามมาตรา มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง

แล้วก็มีอีกเรื่องที่ไปอ่านมามีนักกอดหมายท่านหนึ่งเค้าบอกบอกว่าเมียน้อยก็มีสิทธิเหมือนกันหากได้ทรัพย์สินมากจากการให้โดยเสน่าหา หากทรัพย์สินที่ให้นั้นเป็นสินสมรสเรียกคืนได้ครึ่งเดียว จริงหรือ

จะบอกอะไรให้นะไอ่ตามกฎหมายมันก็เขียนไว้อย่างกระนั้นนั่นล่ะ แล้วเมิงก็พูดแค่นั้นเหมือนจะทำให้คนที่เป็นเมียน้อยดีใจ แต่โดนฟ้องเข้าจริงๆ นี้เมียน้อยเหลือแต่ "ฮิ" เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น
ไอ่บ้านไอ่รถไอ่ที่ดินที่สามีชาวบ้านเค้าซื้อให้นั้น ไม่ว่าจะโดนฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ต้องทำร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ฟ้องเรียกคืนสินสมรส ยังมีฟ้องเรียกเงินทดแทนหรือฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ญ/ช ชู้อีก ก็เท่ากับว่า ไอ่ค่าเสียหายตัวนี้ศาลเค้าคิดจากความเสียหายจากอีกฝ่ายได้รับ ยิ่งสามี ภรรยา เอาเงินในครอบครัวไปประเคนชู้มากเท่าไหร่ ค่าเสียหายหรือเงินทดแทนที่ชู้ต้องจ่าย แม่งก็มากขึ้นเท่านั้น

แล้วถามว่าชู้จะเหลือห่าอะไร ก็เหลือแต่ ฮิ ไง

ไม่มีทนายความ หรือต้องการหาหลักฐานในการฟ้องชู้ติดต่อมาได้นะ

22/12/2018

- แด่ลูกหนี้ ที่เคารพ

22/12/2018

ค่าเสียหายเบื้องต้น หมายถึง ค่าเสียหายต่อชีวิต – ร่างกาย ของผู้ประสบภัยอันเนื่องจากการใช้รถที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดและให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทน

1. ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน 30,000 บาท
2. ค่าทุพพลภาพ / สูญเสียอวัยวะหรือค่าปลงศพตาม
1, 2 รวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทในชั้นต้น 35,000 บาท

หมายเหตุ ค่าเสียหายเบื้องต้น สำหรับค่ารักษาพยาบาลให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล แก่ผู้ประสบภัยจากรถ เรื่อง มาตรฐานกลางของรายการ
และจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่บริษัทประกันภัย หรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ต้องจ่ายให้กับผู้ประสบภัยจากรถ
(ประกาศใช้ 1 ตุลาคม 2547)

ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด (รวมค่าเสียหายเบื้องต้น) หมายถึง ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายต่อชีวิต – ร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเมื่ออุบัติเหตุจากรถนั้นเป็นความผิดของผู้ขับขี่รถที่เอาประกันภัย

1. กรณีบาดเจ็บ ไม่เกิน 80,000 บาท
2. กรณีเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวร 500,000 บาท
3. สูญเสียอวัยวะ
- นิ้วขาด 1 ข้อขึ้นไป 200,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน 250,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน 300,000 บาท
4. ค่าชดเชยการรักษาตัว (ผู้ป่วยใน) 200 บาท / วัน ไม่เกิน 20 วัน 4,000 บาท

* ยกเว้น ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น
หมายเหตุ สำหรับกรมธรรม์ที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 เป็นต้นไป

19/12/2018

สิ่งที่ไฟแนนซ์มักจะข่มขู่ คือ ให้เรารับผิดชอบ ค่าบอกกล่าวทวงถาม ค่าชำระเงินล่าเช่า ค่าโทรศัพท์ โดยมักข่มขู่ให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ โดยอ้างตัวเลขจำนวนสูง และเราควรรู้ไว้ด้วยว่า ไฟแนนซ์ไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามอำเภอใจ การค่าเสียหายเรียกได้ตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ดังนั้นผู้เช่าซื้ออย่าวิตกไปครับการที่ไฟแนนซ์ข่มขู่เรียกรับเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5146/2557
การที่จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายจ่ายเงินค่าติดตามรถยนต์คืน หากไม่นำมาให้จะยึดรถยนต์กระบะของผู้เสียหายไป จึงเข้าลักษณะเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญคือรถยนต์กระบะของผู้เสียหายแล้ว ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและยินยอมนำเงิน 2,300 บาท ให้จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์

จัดไฟแนนไม่ผ่าน

กรณีที่ผู้เช่าซื้อได้ติดต่อกับเต็นท์รถเพื่อจะซื้อรถโดยที่ผู้เช่าซื้อได้ให้เงินไว้กับเต็นท์รถซึ่งมีการตกลงกันว่า เต็นท์รถจะดำเนินการจัดหาไฟแนนซ์ให้นั้น กรณีดังกล่าวการที่ผู้เช่าซื้อได้ให้เงินกับเต็นท์รถนั้นเป็นการให้มัดจำแก่กันไว้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 377 ต่อมาการที่ทางเต็นท์รถไม่สามารถที่จะจัดหาการจัดไฟแนนซ์เพื่อซื้อรถตามที่ตกลงกันให้กับผู้เช่าซื้อได้ อันเป็นการที่ฝ่ายรับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (3) ผู้เช่าซื้อก็ย่อมที่จะได้เงินมัดจำคืน

เมื่อไหร่ถึงยืดรถได้

การเข้ายึดรถผู้เช่าซื้อจะต้องค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกัน(รวมกัน3งวด) ระยะเวลาบอกกล่าวก่อนยืดรถอีก 1 เดือน รวมเป็น 4 เดือน ไฟแนนซ์จึงจะสามารถยึดรถได้ แต่ถ้าไฟแนนซ์ยึดรถก่อนหน้านี้จะมีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องสัญญา (สัญญาเช่าซื้อในกรณีนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจะบอกเลิกสัญญาได้ต่อเมื่อผิดนัดไม่ส่งค่างวดสามงวดติดต่อกัน) ดังนั้นถ้าไฟแนนซ์มายึดรถก่อนกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้เช่าซื้อต้องอย่ายอมให้ยึดรถหรือไม่ต้องกลัวคำขู่ของไฟแนนซ์แต่อย่างใด ซึ่งขั้นตอนการยืดรถนั้นต้องให้ผู้ครอบครองต้องเซ็นใบยินยอมด้วย หากผู้ครอบครองนั้นไม่ยืนยอมให้ยืดก็ยืดไม่ได้

ชำระค่างวดไม่ตรงเวลาบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่

สำหรับกรณีที่ผู้เช่าซื้อส่งค่างวดไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เช่น ค้างส่งค่างวดสามงวดติดต่อกัน แต่ต่อมา ผู้เช่าซื้อนำค่างวดมาชำระ ผู้ให้เช่าซื้อก็ยอมรับค่าเช่าซื้อนั้นโดยไม่ทักท้วง แสดงว่าคู่สัญญาไม่ถือเอากำหนดเวลาชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ เท่ากับผู้ให้เช่าซื้อยอมให้สัญญาเช่าซื้อมีผลบังคับกันต่อไป (คำพิพากษาฎีกาที่ 3830-3831/2550)

ผ่อนรถต่อไม่ไหวทำอย่างไร
เคยเจอคำโกหกตอแหลของไฟแนนซ์ ผ่อนต่อไม่ไหวก็ให้เอารถมาคืนแล้วก็จบกันไป อย่าไปหลงเชื่อเป็นอันขาด หากคุณยอมให้เค้ายืดรถหรือคืนรถเขา เขาจะฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง ดอกเบี้ย ค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมราคามาในภายหลังแน่นอน ดังนั้นแนะนำให้ขายดาวน์เท่านั้น กล่าวคือการซื้อขายสิทธิเช่าซื้อ ต้องเปลี่ยนสัญญากับไฟแนนซ์เท่านั้น
– การซื้อขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ในการเช่าซื้อรถหากผู้เช่าซื้อเห็นว่าจะไม่สามารถส่งค่างวดต่อไปหรือจะเปลี่ยนใจผ่อนรถคันใหม่ ถ้าจะบอกเลิกสัญญากับผู้ให้เช่าซื้อ ก็จะต้องเสียเงินดาวน์และค่างวดที่ผ่อนไปแล้วไปเสียเปล่า แล้วยังจะโดนฟ้องเรียกค่าส่วนต่างนุ่นนี้นั้นตามมาอีก จึงมีการซื้อขายสิทธิที่เรียกกันว่าขายดาวน์คือ การขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยแล้ว ว่า สิทธิเช่าซื้อเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่สามารถซื้อขายกันได้ เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 2466 /2539 (ประชุมใหญ่) เป็นกรณีซื้อขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดิน คำพิพากษาฎีกาที่ 4503/2540 กรณีขายสิทธิเช่าซื้อรถยนต์

รถที่เช่าซื้อหายไฟแนนซ์ให้ผ่อนกุญแจต่อทำอย่างไร

ทรัพย์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาย่อมระงับ ผู้เช่าซื้อจึงไม่ต้องส่งค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ(ไม่ต้องผ่อนต่อ) แต่คงต้องรับผิดในงวดที่ค้างชำระเท่านั้นเช่น ผ่อน ผ่อนมาแล้ว 5 งวด รถหายในช่วงเวลาระหว่างงวดที่ 5 - 6 ต้องชำระค่างวดที่ค้างในงวดที่ 3 งวดที่ 6 เป็นต้นไปไม่ต้องผ่อนต่อ
เมื่อก่อนนี้ เมื่อไปแจ้งความเราคงทราบดีว่ารถที่หายดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิของไฟแนนซ์ ตำรวจจะต้องให้ไฟแนนซ์เป็นคนมาแจ้งความ หรือให้ทางไฟแนนซ์มอบอำนาจมาเรามาดำเนินการเองซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8980/2555 ได้วางบรรทัดฐานไว้ว่า ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์จากรถที่เช่าซื้อ เมื่อมีผู้ยักยอกรถนั้นไป โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหาย โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์และขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อ ดังนั้นจึงไม่ต้องดำเนินการเหมือนอย่างแต่ก่อน ดำเนินการร้องทุกข์แจ้งความได้ทันที

เมื่อแจ้งความเป็นหลักฐานกับตำรวจ แล้วนำสำเนาการแจ้งความไปมอบให้ บ.ประกันภัย และไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์จะดำเนินการเคลมประกัน เราควรตรวจสอบว่า บริษัทประกันเคลมให้ตามวงเงินที่กรมธรรม์ระบุไว้หรือไม่เคลมเท่าไหร่ ประเด็นจึงเหลือประเด็นเดียวคือค่าเสียหายมีเท่าไหร่ ? เรื่องนี้ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานว่าถ้ารถที่เช่าซื้อสูญหายก็ต้องมาคำนวณครับว่ารถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินค่างวดมาแล้วเป็นเงินเท่าใด บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทลิสซิ่งเนื่องจากรถหายเป็นเงินเท่าใดถ้า 2 จำนวนนี้รวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่บริษัทลิสซิ่งซื้อมา อย่างนี้ผู้เช่าซื้อก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่กรณีกลับกันค่าไม่พอกับความเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับ ศาลก็จะกำหนดความเสียหายให้ตามสมควร แต่มิใช่ให้ชำระค่าเช่าซื้อจนครบเต็มตามสัญญาแต่อย่างใด

ตามพระราชบัญญัติการทวงหนี้ฉบับใหม่ ครอบคลุมการทวงหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ นั้นก็ย่อมครอบคุมถึงไฟแนนซ์ด้วยดังนั้นถ้าเห็นว่าไฟแนนซืไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวอัดเทปแล้วร้องเรียนได้เลย
1.ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ จะไปทวงกับบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นไม่ได้ ทวงได้เฉพาะลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเท่านั้น เว้นแต่เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสถานที่ติดต่อลูกหนี้
2.ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ กระทำการในลักษณะที่เป็นการละเมิด และคุกคาม ในการติดตามทวงถามหนี้ อาทิ ใช้ความรุนแรง ใช้วาจา หรือภาษาดูหมิ่น ถากถาง เสียดสี การเปิดเผยความเป็นหนี้ของผู้บริโภคแก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
3.ห้ามติดตามทวงหนี้เกินสมควรแก่เหตุ รวมถึงการติดต่อทางโทรศัพท์วันละหลายครั้ง และก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ
4.ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้กระทำการในลักษณะที่เป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในการติดตามทวงหนี้ เช่น ทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี รัฐ หน่วยงานของรัฐ ทนายความ หรือสำนักงานกฎหมาย ทำให้เชื่อว่าหากไม่ชำระหนี้จะถูกดำเนินคดี ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์หรือเงินเดือน ข่มขู่ว่าจะดำเนินการใด ทั้งที่ไม่มีอำนาจจะกระทำได้ตามกฎหมาย
5.ห้ามไม่ให้ผู้ติดตามหนี้ ติดตามทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม อาทิ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใดๆ เว้นแต่ได้มีการตกลงไว้ล่วงหน้า ติดต่อลูกหนี้เกี่ยวกับหนี้โดยทางไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก หรือโทรสาร ใช้ภาษา สัญลักษณ์ ชื่อทางธุรกิจ บนซองจดหมายในการติดต่อลูกหนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการติดตามทวงถามหนี้
ส่วนการติดต่อกับลูกหนี้นั้น ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้แจ้งไว้เท่านั้น ยกเว้นติดต่อไม่ได้ ให้ถือเอาสถานที่ติดต่ออื่น เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการติดต่อได้ โดยการติดต่อลูกหนี้ทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือติดต่อบุคคล สำหรับวันทำการให้ติดต่อได้ในเวลา 08.00-20.00 น. ส่วนวันหยุดราชการติดต่อได้ในเวลา 08.00-18.00 น. เว้นแต่ได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร
ขณะที่บทกำหนดโทษแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ โทษทางปกครองจะถูกปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ตามมาตรา 24 และทางอาญาจะถูกเพิกถอนการจดทะเบียน และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่อยู่

Chon Buri
20130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปรึกษากฎหมายฟรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ปรึกษากฎหมายฟรี:

แชร์