29/06/2026
คำพิพากษาฎีกาที่ 5054/2568
เจ้าของรวม , สัญญาระหว่างสมรส , สินสมรส
แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ให้การเกี่ยวกับการตกลงถือกรรมสิทธิ์ รวมในที่ดินและการทำสัญญาระหว่างสมรสตกลงแบ่งทรัพย์สินให้เป็น สินส่วนตัวซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตาม คำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยที่ 1 ว่า ทรัพย์สินตามฟ้องเป็น สินสมรสของโจทก์กับผู้ตายหรือไม่ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในโฉนด ที่ดินซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาท ย่อมถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น
ความปรากฎตามสำเนาโฉนดที่ดินว่าบริษัท ณ. โอนขายที่ดินแก่โจทก์กับผู้ตายและบุตรทั้ง 4 คน เช่นนี้โจทก์กับผู้ตายและบุตรทั้งสี่เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยแต่ละ คนมีส่วนในที่ดินเท่ากันคือคนละ 1 ใน 6 ส่วน และโจทก์กับผู้ตายได้ที่ดินมาระหว่างสมรสโดยร่วมกับบุตร 4 คน ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับ ผู้ขายในวันเดียวกัน และจดทะเบียนใส่ชื่อทั้งโจทก์กับผู้ตายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมีส่วนเท่ากัน แสดงว่าโจทก์กับผู้ตายตกลงกัน เกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของแต่ละคนโดยชัดเจนแน่นอนมีลักษณะ เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่โจทก์กับผู้ตายได้ทำไว้ต่อกันในระหว่าง สมรสอันเป็นสัญญาระหว่างสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 1469 และมีผลให้ที่ดินส่วนของโจทก์กับผู้ตายซึ่งเป็น สินสมรสได้จัดการแบ่งปันให้เป็นสัดส่วนโดยต่างฝ่ายต่างยกที่ดินส่วน ของตนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย ที่ดินเฉพาะส่วน ที่ผู้ตายมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ 1 ใน 5 ส่วน จึงไม่ใช่สินสมรสของโจทก์กับ ผู้ตายแต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ตายตามมาตรา 1471 (3) โจทก์ไม่มี อำนาจฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแบ่ง
#ทนายความ #ทนายความชลบุรี #ให้คำปรึกษา