หมอความ หน้า-ห-ล่อ

หมอความ หน้า-ห-ล่อ Justice delayed is justice denied

ปรบมือครับ
16/04/2020

ปรบมือครับ

คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 4)

ช่วยลูกหนี้ ชะลอยึดทรัพย์ 3 เดือน : มาตรการช่วยเหลือเยียวยา - “ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชั้นบังคับคดี” ในสถานการณ์การแพร่ระบาด...
01/04/2020

ช่วยลูกหนี้ ชะลอยึดทรัพย์ 3 เดือน : มาตรการช่วยเหลือเยียวยา - “ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชั้นบังคับคดี” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

ช่วยลูกหนี้ ชะลอยึดทรัพย์ 3 เดือน : มาตรการช่วยเหลือเยียวยา - “ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชั้นบังคับคดี” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชั้นบังคับคดีจะได้รับการเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อน เป็นคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว แต่รอบังคับคดี เพราะคนเป็นลูกหนี้ไม่มีเงินจ่าย ต้องบังคับคดียึดทรัพย์มาขายทอดตลาด มาใช้หนี้ให้เจ้าหนี้ เช่น หนี้งวดรถ/คดี กยศ.กู้ยืมเรียน)

1.คดีที่ยังไม่ได้ตั้งเรื่องบังคับคดีหรือยังไม่ยึดทรัพย์ลูกหนี้ : เจ้าหนี้ “ชะลอไม่บังคับคดี-ไม่ยึด เป็นระยะเวลา 3 เดือน” (ยกเว้นคดีที่การบังคับคดีใกล้จะพ้นระยะเวลา 10 ปี หรือเกรงว่าทรัพย์ที่สืบมาได้ลูกหนี้อาจจะขาย/โอน)

2.คดีที่อยู่ระหว่างบังคับคดี/ขายทอดตลาด : เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา “งดบังคับคดี-งดขายทอดตลาด” โดยให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งความประสงค์ขอเจรจาไกล่เกลี่ย

ยื่นคำร้องขอเจรจาไกล่เกลี่ยได้ที่
- ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดีทั่วประเทศ
- ระบบอนไลน์ http://www.led.go.th (กรมบังคับคดี)
- สอบถามเพิ่มเติม 0-2881-4999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย)

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา 25 แห่ง ที่ร่วมมาตรการฯ
1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
5. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
6. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
7. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
8. ธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
9. ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
10. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
11. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
12. ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
13. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
14. ธนาคารสแตนดาร์ตชาร์เตอร์ต (ไทย) จำกัด (มหาชน)
15. ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
16. ธนาคารออมสิน
17. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
18. บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด
19. บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
20. บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
21. บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน)
22. บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)
23. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด
24. บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด
25. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ที่มา : กรมบังคับคดี (www.led.go.th/Actnews/view.asp?runno=5931)

04/11/2019

บทลงโทษเกี่ยวกับ “คดีฉ้อโกง” มีหลายลักษณะโดยจะมีโทษทั้งปรับและจำคุก หากพูดถึงคดีฉ้อโกงนั้น สามารถแบ่งได้หลายลักษณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 – 348 ดังนี้ #คดีฉ้อโกง #ศาลยุติธรรม #กฎหมายน่ารู้ #ความผิดอาญาแผ่นดิน #คดีอาญา

21/10/2019

หลายคนถูกเอาเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการที่ไม่มีมาตรฐาน สั่งชื้อของออนไลน์โอนเงินไปแต่ไม่ได้ของ จองคอนโดฯสุดท้ายขึ้นแต่ตอม่อ ซื้อประกันฯ เมื่อประสบเหตุกับไม่ยอมจ่าย เจ้าพนักงานคดีช่วยท่านได้
https://twitter.com/pr_coj/status/1186104824401559553?s=20
https://www.instagram.com/p/B33QMXmhIuE/?utm_source=ig_web_button_share_sheet

#เจ้าพนักงานคดี #คดีผู้บริโภค #ศาลยุติธรรม #กฎหมายน่ารู้ #ความผิดอาญาแผ่นดิน #คดีอาญา

18/08/2019
สวัสดีครับ เพจนี้แอดมินยังไม่ตายนะครับ 555 หายไปนานหน่อยไปซุ่มอ่านหนังสือมาครับ พอดีช่วงนี้เห็นมีข่าวเกี่ยวกับเยาวชนกระท...
19/12/2018

สวัสดีครับ เพจนี้แอดมินยังไม่ตายนะครับ 555 หายไปนานหน่อยไปซุ่มอ่านหนังสือมาครับ พอดีช่วงนี้เห็นมีข่าวเกี่ยวกับเยาวชนกระทำความผิดที่สระบุรีกำลังเป็นข่าวดังเลย แอดมินก็ขอแบ่งปันเรื่องเยาวชนกระทำความผิดซักนิดนึงว่ามันแตกต่างจากผู้ใหญ่กระทำความผิดยังไงนะครับ...
ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ.๒๕๕๓
มาตรา ๔ แยกคำว่าเด็กับเยาวชน ดังนี้ "เด็ก" หมายความว่า บุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์
"เยาวชน" หมายความว่า บุคคลอายุเกินสิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์

มาตรา ๖๖ วางหลักว่า "ห้ามมิให้จับกุม เด็กซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด เว้นแต่เด็กนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้าหรือมีหมายจับหรือคำสั่งของศาล"
วรรคสอง วางหลักว่า "การจับกุมเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา"

มาตรา ๖๗ วางหลักว่า "การพิจารณาออกหมายจับเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด นอกจากต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๖๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ให้ศาลคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องอายุ เพศ และอนาคตของเด็กและเยาชนที่พึงได้รับการพัฒนาและปกป้องคุ้มครอง หากการออกหมายจับจะมีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของเด็กหรือเยาวชนอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น ให้พยายามเลี่ยงการออกหมายจับ โดยใช้วิธีติดตามตัวเด็กหรือเยาวชนนั้นด้วยวิธีอื่นก่อน"

มาตรา ๖๘ วางหลักว่า "เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชน ห้ามมิให้ควบคุม คุมขัง กักขัง คุมความประพฤติ หรือใช้มาตรการอื่นใดอันมีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของเด็กหรือเยาวชน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือเป็นจำเลย เว้นแต่มีหมายหรือคำสั่งของศาล หรือเป็นกรณีการควบคุมตัวเท่าที่จำเป็น..."

และมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔/๒ วางหลักว่า "ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๓ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนูโลมแก่การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี"

ดังนั้นการสอบสวนเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ นั้นจึงต้องปฎิบัติดังนี้ "การถามปากคำผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ให้พนักงานสอบสวนแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่ดหมาะสมสำหรับเด็กและให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยในการถามปากคำเด็กนั้นและในกรณีที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เห็นว่าการถามปากคำเด็กคนใดหรือคำถามใดอาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจเด็กอย่างรุนแรง ให้พนักงานสอบสวนถามผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นการเฉพาะตามประเด็นคำถามของพนักงานสอบสวน โดยมิให้เด็กได้ยินคำถามของพนักงานสอบสวนและห้ามมิให้ถามเด็กซ้ำซ้อนหลายครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร..."

เป็นยังไงบ้างครับการดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชนไม่ง่ายเลยนะครับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดถ้าไม่อย่างนั้นแล้วคดีอาจจะเสียไปทั้งหมด ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจพนักงานสอบสวนด้วยนะครับว่าไม่ได้ปล่อยผู้ต้องหากลับไปโดยไม่ดำเนินคดีแต่ในการถามคำให้การหรือดำเนินกระบวนการต่างๆ ต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย เราก็รอดูความคืบหน้าต่อไปนะครับ แอดก็ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของน้องผู้หญิงผู้เสียหายด้วยครับ แอดเชื่อว่าคดีนี้ไม่น่าจะมีมวยล้มต้มคนดูแน่นอนครับ./

แชร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกันหน่อย //
12/10/2018

แชร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกันหน่อย //

ไม่ค่อยได้แชร์อะไรเลย เหนื่อยเพลีย แต่เพจก็เตือนให้แชร์ทุกวั๊นนนนนนน อ่านเป็นแรงบันดานใจกันครับ./
07/06/2018

ไม่ค่อยได้แชร์อะไรเลย เหนื่อยเพลีย แต่เพจก็เตือนให้แชร์ทุกวั๊นนนนนนน อ่านเป็นแรงบันดานใจกันครับ./

มีนักโทษคนหนึ่งชื่อน้อย ติดคุกในคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต น้อยเป็นคนทางภาคอีสาน นับตั้งแต่เกิดมาต้องติดตามพ่อแม่ซึ่งทำงานก่อสร้างไปยังที่ต่างๆ อย่างไม่เป็นหลักแหล่ง จึงไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนหนังสืออย่างเด็กทั่วไป พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่นก็เดินตามรอยพ่อแม่ด้วยการเริ่มงานเป็นจับกังก่อสร้าง และพัฒนาฝีมือตัวเองเรื่อยมาจนเป็นช่างไม้ฝีมือดีคนหนึ่ง

น้อยมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง หลังจากเลิกงานแล้วชอบจับกลุ่มดื่มเหล้าขาวกับเพื่อนคนงานก่อสร้างด้วยกัน วันไหนเงินน้อยก็กินกันพอหอมปากหอมคอ วันไหนเงินค่าแรงออกก็เมากันหนักหน่อย เมื่อเมาได้ที่แล้วก็จะส่งเสียงเอะอะโวยวายถกเถียงกันในเรื่องต่างๆ นานา สรรหาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาคุยกันสารพัด

วันหนึ่งตรงกับวันที่ค่าแรงออก น้อยกับพรรคพวกร่วมดื่มฉลองกันตามปกติ หลังจากเมากันจนได้ที่แล้ว น้อยกับเพื่อนคนงานก็งัดเรื่องต่างๆ ขึ้นมาพูดคุยกันเหมือนเดิม แต่แล้วก็เกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรงในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนเองทั้ง สองฝ่าย จนกระทั่งทั้งคู่เกิดบันดาลโทษะลุกขึ้นชกต่อยกันอุตลุต

เมื่อเพื่อนคนงานเข้าห้ามและแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันแล้ว ด้วยความเมาประกอบกับการขาดสติยั้งคิด น้อยได้กลับไปเอาขวานที่บ้านพักคนงาน แล้วย้อนกลับมาจามหัวเพื่อนคนงานคู่กรณีจนขาดใจตายคาที่ แล้วหลบหนีไป

หลังจากนั้นไม่นานน้อยถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ น้อยถูกตั้งข้อหาฉกรรจ์ว่าฆ่าคนตายอย่างโหดร้ายทารุณโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ ก่อน ซึ่งน้อยได้พยายามต่อสู้คดีว่าที่ทำไปเพราะเกิดบันดาลโทษะและอารมณ์ชั่ววูบ ประกอบกับความมึนเมาจนขาดสติ ไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าเพื่อนคนงานหรือเคยวางแผนที่จะฆ่ามาก่อนเลย

ผลการพิจารณาของศาลปรากฎว่าน้อยถูกตัดสินตามข้อหาที่ตำรวจตั้งมา ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต แต่ศาลปราณีในฐานะที่น้อยให้การเป็นประโยชน์ต่อศาล และให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงได้รับการลดหย่อนโทษให้เหลือตลอดชีวิต ซึ่งถ้าน้อยถูกตัดสินในข้อหาฆ่าคนตายเพราะบันดาลโทษะจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ น้อยก็จะถูกลงโทษเพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

หลังจากที่น้อยถูกส่งตัวเข้ามาอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ทางเรือนจำได้ตรวจสอบประวัติจนทราบว่าน้อยไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเลย และไม่รู้หนังสือแม้แต่น้อย จึงให้น้อยเริ่มเรียน ก.ขอ ก.กา ร่วมกับเพื่อนนักโทษอีกหลายคนจนจบประถม ๔ จากนั้นน้อยได้ขอเรียนต่อจนจบประถม ๖ เรื่อยไปจนจบชั้นมัธยมศึกษา

น้อยให้เหตุผลแก่ทุกคนว่า “ผมต้องติดคุกตลอดชีวิตเพราะไม่รู้หนังสือ ต้องเป็นกรรมกรเพราะไม่รู้วิชา ต้องลำบากลำบนเพราะไม่มีความรู้ใดๆ เมื่อทางเรือนจำเปิดโอกาสเรียนให้แก่ผมแล้ว ผมจะต้องเรียนให้ถึงที่สุด เป้าหมายสูงสุดของผมคือ ปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต ซึ่งผมจะต้องทำให้ได้ เมื่อผมมีโอกาสได้พ้นโทษออกไปจากคุกเมื่อใด ผมจะได้ใช้วิชาความรู้ที่ผมได้รับจากที่นี่ไปช่วยเหลือคนไร้การศึกษาอื่นๆ ต่อไป คนด้อยการศึกษาทั้งหลายจะได้ไม่ต้องมาเป็นเหมือนอย่างผม”

จากนั้นน้อยได้สมัครเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในสาขาวิชานิติศาสตร์ โดยน้อยได้เก็บหอมรอมริบจากเงินปันผลประโยชน์ที่เรือนจำแบ่งให้ในผลงาน วิชาชีพที่น้อยทำไว้ และเงินที่ญาติพี่น้องส่งเสียให้อีกเพียงน้อยนิด มารวมเป็นทุนเพื่อการศึกษาให้แก่ตนเอง

เมื่อว่างจากงานประจำภายในแดน น้อยจะหยิบตำราขึ้นมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ และขีดเส้นใต้ในข้อความสำคัญต่างๆ เพื่อให้จดจำได้ง่าย เมื่อมีโอกาสจะหยิบยืมเครื่องเล่นเทปของเพื่อนฝูงมาฟังการบรรยายของวิชา ต่างๆ ที่น้อยเรียนอยู่ และถ้ามีอาจารย์พิเศษจาก มสธ.เข้ามาสอนเสริมความรู้ให้กับนักศึกษาในเรือนจำ น้อยจะไม่เคยพลาดในการเข้าร่วมเรียนด้วยอย่างเด็ดขาด กิจกรรมต่างๆ ทั้งของทางเรือนจำและของนักศึกษา น้อยจะมีส่วนร่วมด้วยอยู่เสมอเช่นกัน

จากความมุ่งมั่นและความพยายามในการศึกษาหาความรู้ของน้อย ทำให้น้อยเป็นที่รักใคร่ชอบพอของเพื่อนนักโทษทั้งหลาย รวมทั้งเป็นที่ไว้วางใจของเจ้าหน้าที่ทั้งเรือนจำ จนกระทั่งน้อยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน พร้อมกับที่น้อยสามารถสอบเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้ และสุดท้ายน้อยก็สามารถเรียนจนจบนิติศาสตร์บัณฑิตได้สมตามความตั้งใจ แม้จะต้องรับใบปริญญาบัตรในคุกก็ตาม

เนื่องจากน้อยเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม อีกทั้งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานช่วยทำประโยชน์ให้แก่ทางเรือนจำ เมื่อมีการอภัยโทษครั้งใหญ่ๆ ในวาระสำคัญต่างๆ น้อยจึงได้รับการลดหย่อนโทษให้ค่อนข้างมากในทุกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามกฎและระเบียบในการประกาศอภัยโทษของแต่ละครั้ง โดยน้อยจะอยู่ในข่ายที่ได้รับการลดหย่อนโทษให้เสมอ และแล้วน้อยก็สามารถพ้นโทษออกจากเรือนจำไปได้ หลังจากที่น้อยติดคุกอยู่นานทั้งสิ้น ๑๒ ปีเศษ

หลังจากนั้นข้าพเจ้าไม่เคยพบกับน้อยเป็นเวลาร่วม ๒ ปีกว่าๆ วันหนึ่งซึ่งตรงกับวันพบญาติของทางเรือนจำ ในขณะที่ข้าพเจ้าดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในหอประชุมที่ใช้จัดงาน มีชายคนหนึ่งแต่งกายภูมิฐานเข้ามายกมือไหว้ข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ารับไหว้และเพ่งพินิจชายผู้นั้นอย่างละเอียด ปรากฎว่าชายผู้นั้นคือไอ้น้อยอดีตลูกน้องเก่าของข้าพเจ้านั่นเอง แต่เมื่อดูจากการแต่งตัวในเวลานี้แล้ว สามารถที่จะเรียกว่าท่านน้อยได้เลย เพราะทั้งสร้อย แหวน นาฬิกา ที่น้อยสวมใส่อยู่นั้น รวมราคาแล้วคงหลายเงินทีเดียว

ข้าพเจ้าจึงแกล้งถามไปว่า “โอ้โห! น้อย เดี๋ยวนี้ไปรวยอะไรมา ทำไมถึงได้ดูอู้ฟู่อย่างนี้ ปล้นธนาคารหรือว่าค้ายาบ้าจึงรวยได้ขนาดนี้”

น้อยตอบว่า “โธ่! หัวหน้าอย่าหาคุกให้ผมอีกเลยครับ ผมทำมาหากินอย่างสุจริตครับ ผมออกไปเป็นทนายฝึกหัดอยู่ระยะหนึ่ง พอมีทุนและประสบการณ์ผมจึงแยกออกไปร่วมกับเพื่อนเปิดสำนักงานทนายความครับ นี่ครับนามบัตรของผม ลูกความของผมมีเยอะครับ ผมจึงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้บ้าง แต่ผมยังเป็นไอ้น้อยของหัวหน้าเสมอครับ วันนี้ผมพอมีเวลาว่างจึงแวะมาเยี่ยมเพื่อนฝูงเก่าๆ บ้าง ผมอยากให้เพื่อนนักโทษทุกคนได้เรียนเหมือนผม เมื่อพ้นโทษออกไปจะได้ทำมาหากินยกระดับตนเองได้ ตอนนี้ผมกำลังเรียนโทอยู่ด้วยครับ ผมยินดีรับใช้หัวหน้านะครับ”

ในอนาคตคงจะไม่มีใครได้เห็นไอ้น้อยกรรมกรก่อสร้างอีกแล้ว แต่อาจจะพบด๊อกเตอร์น้อย ทนายความปริญญาเอกคนดังก็ได้ใครจะรู้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจแฟนคลับ ยุทธ บางขวาง (อรรถยุทธ พวงสุวรรณ)

ข้อมูลเพิ่มเติม
นักโทษบัณฑิตปริญญาตรี 4 สาขา มสธ. ที่นี่ไทยพีบีเอส
https://www.youtube.com/watch?v=H_jSiQdHlYo

31/05/2018

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ชี้ อานดี้ ฮอลล์ เผยแพร่ข้อมูลการละเมิดสิทธิแรงงานเป็นความจริง เป็นประโยชน์สาธารณะ
31 พฤษภาคม 2561 ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่อานดี้ ฮอลล์ นักวิจัยชาวอังกฤษที่ถูกบริษัทเนเชอรัลฟรุต จำกัด ผู้ผลิตสับปะรดกระป๋องฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีจัดแถลงข่าวและเผยแพร่รายงาน "Cheap Has a High Price" กล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวพม่าในบริษัทโจทก์ ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 เมษายน 2561 ศาลอุทธรณ์เคยนัดอานดี้ฟังคำพิพากษามาครั้งหนึ่งแล้วแต่อานดี้ไม่มาศาลเนื่องจากอยู่ต่างประเทศ ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับและนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันนี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากจำเลยไม่มาศาล ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง
ในวันนี้ฝ่ายโจทก์มีทนายความ ผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดี และกรรมการบริษัทโจทก์มาศาลรวมประมาณ 10 คน ฝ่ายจำเลยมีทนายความมาศาล ส่วนตัวจำเลยไม่มาศาล โดยมีผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตอังกฤษ ฟินแลนด์ และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยมาศาลด้วย เมื่อศาลขึ้นบัลลังก์ในเวลาประมาณ 10.00 น. ศาลถามหาตัวจำเลย ทนายจำเลยแจ้งว่า ได้ติดต่อไปทางอีเมล์แล้วแต่จำเลยอยู่ต่างประเทศและติดธุระไม่ได้มาศาล ศาลจึงอ่านคำพิพากษาไปลับหลังจำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องจำเลย โดยใจความพอสรุปได้ว่า ข้อความที่โจทก์นำมาฟ้องว่า จำเลยเผยแพร่ เป็นการกล่าวหาโจทก์ทำนองว่า ละเมิดสิทธิแรงงาน ค้ามนุษย์ จ้างแรงงานเด็ก ยึดหนังสือเดินทางลูกจ้าง ไม่ทำประกันสังคมให้ลูกจ้าง ไม่จ่ายค่าจ้างให้ถูกต้อง เป็นการทำผิดต่อกฎหมายแรงงาน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ข้อความเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะมีพยานที่เป็นพนักงานบัญชีของบริษัทมาเบิกความว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่เมื่อพิจารณาแล้วโจทก์เป็นผู้ประกอบการธุรกิจย่อมต้องมีเอกาสารรายละเอียดเกี่ยวกับลูกจ้างแต่ละคนของโจทก์ ซึ่งฝ่ายโจทก์กลับไม่ได้นำสำเนาเอกสารมาส่งศาลประกอบการเบิกความ จึงเป็นการเบิกความลอยๆ
ฝ่ายโจทก์ยังมีพยานที่เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มาเบิกว่าความ เคยตรวจสอบโรงงานของบริษัทโจทก์ 4 ครั้ง เคยสัมภาษณ์แรงงานสามคนและแรงงานไม่ได้กล่าวหาว่า โจทก์ทำผิดกฎหมาย และมีเจ้าหน้าที่ประกันสังคมมาเบิกความว่า บริษัทโจทก์ไม่เคยถูกลูกจ้างร้องเรียนเรื่องสิทธิประกันสังคม ด้านฝ่ายจำเลยได้สัมภาษณ์แรงงานของบริษัทโจทก์ โดยให้คนพาออกมาสัมภาษณ์ที่หัวหิน และให้ค่าเดินทาง 300 บาทต่อคน ข้อเท็จจริงที่พยานโจทก์ได้จากการไปตรวจสอบ เป็นลักษณะการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การสืบหาข้อเท็จจริง บริษัทโจทก์ย่อมต้องส่งเอกสารที่ไม่ผิดกฎหมายให้ตรวจสอบอยู่แล้ว จึงยากที่จะเข้าถึงข้อมูลเรื่องการปฏิบัติต่อแรงงานตามความเป็นจริงได้
ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายโต้แย้งกัน ศาลอุทธรณ์รับฟังแล้วเชื่อว่า ฝ่ายโจทก์ต่ายเงินสมทบประกันสังคมให้กับลูกจ้างไม่ครบทุกคน มีการจ้างแรงงานที่ไม่มีหนังสือเดินทางซึ่งเป็นการจ้างที่ผิดกฎหมาย โจทก์ยึดหนังสือเดินทางของลูกจ้าง หลังจากจำเลยได้สัมภาษณ์ลูกจ้างแล้วจึงคืนให้ภายหลัง ในวันที่ไม่มีงานทำโจทก์จ่ายค่าจ้างให้แรงงานตามเวลาเท่าที่ทำงานจริง ลูกจ้างบางส่วนทำงานล่วงเวลาเกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งผิดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ปรากฎว่า โจทก์มีบันทึกความยินยอมของลูกจ้างที่ให้หักค่าถุงมือ ปลอกแขน เสื้อผ้า หมวก ฯลฯ ที่ใช้ในการทำงาน โจทก์มีห้องน้ำให้ไม่เพียงพอแก่ลูกจ้าง และมีการหักค่าเข้าห้องน้ำนานเกินสิบนาที
การที่โจทก์ไม่เคยถูกร้องเรียนก็ไม่ได้หมายความว่า โจทก์ปฏิบัติถูกต้อง พยานของฝ่ายโจทก์ที่มาเบิกความเป็นลูกจ้างของโจทก์ ที่โจทก์อาจให้คุณให้โทษได้ จึงต้องเบิกความอย่างระมัดระวัง ไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟัง ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยได้สัมภาษณ์แรงงานในบริษัทโจทก์จริง โดยมีคนพามาให้ แม้ฝ่ายจำเลยจะไม่สามารถนำคนที่ให้สัมภาษณ์มาเบิกความต่อศาลได้ เพราะเดินทางกลับประเทศไปแล้ว แต่ก็มีอดีตลูกจ้างในบริษัทโจทก์อีกสามคนที่มีเอกสารับรองการเป็นลูกจ้างจริง ไม่มีส่วนได้เสียและมาเบิกความต่อศาลได้ โดยให้ข้อเท็จจริงไปทำนองเดียวกันว่า โจทก์กระทำผิดกฎหมายแรงงาน ยากที่จะแต่งเรื่องขึ้นเองซึ่งสอดคล้องกันและเจือสมกัน
หลังจากจำเลยทำรายงานเสนอให้องค์กร Finnwatch โรงงานแห่งอื่นที่จำเลยศึกษาข้อมูลได้เชิญจำเลยและองค์กร Finnwatch ไปเยี่ยมชมโรงงานและพูดคุย แต่จำเลยพยายามติดต่อกับบริษัทโจทก์แล้ว ไม่ได้รับการตอบกลับเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ของ Finnwatch จึงส่งรายงานไปยังหน่วยงานต่างๆ และนำขึ้นเว็บไซต์ ต่อมาก็จัดแถลงข่าวโดยจำเลยร่วมแถลงด้วย พยานโจทก์รับว่า ได้ใช้อีเมล์ที่จำเลยส่งหาจริง เนื่องจากจำเลยก็เคยติดต่อและเยี่ยมชมโรงงานอื่น จึงเชื่อว่า จำเลยได้พยายามติดต่อโจทก์แล้วจริง และตั้งใจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงให้รอบด้านในการทำวิจัยแล้วจริง
องค์กร Finnwatch ถือเป็นตัวแทนของผู้บริโภคในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อได้รับข้อเท็จจริงจากจำเลย ก็พยายามติดต่อกับโจทก์แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงนำข้อมูลออกเผยแพร่จึงเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นการกระทำที่ผู้เกี่ยวข้องมีสิทธิเผยแพร่ข้อมูลได้เพื่อปกป้องส่วนได้เสียของตนเพื่อความชอบธรรม เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 329 (1) (3) ของประมวลกฎหมายอาญา ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท คำอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จึงไม่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกับองค์กร Finnwatch ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลหรือไม่
สำหรับข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) ปรากฏตามที่จำเลยอุทธรณ์มาว่า ระหว่างการอุทธรณ์คดีนี้ กฎหมายได้ถูกแก้ไขเมื่อปี 2560 การที่จำเลยจะมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) ได้ ต้องมีเจตนาพิเศษโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และความผิดฐานนี้ไม่รวมกับความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์อ้างเพียงว่า จำเลยเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาทโจทก์ จึงเป็นกรณีที่กฎหมายที่ออกมาภายหลังกำหนดให้การกระทำไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องจำเลย
เหตุคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ Finnwatch เผยแพร่รายงานในปี 2556 และบริษัทโจทก์ยื่นฟ้อง คดีใช้เวลาในกระบวนการต่างๆ ค่อนข้างนาน ศาลประทับรับฟัองในปี 2558 และทั้งสองฝ่ายนำพยานเข้าสืบต่อสู้กัน โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน 2559 ศาลอาญากรุงเทพใต้เคยมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด สั่งจำคุกสี่ปี ปรับ 200,000 บาท อานดี้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาจึงลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกสามปีและปรับเป็นเงิน 150,000 บาท อย่างไรก็ดี เนื่องจากอานดี้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เคยทำประโยชน์ต่อสังคม และไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกสามปีจึงให้รอลงอาญาไว้มีกำหนดสองปี รวมทั้งให้ลงโฆษณาคำพิพากษาบนสื่อตามกำหนด ต่อมาอานดี้อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ส่วนฝ่ายโจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษโดยไม่ต้องรอลงอาญา
นอกจากคดีนี้แล้วอานดี้ยังถูกเนเชอรัลฟรุตฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราอีกคดีหนึ่ง และถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งอีกสองคดี บริษัท ธรรมเกษตร ผู้เลี้ยงไก่ในจังหวัดลพบุรี ก็ฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ต่ออานดี้ ฮอลล์ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้เป็นอีกคดีหนึ่งด้วย
อ่านข้อมูลคดีเพิ่มเติมที่นี่ : https://freedom.ilaw.or.th/case/469

สวัสดีวันเสาร์ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างอัพอะไรเลยยยน แต่ทรกระแส lyn ใช่ไหมเขียนแบบนี้นะ เลยอยากจะบอกว่าจะลดน้ำหนักต้องควบคุมอา...
28/04/2018

สวัสดีวันเสาร์ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างอัพอะไรเลยยยน แต่ทรกระแส lyn ใช่ไหมเขียนแบบนี้นะ เลยอยากจะบอกว่าจะลดน้ำหนักต้องควบคุมอาหาร+ออกกำลังกายนะจ้ะ อาหารมีส่วน 80% ออกกำลังกาย 20% เห็นคนขายเยอะเลยเอากฎหมายที่เกี่ยวข้องมาแชร์ให้อ่านกัน เอามาตราที่เกี่ยวข้องแล้วกันนะ

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
มาตรา 25 “ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นําเข้าเพื่อจําหน่าย หรือจําหน่าย ซึ่งอาหารดังต่อไปนี้
(1) อาหารไม่บริสุทธิ์...”

มาตรา 26 “อาหารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์
(1) อาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ด้วย...”

มาตรา 58 “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25(1) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่น บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”

โทษหนักอยู่นะครับดังนั้นจะเลือกขายอาหารเสริมต้องศึกษาให้ดีนะนะ./

อ้างอิงประกาศ http://www.fda.moph.go.th/SitePages/News.aspx?IDitem=583

ช่วงนี้ทำไมมันช่างยุ่งเสียเหลือเกินไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอะไรกับเขาเลยจริงจริ๊งนะ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกั...
30/03/2018

ช่วงนี้ทำไมมันช่างยุ่งเสียเหลือเกินไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอะไรกับเขาเลยจริงจริ๊งนะ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของลุงก่อนนะครับ...

ส่วนประเด็นต่อมาเมื่อผู้ต้องหาที่ทำร้ายลุงบาดเจ็บต่อมาลุงเสียชีวิตเพราะสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นผลโดยตรงจากการทำร้ายหรือไม่?

***ส่วนตัวของแอดเห็นว่าถ้าไม่โดนพ่อหนุ่มคนนี้เตะจนตกจากรถซาเล้งลุงก็คงจะไม่ตาย เพราะก่อนที่จะโดนพ่อหนุ่มคนนี้เตะลุงก็ยังปั่นซาเล้งไปเก็บของเก่ามาขายได้ตามปกติ แม้ว่าแพทย์จะออกมาบอกว่าลุงถึงแก่ความตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือดไม่ได้ตายเพราะบาดแผลที่ถูกพ่อหนุ่มใจร้อนคนนี้ทำร้ายแต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าการที่พ่อหนุ่มคนนี้ทำร้ายลุงไม่เป็นเหตุทำให้ลุงถึงแก่ความตายเร็วขึ้น จึงถือได้ว่าการกระทำของพ่อหนุ่มคนนี้ทำให้ลุงถึงแก่ความตายเร็วขึ้นกว่าที่ควร พ่อหนุ่มใจร้อนคนนี้น่าจะต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา***

เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๕๗/๒๕๓๒ "จำเลยใช้ไม้ขนาดหน้า ๓ นิ้วฟุต ยาวราว ๑ ศอก ไม่ปรากฏความหนาตีผู้ตาย เมื่อผู้ตายล้มลงก็เข้าไปกระทืบซ้ำ และเมื่อจำเลยต้อนผู้ตายไปติดอยู่ที่รถปิกอัพจำเลยก็จับศีรษะผู้ตายโขกกับเสาเหล็กโครงหลังคารถซึ่งเป็นเสากลมกลวงขนาดโตไม่เกิน ๑ นิ้ว กับเมื่อผู้ตายเดินกลับบ้านจำเลยก็หักไม้รั้วบ้านโดยไม่ปรากฏว่าเป็นไม้ใหญ่ขนาดเท่าใดตีผู้ตายแล้วเลิกรากันไปพฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย คงมีเพียงเจตนาทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น ก่อนผู้ตายจะถูกจำเลยทำร้าย ผู้ตายมีอาการปกติดีอยู่ ไม่ได้ส่อว่าจะถึงแก่ความตายด้วยโรคตับแข็งซึ่งผู้ตายเป็นอยู่ในเร็ววันการที่ผู้ตายถึงแก่ความตายหลังจากถูกจำเลยทำร้ายเพียงประมาณ ๑๗ ชั่วโมง สภาพศพภายในสมองบวมน้ำ กระดูกซี่โครงซี่ที่ ๓ และที่ ๔ ข้างขวาช้ำมีรอยแตกร้าว ส่วนสภาพศพภายนอกมีรอยช้ำขนาดใหญ่ที่ใบหน้าด้านขวาตั้งแต่คิ้วถึงคางและขอบตาซ้าย แม้แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพจะเบิกความว่าผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยโรคตับแข็งไม่ได้ตายเพราะบาดแผลที่ถูกจำเลยทำร้ายแต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าการที่จำเลยทำร้ายผู้ตายไม่เป็นเหตุทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเร็วขึ้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเร็วขึ้นกว่าที่ควร จำเลยต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐"./

#เรื่องเด่นโซเชียล สิ้นเเล้วคุณตาจรูญขับซาเล้ง หลังอาการทรุดหนัก เหตุ‘ไอ้จ๊อด’เตะเข้าเต็มๆจนตกจากรถ อ้างไม่รู้ว่าคนแก่
จากกรณีนายนราธร หรือไอ้จ๊อด โสดติยัง อายุ 21 ปี ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เล่นโทรศัพท์มือถือ แล้วไปเฉี่ยวชนรถซาเล้งของ นายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี ก่อนจะล้มคว่ำลงไปเอง แต่จู่ๆนายนราธรตามมากระโดดเตะพร้อมทั้งชกต่อยคุณตาจรุญซาเล้ง จนร่วงจากรถซาเล้งหัวฟาดพื้นสลบเหมือด เหตุเกิดภายในซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ดินแดง กทม. ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ
ต่อมาได้มีการเผยเเพร่คลิปหลักฐานบนโลกออนไลน์ จนชาวเน็ตต่างโกรธเเค้นรุมประณาม จนนายนราธรโผล่มอบตัวที่สน.ห้วยขวางอย่างเงียบๆ
อ้างไม่ได้ตั้งใจและบันดาลโทสะ เเละไม่รู้ว่าเป็นคนเเก่ ก่อนถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และถูกนำตัวไปไหว้ขอขมาตาจรูญถึงโรงพยาบาล พร้อมขอเจรจาญาติขอผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลเดือนละ 3 พันบาท ระยะเวลา 27 เดือน
คุณตาจรูญขับซาเล้ง หลังจากออกจากโรงพยาบาลต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถออกไปทำงานเก็บของเก่าขายได้อีกต่อไป มีอาการทรุดอยู่เรื่อยๆ
เย็น 29/03/2560 คุณตาจรูญเกิดอาการทรุดหนักกว่าเดิมถึงขั้นหยุดหายใจ ญาติต้องหามส่งโรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้ง
ทีมแพทย์พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง และเสียชีวิตลงในที่สุด เมื่อเวลาประมาณ 22.40 น. โดยสรุปมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด หัวใจหยุดเต้น 30 นาทีและมีแผลกดทับ ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว โดยงานศพตาจรูญ ครอบครัวมีกำหนดจัดขึ้นที่วัดห่อหมก ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีพิธีรดน้ำศพเวลา 16.00 น.
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง ได้เรียกตัว นายนราธร โสดติยัง หรือไอ้จ๊อด ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาจากทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เป็น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่อยู่

-
Chiang Mai
50000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00
เสาร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอความ หน้า-ห-ล่อผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์