Lawtechandconsult ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Lawtechandconsult, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, ประชาอุทิศ, Changwat Samut Prakan.

⚖️ จากเรื่อง “การปิดงาน” สู่ประเด็นสำคัญที่ลูกจ้างต้องรู้: โบนัส…ฟ้องได้หรือไม่?จากโพสต์ก่อนหน้า เราได้อธิบายว่า“การปิดง...
04/12/2025

⚖️ จากเรื่อง “การปิดงาน” สู่ประเด็นสำคัญที่ลูกจ้างต้องรู้: โบนัส…ฟ้องได้หรือไม่?

จากโพสต์ก่อนหน้า เราได้อธิบายว่า
“การปิดงาน (Lockout)” ไม่ใช่การเลิกจ้าง
และลูกจ้างในช่วงปิดงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แรงงาน เช่น การปิดงาน การชุมนุม หรือความขัดแย้งเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สิ่งหนึ่งที่ลูกจ้างมักสงสัยเสมอคือ…

“โบนัสที่บริษัทเคยให้ จะฟ้องได้ไหม ถ้าปีนี้นายจ้างไม่จ่าย?”

วันนี้เราจะอธิบายให้ชัดด้วยหลักกฎหมายจริง ไม่อิงความรู้สึก — เพื่อให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างเข้าใจตรงกัน

📌 1) กฎหมายแรงงานคุ้มครองแรงงาน ไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายโบนัส

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ไม่มีมาตราใดกำหนดว่าโบนัสเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
ดังนั้น โดยหลักแล้ว
👉 นายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายโบนัส

แต่…

📌 2) ถ้า “โบนัส” ถูกเขียนไว้เป็นข้อตกลง → ฟ้องบังคับได้

หากในสถานประกอบกิจการมีเอกสารชัดเจน เช่น

สัญญาจ้างงาน

ข้อบังคับการทำงาน

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (CBA)

หนังสือประกาศบริษัท

หนังสือแจ้งพนักงาน

และมีข้อความระบุว่า
✔ “บริษัทจะจ่ายโบนัสประจำปี…”
✔ “โบนัส 6 เดือน / 12 เดือน”
✔ “โบนัสขั้นต่ำ… เดือน”
✔ “จ่ายตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้…”

ในกรณีนี้ถือว่าเป็น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
👉 ลูกจ้างสามารถ ร้องเรียนหรือฟ้องบังคับได้ หากนายจ้างไม่ทำตาม

📌 3) ถ้าเขียนว่า “พิจารณาตามดุลพินิจของนายจ้าง หรือตามผลการทำงาน” → ฟ้องไม่ได้

หากข้อความในเอกสารระบุว่า

“ขึ้นอยู่กับดุลพินิจนายจ้าง”

“บริษัทอาจพิจารณาจ่ายตามความเหมาะสม”

“ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ปีต่อปี”

ในกรณีนี้กฎหมายถือว่า
👉 นายจ้าง ไม่ผูกพัน
👉 ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิบังคับให้จ่าย

📌 4) ช่วงปิดงาน (Lockout) ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง และไม่กระทบสิทธิการฟ้องโบนัส

แม้ลูกจ้าง “ไม่ได้ค่าจ้าง” ขณะมีการปิดงาน
แต่ สถานภาพลูกจ้างยังคงอยู่
ดังนั้น หากมีข้อตกลงเรื่องโบนัสที่มีผลผูกพัน
👉 การปิดงาน ไม่ได้ทำให้สิทธิเรียกร้องโบนัสหายไป

อย่างไรก็ตาม ต้องดูข้อความที่กำหนดเงื่อนไขการจ่ายโบนัสด้วย เช่น ต้องทำงานครบปี หรือไม่ลาออกก่อนประกาศจ่าย ฯลฯ

✨ สรุปแบบทนาย: โบนัสฟ้องได้เมื่อมีข้อตกลง ไม่ใช่เพราะเคยให้

✔ “มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร” → ฟ้องได้

✔ “เป็นส่วนหนึ่งของสภาพการจ้าง” → ฟ้องได้

❌ “เป็นดุลพินิจนายจ้าง” → ฟ้องไม่ได้

📣 หากคุณเป็นทั้งนายจ้าง–ลูกจ้าง

และต้องการตรวจสอบว่า “โบนัสของบริษัทคุณ” ฟ้องได้หรือไม่
ส่งเอกสารให้ทีม Lawtech & Consult ช่วยประเมินได้ครับ

#สิทธิแรงงาน #โบนัส #ปิดงาน #แรงงานสัมพันธ์ #ทนายความแรงงาน #กฎหมายแรงงาน

⚖️ กรณี “ไดกิ้นอินดัสทรีส์” ประกาศ ปิดงาน (Lockout) คืออะไร? กระทบลูกจ้างอย่างไรบ้าง?ช่วงนี้มีประเด็นร้อนเกี่ยวกับการที่...
04/12/2025

⚖️ กรณี “ไดกิ้นอินดัสทรีส์” ประกาศ ปิดงาน (Lockout) คืออะไร? กระทบลูกจ้างอย่างไรบ้าง?

ช่วงนี้มีประเด็นร้อนเกี่ยวกับการที่บริษัทไดกิ้นประกาศ ปิดงาน ลูกจ้างบางส่วน ทำให้หลายคนเข้าใจว่า “ถูกเลิกจ้าง” หรือ “นายจ้างทำผิดกฎหมายหรือไม่”
วันนี้เพจ Lawtech & Consult สรุปให้เข้าใจง่ายแบบภาษาชาวบ้านครับ

❗ ปิดงาน ไม่ใช่การเลิกจ้าง

ตาม พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
มาตรา 5 นิยามคำว่า “ปิดงาน” ไว้ว่า:

การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน

ดังนั้น หากบริษัท “ปิดงาน” ลูกจ้างจะ ยังถือว่าสถานภาพเป็นลูกจ้างอยู่
ไม่ได้ถูกเลิกจ้าง และสัญญาจ้างยังไม่สิ้นสุด

💸 ระหว่างถูกปิดงาน ลูกจ้างได้ค่าจ้างหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ได้รับค่าจ้าง
เพราะการปิดงานเป็นมาตรการทางกฎหมายที่นายจ้างใช้ได้ในกรณีเกิด “ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้”

➡️ ลูกจ้างไม่ได้ถูกไล่ออก
➡️ แต่ก็ไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงนั้น
➡️ เป็นสถานะ “หยุดงานชั่วคราวโดยไม่มีค่าจ้าง”

🔍 แล้วนายจ้างปิดงานได้เมื่อไหร่?

ต้องมีเหตุที่เข้าหลักตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ เช่น

มีข้อพิพาทแรงงานที่เจรจากันไม่สำเร็จ

ฝ่ายนายจ้างใช้มาตรการ ปิดงานเพื่อให้ลูกจ้างยอมรับเงื่อนไขบางอย่าง

ต้องมีหนังสือแจ้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานตามขั้นตอน

จากเอกสารในข่าว บริษัทอ้างว่าหลังจากการเจรจาแล้ว “ไม่สามารถตกลงข้อพิพาทได้”
นายจ้างจึงใช้สิทธิปิดงานตามกฎหมาย

👷 ลูกจ้างควรทำอย่างไรในช่วงถูกปิดงาน?

ลูกจ้างยังเป็นลูกจ้างตามเดิม

ไม่ต้องเซ็นใบลาออกเด็ดขาด และกฎหมายยังได้ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างมีข้อพิพาทนี้ด้วย

รอผลการเจรจาประนอม

หากลูกจ้างทนภาวะ “ไม่มีรายได้” ไม่ไหว → ส่วนมากจะยอมรับเงื่อนไขนายจ้าง

เมื่อข้อพิพาทยุติ นายจ้างจะเปิดงานให้กลับเข้าทำงานได้ตามปกติ

⚖️ ปิดงานไม่ใช่ “ความผิดของนายจ้าง” และไม่ใช่ “การไล่ออก”

ปิดงาน = มาตรการทางกฎหมายเพื่อกดดันในข้อพิพาทแรงงาน
เลิกจ้าง = การยุติสัญญาจ้าง ต้องมีค่าชดเชย (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน)

สองอย่างนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง

📝 สรุปสั้น ๆ

ปิดงาน = Lockout → ลูกจ้างยังไม่ถูกเลิกจ้าง

ช่วงถูกปิดงาน → ไม่มีค่าจ้าง

นายจ้างทำได้ในกรณีเกิด “ข้อพิพาทแรงงาน”

เมื่อตกลงกันได้ → ให้กลับเข้าทำงานต่อได้

📌 หากคุณเป็นลูกจ้างและถูกปิดงาน ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่

ทักปรึกษา Lawtech & Consult ได้ฟรี
เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับสิทธิครบถ้วนตามกฎหมาย ⚖️

#แรงงานสัมพันธ์ #ปิดงาน #สิทธิแรงงาน #ทนายแรงงาน

08/11/2025

⚖️ กฎหมายคุ้มครองแรงงานใหม่ ที่ลูกจ้าง–นายจ้างต้องรู้
(ประกาศใช้แล้ว มีผล 7 ธันวาคม 2568)

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568
ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
เพื่อปรับปรุงสิทธิลาหยุดและการคุ้มครองสถานภาพการจ้างของลูกจ้างให้เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน

🧾 สาระสำคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับเดิม
1️⃣ เพิ่มมาตรา 3/1 – คุ้มครองแรงงานในหน่วยงานของรัฐ

หน่วยงานของรัฐ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น
รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ที่จ้างบุคคลทำงานในลักษณะเดียวกับเอกชน
ต้องจัดให้มีสิทธิลาหยุดที่ได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่ามาตรฐานที่กำหนดใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

📌 หมายความว่า ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างโครงการของรัฐ
ต้องได้รับสิทธิลาหยุดพื้นฐาน เช่น ลาพักผ่อน ลาป่วย ลาคลอด ฯลฯ เทียบเท่าเอกชน

2️⃣ แก้ไขมาตรา 41 – ขยายสิทธิลาคลอด

“ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาหยุดเพื่อคลอดบุตร
คราวหนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา”

📌 จากเดิม 98 วัน เพิ่มเป็น 120 วันเต็ม
และเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลสามารถปรับเพิ่มวันลาคลอดได้ในอนาคตโดยออกพระราชกฤษฎีกา

3️⃣ เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา 41 – สิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร

“ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาหยุดเพื่อคลอดบุตรตามวรรคหนึ่งแล้ว
มีสิทธิลาหยุดต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน
ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน
มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ
ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลาหยุดด้วย”

📌 หมายความว่า หากบุตรที่เพิ่งคลอดมีภาวะป่วยรุนแรงหรือพิการ
ลูกจ้างหญิงสามารถลาต่อเนื่องหลังสิ้นสุดวันลาคลอด 120 วันได้อีก ไม่เกิน 15 วัน
โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบการลา

4️⃣ เพิ่มมาตรา 41/1 – สิทธิลาช่วยดูแลภรรยาหลังคลอด

“ลูกจ้างซึ่งมีคู่สมรสที่คลอดบุตร มีสิทธิลาหยุดเพื่อช่วยเหลือดูแลคู่สมรสที่คลอดบุตรได้
ไม่เกินสิบห้าวันทำงาน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในขณะที่ภริยาคลอดบุตร”

📌 เป็นสิทธิใหม่โดยตรงสำหรับลูกจ้างชาย
สามารถลาช่วยดูแลภรรยาที่คลอดบุตรได้ 15 วันทำงาน
และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงเวลานี้เต็มจำนวน

5️⃣ แก้ไขมาตรา 59 – ค่าจ้างระหว่างลาคลอด

“ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์
ในวันลาเพื่อลาคลอดบุตรตามมาตรา 41
เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา
แต่ไม่เกินหกสิบวัน หรือค่าจ้างตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา”

📌 สรุปคือ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนในช่วง 60 วันแรกของการลาคลอด
ส่วนวันลาที่เกินจากนั้น (ถึงครบ 120 วัน) ลูกจ้างสามารถขอรับเงินทดแทนจากประกันสังคมตามสิทธิได้

6️⃣ เพิ่มมาตรา 159/1 – การจัดทำแบบสภาพการจ้าง

ให้นายจ้างจัดทำแบบแสดงสภาพการจ้างและการทำงาน
และต้องให้ลูกจ้างร่วมลงนาม พร้อมจัดส่งต่อพนักงานตรวจแรงงาน
ภายในเดือนมกราคมของทุกปี

📌 เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดข้อพิพาทแรงงาน และให้การคุ้มครองเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

💼 สรุปภาพรวมกฎหมายใหม่
ประเด็น เดิม ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568)
ลาคลอดบุตร 98 วัน ✅ 120 วัน
ค่าจ้างระหว่างลา 45 วัน ✅ 60 วัน
ลาช่วยภรรยาหลังคลอด ไม่มี ✅ มีสิทธิ 15 วัน
ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรป่วย/พิการ ไม่มี ✅ เพิ่มสิทธิ 15 วัน
คุ้มครองแรงงานรัฐ ไม่มี ✅ เพิ่มมาตรา 3/1
แบบสภาพการจ้าง ไม่มี ✅ เพิ่มมาตรา 159/1
🏛️ Lawtech & Consult มุมมองทางกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568
เป็นการยกระดับสิทธิแรงงานไทยทั้งระบบ
ไม่เพียงคุ้มครอง “ช่วงคลอดบุตร” แต่ขยายไปถึง “การดูแลบุตรที่ป่วยหรือพิการ”
พร้อมทั้งเพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ และขยายขอบเขตความคุ้มครองแรงงานไปยังหน่วยงานรัฐ

📅 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

นายจ้างควรปรับระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้อง
ส่วนลูกจ้างควรรู้สิทธิของตน เพื่อใช้ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

📩 ต้องการให้ทีมทนายช่วยตรวจหรือปรับข้อบังคับการทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมายใหม่
ติดต่อเราได้ที่ Lawtech and Consult

#ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน #กฎหมายแรงงาน2568 #ลาคลอด120วัน #ค่าจ้าง60วัน #ลาช่วยภรรยา15วัน #ลาต่อเนื่องเลี้ยงดูบุตร ้องรู้ #ลูกจ้างต้องอ่าน

25/10/2025
21/10/2025

📢5 เรื่องเข้าใจผิด ที่คน “ไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ.”
หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
จนละเลยไม่ต่ออายุ ทั้งที่ “เป็นกฎหมายบังคับให้ทำ” และ “ช่วยคุ้มครองชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถ”
มาดูกันว่า…อะไรคือ 5 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย 👇

👉 ไม่จำเป็น❌
👉 ไม่คุ้มค่า❌
👉 หาซื้อยาก❌
👉ขั้นตอนเยอะ❌
👉ยุ่งยาก❌

🎯ประกันภัย พ.ร.บ. เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ต้องตรวจเช็กอยู่เสมอ อย่าให้ขาด หากเกิดอุบัติเหตุก็จะไม่ได้รับความคุ้มครอง และมีความผิดตามกฎหมาย ปรับเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 10,000 บาท
🎯ดังนั้น เจ้าของรถและผู้ที่ใช้รถ ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองความรับผิดของตนเองที่มีต่อผู้อื่น และเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม

🚑❤️ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย คุ้มครอง ห่วงใย ผู้ประสบภัยจากรถ ❤️
youtube ▶️: https://bit.ly/371Fh8t
website🌐 : https://bit.ly/3w34LBK
E-mail 📧: [email protected]
#กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย #ประกันภัยพรบ. #โทษของการไม่ทำพรบ. #อุบัติเหตุ #คปภ. #สายด่วน1186 #ค่าเสียหายเบื้องต้น #ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ #พรบ

⚖️ “ไฟแนนซ์บุกยึดรถถึงหน้าบ้าน” ผิดกฎหมายไหม? และคนถูกยึดรถทำอะไรได้บ้าง? 🚗💥กรณีหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน ถูกกลุ่มชายอ้างเป็...
19/10/2025

⚖️ “ไฟแนนซ์บุกยึดรถถึงหน้าบ้าน” ผิดกฎหมายไหม? และคนถูกยึดรถทำอะไรได้บ้าง? 🚗💥

กรณีหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน ถูกกลุ่มชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ บุกเข้ามาหน้าบ้าน ใช้กุญแจสำรองขับรถออกไปทั้งคัน พร้อมทรัพย์สินในรถ
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่แค่ “น่ากลัว” — แต่ เข้าข่ายความผิดทางอาญา และผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องได้จริงครับ

---

🧾 1️⃣ ไฟแนนซ์ “ยึดรถ” ได้เมื่อใด (แบบถูกกฎหมาย)

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 และ สัญญาเช่าซื้อ
บริษัทไฟแนนซ์จะยึดรถคืนได้ ก็ต่อเมื่อ

ผู้เช่าซื้อ ผิดนัดชำระติดต่อกันอย่างน้อย 3 งวด, และ

บริษัท ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนดำเนินการ

และหากผู้เช่าซื้อไม่คืนรถตามหนังสือบอกเลิก บริษัทจึงสามารถฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้มีคำพิพากษาให้ส่งคืนรถได้
👉 สรุป: ไฟแนนซ์ไม่มีสิทธิ “บุกบ้าน” หรือ “ยึดรถเอง” โดยไม่ผ่านกระบวนการศาล

---

🚫 2️⃣ ถ้าไฟแนนซ์หรือพนักงาน “ยึดรถเอง” ถือว่าผิดกฎหมาย

ตาม ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 364 : บุกรุกเคหสถาน (โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

มาตรา 335 : ลักทรัพย์ (โทษจำคุก 1–5 ปี หรือปรับ 2,000–10,000 บาท)

มาตรา 309 : ข่มขืนใจให้ส่งมอบทรัพย์โดยมีพฤติการณ์ใช้กำลัง (โทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี)

และถ้ามีการใช้คนอื่นทำแทน — นายจ้างหรือบริษัทที่สั่งการ ต้องรับผิดร่วมด้วย
📌 อ้างอิง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

> “นายจ้างต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่ลูกจ้างได้ก่อขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่”

---

⚖️ 3️⃣ สิทธิของผู้เสียหาย – ทำได้มากกว่าที่คิด

หากคุณหรือคนใกล้ตัวเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำได้ตามนี้เลย 👇

🧩 1. แจ้งความดำเนินคดีอาญา

แจ้งที่ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ ให้ดำเนินคดีฐาน บุกรุก, ลักทรัพย์, หรือข่มขืนใจ ตามพฤติการณ์

ระบุชื่อบริษัทไฟแนนซ์ และบุคคลที่มาปฏิบัติการ ให้ชัดเจนในบันทึกประจำวัน

🧩 2. ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย

เรียกร้องให้บริษัทไฟแนนซ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำของลูกจ้าง (มาตรา 425)

เรียกร้อง “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” และ “ค่าทรัพย์สินในรถ” ได้

หากรถถูกขายต่อ สามารถฟ้องให้คืนรถ หรือเรียกค่าเท่ารถได้

🧩 3. ร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

โทร 📞 1166

หรือยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ocpb.go.th
(สคบ. จะเรียกบริษัทมาไกล่เกลี่ย และสามารถส่งเรื่องต่อให้ดำเนินคดีได้)

🧩 4. ฟ้องคดีต่อศาลเป็นคดีผู้บริโภค

หากการกระทำเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค สามารถยื่นฟ้องต่อศาลผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

ศาลจะพิจารณาความเสียหายและมีคำสั่งให้บริษัทไฟแนนซ์ชดใช้

---

💬 4️⃣ แนะแนวทางป้องกัน

หากเริ่มมีปัญหาผ่อนรถไม่ไหว ➡️ อย่าหนี ให้รีบติดต่อบริษัทเพื่อเจรจา “คืนรถโดยสมัครใจ” พร้อมทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

เก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง (แชต, หนังสือ, สลิปโอน)

ห้ามเซ็นเอกสารใด ๆ โดยไม่อ่านให้ครบทุกบรรทัด

---

✅ สรุปสุดท้าย

> 🔹 “ไฟแนนซ์มีสิทธิตามสัญญา แต่ไม่มีสิทธิเหนือกฎหมาย”
🔹 หากมีการบุกบ้าน ใช้กำลัง หรือยึดทรัพย์โดยพลการ → ถือว่าผิดทั้งแพ่งและอาญา
🔹 ผู้เสียหายสามารถฟ้องทั้ง “พนักงานผู้ยึดรถ” และ “บริษัทไฟแนนซ์ผู้เป็นนายจ้าง” ได้

---

📍 LAWTECH & CONSULT
รู้สิทธิก่อนเสียเปรียบ เข้าใจกฎหมายแบบคนธรรมดา
📩 ปรึกษาทนายความเบื้องต้นฟรี — ทักเพจได้เลย

#คุ้มครองผู้บริโภค #ไฟแนนซ์ยึดรถ #รู้กฎหมายไม่เสียเปรียบ #ทนายความ

17/10/2025

⚖️ “ถูกเลิกจ้างไม่ใช่จบแค่วันนี้ — กฎหมายแรงงานยังคุ้มครองคุณอยู่ รู้ไว้!!!”

💥เศรษฐกิจตกต่ำ…นายจ้างก็ไม่ไหว ลูกจ้างก็เดือดร้อน 💥

ช่วงนี้หลายคนคงเจอพิษเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง 😔
ธุรกิจก็ไปต่อยาก รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม
สุดท้ายนายจ้างก็ต้องลดขนาดธุรกิจ — ลดพนักงาน

ส่วนลูกจ้าง… ก็ทำได้แค่
👉 “ขอเงินชดเชยตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด” เท่านั้นเอง



⚖️ ค่าชดเชยจากนายจ้าง (ตามกฎหมายแรงงาน)

📅 ระยะเวลาทำงาน | 💰 ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า
• ไม่ถึง 120 วัน → ❌ ไม่มีสิทธิ
• 120 วัน – 1 ปี → 30 วัน
• 1 – 3 ปี → 90 วัน
• 3 – 6 ปี → 180 วัน
• 6 – 10 ปี → 240 วัน
• 10 – 20 ปี → 300 วัน
• 20 ปีขึ้นไป → 400 วัน



🚨 กรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่บอกล่วงหน้า
นายจ้างต้องจ่าย ค่าเสียหายจากการไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เพิ่มอีก~
💸 เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย อย่างน้อย 30 วัน

เว้นแต่กรณีเลิกจ้างเนื่องจาก การปรับปรุงหน่วยงานหรือระบบงาน~
💸 ต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 60 วัน หรือเท่ากับ การทำงาน 60 วันสุดท้าย



🧾 สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม (มาตรา 33)

ถ้าถูกเลิกจ้าง
ลูกจ้างจะได้รับ “เงินทดแทนการว่างงาน”

🕒 ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน / ปี
💰 อัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย
📍 เงินสมทบขั้นต่ำ 1,650 บาท
📍 ฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท



💚 เมื่อไปต่อด้วยกันไม่ได้…ขอให้จากกันด้วยดีเถอะ

นายจ้างก็จ่ายค่าชดเชยให้ครบ
ลูกจ้างก็รู้สิทธิของตัวเองให้ชัด

จะได้ไม่ต้องจบกันที่ศาล✋
จบกันดี ๆ แล้วแยกย้ายไปทำมาหากินกันต่อเนอะ😊



#แรงงานไทย #สิทธิแรงงาน #ลูกจ้างต้องรู้ #นายจ้างควรรู้ #กฎหมายแรงงาน #เลิกจ้าง #ค่าชดเชย #ประกันสังคม
#ชีวิตคนทำงาน #เศรษฐกิจตกต่ำ #แบ่งปันความรู้ #ปรึกษากฎหมายแรงงาน #ปรึกษากฎหมาย

14/10/2025

⚖️ “อย่ารีดเลือดกับปู” 🦀

บทเรียนสำหรับลูกหนี้ผู้สุจริต — เข้าใจกฎหมายก่อนสิ้นหวัง

โพสต์นี้ ผมอยากแนะนำให้ความรู้กับประชาชนที่ไม่รู้กฎหมาย และเป็นลูกหนี้ผู้สุจริตที่ถูกเจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงินฟ้องร้องให้ชำระหนี้ครับ

เมื่อวันก่อน มีโอกาสได้ไปว่าความที่ศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง
ระหว่างรอขึ้นว่าความ ได้เจอคู่ความในบัลลังก์เดียวกัน กำลังพิจารณาคดีอยู่

จากที่นั่งฟัง ก็ทราบว่าฝ่ายเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้ฟ้องลูกหนี้ให้ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายทรัพย์สินบางอย่างกันมาหลายครั้งแล้ว
แต่ลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน ไม่สามารถชำระหนี้ได้ — เงินจ้างทนายมาทำคดียังไม่มีเลย

แต่เมื่อถูกฟ้อง เขาก็ยังประสงค์ที่จะ “ขอผ่อนชำระหนี้ให้เจ้าหนี้”
ซึ่งทนายฝ่ายโจทก์กลับตอบว่า “ไม่ให้ผ่อน จะเอาเป็นเงินก้อนเดียวเท่านั้น”

ลูกหนี้จึงแถลงต่อศาลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“ไม่มีเงินก้อนขนาดนั้นจริง ๆ เพราะมีภาระอื่นต้องรับผิดชอบ”

สุดท้าย ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้
ศาลจึงต้องให้โจทก์สืบพยานและพิพากษาคดีไปตามพยานหลักฐาน
ท่ามกลางเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของลูกหนี้ในห้องพิจารณา 😢

💡 สิ่งที่อยากบอก “ลูกหนี้ผู้สุจริต” ทุกคนคือ...

หากคุณไม่มีเงินชำระหนี้ให้โจทก์จริง ๆ อย่าเพิ่งทุกข์ใจไปครับ
เพราะกฎหมายยังมี “ทางให้หายใจ” อยู่เสมอ

และในทางกลับกัน... การที่เจ้าหนี้เลือกใช้กระบวนการทางศาล ก็ถือว่าเป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย — ดีกว่าการใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่

ต่อไปนี้คือ สิ่งที่เจ้าหนี้ต้องดำเนินการหลังจากชนะคดีแล้ว 👇

1️⃣ กรณีลูกหนี้ไม่ชำระเงินตามคำพิพากษา

เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการ “สืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้” เพื่อยึดขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้

ทรัพย์สินที่มักถูกยึด ได้แก่ บ้าน ที่ดิน หรือรถยนต์
ส่วนทรัพย์สินเล็กน้อย เจ้าหนี้จะไม่มายึดกันให้ยุ่งยาก

ดังนั้น หากคุณไม่มีทรัพย์สินชิ้นใหญ่เหล่านี้
ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป — ตั้งใจทำงานและทยอยผ่อนชำระเท่าที่ทำได้ แม้หลังคำพิพากษาแล้วก็ตาม 💼

2️⃣ กรณีลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน แต่มีรายได้ประจำ

หากลูกหนี้มี เงินเดือนเกิน 20,000 บาทต่อเดือน
เจ้าหนี้สามารถขอให้นายจ้าง อายัดเฉพาะส่วนที่เกิน 20,000 บาท เพื่อชำระหนี้ได้

เช่น หากเงินเดือน 20,500 บาท นายจ้างจะถูกอายัดเพียง 500 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ลูกหนี้ยังคงมีสิทธิ์ทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ 💸

3️⃣ กรณีลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน และไม่มีรายได้เพียงพอ

หากลูกหนี้ไม่มีบ้าน ที่ดิน รถยนต์ เงินเดือน หรือสิทธิเรียกร้องทางทรัพย์สินอื่นใด
เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถบังคับคดีอะไรคุณได้

และที่สำคัญ — อายุความของการบังคับคดีคือ 10 ปี
หากพ้นระยะเวลา 10 ปีหลังคดีถึงที่สุด เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์ของคุณได้อีก ⏳

นี่คือขั้นตอนการดำเนินการหลังศาลมีคำพิพากษา
ซึ่งเป็นเรื่องที่ “นักกฎหมายเข้าใจดี” แต่ประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้

หลายคนที่หาเช้ากินค่ำ หรือทำธุรกิจแล้วประสบปัญหาจนเป็นหนี้ เมื่อถูกฟ้องคดี ก็มักรู้สึกสิ้นหวัง
บางคนลูกต้องหยุดเรียน บางคนต้องไปกู้เงินนอกระบบ
และบางคนถึงขั้นยุติชีวิตตนเองและครอบครัว เพราะมองไม่เห็นทางออกจากปัญหาหนี้สิน 💔

ผมเขียนโพสต์นี้ ไม่ใช่เพื่อหาช่องให้ลูกหนี้หนีหนี้
แต่เพื่อให้ประชาชนเข้าใจกฎหมาย และรู้ว่า “ยังมีทางออกที่ถูกต้องตามกฎหมายเสมอ”

มีปัญหาเรื่องหนี้ ปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจครับ
การรู้กฎหมาย คือการปกป้องสิทธิ์ของตัวเองให้ดีที่สุด

#ที่ปรึกษากฎหมาย #ลูกหนี้ผู้สุจริต #หนี้สิน #กฎหมายเข้าใจง่าย #ฟ้องร้อง #อายัดเงินเดือน #กระบวนการยุติธรรม #อย่ารีดเลือดกับปู

08/10/2025

ในมุมกฎหมายที่ถือว่าเป็นการกระทำที่ประมาท และเจ้าของพลุที่เอาไปวางตากแดด ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย

ที่อยู่

ประชาอุทิศ
Changwat Samut Prakan
10290

เบอร์โทรศัพท์

+66837768777

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lawtechandconsultผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์