โทร เส้นทาง

MedLaw Insight about

✨ กฎหมายการแพทย์ | การพิสูจน์บาดแผลจากกระสุนปืน (Gunshot Wound Examination)ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน การตรวจพิสู...
07/08/2026

✨ กฎหมายการแพทย์ | การพิสูจน์บาดแผลจากกระสุนปืน (Gunshot Wound Examination)

ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน การตรวจพิสูจน์บาดแผลไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่า “ถูกยิง” เท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการทางนิติเวชที่ช่วยค้นหาความจริงและสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม

ประเด็นสำคัญที่แพทย์นิติเวชใช้ในการตรวจ ได้แก่
🔹 ลักษณะแผลทางเข้าและแผลทางออก
🔹 การประเมินทิศทางและวิถีกระสุน
🔹 การตรวจหารอยเขม่าดินปืน (Gunshot Residue : GSR)
🔹 การวิเคราะห์ระยะยิง
🔹 การตรวจทางรังสี เช่น X-ray หรือ CT Scan เพื่อค้นหาหัวกระสุนหรือเศษโลหะ
🔹 การจัดทำรายงานและความเห็นทางการแพทย์เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนและการพิจารณาคดี

การตรวจพิสูจน์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ช่วยให้ศาลและพนักงานสอบสวนสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของคดีได้อย่างแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

⚖️ “ความจริงทางการแพทย์ คือรากฐานของความยุติธรรม”

#กฎหมายการแพทย์ #นิติเวชศาสตร์ #หลักฐานทางนิติเวช #กฎหมายอาญา #กระบวนการยุติธรรม #ความรู้กฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/25521. สรุปข้อเท็จจริง จำเลยซึ่งเป็นแพทย์เวร ได้วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษาอาการของโจทก์ (ผู้ป่ว...
15/07/2026

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/2552
1. สรุปข้อเท็จจริง จำเลยซึ่งเป็นแพทย์เวร ได้วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษาอาการของโจทก์ (ผู้ป่วย) โดยอาศัยเพียงการรายงานอาการทางโทรศัพท์จากพยาบาล แทนที่จะมาทำการตรวจร่างกายโจทก์ด้วยตนเอง ทั้งที่ในขณะเกิดเหตุ ห้องแพทย์เวรกับห้องฉุกเฉินที่โจทก์พักรักษาตัวอยู่ห่างกันเพียง 20 เมตร และไม่มีเหตุสุดวิสัยใดๆ ที่จะทำให้จำเลยไม่สามารถมาตรวจวินิจฉัยอาการของโจทก์ได้ด้วยตนเอง

ต่อมาเมื่อพยาบาลได้ฉีดยาตามคำสั่งของจำเลย โจทก์ก็เกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง ซึ่งโจทก์ไม่เคยมีอาการแพ้ยาชนิดนี้มาก่อน

2. ประเด็นข้อกฎหมาย การที่แพทย์ไม่ตรวจร่างกายผู้ป่วยด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีวินิจฉัยและสั่งการรักษาจากรายงานทางโทรศัพท์ของพยาบาล ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ และไม่ใช้ความระมัดระวังตาม "วิสัยและพฤติการณ์" ของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์หรือไม่

3. หลักกฎหมายจากคำพิพากษา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การตรวจร่างกายผู้ป่วยเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งในการวินิจฉัยโรค เพื่อให้ทราบถึงพยาธิสภาพและระยะของโรค ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง แพทย์จึงต้องใช้ความระมัดระวังตาม "วิสัยและพฤติการณ์" เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดที่อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตของผู้ป่วยในขั้นตอนการรักษาที่ต่อเนื่องกัน

การที่จำเลยไม่ตรวจดูอาการของโจทก์ด้วยตนเอง แต่สั่งการรักษาตามรายงานทางโทรศัพท์ ทั้งที่สามารถมาตรวจได้โดยไม่มีเหตุสุดวิสัย มิใช่วิสัยของบุคคลผู้มีวิชาชีพเป็นแพทย์ที่จะพึงกระทำได้ การกระทำของจำเลยจึงถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ

4. บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300: การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291: การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

โจทก์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ฟ้องจำเลยซึ่งเข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ขอให้ชำระค่ารักษา พยาบาลรวมถึงดอกเบี้ย ต่อมาจำเ...
11/07/2026

โจทก์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ฟ้องจำเลยซึ่งเข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ขอให้ชำระค่ารักษา พยาบาลรวมถึงดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องให้ สปสช. เข้าเป็นจำเลยร่วมด้วย คดีจึงวินิจฉัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาทางแพ่งไม่ใช่อำนาจปกครอง และ สปสช. ในฐานะ หน่วยเบิกจ่ายกลางไม่ต้องร่วมรับผิดชำระหนี้ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระค่าใช้จ่ายในการรักษา เฉพาะระหว่างวันที่ 24 มี.ค. ถึง 11 เม.ย. 2556 เป็นเงิน 261,991.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี นับแต่ 17 ก.ย. 2556 ถึง 10 เม.ย. 2564 และร้อยละ 5% ต่อปี นับแต่ 11 เม.ย. 2564 เป็นต้นไปจนชำระเสร็จ

📖 คดีทางการแพทย์ที่น่าสนใจ | เวชระเบียนเป็นของใคร?หลายคนอาจคิดว่า “เวชระเบียนเป็นของผู้ป่วยทั้งหมด” และโรงพยาบาลไม่มีสิท...
11/07/2026

📖 คดีทางการแพทย์ที่น่าสนใจ | เวชระเบียนเป็นของใคร?

หลายคนอาจคิดว่า “เวชระเบียนเป็นของผู้ป่วยทั้งหมด” และโรงพยาบาลไม่มีสิทธินำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4632/2565 สะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นนี้ไม่ได้มีคำตอบเพียงด้านเดียว

🔍 ข้อเท็จจริงของคดี
ผู้ป่วยฟ้องโรงพยาบาล โดยอ้างว่าโรงพยาบาลนำเวชระเบียนและคลิปการผ่าตัดไปให้ฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลตรวจสอบ ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพโดยมิชอบ

⚖️ ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลเห็นว่า การส่งข้อมูลให้ฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลเพื่อใช้ดำเนินการในคดี เป็นการใช้ข้อมูลภายในองค์กรเพื่อคุ้มครองสิทธิของโรงพยาบาล ไม่ใช่การเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

💡 ประเด็นที่น่าคิด
กฎหมายไม่ได้มีหน้าที่คุ้มครองผู้ป่วยเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องสร้าง “ความสมดุล” ระหว่าง
• สิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
• สิทธิของแพทย์และโรงพยาบาลในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
• ความยุติธรรมในการดำเนินคดี

หากห้ามโรงพยาบาลใช้เวชระเบียนเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองเลย การต่อสู้คดีย่อมเป็นไปได้ยาก แต่หากเปิดเผยข้อมูลได้โดยไม่มีข้อจำกัด ความเชื่อมั่นของผู้ป่วยก็อาจลดลง

📌 คำถามชวนคิด
ในยุค AI หากโรงพยาบาลนำเวชระเบียนที่ลบข้อมูลระบุตัวตนทั้งหมดแล้ว ไปใช้พัฒนาระบบวินิจฉัยโรคเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยในอนาคต คุณคิดว่า “ควรทำได้” หรือ “ควรต้องขอความยินยอมก่อนทุกครั้ง”?

📚 อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4632/2565

ที่อยู่

Buriram

เบอร์โทรศัพท์

+66610751204

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ MedLaw Insight โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์