สมต้น เมืองชุมฯ

สมต้น เมืองชุมฯ สาระน่ารู้เกี่ยวกับกฎหมาย

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์
25/10/2023

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์

28/12/2021

“ส่งข้อความหมิ่นประมาทลงในกลุ่มไลน์ เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่”
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๑๒/๒๕๖๔ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้ไขทั้งบทลงโทษและกำหนดโทษ อันเป็นการแก้ไขมาก แต่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๒ ปี และปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยว่า ที่จำเลยส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มไลน์มีลักษณะเป็นเพียงเจตนาการแจ้งหรือไขข่าวเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์เท่านั้น เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ทำนองว่ามิได้มีเพียงเจตนาการแจ้งหรือไขข่าวเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ในไลน์เท่านั้น เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ผู้กระทำต้องเผยแพร่ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป จำเลยส่งข้อความลงในแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเพียงเจตนาการแจ้งหรือไขข่าวเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์เท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘
Cr.ท่านอาจารย์ครับผม

24/10/2021

คำพิพากษาฎีกาที่ 9394/2557 การครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันจะทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 นั้น จะต้องเป็นการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของบุคคลอื่นด้วย หากเป็นการครอบครองทรัพย์สินของตนเองหรือที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ยังไม่มีการแบ่งแยกกันเป็นส่วนสัด ก็หามีผลที่จะทำให้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองไม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องขออ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของผู้ร้องและ บ. ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของอยู่ด้วยกึ่งหนึ่ง ตราบใดที่ยังไม่มีการแบ่งที่ดินกัน ผู้ร้องและ บ. จึงต่างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทคนละเท่า ๆ กันในทุกส่วนของที่ดินพิพาท การที่ผู้ร้องอ้างว่า บ. นำที่ดินพิพาทไปขายให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง ซึ่งมีผลผูกพันเฉพาะที่ดินพิพาทส่วนของ บ. เมื่อผู้ซื้อได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 2 ยกที่ดินพิพาทให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ดินพิพาทจึงเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์รวมของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ในทุกส่วนของที่ดินพิพาท ศาลจึงไม่อาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้ร้องเองได้

26/09/2021

ถูกจับกุมทำอย่างไร?
๑.ขอทราบยศตำแหน่งผู้จับกุม
๒.หากจับตามหมหายจับ ขอดูหมายจับ
๓.ตรวจสอบลายละเอียดในหมายจับ
๔.ตรวจสอบว่าถูกจับกุมในสถานที่เหล่านี้หรือไม่
๔.๑ที่รโหฐาน
๔.๒เป็นพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาทของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป พระราชนิเวศน์ พระตำหนัก หรือในที่พระมหากษัตริย์ พระราชชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไปหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ประทับหรือพำนักหรือไม่ เว้นแต่จะได้กระทำตามบทบัญญีติกฏหมายเกี่ยวกับการนี้
๕.กรณีเจ้าพนักงานจับ มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือลายละเอียดเกี่ยวกับการจับให้แก่ผู้ถูกจับทราบหรือไม่ หากมีหมายจับเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบและอ่านลายละเอียดในหมายจับให้ฟัง เมื่อมีการทำบันทึกการจับกุมต้องมอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับ
๖.ในกรณีราษฏร์เป็นผู้จับ ให้ตรวจสอบว่าพนักงานฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรับมอบตัวมีการบันทึกชื่อที่อยู่ของผู้จับ พฤติการณ์แห่งการจับพร้อมให้ผู้จับลงลายมือชื่อไว้หรือไม่
๗.เมื่อถูกจับแล้วมีการแจ้งสิทธิ์ดังนี้หรือไม่
๗.๑พบและปรึกษาทนายเป็นการเฉพาะตัว
๗.๒ให้ทนายหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำได้
๗.๓ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติตามสมควร
๗.๔ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย(การจับกุมอาจมีการใช้กำลังจนได้รับบาดเจ็บ)
๘.พึงละลึกอยู่เสมอว่า
๘.๑ต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถุกจับกุมทราบ
๘.๒มีหมายจับต้องนำมาแสดง
๘.๓ผู้จับกุมต้องแจ้งให้ทราบว่า ผู้ถุกจับกุมมีสิทธิ์ให้การหรือไม่ให้การก้ได้(ถ้าไม่ยอมให้การเท่ากับปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิด) และถ้อยคำผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
๘.๔ ผู้ถูกจับกุมมีสิทธิ์พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายได้
๘.๕หากผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาตหรือผู้ที่ตนไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุม หากไม่เป็นการขัดขวางการจับกุมหรือก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เจ้าหน้าที่ต้องอณุญาติตามสมควร
๙.ผู้จับกุมสามารถดำเนินการได้ตามสมควรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกจับกุมหลบหนี พยายามหลบหนี
๑๐. คำรับสารภาพในชั้นจับกุม กฏหมายห้ามไม่ให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้อยคำอื่นที่ไม่ใช่คำรับสารภาพสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หากทำตามข้อ ๕ข้อ ๖ข้อ๗.ข้อ ๘.๓ถึง๘.๕
๑๑.ผู้ถูกจับมีสิทธิ์ได้รับการประกันตัวเว้นแต่มีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
๑๒. เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสิทธิ์ควบคุมตัวในชั้นสอบสวนได้ตามเวลาที่กฏหมายกำหนด หากพ้นกำหนดต้องขออณุญาตขังจากศาล(คือต้องขอฝากขัง)

# ท่านจิระประวัติ แบบประเสริฐครับ

25/09/2021
22/09/2021

ลักทรัพย์หรือไม่?
๑.มาขอซื้อกล้วย คนขายบอกราคาหวีละ ๑๐๐ บาท วึ่งแพงเกินความเป็นจริง ด้วยความโกรธจึงเอากล้วยไปเตะเล่น ไม่ผิดลักทรัพย์ คำพิพากษาฏีกา ๓๐๑/๒๔๗๒....แต่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
๒.ไม่ยอมจ่ายเงินให้โสเภณีที่ตนเพิ่งใช้บริการ โสเภณีโกรธจึงเอาไม้ตี และด้วยความกลัวว่าจะถูกยิงจึงเอาปืนของลูกค้าไปทิ้งน้ำ ไม่ผิดลักทรัพย์ คำพิพากษากีกา ๒๑๖/๒๕๐๙....ผิดทำให้เสียทรัพย์
๓.ลักกระบือแล้วฆ่าเอาเนื้อมาทาน ผิดลักทรัพย์ ไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีก คำพิพากษาฏีกา ๙๕๒/๒๔๖๘
๔.หักอ้อยในไร่เขาไปกิน ผิดลักทรัพย์ ไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีก คำพิพากษาฏีกา ๔๖๓/๒๔๖๘
๕.เอาสุราเขาไปกิน ผิดลักทรัพย์ ไม่ผิดทำให้เสียทรัพย์อีก คำพิพากษาฏีกา๙๑๙/๒๕๐๓
๖.เอาสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำราคา ๓๐,๐๐๐บาทของผู้เสียหายไปเพื่อเป็นการตอบแทนในการร่วมประเวณี แต่ผู้เสียหายไม่ยอมชำระเงิน ๕,๐๐๐บาทตามที่ตกลงกันไว้ เป็นการเอาไปเพื่อหักใช้หนี้ และทรัพย์ที่จำเลยเอาไปจำเลยมีความเข้าใจว่ามีราคาไม่เกินจำนวนหนี้ที่เป็นหนี้จำเลยอยู่ เอาทรัพย์ไปเพราะเชื่อว่าเป็นประโยชน์ที่ตนควรได้ จึงเป็นการเอาทรัพย์ไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาฏีกา ๓๒๘๖/๒๕๓๕

ลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ ต้องฟ้องร้องต่อศาลให้ชำระหนี้ จะไปยึดทรัพยบังคับชำระหนี้กันตามอำเภอใจไม่ได้ ถ้ากระทำดังนั้นมีความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะการยึดทรัพย์เพื่อบังคับชำระหนี้กันขัดกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กฏหมายไม่ยินยอมให้กระทำ แต่หากผู้กระทำกระทำไปโดยสำคัญผิดว่าตนมีอำนาจกระทำได้ ก็เป็นเรื่องสำคัญผิดว่า หากข้อเท็จจริงใดมีอยู่จริง ทำให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำผิดนั้นมีอยู่จริง ผู้กระทำไม่มีความผิด ได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง ผู้นั้นย่อมแก้ตัวให้ตนไม่ต้องรับผิดได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๙๐/๒๔๕๕ , ๑๔๙๔/๒๔๕๕ล ๑๐๔๒/๒๔๖๘, ๔๖๗/๒๔๗๖, ๒๕๑/๒๕๑๓, ๒๐๔๑/๒๕๑๕ และ ๒๒๗๘/๒๕๑๕
ข้อสังเกตุ.....บุคคลจะอ้างว่าตนไม่รู้กฏหมายเพื่อให้ตนพ้นความรับผิดทางอาญาไม่ได้ ดังนั้นจะมาแก้ตัวว่าตนไม่รู้ว่าลุกหนี้ไม่ชำระหนี้แล้วสามารถยึดทรัพย์มาชำระหนี้ได้นั้น คงไม่ถูกต้อง ไม่งั้นใครทำอะไรผิดกฏหมายก็อ้างว่าเข้่าใจว่าตนมีสิทธิ์ทำได้ ซึ่งคงไม่ถูกต้อง ทั้งการที่ศาลฏีกาท่านวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องสำคัญผิดในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่าสำคัญผิดในข้อเท็จจริงนั้นต้องเป็นเรื่องสำคัญผิดในข้อเท็จจริง หากข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่จริงทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด และแม้จะมีข้อเท็จจริงอยู่จริงว่าลูกหนี้เป็นหนี้ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ทำให้สำคัญผิดสามารถบังคับชำระหนี้ได้เองโดยไม่ต้องฟ้องศาล แม้ข้อเท็จจริงมีอยู่จริงว่าลูกหนี้เป็นหนี้แต่ก็ไม่สามารถบังคับชำระหนี้ได้ตามอำเภอใจ การกระทำดังกล่าวแม้ยึดทรัพย์ไปเท่าที่เป็นหนี้ก็น่าจะมีความผิด แต่เมื่อมีคำพิพากษาฏีกาเคยวางแนวไว้ก็ด้วยความเครารพในคำวินิจฉัยครับ

เป็นเคหสถานหรือไม่
๑.ร้านขายของ กลางคืนใช้หลับนอน ถือเป็นเคหสถานเฉพาะเวลากลางคืน คำพิพากษาฏีกา ๒๑๙๓/๒๕๓๑ .......ดังนั้นลักทรัพย์ในเวลากลางวันผิดลักทรัพย์ แต่ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนผิดลักทรัพย์ในเคหสถานซึ่งมีอัตราโทษสูงขึ้น ทั้งเมื่อเป็นเคหสถานการเข้าตรวจคนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีหมายค้นเว้นเข้าข้อยกเว้นตามกฏหมายที่ไม่ต้องมีหมายค้น
๒.ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามปกติ แม้มีลักษณะชั่วคราว เช่น ที่พักคนงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างก็เป็นเคหถสถาน คำพิพากษาฏีกา ๒๔๕๗/๒๕๑๖
๓.เต้นลูกเสือที่จัดขึ้นระหว่างพักแรม หรือเพิงพักคนจับปลาในฤดูจับปลา เป็นเคหสถาน คำพิพากษาฏีกา ๑๙๗/๒๔๗๕
๔.สถานที่ต้องมีคนมานอนเฝ้าทุกคืนเพื่อดูแลทรัพย์สินซึ่งอยู่ในสถานที่นั้น เช่น โรงภาพยนต์ ก็เป็นเคหสถาน คำพิพากษาฏีกา ๔๕๔/๒๔๗๕
๕.สถานที่จัดเฉพาะที่ใช้อยู่อาศัยเท่านั้นในสนามเทนนิส หรือในคลังสินค้า เป็นเคหสถาน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนของสนามเทนนิสหรือทุกแห่งในคลังสินค้าเป็นเคหสถาน คงเป็นเคหสถานเฉพาะที่ใช้อยู่อาศัยเท่านั้น คำพิพากษาฏีกา ๓๙๓/๒๕๐๙(ประชุมใหญ่)
๖.ใต้ถุนเรือนมีฝาขัดแตะกั้นห้อง พื้นเป็นดิน กลางวันใช้ขายของ กลางคืนเก็บของขึ้นเรือน ก็ถือเป็นบริเวณต่อเนื่องกับตัวเรือน จึงเป็นเคหสถาน คำพิพากษาฏีกา ๕๑๓/๒๔๙๓
๗.เล้าไก่ไม่ใช่ที่คนอยู่อาศัยก็จริง แต่ห่างจากเรือน ๑ เมตร แม้แยกจากตัวเรือนไปแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในที่ดินอันเป็นบริเวณของโรงเรือนที่มีรั่วอยู่ มิใช่อยู่ในที่ซึ่งเป็นบริเวณต่างหากจากโรงเรือนที่ใช้อยู่อาศัย การลักไก่ในเล้า เป็นการลักทรัพย์ในเคหสถานแล้ว คำพิพากษาฏีกา ๓๙๓/๒๕๐๙

ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้จะขายหาต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่จะขายในขณะทำสัญญาไม่ เพียงแต่ต้องขวนขวายหาทรัพย์นั้นมาโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้จะซื้อได้ตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาเท่านั้น ผู้เสียหายทราบตั้งแต่ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับจำเลยแล้วว่า ที่ดินแปลงที่ทำสัญญายังเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น จำเลยไม่ได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงควรบอกให้แจ้งแต่อย่างใด แต่เป็นกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดิน ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ผู้เสียหายได้ การที่จำเลยไม่มีคืนเงินให้ผู้เสียหาย และผู้เสียหายไม่ยอมเอาที่ดินตามโครงการณ์อื่นของจำเลยตามที่จำเลยเสนอ เป็นความรับผิดทางแพ่ง หาใช่การหลอกลวงอันจะเป็นความผิดทางอาญาได้ คำพิพากษาฏีกา ๑๖๗๔-๑๖๗๕/๒๕๔๓
ข้อสังเกตุ....๑.หากมีการหลอกว่าที่ดินเป็นของตนในระหว่างที่ทำสัญญาจะซื้อขาย อาจเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จอาจผิดฉ้อโกงได้
๒.ตามคำพิพากษาฏีกานี้ เมื่อจำเลยไม่มีเงินคืน แม้ไม่เป็นความผิดฐานฉ้แโกง แต่ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องทางแพ่งพร้อมเรียกเงินคืนได้ในกรณีผิดสัญญา

ตามประเพณีการซื้อขายลำใยทางภาคเหนือ เมื่อลำใยออกดอกจะมีผู้ซื้อมาดู และตกลงราคากัน ปกติจะชำระเงินครึ่งหนึ่งก่อน อีกครึ่งชำระเมื่อเก็บผลลำใยแล้ว ถ้าต่อมาลำใยไม่มีผลไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ฝ่ายผู้ขายไม่ต้องคืนเงินที่ได้รับ และผู้ซื้อเป็นผู้ดูแลลำใย รดน้ำเอง ถือเป็นการเสี่ยงโชค โดยคำนวณจากดอกลำใยสุดแท้แต่ดินฟ้าอากาศจะเอื้ออำนวย สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ใช่สัญญาจะซื้อจะขาย แต่เป็นการซื้อขายแน่นอนแล้ว โจทก์จึงเรียกเงินคืนจากจำเลยไม่ได้ คำพิพากษาฏีกา ๙/๒๕๐๕ ........เป็นการตีความสัญญาตามจารีตประเพณีที่กระทำกันมา

หลักฐานทางทะเบียน เช่นทะเบียนสมรส เป็นเอกสารที่ไม่ใช่ความลับอันต้องปกปิด ดังนั้น "ผู้มีส่วนได้เสีย" มีโอกาศขอดูทะเบียนครอบครัวได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เว้นแต่เป็นการรับรองสำเนา การพิจารณาคำว่า " ผู้มีส่วนได้เสีย"ควรพิจารณาในความหมายอย่างกว้างโดยถือเอาผู้มีส่วนได้เสียตามความเป็นจริง ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี เช่น ชายหญิงที่เป็น "คู่รักชอบพอกัน" ในทางชู้สาวเท่านั้น ความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถาน คำว่า " คู่รัก" เป็นเพียงชายหญิงที่รักกันทางชู้สาวเท่านั้น การที่เป็นคู่รักชอบพอกันไม่เพียงพอที่จะฟังว่าเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" เว้นแต่จะมีข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า กำลังจะมีนิติสัมพันธ์ในทางครอบครัวต่อกัน เช่น กำลังจะหมั้นกัน หรือกำลังจะสมรสกัน หรืออยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาอันเกินกว่าความสัมพันธ์เช่นคู่รักที่ชอบพอกัน กรณีเช่นนี้ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียได้ คำวินิจฉัยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา เรื่องสำเร็จที่ ๓๒๕/๒๕๓๕........เป็นการตีความกฏหมายตามเจตนารมย์กฏหมาย

ข้าราชการที่เบิกค่าเช่าบ้านได้ คือ ข้าราชการที่ทางราชการมีคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ แต่ในคดีนี้ ทางราชการได้ย้ายที่ทำการใหม่ อันก่อให้เกิดสภาพเดียวกันกับการมีคำสั่งให้เดินทาง คือ ต้องเดินทางไปประจำไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ มีผลเช่นเดียวกับการมีคำสั่งของทางราชการนั้นเอง ถ้อยคำตามตัวอักษรที่ว่า " ได้รับคำสั่งให้เดินทาง" ไม่ชัดแจ้งว่ามีความหมายครอบคลุมถึงกรณีได้รับคำสั่งให้เดินทางหรือไม่ ชอบที่ศาลจะค้นหาความหมายของบทบัญญัตินี้ว่ามีขอบเขตมุ่งหมายเพียงใด เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลท้ายพระราชกฤษฏีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ จะเห็นว่ากฏหมายฉบับนี้มีเจตนารมย์ที่จะช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่ที่อาศัยอันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ เห็นได้ว่าการย้ายที่ทำการใหม่ทำให้ข้าราชการต้องเดินทางไปประจำสำนักงานใหม่นี้ ก็เนื่องจากทางราชการเป็นเหตุเช่นเดียวกับคำสั่งให้เดินทางและทำให้ข้าราชการได้รับความเดือดร้อนในที่อยู่อาศัย ถ้อยคำตามตัวอักษรที่ว่า "ได้รับคำสั่งให้เดินทาง" ย่อมมีความหมายเดียวกับ " กรณีย้ายที่ทำการใหม่ไปต่างท้องที่ด้วย" ข้าราชการจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าเช่าบ้าน คำพิพากษาฏีกา๑๒๑๒/๒๕๓๙....นี้คือการตีความตามตัวอักษรกับการตีความตามเจตนารมย์ของกฏหมายที่ขัดแย้งกัน

การที่ศาลจะให้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่ปรากฏในฟ้องหรือสูงกว่าที่โจทก์จะมีสิทธิ์ได้รับตามกฏหมาย ต้องเป็นกรณีศาลใช้ดุลพิินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๖) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในส่วนดอกเบี้ยเป็นอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยไม่มีข้อวินิจฉัยว่าจำเลยไม่สุจริตในการสู้ความหรือในการดำเนินคดีนี้อย่างไร ตามสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยสู้ความโดยไม่สุจริตอย่างไร จึงไม่มีเหตุตามกฏหมายที่จะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราที่สูงกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนดอกเบี้ยจึงไม่ชอบ คำพิพากษาฏีกา ๒๙๖๓/๒๕๔๕
ข้อสังเกตุ ๑.ปกติกฏหมายห้ามไม่ให้ศาลพิพากษาหรือสั่งเกินในคำฟ้อง แต่กฏหมายดังกล่าวเหมือนเป็นการแก้ลำจำเลยที่สู้ความหรือไม่ดำเนินคดีโดยไม่สุจริต จึงให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าในคำฟ้องได้
๒. กฏหมายให้สิทธิ์เฉพาะเรียก " ดอกเบี้ย" สู้งกว่าที่กล่าวไว้ในฟ้อง แต่ไม่รวม " ต้นเงิน" ด้วย
๓.ดอกเบี้ยที่จะเรียกให้สูงกว่าฟ้องนั้น อย่างไรเสียก็เรียกเกินร้อยละ ๑๕นับแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้น ไม่ได้ คือเรียกได้สูงสุดเพียงร้อยละ ๑๕ เท่านั้น

# ท่านจิระประวัติ แบบประเสริฐ

17/09/2021

..การแจ้งหรือไขข่าวลงในกลุ่มไลน์ไม่ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ผิดหมิ่นประมาท
.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2564

..ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ผู้กระทำต้องเผยแพร่ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณะชนหรือประชาชนทั่วไป การที่จำเลยส่งข้อความลงในแอปพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเพียงเจตนาการแจ้งหรือไขข่าวเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์ นี้เท่านั้นจึงยังไม่ถึงกับเป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณะชนหรือประชาชนทั่วไปการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326./

03/09/2021

ความผิดตามมาตรา 362 และ364 มีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4275/2562
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 362 ตามฟ้อง แต่การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 เป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายที่ 1 โดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 364 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรา 364 แต่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามบทฉกรรจ์มาตรา 365 และได้บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีข้อความอันเป็นความผิดตามมาตรา 364 เช่นนี้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามมาตรา 364 และบทฉกรรจ์ตามมาตรา 365 (1) (2) ได้ ทั้งมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง หรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ นอกจากนี้ การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้เสียหายที่ 1 ในคราวเดียวและเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายที่ 1 ต่อเนื่องกันไปไม่ขาดตอน การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์บรรยายฟ้องแต่ละข้อหาต่างกรรมกันมา ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้

กำลังเป็นข่าวเลยCr.พิมพ์คำพิพากษา
01/09/2021

กำลังเป็นข่าวเลย
Cr.พิมพ์คำพิพากษา

30/08/2021
27/08/2021

ชีวิตเกิดมาเพื่อใช้... ไม่มีรวยไม่มีจน.....รวยแล้วคุณส่งถึงใคร ...จนแล้วคุณมีความสุขมั้ย ...บางคนรวยแล้วมีความสุข ...บางคนจนก็มีความสุข ...บางคนรวยก็ไม่มีความสุข ...ทุกที่มีความสุขให้เราใช้ ...ใช้มันให้เป็น...

#พี่เอ๊กซ์ ปิยะ สกุลเดช อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย กล่าวเอาไว้

22/08/2021

มีคนกล่าวไว้ว่า... ชีวิตดำเนินไป...ในระหว่างที่คุณกำลังคิดแผนการอยู่...

ดังนั้น...ไม่ว่าคุณคิดจะทำอะไรยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม ...โปรดเข้าใจว่าในระหว่างที่คุณกำลังคิดที่จะทำสิ่งเหล่านั้นอยู่ แต่ชีวิตกลับดำเนินไปเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ... อย่าลืมใช้ชีวิตนะจ๊ะ

Cr.ใครสักคนที่กล่าวเอาไว้ จำไม่ได้จร้า

ที่อยู่

Bangkok
10320

เบอร์โทรศัพท์

+66924028076

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมต้น เมืองชุมฯผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท