15/07/2026
จากเหตุไฟไหม้สถาน(กึ่ง)บันเทิง (?) ในกทม.ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ทำให้ผู้เสียชีวิตกว่า 30 คนและบาดเจ็บจำนวนมาก
เหตุไฟไหม้นี้ทำให้คิดถึงคดีสำคัญที่โด่งดังมากในออสเตรเลียซึ่งเกี่ยวข้องกับไฟไหม้ครั้งใหญ่เช่นกัน โดยคดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างแรกที่ตัดสินเรื่องการแบ่งส่วนความรับผิดระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ กับเหตุไฟไหม้โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิก
“เหตุไฟไหม้อาคาร Lacrosse: เมื่อไฟก้นบุหรี่ได้ลุกไหม้ลามไปทั้งอาคารที่ใช้วัสดุกรุอาคารไม่เหมาะสม ใครต้องรับผิดบ้าง?
เหตุดังกล่าวนำไปสู่คดี Owners Corporation No. 1 of PS613436T v LU Simon Builders Pty Ltd (Building and Property) [2019] VCAT 286 ตัดสินปี 2019 เป็นคดีสำคัญที่โด่งดังมากโดยมีการแบ่งส่วนความรับผิดของความเสียหายที่เกิดจากการออกแบบ เลือก ตรวจสอบ และติดตั้งวัสดุกรุอาคารที่ติดไฟได้ (selection, approval and installation of the ACPs that enabled the fire spread)
1. ข้อเท็จจริงของคดี
อาคาร Lacrosse เป็นอพาร์ทเม้นท์พักอาศัยจำนวน 21 ชั้น ตั้งอยู่ในย่าน Docklands เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2014 ได้เกิดเพลิงไหม้บริเวณระเบียงห้องชุดห้องหนึ่ง โดยไฟเริ่มจากก้นบุหรี่ที่ดับไม่สนิท ก่อนจะลุกติดสิ่งของบนระเบียงและลามเข้าสู่แผ่นกรุผนังภายนอกอาคาร และไหม้อาคารเสียหายรุนแรง
วัสดุที่ติดตั้งเป็นแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิต หรือ Aluminium Composite Panel (ACP) ซึ่งมีแกนกลางเป็น polyethylene ที่ติดไฟได้ ส่งผลให้ไฟลุกลามขึ้นไปตามผนังภายนอกอาคารอย่างรวดเร็ว
คดีนี้ นิติบุคคลอาคารชุดร่วมและเจ้าของห้องชุดรวม 211 ราย เป็นผู้ร้อง โดยมีผู้ถูกร้อง ได้แก่
• ผู้รับเหมาก่อสร้างแบบออกแบบและก่อสร้าง (LU Simon Builders)
• ผู้ตรวจสอบและออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (Building Surveyor) และนายจ้าง (Gardner Group) (ตามกฎหมายของรัฐวิกตอเรีย ใบอนุญาตก่อสร้างอาจถูกออกได้โดย Private หรือ Municipal Building Surveyor
• สถาปนิกและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการออกแบบ (Elenberg Fraser)
• วิศวกรอัคคีภัย หรือ Fire Engineer (Thomas Nicolas)
• Mr. Gubitta ผู้ทิ้งก้นบุหรี่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเพลิงไหม้
2. ผลของคดีและความรับผิดของแต่ละฝ่าย
คดีนี้ขึ้นสู่การพิจารณาของ คณะตุลาการคดีแพ่งและปกครองแห่งรัฐวิกตอเรีย (Victorian Civil and Administrative Tribunal หรือ VCAT) โดยมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 ว่า ระบบวัสดุกรุผนังภายนอกทั้งที่ระบุไว้ในแบบเดิมและวัสดุที่นำมาติดตั้งจริง ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ Building Code of Australia และผู้ถูกร้องแต่ละคนมีความรับผิดดังนี้
• ความรับผิดของผู้รับเหมาก่อสร้าง (LU Simon Builders)
ต้องรับผิดต่อเจ้าของห้องชุด เพราะโดยหลักแล้วผู้รับเหมาก่อสร้างได้รับประกันโดยปริยายว่าจะต้องก่อสร้างให้ถูกต้องตามกฎหมายรวมถึงการใช้วัสดุให้สอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนดรวมถึงเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างอาคารนั้นๆด้วย (Section 8 of the Domestic Building Contracts Act 1995 (Vic)
อย่างไรก็ตาม VCAT วินิจฉัยว่า ผู้รับเหมาไม่ได้ประมาทเลินเล่อหรือขาดความระมัดระวังในการติดตั้งวัสดุดังกล่าว เนื่องจากในปี 2011 ความรู้และความเข้าใจของผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมก่อสร้างเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอัคคีภัยของแผ่น ACP ยังมีอยู่อย่างจำกัด และไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าผู้รับเหมาควรมีความรู้ในเรื่องนี้มากกว่าสถาปนิก ผู้ตรวจสอบอาคาร หรือวิศวกรอัคคีภัย นอกจากนี้มีข้อเท็จจริงว่า ผู้รับเหมาตระหนักถึงข้อจำกัดเรื่องความเชี่ยวชาญของตน จึงได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม ที่ปรึกษา วิศวกรอัคคีภัยเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายอาคาร และกำกับดูแลโครงการแล้ว จึงไม่อาจถือว่าผู้ก่อสร้างทำงานต่ำกว่ามาตรฐานของผู้รับเหมาที่มีความรู้ความสามารถตามสมควร และไม่ถือได้ว่าประมาทเลินเล่อเพียงเพราะติดตั้งวัสดุตามแบบและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
แม้ ผู้รับเหมาจะไม่ประมาทเลินเล่อ แต่ยังคงต้องรับผิดต่อเจ้าของอาคาร เพราะหน้าที่ในการใช้วัสดุที่เหมาะสม การก่อสร้างให้เป็นไปตามกฎหมาย และการทำให้งานเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการใช้อาคาร เป็นหน้าที่โดยเด็ดขาดที่ผู้รับเหมาจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้ เพียงเพราะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรหรือได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการแล้ว
• ความรับผิดของผู้สำรวจ ตรวจสอบและออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (Building Surveyor/ Gardner Group)
ต้องรับผิด เพราะออกใบอนุญาตก่อสร้างให้แก่แบบและข้อกำหนดวัสดุที่ไม่เป็นไปตาม Building Code of Australia และไม่ได้ตรวจสอบหรือตั้งข้อสงสัยอย่างเพียงพอต่อรายละเอียดของระบบผนังภายนอกในรายงานวิศวกรรมอัคคีภัย
หน้าที่สำคัญของผู้ตรวจสอบดังกล่าว (Building Surveyor) คือการตรวจสอบว่าแบบและเอกสารประกอบเป็นไปตามกฎหมายอาคารก่อนออกใบอนุญาต การไม่ตรวจพบปัญหาดังกล่าวจึงเป็นความบกพร่องโดยตรงในงานที่ได้รับมอบหมาย
• ความรับผิดของสถาปนิก (Elenberg Fraser)
ต้องรับผิด เพราะแบบและข้อกำหนดเดิมเปิดช่องให้ใช้แผ่น ACP บนผิวอาคาร ทั้งที่ระบบดังกล่าวไม่เป็นไปตาม Building Code of Australia นอกจากนี้ เมื่อผู้รับเหมาก่อสร้างเสนอเปลี่ยนวัสดุ สถาปนิกพิจารณาเพียงสี รูปลักษณ์ และการรับประกันสินค้า โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างเพียงพอว่าวัสดุที่เสนอใช้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและกฎหมายอาคารหรือไม่
VCAT เห็นว่า สถาปนิกไม่ใช้ความระมัดระวังและทักษะตามสมควร ทั้งในฐานะผู้ออกแบบและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการออกแบบ
• ความรับผิดของ วิศวกรอัคคีภัย (Thomas Nicolas)
ต้องรับผิด เพราะไม่ได้ประเมินด้านวิศวกรรมอัคคีภัยของอาคารอย่างครบถ้วนตามระดับที่ควรดำเนินการ ไม่ตรวจพบว่าแผ่น ACP ที่เสนอใช้ไม่เป็นไปตาม Building Code และไม่ได้เตือนผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้องถึงปัญหาดังกล่าว
แม้วิศวกรอัคคีภัยจะไม่ได้เป็นผู้เลือกสีหรือยี่ห้อวัสดุโดยตรง แต่ได้รับว่าจ้างให้ประเมินความปลอดภัยจากอัคคีภัยโดยเฉพาะ จึงมีหน้าที่ตรวจพบและแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของระบบผนังภายนอก
• ผู้ทิ้งก้นบุหรี่ (Mr. Gubitta)
เขาเป็นผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเบื้องต้นจากการทิ้งก้นบุหรี่ แต่ VCAT เห็นว่าความเสียหายร้ายแรงไม่ได้เกิดจากก้นบุหรี่เพียงอย่างเดียว หากไม่มีระบบวัสดุกรุอาคารที่ทำให้ไฟลุกลามขึ้นไปตามผนังภายนอกอย่างรวดเร็ว
โดยสรุปได้กำหนดความรับผิดและการแบ่งส่วนดังนี้
>> ให้ “ผู้รับเหมา” รับผิดต่อเจ้าของห้องชุดก่อน แล้วจึงไปเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ชดใช้คืนได้ตามสัดส่วนดังนี้
• วิศวกรอัคคีภัย: 39%
• ผู้ตรวจสอบและออกใบอนุญาตอาคาร: 33%
• สถาปนิก: 25%
• ทิ้งก้นบุหรี่: 3%
อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำสั่งให้ผู้ทิ้งก้นบุหรี่ ชดใช้เงินส่วน 3% แก่ผู้รับเหมา อันมีความหมายว่าผู้รับเหมาจะเรียกคืนเงินที่ตนเองต้องรับผิดต่อเจ้าของห้องชัดได้เพียงจากบุคคล 3 รายแรก รวมกัน 97% และยังต้องรับภาระส่วนที่เหลืออีก 3% ไว้เอง
บทเรียนสำคัญจากคดี
คดีนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ทำให้เกิดประกายไฟไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รับผิดหลักต่อความเสียหายทั้งหมด หากความบกพร่องในการออกแบบ การเลือกวัสดุ การตรวจสอบ หรือการอนุมัติ ทำให้เพลิงขนาดเล็กลุกลามกลายเป็นเหตุร้ายแรง
ระวัง คดีนี้ไม่ได้วางหลักว่าสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องรับผิดทุกครั้งที่มีความเสียหายจากอาคารที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่กล่าวถึงหลักการว่า ผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละรายต้องรับผิดชอบต่องานที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่และความเชี่ยวชาญของตน และไม่อาจอาศัยการมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเป็นเหตุให้พ้นจากหน้าที่ของตนเองได้
หมายเหตุ ข้อเท็จจริงเป็นการกล่าวโดยสรุปใจความสำคัญเท่านั้นและมิได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 ก.ค. 69
รองศาตราจารย์ ดร.อังคณาวดี ปิ่นแก้ว
หากสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1. Owners Corporation No. 1 of PS613436T v LU Simon Builders Pty Ltd (Building and Property) [2019] VCAT 286, คำวินิจฉัยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019
2. Tanah Merah Vic Pty Ltd v Owners Corporation No. 1 of PS613436T [2021] VSCA 72, Court of Appeal of the Supreme Court of Victoria
3. Australian Institute of Architects, “Summary of the Lacrosse Decision”