CNR Group รับทำบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบการเงิน จดจัดตั้งบริษัท

CNR Group — Professional Advisory Firm
Audit · Internal Audit · IPO Consulting · Advisory
Bridging accounting expertise with technology to create smarter, scalable businesses.
🌐 cnrgroupcompany.com
📧 [email protected]

24/08/2026

⚠️ “ปัญหาที่สำนักงานบัญชี SME กำลังเจอ?”

งานเพิ่มขึ้น ลูกค้าคาดหวังมากขึ้น แต่ทีมและเวลายังมีเท่าเดิม ⏱️ ขณะเดียวกัน AI และเทคโนโลยีก็กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว 🤖

🎬 ฝากติดตามคลิป “ปัญหาที่สำนักงานบัญชี SME กำลังเจอ”
มาดูกันว่าความท้าทายเหล่านี้กำลังเปลี่ยนอนาคตของสำนักงานบัญชีอย่างไร และเราควรเตรียมตัวแบบไหน 🚀

#สำนักงานบัญชี #นักบัญชี #บัญชียุคใหม่

วันแรกของหลักสูตร SCB IEP  #20 กับบทบาท Course Director🚀Scaling Up Beyond Growthยกระดับ SMEs ให้เติบโตด้วยระบบอย่างยั่งย...
24/08/2026

วันแรกของหลักสูตร SCB IEP #20 กับบทบาท Course Director

🚀Scaling Up Beyond Growth
ยกระดับ SMEs ให้เติบโตด้วยระบบอย่างยั่งยืน
จัดโดย CNR Group ร่วมกับ SCB SME

🎯ธุรกิจที่ดี ไม่ควรหยุดเดินเมื่อเจ้าของหยุด
เราเชื่อมาตลอดว่า SME ไทยไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาดระบบที่จะพาความสามารถนั้นไปได้ไกลกว่าตัวเจ้าของ และหัวใจของระบบนั้นคือ "หลังบ้าน" ที่แข็งแรงพอจะรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้ค่ะ

📌วันแรกเราเปิดด้วยการมองภาพใหญ่ก่อน กับหัวข้อ

· Economic Outlook — ทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสของ SME ไทย โดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ (SCB EIC)

· Panel "From Growth to Greatness" — บทเรียนจริงจากผู้ประกอบการที่พาองค์กรข้ามจากการเติบโต สู่ความยิ่งใหญ่

· Ice Breaking และ Welcome Night — จุดเริ่มต้นของเครือข่ายที่จะอยู่กับทุกท่านไปอีกนาน

และตลอด 7 สัปดาห์จากนี้ เราออกแบบเส้นทางไว้ครบทุกมิติของการเติบโตค่ะ

· Diagnosis — วินิจฉัยองค์กรและถอดบทเรียนเส้นทางเติบโตจากธุรกิจจริง

· AI & Technology — Enterprise AI Readiness และ AI Build Lab ลงมือทำจริง

· Strategy & Team — Outing 3 วัน 2 คืน พร้อม First Round Pitching

· ESG, IPO Road Map และระบบบัญชีการเงิน

· Internal Control, Family Governance และกฎหมายธุรกิจครอบครัว

· ปิดท้ายด้วย Demo Day นำเสนอแผนยกระดับองค์กรของแต่ละทีม
ทั้งหมดนี้พร้อม Workshop และ Consulting เต็มรูปแบบ กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านค่ะ

และสิ่งที่ทำให้วันแรกพิเศษกว่าที่คิด คือพลังของผู้เรียนเอง ตั้งใจเต็มที่ทั้งในห้องเรียนและช่วง Networking

🌟เราเชื่อว่าถ้า SME ไทยแข็งแรงขึ้นทีละองค์กร วันหนึ่งเศรษฐกิจไทยจะแข็งแรงขึ้นทั้งระบบและวันนี้ ทุกท่านได้เริ่มก้าวแรกนั้นแล้วค่ะ

🙏ขอบคุณ SCB SME ที่เชื่อมั่นร่วมสร้างหลักสูตรนี้ด้วยกันกับ CNRGroup นะคะ
ยินดีต้อนรับสู่ IEP #20 ครับ แล้วเราจะไปถึง Demo Day ด้วยกันนะคะ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 1 ตุลาคม 2569: ห้าสัปดาห์สุดท้ายก่อนหักเงินงวดแรกหลังเลื่อนมาสองรอบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเริ่ม...
24/08/2026

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 1 ตุลาคม 2569: ห้าสัปดาห์สุดท้ายก่อนหักเงินงวดแรก

หลังเลื่อนมาสองรอบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเริ่มจัดเก็บจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สถานประกอบกิจการเอกชนที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องหักเงินสะสมและนำส่งเงินสมทบตั้งแต่งวดค่าจ้างเดือนตุลาคม บทความนี้สรุปข้อกำหนดที่มีผลผูกพัน ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน และงานที่ต้องเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน

Key Takeaways

หนึ่ง การมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ได้ยกเว้นทั้งองค์กร ต้องพิจารณาความคุ้มครองเป็นรายบุคคล พนักงานที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะตกอยู่ในข่ายของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สอง บทลงโทษหนักกว่าที่หลายกิจการคาด เงินเพิ่มอยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อเดือนของยอดที่ค้างนำส่ง โดยเศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปนับเป็นหนึ่งเดือน สูงกว่าอัตราเงินสะสมที่ร้อยละ 0.25 หลายเท่าตัว

สาม ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณยังเป็นประเด็นที่ต้องยืนยันกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนตั้งค่าระบบเงินเดือน เพราะกระทบยอดหักของพนักงานทุกคนตั้งแต่งวดแรก

กฎหมายที่ค้างมา 28 ปี กำลังเริ่มบังคับจัดเก็บจริง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีฐานกฎหมายมาตั้งแต่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มาตรา 126 ถึงมาตรา 138 ซึ่งตราขึ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เมื่อลูกจ้างจำนวนมากถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย เจตนารมณ์คือการสร้างหลักประกันทางการเงินขั้นพื้นฐานให้ลูกจ้างที่ไม่มีการออมผูกกับการทำงานเลย

การจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบจริงถูกเลื่อนมาต่อเนื่อง กรอบเวลาปัจจุบันมาจากกฎหมายสองฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือนกันยายน 2568 ฉบับแรกคือพระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ประกาศเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ซึ่งเลื่อนวันเริ่มจัดเก็บจากวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ออกไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ฉบับที่สองคือกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ซึ่งยกเลิกกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2567 และกำหนดตารางอัตราใหม่

อัตราที่มีผลบังคับออกตามมาตรา 131 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 5 ของค่าจ้าง โดยในช่วงแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมร้อยละ 0.25 ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบร้อยละ 0.25 ของค่าจ้าง จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป อัตราจะเพิ่มเป็นฝ่ายละร้อยละ 0.50 ของค่าจ้าง

การหักไม่มีเพดานค่าจ้างขั้นสูงเหมือนเงินสมทบประกันสังคม จึงคำนวณตามสัดส่วนของค่าจ้างจริงทั้งจำนวน ผู้ที่ตั้งค่าระบบเงินเดือนต้องระวังไม่ให้นำตรรกะเพดานของประกันสังคมมาใช้ปนกัน

ในแง่กำหนดเวลา นายจ้างต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสะสม โดยยื่นต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ซึ่งไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม ค่าจ้างงวดเดือนตุลาคม 2569 จึงต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569

ขอบเขตผู้อยู่ในข่าย จุดที่ตีความผิดกันบ่อยที่สุด

กฎหมายบังคับกับสถานประกอบกิจการเอกชนที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งนายจ้างยังไม่ได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือการสงเคราะห์ลูกจ้างในรูปแบบที่กฎหมายยอมรับ ส่วนกิจการที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2541 เช่น มูลนิธิและสมาคม อยู่นอกบังคับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการสรุปว่าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วจึงไม่เกี่ยว การยกเว้นพิจารณาที่ความคุ้มครองเป็นรายบุคคล ไม่ใช่การมีกองทุนในระดับองค์กร ในทางปฏิบัติ กิจการที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมักมีพนักงานบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครอง เช่น พนักงานที่อยู่ระหว่างทดลองงาน พนักงานที่ยังไม่ครบอายุงานตามข้อบังคับกองทุน หรือพนักงานที่ใช้สิทธิไม่เข้าร่วม พนักงานกลุ่มนี้ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

งานที่ต้องทำจึงเป็นการเทียบทะเบียนพนักงานกับรายชื่อสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายคน และต้องมีกระบวนการรองรับพนักงานเข้าใหม่ในอนาคตด้วย เพราะสถานะของแต่ละคนเปลี่ยนได้ตลอดปี

ต้นทุนของการทำผิดสูงกว่าตัวเงินที่ต้องนำส่งมาก

อัตราร้อยละ 0.25 ทำให้หลายกิจการประเมินว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่โครงสร้างบทลงโทษบอกเป็นอย่างอื่น กรณีไม่นำส่ง นำส่งล่าช้า หรือนำส่งไม่ครบ นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือนของเงินสะสมหรือเงินสมทบที่ยังมิได้นำส่ง โดยเศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันขึ้นไปนับเป็นหนึ่งเดือน นอกจากนี้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจแจ้งเตือนให้นำส่งเงินที่ค้างภายในระยะเวลาที่กำหนด และกรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลง หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ยังมีโทษทางอาญาตามที่พระราชบัญญัติกำหนด

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ บริษัทที่มีค่าจ้างรวม 3 ล้านบาทต่อเดือน จะมียอดนำส่งประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน หากค้างนำส่งหนึ่งปีโดยไม่รู้ตัว ยอดเงินเพิ่มจะสูงกว่ายอดต้นในเวลาไม่ถึงสองปี ความเสี่ยงจริงจึงไม่ใช่ภาระเงินสด แต่คือการที่กิจการไม่รู้ว่าตนอยู่ในข่าย แล้วปล่อยผ่านไปหลายงวด

ประเด็นที่ยังต้องยืนยัน ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ

กฎกระทรวงกำหนดอัตราเป็นร้อยละของค่าจ้าง แต่ในทางปฏิบัติยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในตลาด เอกสารเผยแพร่บางแหล่งระบุว่าคำนวณจากค่าจ้างรวมซึ่งครอบคลุมค่าล่วงเวลา ค่าตำแหน่ง เบี้ยขยัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่ากะ โดยไม่รวมโบนัสหรือค่าตอบแทนที่ไม่แน่นอน ขณะที่นิยามคำว่าค่าจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึงค่าตอบแทนสำหรับระยะเวลาทำงานปกติ ซึ่งตามแนวปฏิบัติเดิมไม่รวมค่าล่วงเวลา

ผลต่างระหว่างสองฐานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับกิจการที่มีค่าล่วงเวลาสูง เช่น โรงงานผลิต ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจบริการที่ทำงานเป็นกะ ในกรณีทั่วไป ผู้ที่ดูแลงานเงินเดือนควรขอความชัดเจนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตั้งค่าระบบ และควรออกแบบระบบให้สลับฐานคำนวณได้โดยไม่ต้องแก้โครงสร้าง เพื่อรองรับกรณีที่แนวปฏิบัติเปลี่ยน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและโครงสร้างค่าตอบแทนเฉพาะราย

ทางเลือกที่มักถูกมองข้าม

นายจ้างที่ไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สามารถจัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างเองได้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567 โดยต้องกำหนดหลักเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สำหรับกิจการที่วางแผนจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว การเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมพนักงานทุกคนอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและการรักษาบุคลากรได้ดีกว่า

มุมบัญชี แยกสองรายการให้ชัดตั้งแต่งวดแรก

เงินสะสมที่หักจากลูกจ้างไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของกิจการ แต่เป็นหนี้สินที่กิจการถือไว้ในฐานะตัวกลางระหว่างวันที่หักกับวันที่นำส่ง ขณะที่เงินสมทบส่วนของนายจ้างเป็นค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานของกิจการเอง

ในทางปฏิบัติ ควรตั้งบัญชีหนี้สินแยกต่างหากสำหรับเงินสะสมและเงินสมทบค้างนำส่ง ไม่รวมกับบัญชีประกันสังคมค้างจ่าย เพื่อให้กระทบยอดได้ตรงกับแบบที่ยื่น ควรกระทบยอดทุกเดือนระหว่างยอดคงเหลือในบัญชีหนี้สินกับหลักฐานการนำส่ง เพราะยอดคงค้างที่ไม่ควรมีคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการนำส่งขาด และควรเก็บหลักฐานการคำนวณ การหักเงิน และการนำส่งไว้รองรับการตรวจของพนักงานตรวจแรงงาน

สิ่งที่ต้องทำก่อน 30 กันยายน 2569

ประการแรก ยืนยันสถานะภายในสัปดาห์นี้ โดยนับจำนวนลูกจ้าง และหากมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้เทียบทะเบียนพนักงานกับรายชื่อสมาชิกเป็นรายคน จัดทำเป็นรายชื่อพนักงานที่ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ประการที่สอง ขอความชัดเจนเรื่องฐานค่าจ้างจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ พร้อมยกตัวอย่างโครงสร้างค่าตอบแทนจริงของกิจการ

ประการที่สาม ตั้งค่าระบบเงินเดือนและทดสอบด้วยข้อมูลจริงของงวดเดือนกันยายนแบบ dry run เพื่อดูผลกระทบต่อรายได้สุทธิของพนักงานก่อนเริ่มหักจริง

ประการที่สี่ สื่อสารกับพนักงานก่อนงวดแรก โดยอธิบายว่าเงินที่ถูกหักเป็นสิทธิของลูกจ้างที่ได้รับคืนเมื่อออกจากงานตามเงื่อนไข และต่างจากประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร เพราะการสื่อสารหลังหักเงินไปแล้วมีต้นทุนสูงกว่ามาก

ประการที่ห้า ใส่กำหนดวันที่ 15 ของทุกเดือนเข้าปฏิทินการนำส่ง พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและผู้สอบทาน และตั้งค่าเผื่อการปรับอัตราเป็นร้อยละ 0.50 ในเดือนตุลาคม 2574 ไว้ในระบบตั้งแต่ตอนนี้

แหล่งอ้างอิง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มาตรา 126 ถึงมาตรา 138
พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา 14 กันยายน 2568
กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา 15 กันยายน 2568
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

​ #กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

20/08/2026

สิ่งที่นักบัญชีต้องเรียนรู้ในตอนนี้?

เมื่อ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงาน Routine ได้มากขึ้น ทักษะของนักบัญชีก็ต้องก้าวไปไกลกว่าการบันทึกตัวเลข 💡

ทั้งการ ใช้ AI ให้เป็น วิเคราะห์ข้อมูลให้ได้ เข้าใจธุรกิจมากขึ้น และเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นคำแนะนำที่ช่วยตัดสินใจ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ทำงานให้เร็วขึ้น แต่คือการสร้างคุณค่าที่มากขึ้นให้กับธุรกิจ 📈✨

🎬 ฝากติดตามคลิป “สิ่งที่นักบัญชีต้องเรียนรู้ในตอนนี้”
มาดูกันว่า เราควรเตรียมทักษะอะไร เพื่อพร้อมสำหรับบทบาทนักบัญชีในยุค AI 🚀

#นักบัญชี #บัญชียุคใหม่ #เทคโนโลยีบัญชี

AI ทำผิด 1 ครั้ง… อาจผิดซ้ำ 1,000 ครั้งความเร็วคือข้อได้เปรียบของ AI และ Automation แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความผิดพลาดก็สามาร...
20/08/2026

AI ทำผิด 1 ครั้ง… อาจผิดซ้ำ 1,000 ครั้ง

ความเร็วคือข้อได้เปรียบของ AI และ Automation แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความผิดพลาดก็สามารถถูกทำซ้ำได้เร็วไม่แพ้กัน

เมื่อ AI Agent เชื่อมต่อกับระบบ Finance และสามารถดำเนิน Workflow ได้อัตโนมัติ ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจถูก ทำซ้ำ ส่งต่อ หรือขยายผล ก่อนที่ทีมจะตรวจพบ

สำหรับ CFO การวาง Control จึงควรคิดมากกว่าแค่ “ป้องกันไม่ให้ผิด” แต่ต้องเตรียมพร้อมว่า ถ้าผิดแล้ว เราจะตรวจพบและหยุดได้เร็วแค่ไหน?

3 Controls สำคัญที่ควรมี

🔹 LIMIT — จำกัดวงเงิน จำนวนรายการ และสิทธิ์ที่ AI ดำเนินการได้
🔹 ALERT — แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบธุรกรรมหรือพฤติกรรมผิดปกติ
🔹 STOP — มี Human Override หรือ Kill Switch เพื่อหยุด Workflow ได้ทันที

หลักคิดง่าย ๆ คือ
Detect → Alert → Stop → Review

ยิ่ง AI ทำงานได้เร็ว Control ยิ่งต้องหยุดความผิดพลาดได้เร็วกว่า

เพราะ AI Governance ที่ดีไม่ใช่แค่กำหนดว่า AI “ทำอะไรได้” แต่ต้องกำหนดด้วยว่า “เมื่อไรต้องหยุด” และ “ใครมีอำนาจสั่งหยุด”

📌 คำถามสำหรับ CFO และ CEO:
ถ้า AI ทำธุรกรรมผิดวันนี้ องค์กรของคุณจะใช้เวลากี่นาทีในการ ตรวจพบ หยุด และตรวจสอบผลกระทบ?

ทีม CNR Audit & Advisory พร้อมช่วยทบทวน AI Workflow, Exception Monitoring, Human Override และ Internal Controls เพื่อให้องค์กร Scale AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังควบคุมความเสี่ยงและตรวจสอบได้

📩 ก่อนเพิ่มความเร็วให้ AI อย่าลืมเพิ่มความเร็วให้ Control ด้วย

ขอขอบคุณ ท่านวัชรินทร์ วงศ์ตระกูลชัย สรรพากรพื้นที่พระนครศรีอยุธยา 2 ที่ให้เกียรติเชิญ คุณราชิต ไชยรัตน์ CEO CNR Group &...
19/08/2026

ขอขอบคุณ ท่านวัชรินทร์ วงศ์ตระกูลชัย สรรพากรพื้นที่พระนครศรีอยุธยา 2 ที่ให้เกียรติเชิญ คุณราชิต ไชยรัตน์ CEO CNR Group & AccRevo ร่วมแบ่งปันมุมมองเรื่อง “ก้าวทัน AI” กับคณะผู้บริหารสรรพากรพื้นที่พระนครศรีอยุธยา 1 และพระนครศรีอยุธยา 2 ค่ะ

ครั้งนี้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับงานภาษีในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น AI Agent สำหรับถาม–ตอบจากฐานข้อมูลกฎหมายภาษี, การตรวจเอกสารด้วย AI, การสร้าง AI Skill สำหรับงานตรวจภาษี และการวางแผนการตรวจด้วยเทคโนโลยี

CNR Group เราเชื่อว่า AI จะสร้างคุณค่าได้มากที่สุด เมื่อทำงานบนพื้นฐานของ ข้อมูลที่ถูกต้อง หลักกฎหมาย และวิจารณญาณของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้งานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และยังคงตรวจสอบได้

ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และการแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ค่ะ 🧡

#นักบัญชียุคดิจิทัล #กรมสรรพากร

19/08/2026

AI คือ “ผู้ช่วย” ของนักบัญชี ?

เมื่อ AI ช่วยจัดการงานซ้ำ ๆ วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานได้เร็วขึ้น บทบาทของนักบัญชีก็กำลังเปลี่ยนจาก “คนทำข้อมูล” สู่ “คนใช้ข้อมูลเพื่อช่วยธุรกิจตัดสินใจ” 💡

แล้วในอนาคต นักบัญชีควรทำงานร่วมกับ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด?

🎬 ฝากติดตามคลิป “AI คือผู้ช่วยของนักบัญชี?”
มาดูกันว่า เมื่อ AI + นักบัญชี ทำงานร่วมกัน จะเปลี่ยนงานบัญชีไปได้ไกลแค่ไหน 🚀

#นักบัญชี #บัญชียุคใหม่ #เทคโนโลยีบัญชี

18/08/2026

🤖งานบัญชี AI ทำแทนได้จริงไหม?

เมื่อ AI เข้ามาช่วยงานบัญชีได้มากขึ้น ทั้งอ่านเอกสาร บันทึกข้อมูล จัดหมวดหมู่ และสรุปรายงาน แล้วบทบาทของ “นักบัญชี” จะเปลี่ยนไปแค่ไหน?

AI อาจช่วยให้งานเร็วขึ้น ⚡ แต่เรื่องไหนที่ยังต้องใช้ ความรู้ ประสบการณ์ และการตัดสินใจของคน?

🎬 ฝากติดตามคลิปนี้ แล้วมาหาคำตอบไปพร้อมกันว่า
“งานบัญชี AI ทำแทนได้?”

#นักบัญชี #บัญชียุคใหม่ #เทคโนโลยีบัญชี

🔥โค้งสุดท้าย !! สัมมนาแห่งปี “SME ต้องรอด 2026”งานเดียวที่จะช่วยให้ SME มองเกมให้ออก ปรับตัวให้ทัน และเติบโตให้เหนือกว่า...
17/08/2026

🔥โค้งสุดท้าย !! สัมมนาแห่งปี “SME ต้องรอด 2026”
งานเดียวที่จะช่วยให้ SME มองเกมให้ออก ปรับตัวให้ทัน และเติบโตให้เหนือกว่า

🚀 5 STAGE | ครบทุกมิติของการเติบโต
NEXT • GROW • BUILD • AI • PITCHING
พร้อมพบกูรูธุรกิจ CEO ผู้เชี่ยวชาญ แหล่งทุน เครื่องมือ และพันธมิตรที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจ

🎁 ยิ่งลงทะเบียนล่วงหน้า ยิ่งห้ามพลาด!
เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และ Check-in หน้างาน 500 คนแรก
รับ สิทธิพิเศษจาก Service Provider มากมาย 🎉


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
📞 SET Contact Center: 02-009-9999
💬 LINE Official (LiVE Platform):

อย่ารอให้โอกาสผ่านไป - มา “UNLOCK New Possibilities” ให้ธุรกิจของคุณไปได้ไกลกว่าเดิมด้วยกันที่นี่นะ! 🚀

ถ้า AI เป็นทั้ง Maker + Checker + Approver… ใครกำลังตรวจสอบ AI?หลัก Segregation of Duties (SoD) ที่เราใช้ในระบบ Finance ...
17/08/2026

ถ้า AI เป็นทั้ง Maker + Checker + Approver… ใครกำลังตรวจสอบ AI?

หลัก Segregation of Duties (SoD) ที่เราใช้ในระบบ Finance มีเป้าหมายชัดเจน คือไม่ให้คนหรือผู้ใช้งานรายเดียวมีอำนาจควบคุมธุรกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่เมื่อ AI Agent สามารถเชื่อมต่อหลายระบบ สร้างรายการ ตรวจสอบข้อมูล และดำเนิน Workflow ต่อเนื่องได้ ความเสี่ยงแบบใหม่ก็เกิดขึ้น

เพราะ AI ตัวเดียวอาจกำลังทำหน้าที่ที่ในอดีตเรา “ตั้งใจแยกออกจากกัน”

สำหรับ CFO จึงควรทบทวน Control อย่างน้อย 4 เรื่อง

🔹 IDENTITY — ต้องรู้ว่า AI Agent ตัวไหนกำลังทำงาน
🔹 AUTHORITY — กำหนดให้ชัดว่า AI มีอำนาจทำอะไรได้บ้าง
🔹 HUMAN OVERSIGHT — ธุรกรรมสำคัญต้องมีคนตรวจสอบหรืออนุมัติ
🔹 AUDIT TRAIL — ทุก Action ต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

อย่าปล่อยให้ AI กลายเป็นทั้ง Maker, Checker และ Approver ในระบบเดียวกัน

การนำ AI มาใช้ใน Finance จึงไม่ใช่เพียงการทำ Workflow ให้เร็วขึ้น แต่ต้องออกแบบ Control Architecture ให้ทันกับอำนาจที่เรามอบให้ AI ด้วย

📌 คำถามสำหรับ CFO:
วันนี้คุณตอบได้หรือยังว่า AI ในองค์กรมีสิทธิ์ “เห็นอะไร — ทำอะไร — และอนุมัติอะไร” ได้บ้าง?

หากยังตอบไม่ได้ชัดเจน นี่อาจเป็น Control Gap ที่ควรทบทวนก่อน Scale AI ไปยัง Finance Process ที่สำคัญ

ทีม CNR Audit & Advisory พร้อมช่วยองค์กรทบทวน AI Workflow, Access Control, Segregation of Duties และ AI Governance เพื่อให้ AI เพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยไม่ลดทอนความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบควบคุม

📩 ก่อนให้อำนาจ AI มากขึ้น ลองเริ่มจากการตรวจสอบก่อนว่า Control ขององค์กรพร้อมแค่ไหน

ที่อยู่

Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626355144

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CNR Groupผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CNR Group:

ทางลัด

แชร์