07/11/2025
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ในราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 142 ตอนที่ 74 ก หน้า 41) ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญเพื่อขยายความคุ้มครองและเพิ่มสวัสดิการให้กับลูกจ้างในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มสิทธิให้แก่ลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ และการขยายสิทธิการลาเพื่อดูแลครอบครัวและบุตร ดังนี้
1. การขยายความคุ้มครองสู่ "ลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ" (มาตรา 4/1)
พระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ได้เพิ่ม มาตรา 4/1 เพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคคลธรรมดาที่ถูกจ้างโดยหน่วยงานภาครัฐในลักษณะจ้างเหมาบริการ หรือลักษณะเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขว่าหน่วยงานนั้นต้องเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการทำงาน และจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น
- สิทธิที่ได้รับ: บุคคลเหล่านี้จะได้รับสิทธิเกี่ยวกับ ค่าตอบแทนการทำงาน, วันหยุดประจำสัปดาห์, วันหยุดตามประเพณี, วันหยุดพักผ่อนประจำปี, วันลาป่วย, วันลาคลอด, และวันและเวลาทำงาน เวลาพัก ไม่น้อยกว่า ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
- การดำเนินการ: หน่วยงานผู้ว่าจ้างต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- เขตอำนาจศาล: คดีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่เหล่านี้จะอยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปิดช่องว่างทางกฎหมาย และยกระดับสถานะให้ลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐได้รับสวัสดิการที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น
2. สิทธิการลาและค่าจ้างเพื่อดูแลบุตรและครอบครัว (มาตรา 41, 41/1, 59, 59/1, 59/2)
กฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มและแก้ไขสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการลาเพื่อคลอดบุตรและการดูแลบุตร ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและสนับสนุนสถาบันครอบครัว ได้แก่
(1) สิทธิลาเพื่อคลอดบุตร (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง)
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ไม่เกิน 120 วัน (หรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา) (ขยายจากเดิม 98 วัน)
(2) สิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร (มาตรา 59)
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตรตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน (หรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา)
(3) สิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (มาตรา 41 วรรคสี่)
ลูกจ้างหญิงที่ใช้สิทธิลาคลอดแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน หากบุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์
(4) สิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (มาตรา 59/1)
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาตามมาตรา 41 วรรคสี่ ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง สำหรับวันที่ลา
(5) สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร (มาตรา 41/1)
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ ไม่เกิน 15 วัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร
(6) สิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสฯ (มาตรา 59/2)
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรตามมาตรา 41/1 ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 15 วัน
3. การรายงานสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (มาตรา 115/1)
กฎหมายฉบับนี้ยังได้แก้ไข มาตรา 115/1 เกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11)
- เงื่อนไข: นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
- กำหนดเวลา: ภายในเดือนมกราคมของทุกปี
ผลบังคับใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด สามสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568)
#พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน #กฎหมายแรงงาน #องค์ความรู้กฎหมายแรงงาน #สิทธิแรงงาน #สิทธิและหน้าที่นายจ้าง #สิทธิและหน้าที่ลูกจ้าง #กฎหมายเพื่อการทำงาน #คำแนะนำกฎหมายแรงงาน #รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ