ลอว์สยาม ดอทคอม

ลอว์สยาม ดอทคอม เจาะหลัก เน้น สกัด ฎีกา5ดาว เก็ง สรุป เตรียมสอบทนาย เนติ อัยการ ผู้พิพากษา
(https://www.lawsiam.com)

แนะนำ page กฎหมาย (ทนายความ พร้อมเคียงข้างคุณ)
https://www.lawsiam.com/?name=attorney
แชร์ฎีกา หลักกฎหมาย เตรียมสอบเนติ อัยการ ผู้พิพากษา
เวิร์คไป สอบไป มั่นใจว่าต้องสอบได้100%

25/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๔๕/๒๕๔๙ โจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยานและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๐ วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา ๒๐๒ กรณีเช่นนี้ แม้มาตรา ๒๐๓ มิได้บัญญัติห้ามมิให้โจทก์มีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่การที่โจทก์จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ จะต้องมีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวเป็นสำคัญ เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ จำหน่ายคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว จึงไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะ ขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ สิทธิของโจทก์มีอยู่ทางเดียวคือต้องฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ มาตรา ๒๐๓ เท่านั้น

การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีจึงมีผลทำให้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลอุทธรณ์ แม้โจทก์จะมีสิทธิเสนอคำฟ้องต่อศาลให...
25/04/2026

การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีจึงมีผลทำให้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลอุทธรณ์ แม้โจทก์จะมีสิทธิเสนอคำฟ้องต่อศาลใหม่ได้ตามมาตรา ๒๐๓ แต่ฟ้องโจทก์คดีใหม่ก็เป็นฟ้องที่ต้องห้ามในเรื่องฟ้องซ้อนตามมาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๕๐/๒๕๓๘ โจทก์เคยฟ้องจำเลยให้ชําระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าทนายความเรื่องเดียวกับคดีนี้มาก่อน แต่โจทก์ขาดนัดพิจารณาและศาลสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลดังกล่าวจำเลยยังอาจอุทธรณ์คำสั่งได้ และจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๐๑ ประกอบด้วยมาตรา ๑๔๗ วรรคสอง แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ก่อนจำเลยยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้อง เรื่องเดียวกันต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ (๑) ฟ้องโจทก์ คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อน

คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑๓๖/๒๕๕๘ คำฟ้องของโจทก์ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นการบังคับจำเลยในทุนทรัพย์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มิใช่ราคา ๖๐๐,๐๐๐ บาท...
23/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑๓๖/๒๕๕๘ คำฟ้องของโจทก์ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นการบังคับจำเลยในทุนทรัพย์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มิใช่ราคา ๖๐๐,๐๐๐ บาท การคำนวณทุนทรัพย์ของคดีจะต้องคำนวณตามราคาที่ดินที่โจทก์อ้างว่าเป็นราคาที่ตกลงจะซื้อขายกับจำเลย จำเลยไม่เคยโต้เถียงในเรื่องนี้มาก่อนและจำเลยได้ร่วมดำเนินคดีมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น เท่ากับจำเลยยอมรับว่าคดีมีทุนทรัพย์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๗

ค่าธรรมเนียมศาลซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์รวมอยู่ในคำเรียกร้อง เช่น ค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยจะต้องชดใช้แทนโจทก์จะนำมารวมคำนวณเป็นท...
23/04/2026

ค่าธรรมเนียมศาลซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์รวมอยู่ในคำเรียกร้อง เช่น ค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยจะต้องชดใช้แทนโจทก์จะนำมารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์ด้วยไม่ได้ เช่น โจทก์ฟ้องให้จำเลยชําระเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท และมีคำขอให้จำเลยชําระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในอัตราอย่างสูงแทนโจทก์ด้วย ซึ่งโดยหลักแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๖๑ บัญญัติให้ความรับผิดชั้นที่สุดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดี โจทก์ฟ้อง ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นคดีมโนสาเร่ ต้องเสียค่าขึ้นศาล ๑,๐๐๐ บาท และก็ยังมีค่านำหมาย ค่าป่วยการพยาน ค่าอ้างเอกสาร รวมถึงค่าทนายความ ที่ศาลจะกำหนดให้ด้วย แต่ค่าฤชาธรรมเนียมเหล่านี้ จำเลยจะต้องรับผิดต่อเมื่อศาล มีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ในวันฟ้องจำเลยยังไม่ต้องรับผิดชําระค่าฤชาธรรมเนียมเหล่านี้ กฎหมายมิให้นำค่าฤชาธรรมเนียมเหล่านี้มาคิดคำนวณเป็นทุนทรัพย์

17/07/2025

สรุป เจาะประเด็นฎีกา* หุ้นส่วน-บริษัท อ.สุรศักดิ์ฯ คำบรรยายเนติฯ ที่น่าสนใจ ครั้งที่2 สมัยที่ 78
https://www.lawsiam.com/?name=download&file=filedetail&max=6316
แบ่งปันข้อมูลทบทวนเตรียมสอบ เข้าระบบ+กดดาวน์โหลด .pdf ได้ทุกท่าน ตามลิงค์....

11/07/2025

คำถาม โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จะถือว่าเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือไม่?
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๔๗๖/๒๕๕๔ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยปลูกสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยละเมิด จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ชายตลิ่งอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ แม้โจทก์จะกล่าวอ้างเรียกค่าเสียหายว่าหากนำที่ดินพิพาทให้บุคคลทั่วไปเช่าจะให้เช่าได้ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยให้การต่อสู้ ว่าค่าเช่าที่ดินพิพาทไม่เกินเดือนละ ๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษากำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เพียงเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จึงถือได้ว่าที่ดินพิพาทอาจใช้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว โดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง

10/07/2025

คำถาม ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดี ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องสอด แต่ผู้ร้องสอดได้ยื่นอุทธรณ์ หากผู้ร้องสอดนำคดีเรื่องเดียวกันมายื่นฟ้องอีกจะเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่?
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๙๓๘/๒๕๕๕ (เน้น**) คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยทั้งลี่ร่วมกันก่อสร้างอาคารศาลาพักศพรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ตารางวา ขอให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาชี้ขาดคดี โดยจำเลยทั้งลี่ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดที่ ๑ และผู้ร้องสอดที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ แต่เป็นที่ป่าช้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณประโยชน์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ ห้ามโจทก์เกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาล ชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องสอดทั้งสอง ผู้ร้องสอดทั้งสองอุทธรณ์ ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ภาค ๔ ผู้ร้องสอดที่ ๒ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ คดีนี้เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีแพ่ง ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินสาธารณประโยชน์อีก ซึ่งจะเห็นได้ว่า คดีนี้ที่ผู้ร้องสอดทั้งสองร้องสอดเข้ามา และคดีที่ผู้ร้องสอดที่ ๒ เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยในคดีแพ่งดังกล่าวนั้นมีประเด็นพิพาทเป็นอย่างเดียวกันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ จึงเป็นคดีเรื่องเดียวกัน และการที่ผู้ร้องสอดที่ ๒ ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ตามมาตรา ๕๗ (๑) ถือได้ว่า ผู้ร้องสอดที่ ๒ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์เป็นจำเลยแล้ว แม้ ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้อง แต่ผู้ร้องสอดที่ ๒ ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีของผู้ร้องสอดที่ ๒ จึงยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณา การที่ผู้ร้องสอดที่ ๒ นำคดีเรื่องเดียวกันนี้มา ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งของศาลชั้นต้นอีกจึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคดีดังกล่าวของผู้ร้องสอดที่ ๒ ไว้พิจารณา จึงเป็นการไม่ชอบและย่อมส่งผลพลอยทำให้กระบวนพิจารณาที่ได้ดำเนินการต่อมาในภายหลัง จนกระทั่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นคดีแพ่งและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืนตามให้ยกฟ้องของผู้ร้องสอดที่ ๒ และคดีถึงที่สุดไปแล้วนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย เสมือนหนึ่งไม่เคยมีการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดี ดังกล่าวมาก่อนเลย ดังนั้น การดำเนินคดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวของผู้ร้องสอดที่ ๒ อันจักต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๔๘ แต่อย่างใด

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลอว์สยาม ดอทคอมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ลอว์สยาม ดอทคอม:

แชร์