เต้าเต๋อซิ่นซี

เต้าเต๋อซิ่นซี ฝึกฝนสุขภาพกายและจิตให้แข็งแรง ด้วยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี
-- มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล

ท่านอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ได้ริเริ่มเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี โดยนำหลักปรัชญาจาก คัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" ผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่ อาทิ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์สังคม วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์การคิดและสมองวิทยา ฯลฯ กลั่นกรองเป็นเทคนิคที่มีความ โดดเด่น เรียบง่าย กะทัดรัด สะดวกเรียนรู้ง่าย มีประสิทธิผลเด่นชัดและรวดเร็ว สามารถใช้ได้รอบด้าน ช่วยให้ตนฝึกปฏิบัติเพื่อ ยกระดับจิต ใช้

ในการปกครองบ้านเมือง ทั้งยังเป็นวิถีธรรมชาติที่ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขสันต์ กิจการงานเจริญรุ่งเรือง มีสิริมงคลสมความปรารถนา

เทคนิคนี้สามารถ พัฒนาสุขภาพกายและจิตแบบองค์รวมตามธรรมชาติด้วยตนเองและผู้อื่น โดยอาศัยรูปแบบการผสานระหว่างทฤษฎีกับความเป็นจริงเข้าด้วยกัน เป็นเทคนิคที่ล้ำยุคแต่เรียบง่าย เหมาะกับคนในยุคปัจจุบัน เนื่องจาก ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย ทำได้ด้วยตนเองใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น รำมวย กายบริหาร เต้นรำ ร้องเพลง สมาธิ ฯลฯ

17/05/2026

ep8.ผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมคอร์สขับขานเสียงบุญ
คุณวิภา เวสาการพานิช
11-17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ณ ศูยน์อบรมเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

17/05/2026

อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง
เผยแพร่วันที่ 17 พฤษภาคม 2569

🌹เมื่อครอบครัวกลมเกลียว ทุกสิ่งย่อมเจริญรุ่งเรือง
“เมื่อเครือญาติไม่ปรองดอง จึงเน้นเมตตากตัญญู” ประโยคนี้เตือนเราว่า การฝึกตนต้องเริ่มต้นจากครอบครัว ภายในครอบครัว ให้เคารพผู้ใหญ่เมตตาผู้น้อย นี่คือสภาวะของ “ความเป็นอริยบุคคลที่ภายใน” จากนั้นจึงขยายไปสู่สังคม ปฏิบัติต่อคนด้วยความกลมเกลียว และปฏิบัติการงานด้วยความจริงใจ นี่คือสภาวะของ “ความเป็นราชาที่ภายนอก”

ข้อ 1. การยอมถอยคือความสูงส่ง ความใจกว้างคือความผาสุก
บทที่ 7 กล่าวว่า “เพราะไม่เห็นแก่ตัวมิใช่หรือ จึงสัมฤทธิ์ผล” มีเพียงการทำเพื่อผู้อื่นด้วยใจจริงเท่านั้น ที่แท้จริงคือการทำเพื่อตนเอง “ผู้อื่น” ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา เปรียบเสมือน
“ตัวฉัน” คือจิตเทพและ “ผู้อื่น”เปรียบเสมือนส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเรามีจิตใจที่คิดถึงผู้อื่นอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องแย่งชิง ผลประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นเองโดยมิต้องร้องขอ เพราะทุกสิ่งที่เราทำเพื่อผู้อื่น แท้จริงแล้วคือการทำให้ตัวเราเอง ดังนั้น ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การยอมถอยคือสิ่งสูงส่ง ความใจกว้างคือความผาสุก

ข้อ 2 . ความรักเมตตาต้องมีขอบเขต คำพูดและการกระทำต้องมีความพอดี
บทที่ 72 กล่าวว่า “อย่ากดขี่การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อย่าบีบคั้นปากท้องของประชาชน” ต่อคนในครอบครัว ควรปกป้องดูแลด้วยความกตัญญู แต่ไม่ควรแบกรับชีวิตของเขา ควรชี้แนะ แต่ไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์แทนเขา อย่าสูญเสียความเป็นตัวของตนเองในความสัมพันธ์ ลดความยึดติดที่สักแต่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ปล่อยวางความอยากที่จะไปสยบผู้อื่น เลิกนิสัยพร่ำบ่น และรับพลังอันไร้ขีดจำกัดจากฟ้าดิน แทนที่จะเผาผลาญพลังของคนในครอบครัวจนหมด จากนั้นรวบรวมพลังชีวิตทั้งหมดเพื่อไปทำเพียงอย่างเดียว คือพัฒนาคุณธรรมล้ำลึกของตน นั่นคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นได้เติบโต ลดการกดดันเพื่อให้ผู้อื่นก้าวหน้า

คนที่ใกล้ชิดที่สุด คือ “ผู้ทดสอบ” คุณธรรมของเราได้ดีที่สุด บทที่ 41 กล่าวว่า “เต้าแฝงเร้นตนด้วยไร้ชื่อ มีเพียงเต้าเท่านั้น ที่ชำนาญการให้และส่งเสริมเกื้อกูลสู่ผลสำเร็จ” เต้ายิ่งใหญ่ เงียบงันและไร้นาม แต่สันทัดในการเกื้อหนุนและการให้ และสันทัดในการช่วยให้ผู้คนเติบโตและพบเจอแสงสว่างในชีวิตอีกด้วย การเรียนรู้เต้าคือการเรียนรู้ในการนำไปปฏิบัติ หมายความว่าเมื่อเราจุดประกายดวงประทีปแห่ง “ความเมตตากตัญญู” ความอบอุ่นจะพรั่งพรูออกมา สายตาเปี่ยมด้วยประกายแวววาว และครอบครัวเจริญรุ่งเรือง

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
🌹🌹🌹

16/05/2026

ep7.ผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมคอร์สขับขานเสียงบุญ
คุณเทเรซา เสรีธรณกุล
11-17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ณ ศูยน์อบรมเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

16/05/2026

อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง
เผยแพร่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569

🌹 แสงที่สาดส่องออกมาจากใจ แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถ
ขจัดความมืดได้

ชีวิตของคนเรา ต่อให้มีชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติมากมายก่ายกองสักเพียงใด แต่สิ่งที่ทำให้มีความสุขจริงคือครอบครัวที่กลมเกลียว เพราะครอบครัวคือรากฐาน เมื่อครอบครัวสงบสุข ทุกอย่างก็จะเจริญรุ่งเรืองเอง

ประโยค “เมื่อเครือญาติไม่ปรองดอง จึงเน้นเมตตากตัญญู” ได้สะท้อนให้เห็นว่าจิตใจของผู้คนกำลังป่วย ระดับศีลธรรมของสังคมกำลังถดถอย จึงต้องใช้ “ความเมตตากตัญญู” เป็นยารักษาอาการ หมอถึงแม้จะรักษาโรคได้ แต่ยากจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ดังนั้น แม้ “ความเมตตากตัญญู” จะเป็นเหมือนยาขนานเอกที่นักปราชญ์เมธีมอบให้ การ “ใช้ยา” จะไม่ได้ผลเพียงแค่เอ่ยปาก แต่ต้องปลูกฝังเมล็ดพันธ์แห่ง “ความเมตตากตัญญู” ลงในใจ เพื่อให้เต้าค่อยๆ หยั่งราก และให้ความรักผลิบานจากภายในจึงจะเห็นผลจริง
มีเพียงการเปลี่ยนแปลงจากภายในเท่านั้น ที่จะทำให้ชีวิตลอกคราบ เปลี่ยนไปอย่างแท้จริง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การที่ “เครือญาติไม่ปรองดอง” ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากไม่มีความยากลำบาก คนเราก็จะไม่ตื่นรู้ หากไม่มีความล้มเหลว ผู้คนก็จะไม่เติบโต แท้จริง ความทุกข์เป็น “ครูที่ดี” เสมอ เพราะความทุกข์จะบีบคั้นเราให้ไปตามหาสาเหตุของความไม่สมดุล แล้วปรับความคิดให้กลับสู่ระบบระเบียบอีกครั้ง ความรักเดิมทีเป็นของเราอยู่แล้ว แต่เมื่อเคยสูญเสียไปแล้วและได้กลับคืนมาอีกครั้ง เราจะยิ่งเห็นคุณค่าของความรักมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้น ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง “เมื่อเครือญาติไม่ปรองดอง จึงเน้นเมตตากตัญญู” ประโยคนี้ต้องการที่จะเตือนเราว่า หากเราเปรียบเสมือนน้ำหนึ่งหยดที่ไหลไปตามยถากรรมท่ามกลางมหาสมุทร หรือเป็นเหมือนเม็ดทรายที่พริ้วไปมาบนภูเขา มหาสมุทรก็ไม่จำเป็นต้องมีน้ำหยดนี้ และภูเขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงทรายเม็ดนี้ ทว่าแต่ละครอบครัวต้องการผู้ที่มีเต้า นั่นคือคนที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ สำนึกบุญคุณอยู่เสมอ เคารพยำเกรงอยู่เสมอ ยึดมั่นในคุณธรรมอยู่เสมอ และชำระล้างอยู่เสมอ เพราะผู้มีเต้าคือแสงสว่างในบ้านของเรา เขาจะจุดประกายตนเอง ทำให้ครอบครัวอบอุ่น เมื่อทุกคนมุ่งสู่แสงสว่างนั้น ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง

ดังนั้น “ความเมตตากตัญญู” คือคุณสมบัติขั้นเทพ แสงที่สาดส่องจากใจแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถขจัดความมืดได้

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
🌹🌹🌹

15/05/2026

ep6.ผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมคอร์สขับขานเสียงบุญ
คุณสุรีย์ นาวีเรืองรัตน์
11-17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ณ ศูยน์อบรมเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

15/05/2026

อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง
เผยแพร่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569

🌹ส่องแสงแห่งความเมตตากตัญญู ครอบครัวจึงสงบสุข ทุกสิ่งย่อม
เจริญงอกงาม

อย่าใช้ชีวิตเหมือนเกาะโดดเดี่ยว จงเชื่อมโยงกับผู้คนให้เป็นผืนแผ่น
ดินเดียวกัน

เนื้อหา “เมื่อเครือญาติไม่ปรองดอง จึงเน้นเมตตากตัญญู”
“ความเมตตา” หมายถึงการเอ็นดูเด็กและผู้อ่อนวัย “ความกตัญญู” หมายถึงการดูแล
รับใช้พ่อแม่

ประโยคนี้หมายความว่า เมื่อเต้ายิ่งใหญ่ยังดำรงอยู่บนโลกนี้ แต่ละคนจะดูแลผู้สูงวัยของตน และขยายความห่วงใยนั้นไปถึงผู้สูงวัยของผู้อื่น อีกทั้งเอ็นดูเด็กของตนและของผู้อื่นด้วย โลกจึงเป็นดั่งครอบครัวเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรณรงค์เรื่องความเมตตากตัญญู แต่เมื่อสังคมเสื่อมถอย จิตใจผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป ยังไม่ต้องพูดถึงการดูแลผู้ใหญ่หรือเด็ก แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังอยู่ร่วมกันอย่างสงบไม่ได้ จึงต้องเรียกหาความ “เมตตากตัญญู”เพื่อเยียวยาโลกใบนี้ นี่คือความหมายของประโยคที่ว่า “เมื่อเครือญาติไม่ปรองดอง จึงเน้นเมตตากตัญญู”

เครือญาติหมายถึง พ่อกับลูกชาย สามีกับภรรยา และพี่ชายกับน้องชาย คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุด แล้วทำไมจึงไม่ลงรอยกัน เหตุเพราะลืมไปว่าเราถือกำเนิดมาจากรากเหง้าเดียวกัน มีที่มาเดียวกัน หากลืมไปว่าเราได้ผูกชะตากรรมไว้ด้วยกัน มนุษย์ก็จะช่วยกันน้อยลงแต่แย่งชิงกันมากขึ้น เมื่อจิตไม่ตั้งตรง เต็มไปด้วยความเสแสร้งและการหยั่งคำนวณ คนใกล้ชิดจะเริ่มห่างเหินกัน หากเต็มไปด้วยความแข็งกระด้าง อิจฉาริษยา และพร่ำบ่นตัดพ้อ ครอบครัวก็จะไม่ปรองดอง

ชีวิตจะเติบโตได้ต้องผ่านความสัมพันธ์ และความกลมเกลียวคือสารอาหารที่ล้ำค่าที่สุดคำว่า “ความกลมกลียว” หมายถึงอยู่ร่วมกันได้แม้จะแตกต่างกัน การดำรงอยู่ร่วมกัน การสั่นสะเทือนในคลื่นความถี่เดียวกัน และจิตสื่อจิตในจังหวะเดียวกัน ไม่ว่าจะเล็กในระดับครอบครัว หรือใหญ่ในระดับประเทศและโลก ก็เป็นเหมือนวงดนตรี แต่ละชีวิตคือเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขอเพียงให้เคล้าประสานกัน เมื่อทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนได้ดี เสียงดนตรีอันไพเราะก็จะก้องกังวานทั่วท้องนภา

“เครือญาติ” คือสนามฝึกฝนสถานที่แรกของชีวิต และยังเป็นบททดสอบของความกลมเกลียวท่ามกลางความสัมพันธ์อีกด้วย ผู้ใดก็ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเกาะที่โดดเดี่ยวเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทร ดินทุกก้อนต้องเชื่อมต่อกัน จึงจะกลายเป็นผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่และดำรงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
🌹🌹🌹

14/05/2026

ep5.ผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมคอร์สขับขานเสียงบุญ
คุณนวลศรี รุ่งวิถี
11-17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ณ ศูยน์อบรมเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

14/05/2026

อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง
เผยแพร่วันที่ 14 พฤษภาคม 2569

🌹การฝึกฝนทั้งหมด ล้วนเริ่มจากใจ

เนื้อหาของตอนที่ 1 นี้มีเพียงสองประโยค “เมื่อเต้าเสื่อมโทรมลง เมตตายุติธรรมจึงเกิดขึ้น เมื่อความฉลาดหลักแหลมเกิดขึ้น สิ่งจอมปลอมจึงตามมา” ความหมายที่ลึกลงไปอีกชั้น คือ เต้ายิ่งใหญ่ไร้ชื่อไร้รูปลักษณ์ ฉะนั้น การรู้แจ้งเต้าย่อมจะต้องละทิ้งการยึดติดในชื่อและรูปลักษณ์ เรื่องนี้สามารถฝึกได้จากสี่ด้านด้วยกัน ดังนี้

ด้านที่ 1 การทำเพื่อผู้อื่น
บทที่ 34 กล่าวว่า “ให้กำเนิดสรรพสิ่ง แต่ไม่เคยกล่าวอ้างอันใด เมื่อสัมฤทธิ์ผล แต่ไม่ถือครองผลงาน” การทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง คือการปล่อยวาง เหมือนเต้ายิ่งใหญ่ที่คอยค้ำจุนแต่ไม่ยึดติด และไม่หวังผลตอบแทน

ด้านที่ 2 การรักษาวินัย
บทที่ 53 กล่าวว่า “หากข้ารู้กฎเกณฑ์สักหน่อย จะเลือกเดินทางสายใหญ่ กลัวที่สุดคือเดินทางผิด” การรักษาวินัยที่แท้จริง คือการระมัดระวังคำพูดและการกระทำ ไม่หลอกลวงตนเอง คือการยึดมั่นในความถูกต้อง ไม่ลำเอียง การรักษาวินัยต้องเข้มงวด สิ่งใดที่ทำร้ายกายหรือเสื่อมเสียคุณธรรม เราต้องกำจัดออกไป

ด้านที่ 3 ความสงบนิ่ง
บทที่ 16 กล่าวว่า “เข้าถึงสุดขั้วแห่งว่างเปล่า รักษาความสงบนิ่งไว้” ความสงบมั่นคงไม่ได้หาได้จากภายนอก แต่ต้องตามหาจากภายใน สามารถบ่มเพาะปัญญาท่ามกลางความสงบนิ่ง และรักษาความสงบนิ่งท่ามกลางการเคลื่อนไหว แม้อยู่ท่ามกลางพายุห่าฝน ใจก็ยังสงบเหมือนน้ำนิ่ง นั่นคือความสงบนิ่งแท้จริง

ด้านที่ 4 ความมานะพยายาม
บทที่ 41 กล่าวว่า “ผู้มีระดับสูง เมื่อรับฟังเต้า จะมานะปฏิบัติตาม” การฝึกฝนเหมือนใช้เชือกเลื่อยไม้ ดุจหยดน้ำเซาะหิน ต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงเห็นผล ช่วงที่ลำบากที่สุดคือช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าที่สุด แต่ช่วงนั้นแหละจึงเป็นช่วงเติบโตของการฝึกฝน ดังนั้น ความเพียรพยายามจึงต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผู้เห็นคุณค่าของเวลาที่เหลือน้อย ย่อมมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

การฝึกฝนทั้งหมดเริ่มจากใจ สิ่งใดที่ทำให้ใจสงบบริสุทธิ์ได้ ล้วนถือเป็นการฝึกฝนทั้งนั้นบทที่ 14 กล่าวว่า “เลือนๆ รางๆอย่างต่อเนื่องซึ่งมิอาจนิยามได้ ย้อนสู่ความว่างเปล่า” เต้ายิ่งใหญ่ไร้ชื่อไร้รูป จะเข้าถึงเต้าได้ ก็จะต้องละการยึดติด เมื่อใจไม่ยึดติด รูปลักษณ์ภายนอกก็จะไม่รบกวนใจ เมื่อปล่อยวางชื่อและรูปได้ ก็จะเห็นปัญญาแท้จริง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
🌹🌹🌹

13/05/2026

ep4.ผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมคอร์สขับขานเสียงบุญ
คุณทิพยนิภา สมะลาภา
11-17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ณ ศูยน์อบรมเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

13/05/2026

อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง
เผยแพร่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569

🌹ความสงบปลอดภัยไม่ได้อยู่ที่ความรุ่งเรืองภายนอก แต่อยู่ที่การเติบโตของปัญญาภายใน

ประโยค “เมื่อความฉลาดหลักแหลมเกิดขึ้น สิ่งจอมปลอมจึงตามมา” ความฉลาดหลักแหลมมิได้อยู่ที่ความรู้ท่วมหัว แต่คือการทำให้ใจตั้งมั่น ความฉลาดหลักแหลมอันแท้จริงแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก ปัญญาแห่งความเข้าใจด้วยเหตุด้วยผล
บทที่ 20 กล่าวว่า “ความรู้อันล้ำเลิศ ทำให้จิตใจไร้กังวล” มาตรฐานของความรู้อันล้ำเลิศคือ ทำให้ผู้คนไร้ความกังวลได้หรือไม่ ความรู้อันล้ำเลิศในเต้าคือการหันมามองที่จิตภายใน คือหลังจากเข้าใจหลักการด้วยเหตุผลแล้ว ก็สามารถแยกแยะความคิดผิดถูก รับรู้อารมณ์ความรู้สึก และสังเกตเห็นกิเลสของตน เมื่อรู้ว่าหลังจากถูกปลุกตื่น มนุษย์ก็จะไม่ตกอยู่ในกับดักอีกต่อไปเพราะเรายังมีการตื่นรู้อยู่เสมอ จึงถูกดึงออกมานอกเหนือเหตุการณ์

ขั้นที่ 2 ปัญญาในการแยกแยะ
บทที่ 1 กล่าวว่า “เมื่อดำรงอยู่ในสภาวะไม่มีตลอดกาล จึงสังเกตเห็นความลี้ลับของเต้าได้ เมื่อดำรงอยู่ในสภาวะมีตลอดกาล ย่อมแลเห็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดได้” เมื่อเข้าใจหลักการ ก็ย่อมแยกแยะจริงเท็จ มองเห็นแก่นแท้ และมองได้ไกล ปมในใจก็จะคลี่คลายไปทีละน้อยๆ แสงภายในก็จะค่อยๆ เปล่งประกาย เมื่อมองเรื่องต่างๆ ก็จะเห็นร่องรอยของที่มาและที่ไป เมื่อฟังคำพูดมากมาย ก็จะเข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง

ขั้นที่3 ปัญญาแห่งการลงมือปฏิบัติ
บทที่ 33 กล่าวว่า “ผู้เอาชนะผู้อื่น จึงมีกำลัง ผู้ชนะตนเอง จึงเข้มแข็ง” การรู้ทั้งหมด ไม่เท่าการลงมือทำจริง โลกใบนี้ไม่ขาดแคลนคนฉลาดปราดเปรื่อง แต่คนที่ยอมทุ่มเทฝึกฝนอย่างจริงจังกลับมีน้อยมาก ดังนั้น ผู้สำเร็จจริงจึงมีเพียงส่วนน้อย การลงมือปฏิบัติคือการฝึกฝนความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง จนสัมฤทธิ์ผลสู่สภาวะฟ้าคนเป็นหนึ่ง นี่คือปัญญาแห่งการปฏิบัติ

ประโยค “เมื่อความฉลาดหลักแหลมเกิดขึ้น สิ่งจอมปลอมจึงตามมา” นี้เตือนให้ตระหนักรู้ว่า ความสงบใจไม่ได้อยู่ที่ความรุ่งเรืองภายนอก แต่อยู่ที่ปัญญาที่เติบโตภายใน และปัญญาไม่ได้งอกออกมาจากความคิด และไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ แต่เกิดจากการลงมือทำ มีเพียงนำเอาเต้าในจิตออกมาสู่การ “ปฏิบัติ” เท่านั้น หลักการต่างๆ ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำแบบเต้า ฉะนั้น สิ่งที่เรียนรู้จึงกลายเป็นปัญญาแท้จริง ในที่สุดชะตาชีวิตจึงเปลี่ยน

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
🌹🌹🌹

ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ ล้วนสงบเยือกเย็น และสง่างามที่สุดCr:อรุณสวัสดิ์ อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 1 สิงหาคม 2569
12/05/2026

ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ
ล้วนสงบเยือกเย็น และสง่างามที่สุด

Cr:อรุณสวัสดิ์ อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 1 สิงหาคม 2569

ที่อยู่

เลขที่ 75/60 ชั้น 17 อาคารริชมอนด์ ซ. สุขุมวิท 26
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

02-2041531

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เต้าเต๋อซิ่นซีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เต้าเต๋อซิ่นซี:

แชร์