Cross Cultural Foundation (CrCF)

เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Cross Cultural Foundation (CrCF) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม CrCF believes the laws should be fair and justly applied, and the state should serve its lawful role to protect all peoples.

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เป็นองค์กรเอกชนซึ่งไม่แสวงผลกำไร จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมในการส่งเสริม
สิทธิทางด้านวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายเพื่อกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีและจารีตปฏิบัติต่าง ๆ
หลักนิติธรรม และการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับกลุ่มประชากรที่หลากหลายซึ่งกลายเป็นกลุ่มคนชายขอบที่มักจะได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเนื่องมาจากชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา ความเชื่อ และขาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือ
ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการประสานงานร่วมกันระหว่างกลุ่มที่มีความหลากหลายเหล่านี้
สร้างให้เกิดความตระหนักถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือในทางวัฒนธรรม กับด้านเศรษฐกิจ การเมือง
ส่งเสริมให้มีการศึกษา การทำวิจัย และข้อมูลเพื่อเผยแพร่ความรู้ระหว่างกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

กรรมการ

1. สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานกรรมการ
2. สมศรี หาญอนันทสุข รองประธานกรรมการ
3. โคทม อารียา กรรมการ
4. นคร ชมพูชาติ กรรมการ
5. ยศธร ไตรยศ กรรมการ
6. จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว กรรมการ
7. ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ กรรมการและเหรัญญิก
8. เนาวรัตน์ เสือสอาด กรรมการและเลขานุการ


Cross Cultural Foundation (CrCF) believes in a future where all people in Thailand are free from discrimination, exploitation and fear. CrCF advocates for the expansion of human rights across Thailand, but especially in the Deep South and marginalised populations. The organization supports victims and families of those who have experienced torture, enforced disappearance and ill-treatment at the hands of authorities. It provides strategic litigation and legal aid; capacity building; research and advocacy.

หลังจากขับเคลื่อนการร่างกฎหมายมาเป็นเวลานาน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการ...
25/09/2026

หลังจากขับเคลื่อนการร่างกฎหมายมาเป็นเวลานาน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ) บังคับใช้ โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีการบันทึกภาพขณะจับกุมควบคุมตัวประชาชน การกำหนดให้การทรมานและการบังคับสูญหายเป็นความผิดทางอาญา และการนำเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการทรมานหรือบังคับสูญหายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ภายใต้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
🎞หนึ่งปีหลังจากนั้น สุเมธ สุวรรณเนตร ผู้กำกับสารคดีเจ้าของผลงานสารคดีสั้น “เลือนแต่ไม่ลืม” ที่ว่าด้วยผู้สูญหายหลังเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ได้เดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อติดตามหาคำตอบว่า พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ จะสามารถแก้ไขปัญหาการทรมานและการบังคับสูญหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายครั้งตั้งแต่อดีตได้หรือไม่ อย่างไร และถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นผ่านผลงานสารคดีความยาว 30 นาที ชื่อ “อันตรธาน”
📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/25/63747/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
ภาพ: METALISTO
กราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

🎞ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารโดยพลเอกสุจินดา คราประยูร เจ้าของวลี “เสียสัตย์เพื่อชาติ” นำไ...
18/09/2026

🎞ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารโดยพลเอกสุจินดา คราประยูร เจ้าของวลี “เสียสัตย์เพื่อชาติ” นำไปสู่ความไม่พอใจในหมู่ประชาชนจำนวนมากที่ต้องการให้ประเทศกลับเข้าสู่แนวทางประชาธิปไตย ส่งผลให้เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางวัยทำงาน การชุมนุมกินเวลานานหลายวัน จนกระทั่งในวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 รัฐบาลได้ใช้กำลังทหารในการสลายการชุมนุมและปราบปรามประชาชน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเท่านั้น ขณะที่กรณีของผู้สูญหายยังไม่มีการติดตามหาเพื่อให้ทราบชะตากรรม รวมทั้งยังไม่มีข้อกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของผู้สูญหาย หรือแม้กระทั่งระเบียบในการเยียวยาครอบครัวของผู้สูญหาย ส่งผลให้ครอบครัวของผู้สูญหายยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งความคลุมเครือเกี่ยวกับชะตากรรมของคนในครอบครัว ไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นปกติ เนื่องจากไม่ทราบว่าบุคคลที่พวกเขารักนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร หลายครอบครัวรู้สึกสิ้นหวัง และอีกหลายครอบครัวหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะตามหาผู้สูญหาย
📽ปี 2566 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยแพร่สารคดีความยาว 29 นาที ชื่อ “เลือนแต่ไม่ลืม” (Lost and Life Goes on) ที่บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์พฤษภา 2535 รวมทั้งปากคำของครอบครัวผู้สูญหายในเหตุการณ์ดังกล่าว

📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/18/63730/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
กราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

(พรุ่งนี้) วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น.  กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศเวียดนาม...
15/09/2026

(พรุ่งนี้) วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศเวียดนาม ที่หายตัวไปเมื่อปี 2562 จะยื่นหนังสือต่อรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาพยานหลักฐาน กรณีนายสยาม ธีรวุฒิ หายตัวไปขณะลี้ภัยการคุกคามของ คสช. ในประเทศเวียดนาม และขอเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้เสียหายทุกรายที่เกี่ยวข้องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงรัฐบาล คสช.
📌อ่านข่าว: https://crcfthailand.org/2026/09/15/63712/

📽สำหรับคนทั่วไป ช่วงเวลาปลายปีมักหมายถึงอากาศหนาวเย็นที่มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งการหยุดงาน การท่องเที่ยว และการเฉลิมฉลองกั...
10/09/2026

📽สำหรับคนทั่วไป ช่วงเวลาปลายปีมักหมายถึงอากาศหนาวเย็นที่มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งการหยุดงาน การท่องเที่ยว และการเฉลิมฉลองกับญาติมิตร แต่สำหรับก่อการ บุปผาวัฏฏ์ และครอบครัว เดือนธันวาคมอาจเป็นช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย การพลัดพราก ความตาย และสารพัดความลับดำมืดที่ครอบครัวต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฤดูหนาวเดือนธันวาคมของพวกเขาแตกต่างจากคนทั่วไปก็เพราะช่วงเวลาที่ว่านี้เป็นช่วงที่ก่อการและครอบครัวได้ทราบว่า “ชัชชาญ บุปผาวัลย์” พ่อของเขา ได้จากครอบครัวไปตลอดกาล
🎞นอกจากบทบาทความเป็นสามีและพ่อของลูกชายสองคน ชัชชาญมีอีกบทบาท คือการเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองฝ่ายเสื้อแดง ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2553 และเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมเหตุการณ์สลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม 2553 จนกระทั่งหลังจากการรัฐประหารโดย คสช. ในปี 2557 ชัชชาญตัดสินใจลี้ภัยไปยังประเทศลาว ก่อนจะหายตัวไป และถูกพบเป็นศพในแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อเดือนธันวาคม 2561
6 ปีต่อมา ครอบครัวของชัชชาญจัดกิจกรรมระลึกถึงชัชชาญ โดยเชิญชวนมิตรสหายไปรวมตัวสังสรรค์กันที่บ้านของชัชชาญ ในจังหวัดมุกดาหาร และเป็นที่มาของภาพยนตร์ขาวดำ ความยาวเกือบ 30 นาที ชื่อ “หรรษาอาลัย” (A Laughing Lament) โดยบุรภัทร จันทร์ประทัด ที่ออกจะแปลกจากเรื่องราวของครอบครัวผู้สูญหายทั่วไป เพราะในความอาลัย กลับมีความหรรษาปนอยู่ด้วย
📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/10/63691/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
กราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

📖 ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด รัฐที่ต้องการธำรงรักษาอำนาจของตนเองมักจะใช้การละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือในการป้องกันการต...
09/09/2026

📖 ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด รัฐที่ต้องการธำรงรักษาอำนาจของตนเองมักจะใช้การละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือในการป้องกันการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน ตั้งแต่การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก โดยห้ามประชาชนรวมตัวหรือชุมนุมกัน ไปจนถึงวิธีการรุนแรงอย่างอาชญากรรมโดยรัฐ ทั้งการใช้กำลังสลายการชุมนุม การจับกุมโดยพลการเพื่อนำผู้เห็นต่างทางการเมืองไปคุมขังและทรมาน หรือการบังคับสูญหาย เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวและนำไปสู่การหยุดแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐในที่สุด
แม้ทุกวันนี้โลกจะมีกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศมากมายในการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมโดยรัฐ แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอย่างการทรมาน การบังคับสูญหาย และการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ที่กระทำต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง สื่อมวลชน และกลุ่มคนชายขอบกลับยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีพัฒนาการที่ซับซ้อนและแยบยลขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลายเป็นความท้าทายสำหรับผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม การทำงานขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่ไม่เพียงแต่ต้องทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากอาชญากรรมโดยรัฐเหล่านี้ด้วย
⚖️การยุติอาชญากรรมโดยรัฐและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเหล่านี้ซ้ำรอย แม้จะดูเป็นเป้าหมายที่ใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะบรรลุได้ แต่สิ่งนี้สามารถเริ่มต้นได้ด้วยความตระหนักรู้ถึงการใช้กรอบกฎหมายภายในประเทศในทางที่ผิด เมื่อองคาพยพด้านความมั่นคงของรัฐพยายามใช้การสอดส่อง ช่องว่างทางกฎหมาย และกลไกข้ามพรมแดนในการปราบปรามผู้เห็นต่าง อำนาจเหล่านี้ต้องพึ่งพาการยินยอมของประชาชน ความไม่รู้ และความเงียบ ดังนั้น หนทางที่คนธรรมดาสามารถทำได้ คือการเปลี่ยนจากการสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ เป็นการบันทึกข้อมูล การจับตาดูการทำงานของรัฐ และบอกเล่าความจริงอย่างต่อเนื่อง ความตระหนักรู้ของสังคมจะทำให้รัฐไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ และทำให้ต้นทุนทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่รัฐต้องจ่ายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงขึ้น
อาชญากรรมโดยรัฐเกิดขึ้นและดำเนินต่อไปได้ด้วยความมืดมนและความลับ ดังนั้น การส่งเสียงบอกเล่าข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว การปกป้องพื้นที่ของประชาชน และสร้างความทรงจำร่วมของสังคมจะเปลี่ยนความตระหนักไปสู่เครื่องมือต่อต้านอำนาจรัฐอันทรงพลัง ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นว่าการละเมิดจะได้รับการบันทึกไว้ ผู้เสียหายจะถูกจดจำ และผู้กระทำความผิดจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในที่สุด
📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/09/63669/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
ภาพ: อัญมณี แก้วอะโข

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 2559/2569 ระหว่าง นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร โจทก์...
07/09/2026

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 2559/2569 ระหว่าง นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลย จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ฤทธิรงค์ซึ่งขณะนั้นเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ถูกเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ และในขณะที่สอบปากคำได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองปราจีนบุรีหลายคน ร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยใส่กุญแจมือไขว้หลัง นำถุงพลาสติกมาครอบศีรษะและรวบปากถุงที่ต้นคอเพื่อไม่ให้มีอากาศหายใจ ทำเช่นนั้นซ้ำๆ กันหลายครั้ง พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไม่ยอมรับสารภาพจะนำศพไปทิ้งบนหุบเขา ทำเป็นคดีคนหาย ทำให้ฤทธิรงค์จำใจยอมรับสารภาพ
📌อ่านข่าว : https://crcfthailand.org/2026/09/07/63663/

📽️ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 กระทรวงมหาดไทย ภายใต้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดท...
04/09/2026

📽️ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 กระทรวงมหาดไทย ภายใต้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดทั่วประเทศ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สงครามยาเสพติด” ที่มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานเพียง 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2546 โดยมุ่งเน้นการลดจำนวนผู้ค้ายาเสพติด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
มาตรการขั้นเด็ดขาดดังกล่าวนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 2,873 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน มีบุคคลอย่างน้อย 40 ราย ถูกบังคับสูญหาย โดยในรายงานระบุว่า 86% ของผู้ที่ถูกบังคับสูญหายที่ได้รับการบันทึก เป็นกลุ่มชาติพันธุ์
กลางปี 2569 ยศธร ไตรยศ ผู้กำกับสารคดีและช่างภาพจากกลุ่ม Realframe เดินทางเข้าสู่ อ. ฝาง และ อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่ พื้นที่ใกล้ชายแดนภายใต้การดูแลของกองทัพ เพื่อถ่ายทำสารคดี “Silence from the Hill” ที่บอกเล่าเรื่องราวความรุนแรง ผลกระทบ และความสูญเสียของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ที่สมาชิกในครอบครัวถูกบังคับสูญหายในช่วงสงครามยาเสพติด โดยมี “สีละ จะแฮ” นายกสมาคมลาหู่เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเสียงของผู้สูญเสียเหล่านี้สู่ความรับรู้ของคนเมือง
🎞️แม้ Silence from the Hill จะเป็นสารคดีขนาดสั้นที่เรียบง่าย ไร้การปรุงแต่งหรือเทคนิคพิเศษใดๆ และในความรู้สึกของบางคนอาจเป็นผลงานที่ไม่ได้ให้ความบันเทิงใจนัก แต่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้กลับทำหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา ด้วยคำพูดสั้นๆ แต่เรียบง่าย ภาษาถิ่นที่ไม่คุ้นหู การออกเสียงภาษาไทยที่ไม่ชัดเจนของบุคคลต้นเรื่อง ทำให้ทุกคนในเรื่องมีเลือดเนื้อที่จับต้องได้ ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้สูญเสีย โดยไม่ต้องอาศัยการตีความหรือคำอธิบายใดๆ จากผู้สร้างภาพยนตร์ แม้ประเด็นเรื่องการบังคับสูญหายจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ใครหลายคนควรมีโอกาสได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้
📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/04/63620/
เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
ภาพ: ยศธร ไตรยศ
กราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

⚖️ ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมรับฟังการเสวนา“ปฏิบัติการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ”ร่วมเปิดมุมมองและแลกเปลี...
03/09/2026

⚖️ ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมรับฟังการเสวนา
“ปฏิบัติการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ”

ร่วมเปิดมุมมองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ผ่านประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

📌 วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569
หัวข้อ “การสร้างความเป็นธรรมผ่านกระบวนการยุติธรรม”
🕘 เวลา 09.00–16.00 น.

📌 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569
หัวข้อ “ประชาชนกับการเข้าถึงสิทธิเสรีภาพ”
🕘 เวลา 09.00–12.00 น.

📍 ณ ห้องประชุมจำลอง ดาวเรือง (D-411)
วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

👥 วิทยากร
• นางสาวมาริสา ปิดสายะ
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
• นางสาวพรพิมล มุกขุนทด
มูลนิธิสานวัฒนธรรม

💬 “ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสร้างพลัง เพื่อสังคมที่เป็นธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

#วิทยาลัยการเมืองการปกครอง #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #สิทธิมนุษยชน #รัฐธรรมนูญ #กระบวนการยุติธรรม #สิทธิเสรีภาพ #การเข้าถึงสิทธิ

🔴 ในสถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ประชาชนจำนวนมากถูกจับกุม สังหาร ทรมาน และบังคับ...
03/09/2026

🔴 ในสถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ประชาชนจำนวนมากถูกจับกุม สังหาร ทรมาน และบังคับสูญหาย เช่นเดียวกับพ่อของมูอาวียะห์ เซะ ที่หายตัวไปขณะที่มูอาวียะห์อายุเพียง 3 ปี แม่ของมูอาวียะห์ต้องกลายเป็นหลักในการดูแลครอบครัวและติดตามหาพ่อทุกที่ ปัจจุบัน มูอาวียะห์เติบโตเป็นวัยรุ่น และรับหน้าที่ตามหาพ่ออย่างไม่ย่อท้อ
🔍พิณนภา พฤกษาพรรณ เล่าว่าการหายตัวไปของสามี บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านบางกลอย โดยอาจมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเกี่ยวข้อง ส่งผลให้คนในหมู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว ส่วนตัวเธอที่เดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้สามีก็ต้องการให้รัฐปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในฐานะมนุษย์เช่นเดียวกับคนในพื้นที่อื่น
🔍สีละ จะแฮ นายกสมาคมลาหู่เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ลุกขึ้นมาช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนที่ถูกละเมิดสิทธิในช่วงสงครามยาเสพติดเมื่อปี 2546 รวมถึงครอบครัวที่สมาชิกถูกบังคับสูญหาย เขาสะท้อนว่า การบังคับสูญหายส่งผลในเชิงวัฒนธรรม อย่างในกรณีการจัดพิธีรำลึกถึงบรรพบุรุษ ที่ไม่สามารถจัดพิธีได้ เนื่องจากไม่ทราบชะตากรรมของผู้สูญหายอย่างแน่ชัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในใจของครอบครัวผู้สูญหาย
เนื่องในวันผู้สูญหายสากล 31 สิงหาคม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) จัดเทศกาลภาพยนตร์ "Keep Truth Alive: เรื่องเล่าของผู้สูญหายและความจริงที่ไม่ควรตายจากความทรงจำ" ที่นอกจากจะมีกิจกรรมฉายภาพยนตร์สั้นในประเด็นการบังคับสูญหายแล้ว ยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ "จากความทรงจำของสังคมสู่ความยุติธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญหาย" ซึ่งร่วมสนทนาโดยครอบครัวของผู้สูญหาย ผู้กำกับภาพยนตร์ และตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคม
เนื้อหาของวงเสวนามุ่งเน้นที่การรักษาความจริงและความทรงจำ รวมทั้งถ่ายทอดความจริงเหล่านี้ออกสู่สังคม เพื่อให้ผู้สูญเสียได้ถูกมองเห็นและเข้าใจ ขณะเดียวกันสังคมก็จะต้องร่วมกันส่งเสียง แสดงการไม่ยอมรับการบังคับสูญหาย เพื่อให้รัฐทำหน้าที่ในการป้องปรามและยุติการบังคับสูญหายในที่สุด
📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/09/03/63628/
เรียบเรียง: แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
ภาพ: ไข่แมวชีส
กราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

(For English version, please scroll down)📌ประกาศแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)มูลนิธิผสานวัฒนธรรม...
02/09/2026

(For English version, please scroll down)
📌ประกาศแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทราบว่า นางสาวณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ โดยมีผลในวันที่ 1 กันยายน 2569
นางสาวณัฐธยาน์จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านยุทธศาสตร์องค์กรและการบริหารงานภายในองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยประสบการณ์ด้านการรณรงค์และสื่อสารในประเด็นสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการบริหารจัดการด้านการสื่อสารองค์กร นางสาวณัฐธยาน์จะใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในการขับเคลื่อนภารกิจหลักของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม อันได้แก่ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหายจากความรุนแรงโดยรัฐ การปกป้องสิทธิมนุษยชน และการยุติความรุนแรงโดยรัฐ
ภายใต้การนำของนางสาวณัฐธยาน์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจะยังคงทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหายจากการทรมาน การบังคับสูญหาย และความรุนแรงโดยรัฐในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกฎหมายอย่างเป็นระบบ และขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
💬“ในห้วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนและองค์กรภาคประชาสังคมทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ การได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เปิดโอกาสสำคัญให้ดิฉันได้เรียนรู้ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมทั้งในแง่การบริหารงานองค์กรภาคประชาสังคม ที่ไม่เพียงแต่ต้องทำงานขับเคลื่อนเพื่อสิทธิของคนในสังคมเท่านั้น แต่ยังต้องวางรากฐานที่แข็งแกร่งและพัฒนาศักยภาพของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในองค์กร ให้สามารถยืนระยะต่อสู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนด้วย” ณัฐธยาน์กล่าว
🔍ข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายสื่อสาร มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
📧Email: [email protected]
💻Website: crcfthailand.org
📌Appointment of Acting Director, Cross-Cultural Foundation (CrCF)
The Cross Cultural Foundation (CrCF) is pleased to announce the appointment of Ms. Nattaya Likitdecharoj as Acting Director, effective September 1, 2026.
​In this role, Ms. Nattaya will oversee organizational strategy and executive operations during this transitional period. Leveraging her expertise in human rights advocacy, public communication, and corporate communications management, she will drive CrCF’s core mission: securing access to justice for victims of state violence, safeguarding human rights, and ending state-sponsored violence.
​Under Ms. Nattaya’s leadership, CrCF remains steadfast in its dedication to serving victims of torture, enforced disappearance, and other forms of state violence, while actively advocating for systemic legal reform and expanding collaborative partnerships both nationally and internationally.
​💬"At a time when the world faces widespread human rights violations and civil society organizations globally navigate unprecedented challenges, serving as Acting Director of CrCF presents a profound opportunity to deepen my engagement with complex rights issues and organizational stewardship. Beyond advancing societal rights, our task is to build a robust foundation and empower our team of human rights defenders to sustain this pursuit, driving meaningful and lasting change."
— Ms. Nattaya Likitdecharoj, Acting Director, Cross Cultural Foundation
🔍For more information
📧Email: [email protected]
💻Website: crcfthailand.org

ที่อยู่

89 ซอยสิทธิชน ถนน สุทธิสารวินิจฉัย
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Cross Cultural Foundation (CrCF) โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cross Cultural Foundation (CrCF):

ทางลัด

แชร์