18/05/2019
ทุกวันนี้เราเห็นอาคารชุด คอนโดมีเนียมจำนวนมากผุดขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละวันในกรุงเทพมหานคร ทั้งโครงการที่กำลังก่อสร้างและโครงการที่เปิดตัวใหม่ ซึ่งการที่มีคอนโดมีเนียมเกิดขึ้นมากมายทั้งในเขตทำเลใจกลางเมืองไปจนถึงชานเมืองนั้น กำลังมีความเสี่ยงต่อสภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์จะแตกเข้าในสักวัน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในภาวะชะลอท่ามกลางกำลังซื้อที่ลดลง
สำนักข่าวบูลเบิร์ก รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Knight Frank บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ว่า เมื่อปีที่แล้วมีคอนโดมีเนียมใหม่กว่า 65,000 ยูนิตที่เข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2560 และถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่ความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยมีเพียง 55% เท่านั้น และราคาของคอนโดฯ มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ย 6%ต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มองว่าจะได้นำจำนวนยูนิตคอนโดฯ เหล่านี้เข้าสู่ตลาดเพื่อล้างสต๊อกห้องที่ยังไม่สามารถขายได้มาลดราคาขายที่ถูกลง
**450,000 ยูนิต ที่ยังขายไม่ออกกับจำนวนอสังหาริมทรัพย์ในตลาด**
อลิวัสสา พัฒนถาบุตร ผู้อำนวยการ CBRE Group ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมจะชะลอตัวลงในปีนี้ แต่ยังมีโอกาสในบางทำเลที่ตั้งที่สอดคล้องเหมาะสมในราคาที่สมเหตุสมผล และเราเชื่อว่าตลาดกำลังเข้าสู่ความสมดุลซึ่งราคาจะถูกปรับให้อยู่ในระดับที่สะท้อนความเป็นจริงยิ่งขึ้น”
สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่มีการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 1,597 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 492,436 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 7.7% มีมูลค่าโครงการรวม 1,977,836 ล้านบาท
ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรร 1,088 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 207,216 หน่วย จำนวนหน่วยลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 2.6% มีมูลค่าโครงการรวม 925,579 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด 509 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 285,220 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 16.8% มีมูลค่าโครงการรวม 1,052,257 ล้านบาท
ด้านนายโสภณพรโชคชัย ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของไทย กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่กรุงเทพที่ภาพอสังหาริมทรัพย์กำลังชะลอตัวเท่านั้น เพราะในปีที่ผ่านมามีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยซึ่ง (ในที่นี้รวมถึง บ้าน ทาว์โฮมส์ ตึกแถว และอื่นๆ) มีมากถึง 454,814 ยูนิตทั่วประเทศที่ยัง “ขายไม่ออก”
ทั้งนี้กระทรวงการคลังของประเทศไทยปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในเดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวช้าที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับการส่งออกที่ชะลอตัว และความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น จากความไม่แน่นอนและความขัดแย้งหลังจากการเลือกตั้ง กฎหมายการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยฉบับใหม่ที่มีผลบังคับเมื่อในเดือนเมษายน ที่มีความเข้มงวดในการขอกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 มากขึ้น
**หุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทรุด จากความเข้มงวดการปล่อยสินมากขึ้น**
เมืองหลวงของประเทศต่างๆ ในอาเซียนต่างก็กำลังได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกับนักลงทุนริมทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนที่ถือเป็นชาติที่ลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเป็นรายใหญ่ที่สุด และที่ผ่านมาภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยเติบโตได้เพราะกำลังซื้อส่วนหนึ่งจากจีน แต่ปัจจุบันกำลังซื้อของนักลงทุนชาวจีนกลับลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวและการควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศจีน
CBRE กล่าวในรายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพากำลังซื้อจากชาวต่างชาติของประเทศไทยในระดับที่สูง “ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนและ CBRE ระบุว่ายอดขายจากต่างประเทศมีผันผวนสูงต่อสภาพเศรษฐกิจในประเทศของผู้ซื้ออีกด้วย”
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายยังคงมีมุมมองที่ดีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังคงเห็น "อุปสงค์ที่แท้จริง" จากผู้ซื้อต่างประเทศแม้จะมีความท้าทายในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ Knight Frank ราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ที่ชะลอตัวนั้นอาจจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากกรุงเทพฯ มีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในการพัฒนาเมือง
โดย แฟรงค์ ข่าน ผู้บริหารของ Knight Frank ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ถามใครก็ตามที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ กี่ต่อกี่ครั้งที่พวกเขาได้ยินฟองสบู่อสังหาฯ จะแตก ผมได้ยินสิ่งนี้มากกว่า 10 ครั้ง แต่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมามันก็ยังไม่เคยระเบิด”
สำหรับยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2562 นี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 335,000 หน่วย ลดลงจากปีที่ผ่านมา 7.7% ซึ่งอยู่ที่ 363,000 หน่วย ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่ อาศัยจะลดลงถึง 15.6%
แต่ทั้งนี้บ้านมือสองที่มีอยู่ประมาณ 10,000 หน่วย ซึ่งมีราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท ในตลาดซื้อขายบ้านกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านมือสองราคาถูกกว่าบ้านใหม่ถึง 30% นอกจากนี้ผู้ซื้อมีกำลังซื้อไม่มาก ประกอบกับไม่มั่นใจว่าจะกู้ซื้อบ้านจากธนาคารได้หรือไม่ เพราะเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อจากธนาคารมีความเข้มงวด จึงทำให้คนมองหาบ้านราคาถูกมากขึ้น
อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูอย่างยิ่งสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยว่า จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด ท่ามกลางสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นต่อบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่าผู้ลงทุนรายย่อย และผู้ที่ต้องการจะขายคอนโดมีเนียม ซึ่งช่วงนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ “ยากลำบาก” ต่อการปล่อยห้องปล่อยคอนโดฯ หรือขายบ้าน เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้มัน “ล้นตลาด” เต็มที
ที่มา : https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-05-15/bangkok-s-empty-condos-create-buyer-s-market-as-foreigners-flee?utm_medium=social&utm_content=asia&utm_source=facebook&utm_campaign=socialflow-organic&fbclid=IwAR1Fo70kjmjegl6uhjgqhCannjw0cCFfKrrUjyF7TwkbDEbGLKOvx-VAoOE
https://www.reic.or.th/News/RealEstate/439965
#คอนโด #อสังหาริมทรัพย์ #เศรษฐกิจ #ต่างประเทศ
#ตามติดชีวิตนักข่าว