อสังหา กรุงเทพฯ

อสังหา กรุงเทพฯ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก อสังหา กรุงเทพฯ, บริการอสังหาริมทรัพย์, Bangkok.

18/05/2019

ทุกวันนี้เราเห็นอาคารชุด คอนโดมีเนียมจำนวนมากผุดขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละวันในกรุงเทพมหานคร ทั้งโครงการที่กำลังก่อสร้างและโครงการที่เปิดตัวใหม่ ซึ่งการที่มีคอนโดมีเนียมเกิดขึ้นมากมายทั้งในเขตทำเลใจกลางเมืองไปจนถึงชานเมืองนั้น กำลังมีความเสี่ยงต่อสภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์จะแตกเข้าในสักวัน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในภาวะชะลอท่ามกลางกำลังซื้อที่ลดลง
สำนักข่าวบูลเบิร์ก รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Knight Frank บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ว่า เมื่อปีที่แล้วมีคอนโดมีเนียมใหม่กว่า 65,000 ยูนิตที่เข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2560 และถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่ความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยมีเพียง 55% เท่านั้น และราคาของคอนโดฯ มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ย 6%ต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มองว่าจะได้นำจำนวนยูนิตคอนโดฯ เหล่านี้เข้าสู่ตลาดเพื่อล้างสต๊อกห้องที่ยังไม่สามารถขายได้มาลดราคาขายที่ถูกลง
**450,000 ยูนิต ที่ยังขายไม่ออกกับจำนวนอสังหาริมทรัพย์ในตลาด**
อลิวัสสา พัฒนถาบุตร ผู้อำนวยการ CBRE Group ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมจะชะลอตัวลงในปีนี้ แต่ยังมีโอกาสในบางทำเลที่ตั้งที่สอดคล้องเหมาะสมในราคาที่สมเหตุสมผล และเราเชื่อว่าตลาดกำลังเข้าสู่ความสมดุลซึ่งราคาจะถูกปรับให้อยู่ในระดับที่สะท้อนความเป็นจริงยิ่งขึ้น”
สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่มีการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 1,597 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 492,436 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 7.7% มีมูลค่าโครงการรวม 1,977,836 ล้านบาท
ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรร 1,088 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 207,216 หน่วย จำนวนหน่วยลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 2.6% มีมูลค่าโครงการรวม 925,579 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด 509 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 285,220 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 16.8% มีมูลค่าโครงการรวม 1,052,257 ล้านบาท
ด้านนายโสภณพรโชคชัย ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของไทย กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่กรุงเทพที่ภาพอสังหาริมทรัพย์กำลังชะลอตัวเท่านั้น เพราะในปีที่ผ่านมามีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยซึ่ง (ในที่นี้รวมถึง บ้าน ทาว์โฮมส์ ตึกแถว และอื่นๆ)​ มีมากถึง 454,814 ยูนิตทั่วประเทศที่ยัง “ขายไม่ออก”
ทั้งนี้กระทรวงการคลังของประเทศไทยปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในเดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวช้าที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับการส่งออกที่ชะลอตัว และความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น จากความไม่แน่นอนและความขัดแย้งหลังจากการเลือกตั้ง กฎหมายการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยฉบับใหม่ที่มีผลบังคับเมื่อในเดือนเมษายน ที่มีความเข้มงวดในการขอกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 มากขึ้น
**หุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทรุด จากความเข้มงวดการปล่อยสินมากขึ้น**
เมืองหลวงของประเทศต่างๆ ในอาเซียนต่างก็กำลังได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกับนักลงทุนริมทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนที่ถือเป็นชาติที่ลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเป็นรายใหญ่ที่สุด และที่ผ่านมาภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยเติบโตได้เพราะกำลังซื้อส่วนหนึ่งจากจีน แต่ปัจจุบันกำลังซื้อของนักลงทุนชาวจีนกลับลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวและการควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศจีน
CBRE กล่าวในรายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพากำลังซื้อจากชาวต่างชาติของประเทศไทยในระดับที่สูง “ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนและ CBRE ระบุว่ายอดขายจากต่างประเทศมีผันผวนสูงต่อสภาพเศรษฐกิจในประเทศของผู้ซื้ออีกด้วย”
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายยังคงมีมุมมองที่ดีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังคงเห็น "อุปสงค์ที่แท้จริง" จากผู้ซื้อต่างประเทศแม้จะมีความท้าทายในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ Knight Frank ราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ที่ชะลอตัวนั้นอาจจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากกรุงเทพฯ มีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในการพัฒนาเมือง
โดย แฟรงค์ ข่าน ผู้บริหารของ Knight Frank ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ถามใครก็ตามที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ กี่ต่อกี่ครั้งที่พวกเขาได้ยินฟองสบู่อสังหาฯ จะแตก ผมได้ยินสิ่งนี้มากกว่า 10 ครั้ง แต่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมามันก็ยังไม่เคยระเบิด”
สำหรับยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2562 นี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 335,000 หน่วย ลดลงจากปีที่ผ่านมา 7.7% ซึ่งอยู่ที่ 363,000 หน่วย ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่ อาศัยจะลดลงถึง 15.6%
แต่ทั้งนี้บ้านมือสองที่มีอยู่ประมาณ 10,000 หน่วย ซึ่งมีราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท ในตลาดซื้อขายบ้านกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านมือสองราคาถูกกว่าบ้านใหม่ถึง 30% นอกจากนี้ผู้ซื้อมีกำลังซื้อไม่มาก ประกอบกับไม่มั่นใจว่าจะกู้ซื้อบ้านจากธนาคารได้หรือไม่ เพราะเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อจากธนาคารมีความเข้มงวด จึงทำให้คนมองหาบ้านราคาถูกมากขึ้น
อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูอย่างยิ่งสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยว่า จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด ท่ามกลางสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นต่อบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่าผู้ลงทุนรายย่อย และผู้ที่ต้องการจะขายคอนโดมีเนียม ซึ่งช่วงนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ “ยากลำบาก” ต่อการปล่อยห้องปล่อยคอนโดฯ หรือขายบ้าน เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้มัน “ล้นตลาด” เต็มที
ที่มา : https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-05-15/bangkok-s-empty-condos-create-buyer-s-market-as-foreigners-flee?utm_medium=social&utm_content=asia&utm_source=facebook&utm_campaign=socialflow-organic&fbclid=IwAR1Fo70kjmjegl6uhjgqhCannjw0cCFfKrrUjyF7TwkbDEbGLKOvx-VAoOE
https://www.reic.or.th/News/RealEstate/439965

#คอนโด #อสังหาริมทรัพย์ #เศรษฐกิจ #ต่างประเทศ
#ตามติดชีวิตนักข่าว

07/10/2018

(Oct 7) เบรกเศรษฐีปั่นอสังหา - แบงก์เชียร์ธปท.มาถูกทาง คลอดกฎคุมคนรวย ตัดวงจรสร้างดีมานด์เทียม ตลาดภูธรแหล่งท่องเที่ยว พบกูรู-โบรกเกอร์-รับเงินทอนกินส่วนต่างบิ๊กล็อต ส่งไม้ต่อนายหน้าจัดหาผู้ซื้อ-ผู้เช่า หวั่นลามระบบ

สัญญาณการเติบโตอย่างร้อนแรงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มระดับราคาแพงๆ ที่มีการเปิดขายจานวนมาก หลังตลาดกลางล่างประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน และแนวโน้มราคามีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จนสร้างความกังวลให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องปรับปรุงเกณฑ์ให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ กับสินเชื่อรีไฟแนนซ์ โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2562

คุมคนรวย

จากการสอบถามความเห็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนาในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ต่างมองเป็นมาตรการที่ดี สกัดความร้อนแรงการเก็งกาไรจากอสังหา ริมทรัพย์ และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจโดย นางสาว จามรี เกษตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Retail Lending Products Management ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เบื้องต้นมองส่งผลกระทบระยะสั้น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กับผู้ซื้อจะต้องปรับตัว ในฐานะพันธมิตรของโครงการที่อยู่อาศัย ต่อไปกติกาอาจจะปรับเปลี่ยนหลังการรับฟังความคิดเห็นที่แบงก์ชาติจัดขึ้น เช่น กลุ่มอาคารชุด อาจจะถูกกระทบต้องปรับเรื่องวางเงินดาวน์ หรือบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้น ต้องพิจารณาลูกค้ากลุ่มนี้มีจานวนและค่าเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ รวมถึงลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อท็อปอัพ จะมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ เช่นสินเชื่อซื้อประกันชีวิต อนาคตลูกค้าอาจจะต้องใช้เตรียมส่วนนี้ให้พร้อม

"กฎที่จะออกมานั้นมุ่งคุมคนรวย โดยไม่เปลี่ยนกติกาบ้านหลังแรก ซึ่งเป็นลูกค้าทั่วไป แค่กาหนดสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน(LTV)รวมทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 95% ซึ่งลูกค้าอาจต้องหาเงินซื้อประกันชีวิต แต่โดยรวมยังมองกฎออกมาอย่างรอบคอบอาจกระทบระยะสั้นผู้ประกอบการและผู้ซื้อต้องปรับตัวแต่ระยะยาวเป็นเรื่องดีต่อความยั่งยืน"

ดันกำลังซื้อไตรมาส4

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ความต้องการในอนาคตจะเข้ามาในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ทั้งผู้ประกอบการเร่งสร้างและโอนในปีนี้ เพราะกฎของธปท.ไม่กระทบฐานผู้ซื้อหลัก ซึ่งสะท้อนชัดธปท.ระมัดระวังไม่ให้กระทบผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง จึงไม่แตะบ้านหลังแรก หากเทียบกับต่างประเทศกฎจะเข้มกว่าเมืองไทย

ดีมานด์เทียมตจว.

แหล่งข่าวจากธนาคารรายหนึ่งระบุว่า ปัจจุบันยังพบผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวมีการขายบิ๊กล็อตโครงการโดยให้ส่วนลดพิเศษกับผู้เหมาซื้อ ขณะที่ลูกค้ารายย่อยก็สามารถเดินเข้าไปจองซื้อในราคาตามประกาศ โดยยอมรับว่ามีเก็งกาไรในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพราะบางโครงการมีการตัดขายสินค้าให้โบรกเกอร์นาไปเสนอขายต่อโดยผู้ซื้อจะมีทั้งนักลงทุนที่หวังจะมีรายได้จากค่าเช่าโดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ อีกส่วนหนึ่งเป็นพวกสมัครเล่นที่ต้องการเงินทอนหรือเงินส่วนต่างซึ่งเจ้าของโครงการจะขายบิ๊กลอตในราคาส่วนลด 20-30%

"เมื่อธปท.ตั้งกฎให้วางดาวน์20% เงินส่วนต่าง 10% จะแบ่งระหว่างโบรกเกอร์กับผู้ซื้อ/ผู้ลงทุนก็จะแคบ เหล่านี้จะเป็นโจทย์ให้เจ้าของโครงการที่เคยทาแคมเปญลดแลกแจกแถมต้องปรับตัว โดยเฉพาะราคาที่อยู่อาศัยหลักเกิน 10 ล้านบาทหากจะเมคตัวเลขเงินดาวน์ก็ยากจะทาได้" แหล่งข่าวกล่าวและเสริมว่า

แนะคุมคู่LTV-DTI

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบีมองว่า ถ้าต้องการให้คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น ในต่างประเทศจะใช้มาตรการ Macro- Prudential ควบคู่มาตรการ LTV และ หนี้ต่อรายได้ (DTI) รวมถึงหนี้ทุกประเภทรวมกัน ไม่เฉพาะหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างเดียว เพราะจะเห็นว่าสัดส่วน DTI ของไทยเฉพาะหนี้ที่อยู่อาศัยสูงอยู่ที่ระดับ 49-50% ถือว่าค่อนข้างสูงมาก และถ้าหากรวมหนี้ประเภทอื่นคาดว่าตัวเลข DTI จะยิ่งสูงกว่าในระดับปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม กฎที่ค่อนข้างแรง เพราะให้นับรวมเงินกู้ทุกประเภทที่ใช้หลักประกันเดียวกันในการคานวณส่วนที่สถาบันการเงินปล่อยเงินกู้ได้(Top Up) และบ้านหลังที่ 2 จะต้องวางเงินดาวน์ 20% และปล่อย LTV อยู่ที่ 80% เป็นมาตรการที่ธปท.มาถูกทางแล้ว แต่ทั้งนี้ ในส่วนของบ้านหลังที่ 2 โดยปกติจะถูกควบคุมด้วย DTI อยู่แล้ว

ปัจจุบันตัวเลขสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดอยู่ที่ 2.23 ล้านล้านบาท มีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณกว่า 3% โดยในจานวนยอด สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีกลุ่มราคาบ้านเกิน 10 ล้านบาท อยู่ที่ประมาณ 1.85 แสนล้านบาท ดังนั้น เชื่อว่ากลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบมาก และคิดว่าจะไม่เห็นแนวโน้มธนาคารเร่งโอนหรือเร่งปล่อยสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปีก่อนมาตรการจะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2562

"แม้กฎที่ออกมาช่วยลดดีมานด์เทียมได้บ้าง แต่พฤติกรรม Search for Yield คงจะไม่หายไป เพราะดอกเบี้ยต่ายังไงเงินจะต้องไปหาที่ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ไม่ลงที่บ้านก็อาจไปลงสินทรัพย์ประเภทอื่น ส่วนเหตุการณ์เร่งบุ๊กสินเชื่อในช่วงปลายปีนี้คงไม่เห็นแบงก์ทา เพราะแบงก์คงไม่อยากตอบคาถามผู้ถือหุ้นว่าปีหน้าทาไมยอดสินเชื่อหด เพราะว่ามาเร่งบุ๊กปีนี้"

กระทบแบ็กล็อก

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า เป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อมุ่งสกัดหนี้เสียของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจมีผู้ได้รับผลกระทบบ้างคือผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม มองเป็นนโยบายป้องกันความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วถือว่าไม่เข้มจนเกินไป แต่เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาฯ ที่สาคัญมาตรการใหม่ดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ในต้นปี 2562 มีระยะเวลาให้ทุกฝ่ายได้ปรับตัว

"แบงก์ชาติอาจมองว่าตลาดอสังหาฯเติบโตเร็วเกินไป หากไม่มีมาตรการออกมาสกัดก็อาจจะนาไปสู่ภาวะโอเวอร์ซัพพลาย และภาวะฟองสบู่ ซึ่งมาตรการใหม่จะกระทบต่อยอดขายที่รอรับรู้รายได้หรือแบ็คล็อค อย่างไรก็ตาม ระยะเตรียมตัว 3 เดือนนี้อาจจะกระตุ้นให้คนหันมาเร่งซื้อกันมากขึ้นก็เป็นได้ เพื่อหนีเกณฑ์ใหม่"

Source: ฐานเศรษฐกิจ

โรงงานพร้อม  ไกล้เมืองทองออฟฟิศ374ตรว.ติวานนท์ปากเกร็ด34เนื้อที่374 ตารางวาโรงงานพร้อมออฟฟิศและบ้านเดี่ยว บนพื้นที่374ตร...
03/10/2018

โรงงานพร้อม ไกล้เมืองทอง
ออฟฟิศ374ตรว.ติวานนท์ปากเกร็ด34
เนื้อที่374 ตารางวา
โรงงานพร้อมออฟฟิศและบ้านเดี่ยว บนพื้นที่374ตรว. ซ.ติวานนท์-ปากเกร็ด34 (ซ. งบประมาณ20)
ถ.ติวานนท์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ติดเมืองทองธานีฝั่งถนนบอนด์สตรีท ถ.ในซอย10ล้อเข้าได้ น้ำไม่ท่วม ระบบไฟฟ้า3เฟท พื้นที่อนุญาติสร้างรง.ได้
ลักษณะธุรกิจในซอยเป็นโรงงานและบ้านพักอาศัยเป็นส่วนมาก ประตูหันหน้าไปทิศเหนือ

รายละเอียดสิ่งก่อสร้างดังนี้

1.บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (ที่พักอาศัย) พื้นที่ใช้สอย 191.73 ตรม.

ส่วนต่อเติมบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เป็นที่พัก,โรงงาน พื้นที่ใช้สอย 245.47 ตรม.

2.อาคารตึก 2 ชั้น (สำนักงาน) พื้นที่ใช้สอย 115.40 ตรม.

3.อาคารโกดัง 1 ชั้น (โกดังสินค้า) พื้นที่ใช้สอย 327.70 ตรม.

4.อาคารตึก 1 ชั้น (จอดรถ,เก็บของ) พื้นที่ใช้สอย 88.20 ตรม.

5.อาคารตึก 1 ชั้น (พักอาศัยคนงาน) พื้นที่ใช้สอย 21.56 ตรม.

6.อาคารตึก 1 ชั้น (ป้อมยาม) พื้นที่ใช้สอย 4 ตรม.

ด้านหน้าที่ดินติดถนนคอนกรีต
พื้นที่ถนนในรง. คอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับรับนน.รถบรรทุก
ประตูรีโมท กล้องวงจรปิด
พร้อมเริ่มกิจการ

ทำเล เข้าออกได้ทางถนนติวานนท์
ใกล้ห้าแยกปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด อิมแพคเมืองทองธานี ศุนย์ราชการนนทบุรี
ตลาดปากเกร็ด สะพานพระราม4 ท่าเรือด่วนเจ้าพระยา
แยกศรีสมาน ทางด่วนแจ้งวัฒนะ เซนทรัลแจ้ง บิ๊กซี เมเจอร์ รถไฟฟ้า(กำลังก่อสร้าง)รร.เซนฟรังซิสซาเวียร์ นานาชาติแฮมตัน มบ. นิชาดา รร. อัมพรไพศาล วัดชลประทาน เสนอราคา 22,000,000ล้านบาท

สนใจติดต่อ
095-830-7598
Line : fx.invest

ขายอพาร์ทเม้นท์ใหม่ทำเลดี ลาดพร้าว 71 ในราคา 42 ล้านบาทอยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา ตึกอพาร์ทเม้นท์ ซอย สังคมสงเคราะห์ ถนนล...
03/10/2018

ขายอพาร์ทเม้นท์ใหม่ทำเลดี ลาดพร้าว 71
ในราคา 42 ล้านบาท
อยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา
ตึกอพาร์ทเม้นท์ ซอย สังคมสงเคราะห์ ถนนลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230

การเดินทาง สามารถเดินทางเข้ามาได้ 2 ทาง หน้าปากซอย 71 ถึงสามแยกเลี้ยวขวาแล้วเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอย สังคมสงเคราะห์ 8 ตรงเข้าไปบ้านเลขที่ 30อยู่ขวามือ ตึกสีเทาน้ำตาล ด้านล่างเป็นลานจอดรถ
2. เข้ามาทางเลียบทางด่วนเลี้ยวซ้ายเข้าซอย ลาดพร้าว71 ตรงเข้าไป 150เมตร เลี้ยวขวาเช้าซอย สังคมสงเคราะห์ 8 ตรงเข้าไปบ้านเลขที่ 30 อยู่ขวามือ ตึกสีเทาน้ำตาล ด้านล่างเป็นลานจอดรถ

ทั้งตึกมีห้องพักทั้งหมด 36 ห้อง พท.ใช้สอย ชั้นละ 263 ตร.ม.
จำนวน 5 ชั้น รวม 1,316 ตร.ม.
เฟอร์นิเจอร์ในห้อง มีแอร์ทุกห้อง (Daikin), เครื่องทำน้ำอุ่น , ทีวีดิจิตัล LG ( 32 นิ้ว)
อุปกรณ์ ตู้ เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นวางทีวี ของ (SB )

สถานที่ใกล้อพาร์ทเม้นท์ อยู่ใกล้ Crystal Park, Central East Village,
HOMEPRO , Tesco Lotus ,ใกล้เลียบทางด่วน ,ร้านอาหารมากมาย

มีห้องพักทั้งหมด 36 ห้อง
ทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นล่าง ลานจอดรถ ชั้น 2-5 ที่พักอาศัย
มีแอร์ทุกห้อง (Daikin)
เฟอร์นิเจอร์ ตู้ เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นวางทีวี ( SB Furniture )
ทีวีดิจิตัล 32 นิ้ว ( LG )
เครื่องทำน้ำอุ่น ( stebel )

ตึกเพิ่งสร้างเสร็จ ตอนนี้รายรับ 240,000 ต่อ เดือน
สัญญาเช่าเหมาตึก 3 ปี เริ่มสัญญา 1 พย 60 - 31 ตค 63
แอร์ทุกห้อง
จอดรถได้ 12 คัน
ปัจจุบันผู้เช่าไม่ได้ใช้ลานจอดรถ เป็นคนต่างชาติ
ไม่มีลิฟท์
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคนดูแล ค่ารปภ ลูกค้าจ่ายเองหมด

ราคา 42,000,000 ล้านบาท

ปัจจุบันมีรายได้ต่อเดือน 240,000 บาท
ผู้เช่าเต็มหมดทุกห้องครับ

สนใจติดต่อ 095-830-7598
Line:fx.invest

ที่อยู่

Bangkok
10130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อสังหา กรุงเทพฯผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์