Estimoliving เว็บไซต์เช็คราคาคอนโดในกรุงเทพ พร้

29/02/2020

ทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น....จะเป็นเรื่องเล็กเพียงคุณเช็คราคาคอนโดพร้อมสมัครสินเชื่อบ้านแลกเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 5.75% ต่อปี ที่ http://estimoliving.com

25/02/2020

ทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น....จะเป็นเรื่องเล็กเพียงคุณเช็คราคาคอนโดพร้อมสมัครสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ https://estimoliving.com

25/02/2020

รู้ราคาคอนโดทันที พร้อมสินเชื่อบ้านแลกเงิน ที่ตอบโจทย์ทุกความฝัน ความจำเป็น ในชีวิตคุณ! เพียงคลิก:https://estimoliving.com

EstimoLiving ขอสวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓ ทุกท่าน ด้วยข้อมูลดีๆเกี่ยวกับทิศทางอสังหาฯปีนี้ค่ะเทรนด์อสังหาฯปีนี้จะเป็นอย่างไรบ้างม...
15/01/2020

EstimoLiving ขอสวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓ ทุกท่าน ด้วยข้อมูลดีๆเกี่ยวกับทิศทางอสังหาฯปีนี้ค่ะ

เทรนด์อสังหาฯปีนี้จะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

เทรนด์คอนโดมิเนียม 2563: ลุ้น “อสังหาฯฟื้นไข้”

“ดร.วิชัย” ระบุด้วยว่า ถามถึงคำนิยามธุรกิจอสังหาฯปี 2563 คำเดียวสั้น ๆ คือเป็นปีที่เพิ่งจะฟื้นไข้

“ปี 2563 ประเมินว่าโตสัก 5% จากปี’62 จากเดิมหลังมาตรการ LTV ออกมาเต็มที่เคยคาดการณ์ตัวเลขทั้งปีติดลบ 7-10% แต่ยอดโอนยังทำหน้าที่ได้ดีทำให้ติดลบเหลือ 2% ปี”63 จึงคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกสัก 5% มองโลกแบบคอนเซอร์เวทีฟ ไม่ได้มองเลิศหรูอะไรมาก มองอย่างเป็นจริงให้มากที่สุด”

คำถามสุดท้าย ปี 2563 สภาพัฒน์ประเมินจีดีพีต่ำกว่า 3% ทำไมธุรกิจอสังหาฯยังเติบโตได้ ?

มุมมองบวกของ REIC เทคะแนนให้กับมาตรการรัฐที่ออกมาทั้งกระตุ้นและพยุงอสังหาฯ ซึ่งเริ่มเห็นในไตรมาสสุดท้าย 2562

“จีดีพีเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งว่าภาคการใช้จ่ายหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจเติบโตหรือเปล่า ถ้าเรามองภาครัฐที่ต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตอยู่ อสังหาฯ เป็นตัวหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจโตได้ แต่ถ้าอสังหาฯไม่โตยิ่งทำให้เศรษฐกิจยิ่งแฟบ เพราะมีผลกระทบต่อเนื่องค่อนข้างเยอะ มีแฟกเตอร์ที่ไปทำให้วงจรธุรกิจต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำไปขยับเขยื้อนทางเศรษฐกิจได้เยอะขึ้น”

ถ้าปี 2563 สามารถเติบโต 5% จริงแปลว่าเริ่มทรงตัว สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ระหว่างทางในปีอย่าเอาของผิดสำแดงให้คนที่เพิ่งฟื้นไข้กินมากนัก

ของผิดสำแดงสำหรับธุรกิจอสังหาฯปีหน้า มีได้ทั้งเกณฑ์ DSR (สัดส่วนหนี้สินต่อรายได้) ที่แบงก์ชาติเตรียมนำมาควบคุมการปล่อยสินเชื่อ, มาตรการ LTV ยังเข้มงวดโดยไม่มีการผ่อนปรน รวมทั้งภาคเอกชนลงทุนเกินกำลังซื้อที่มีอยู่จริง

เปรียบเหมือนกับคนเริ่มฟื้นไข้ ถ้ากินของผิดสำแดงจะทำให้ป่วยใหม่ และอาจป่วยหนักกว่าเดิม

****6 แฟกเตอร์บ่งชี้ทำเลศักยภาพ****

โอกาสนี้ REIC นำเสนอทำเลศักยภาพสูงท็อป 5 ตามคำเรียกร้องของ 3 สมาคมวงการธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เมืองไทย เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนแต่เนิ่น ๆ ว่าทำเลไหนผู้ประกอบการควรจะรุกหรือควรจะเลี่ยง

วิธีการประเมินท็อป 5 ทำเลศักยภาพสูงมี 6 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย

1.เปอร์เซ็นต์การขายสูงต่อเนื่อง 3 รอบ (รอบละ 6 เดือน) หรือสูงต่อเนื่อง 1 ปีครึ่ง ให้น้ำหนักการคำนวณ 20%

2.มีซัพพลายคงเหลือต่ำ นำมาคำนวณ 20%

3.มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดูดซับ 3 รอบคำนวณในทิศทางเป็นบวกหรือเพิ่มขึ้น ให้น้ำหนัก 30%

4.มองเห็นโพเทนเชียลในการเปิดตัวใหม่ต่อเนื่อง ให้น้ำหนัก 10%

5.ที่ดินรองรับการพัฒนายังรองรับได้จริง หรือมีที่ดินเปล่าในทำเล ให้น้ำหนัก 10% และ

6.ราคาที่ดินสมเหตุสมผล ให้น้ำหนัก 10%

ท็อป 5 บ้านแนวราบ-คอนโดฯ

แบ่งเป็นทำเลท็อป 5 “คอนโดฯ” เขตกรุงเทพฯ อัตราดูดซับสูงสุด 7.2% ต่อเดือนอยู่ที่มีนบุรี-ลาดกระบัง รองลงมา วุฒากาศ-บางหว้า ดูดซับ 7.0%, พระโขนง-แยกบางนา ดูดซับ 5.5%, ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง ดูดซับ 5.4% และแจ้งวัฒนะ-งามวงศ์วาน ดูดซับ 5.3%

ท็อป 5 คอนโดฯ จังหวัดปริมณฑล เรียงลำดับทำเลเมืองนครปฐม-กำแพงแสน อัตราดูดซับสูงสุด 6.4% ต่อเดือน รองลงมา ศาลายา ดูดซับ 5.0%, เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด ดูดซับ 3.5%, บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย ดูดซับ 2.3% และธัญบุรี-คลองหลวง ดูดซับ 1.9%

สำหรับแนวราบทำเล กทม.-ปริมณฑล ท็อป 5 “บ้านเดี่ยว” อัตราดูดซับสูงสุด 4.0% ต่อเดือนอยู่ที่กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ รองลงมา แพรกษา-บางปู ดูดซับ 3.3%, บางขุนเทียน-ท่าข้าม ดูดซับ 3.2%, สายไหม-คลองสามวา-วงแหวน และราชพฤกษ์-พระราม 5 ดูดซับ 3.1% เท่ากัน

ท็อป 5 “ทาวน์เฮาส์” อัตราดูดซับ สูงสุด 5.3% ต่อเดือนอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 5-วัดไร่ขิง รองลงมา พัฒนาการ-สวนหลวง-ประเวศ ดูดซับ 4.2%, กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-เกษตรนวมินทร์ ดูดซับ 3.9%, บางแค-ภาษีเจริญ-หนองแขม ดูดซับ 3.7% และพุทธสาคร-อ้อมน้อย ดูดซับ 3.1% เท่ากัน

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
#อสังหาฯปี63 #คอนโดปี63 #ทิศทางคอนโดปี63 #กู้ซื้อบ้านคอนโด

6 ข้อคิดที่ทำให้คุณอยากผ่อนคอนโดที่ยังสร้างไม่เสร็จ    #กู้คอนโด  #สินเชื่อบ้าน  #คอนโดถูก  #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์   #ลงท...
30/07/2019

6 ข้อคิดที่ทำให้คุณอยากผ่อนคอนโดที่ยังสร้างไม่เสร็จ
#กู้คอนโด #สินเชื่อบ้าน #คอนโดถูก #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ #ลงทุนคอนโด #ซื้อขายคอนโด
ขอบคุณข้อมูลจาก DDProperty

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเหตุผลด้านความสะดวกรวดเร็ว ที่ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้เป็นอย่างดี...
29/07/2019

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเหตุผลด้านความสะดวกรวดเร็ว ที่ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันเส้นทางรถไฟฟ้า BTS-MRT ได้ถูกขยายเป็นหลายเส้นทาง ไม่เฉพาะภายในเขตกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังสยายปีกสู่ปริมณฑล

สิ่งเหล่านี้นอกจากจะเป็นโอกาสด้านการเดินทางแล้ว ยังนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ควรเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าของทำเลทองในอนาคตอันใกล้ เราจึงขอนำนักลงทุนทุกท่านไปทำความรู้จักแผนที่รถไฟฟ้า BTS-MRT ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน
เส้นทางบนแผนที่รถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว

รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-เคหะฯ สมุทรปราการ

เส้นทางแรกบนแผนที่รถไฟฟ้า BTS เดิมให้บริการจากสถานีหมอชิตและสิ้นสุดที่สถานีแบริ่ง และขยายต่อจนปัจจุบันเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยให้บริการถึงเคหะสมุทรปราการ เส้นทางนี้ทอดยาวผ่านหลายทำเลทองย่านธุรกิจและสิ่งอำนวยสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสยามสแควร์ ราชประสงค์ อโศก และพร้อมพงษ์ ทั้งยังมีหลายทำเลที่กำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางธุรกิจในอนาคตอย่างหมอชิต จตุจักร และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-หัวลำโพง

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT บางซื่อ-หัวลำโพง ถือเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของไทยที่ช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางจากขอบกรุงเทพที่ติดนนทบุรีสู่ศูนย์กลางเดินทางรถไฟที่หัวลำโพง โดยทำเลทองที่เติบโตสูง ได้แก่ สีลม สุขุมวิท อโศก และย่านธุรกิจใหม่ รัชดาภิเษก ย่านเหล่านี้เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำ ห้างสรรพสินค้าไฮเอนด์ โรงแรมหรู และสวนสาธารณะ ตลอดจนเป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

รถไฟฟ้า BTS สายสีลม และส่วนต่อขยาย ตากสิน-บางหว้า

รถไฟฟ้า BTS สายสีลม และส่วนต่อขยาย ตากสิน-บางหว้า เชื่อมต่อพื้นที่ฝั่งธนบุรี สู่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยเป็นเส้นทางสำคัญในแผนที่รถไฟฟ้าที่มีโอกาสขยายตัวมากในอนาคต โดยเฉพาะวงเวียนใหญ่ กรุงธนบุรี และสะพานตากสิน อีกทั้งรองรับการเดินทางทั้งทางบกและทางเรือ มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ลูกค้ามีศักยภาพในการซื้อ และเดินทางต่อไปได้ยังทำเลธุรกิจ ศาลาแดง สีลม สาทร และสยามสแควร์

รถไฟฟ้า Airport Rail Link พญาไท-สุวรรณภูมิ

รถไฟฟ้า Airport Rail Link หรือ ARL เป็นสายสำคัญที่สุดในแผนที่รถไฟฟ้าสำหรับนักเดินทางไทยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาจากสนามบินสุววรณภูมิ โดยมีสถานีพญาไทเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางสายสีเขียวที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งและบันเทิง และมีสถานีมักกะสัน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจอโศก เชื่อมต่อสถานีเพชรบุรีของสายสีน้ำเงินที่มุ่งสู่ย่านธุรกิจสุขุมวิทและสีลม และในอนาคตจะเชื่อมต่อกับสายสีเหลืองด้วย

รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่

รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ เส้นทางที่คนนนทบุรีควรไฮไลต์บนแผนที่รถไฟฟ้าให้เป็นทางเลือกสำหรับการพักอาศัยและการเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบางใหญ่ แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน และที่น่าจับตาคือ สถานีบางซื่อ เพราะถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมสำคัญที่จะรองรับทั้งระบบรางในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และระบบรางรถไฟความเร็วสูงที่มุ่งหน้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

รถไฟฟ้าที่กำลังเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-หลักสอง

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-หลักสอง เส้นทางน้องใหม่บนแผนที่รถไฟฟ้านี้เตรียมเปิดใช้ทดลองวิ่งตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม-28 กันยายน 2562 (ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ) ก่อนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 29 กันยายน 2562 โดยผ่านวัดมังกรและเมืองเก่า เช่น สนามไชย ถนนเจริญกรุง สามยอด ซึ่งมีอาคารบ้านเรือนและสถานที่สำคัญที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม จึงมีศักยภาพในการเติบโตด้านท่องเที่ยว นอกเหนือจากด้านที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวก และเศรษฐกิจในเส้นทางชาญเมืองมุ่งสู่ภูมิภาคตะวันตก

รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

11 สิงหาคม 2562 จะเปิดให้บริการส่วนขยายเฉพาะสถานีห้าแยกลาดพร้าว ทำเลศักยภาพที่แวดล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและโรงเรียน รวมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางไปยังย่านธุรกิจสำคัญทั้งจากเส้นทางตรงของสายสีเขียวนี้และการเปลี่ยนที่สถานีพหลโยธินของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

รถไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

จะเปิดให้บริการส่วนขยายที่เหลือ พหลโยธิน 24-คูคต ภายในปี 2563 คาดว่า ส่วนต่อขยายนี้ ซึ่งเชื่อมการเดินทางจากชานเมืองมาสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง จะเติบโตขึ้นอย่างมากด้วยโครงการที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยขณะนี้ราคาที่ดินสูงขึ้นและมีโครงการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณลาดพร้าว รัชโยธิน แยกเกษตร และหลักสี่

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ

จะเปิดให้บริการภายในปี 2563 ทำเลที่น่าปักหมุดในแผนที่รถไฟฟ้าคือ บางซื่อและเตาปูน เพราะจะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมต่อหลายเส้นทางการเดินทางที่สำคัญ โดยท่าพระ สถานีปลายทาง ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับจอง เพราะจะกลายเป็นศูนย์รวมการเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งธนบุรี

รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี

จะเปิดให้บริการปี 2564 โดยผ่านจากแหล่งที่อยู่อาศัยในนนทบุรี เขตชานเมืองกรุงเทพฯ จนถึงมีนบุรีซึ่งเป็นขอบกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และตลาดนัด ที่สำคัญ เช่น กรมชลประทาน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และตลาดนัดจตุจักร 2 รวมทั้งผ่านรามอินทราและวัชรพลที่เป็นทำเลแห่งศักยภาพของที่พักอาศัยในแผนที่รถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง

จะเปิดให้บริการปี 2564 เป็นสายที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่สถานีรัชดา (สถานีลาดพร้าวของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT) สายสีส้มที่สถานีลำสาลี และรถไฟฟ้า Airport Rail Link ที่สถานีพัฒนาการ (สถานีหัวหมากของรถไฟฟ้า Airport Rail Link) จุดเชื่อมต่อเหล่านี้นำไปสู่ย่านธุรกิจและการศึกษา บนถนนลาดพร้าวและถนนศรีนครินทร์

หลังสร้างเสร็จ มีแนวโน้มเติบโตเป็นทำเลเศรษฐกิจสำหรับสำนักงานที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และ Community Mall โดยเฉพาะบริเวณโชคชัย 4 ลาดพร้าว บางกะปิ พัฒนาการ และศรีนครินทร์

รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต

เส้นทางนี้เปิดให้บริการปี 2563 โดยมีทำเลทองอยู่ที่บางซื่อ ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน และเชื่อมต่อไปวัดเสมียนนารี ดอนเมือง และสิ้นสุดที่รังสิต ประตูสู่ภาคเหนือและภาควันออกเฉียงเหนือที่คนนิยมพักอาศัย เนื่องจากเป็นที่ตั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยชื่อดัง

รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี

เปิดให้บริการปี 2566 สถานีต้นทางตั้งอยู่แนวถนนรัชดาภิเษกและพระราม 9 ทำเลทองของโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นจุดตัดเส้นทางสู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งความบันเทิง และรถไฟฟ้าที่ช่วยเสริมศักยภาพพื้นที่เชื่อมต่อรามคำแหง ตลอดจนมีอาคารสำนักงานจำนวนมาก จึงทำให้รถไฟฟ้าสายนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเศรษฐกิจ

ที่มา: DDproperty

#สินเชื่อบ้าน #สินเชื่อรถ #สินเชื่อที่อยู่อาศัย #เช่าซื้อคอนโด #กู้บ้าน #กู้คอนโด #ทำเลทอง #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ใครกำลังวางแผนลงทุนคอนโดเพื่อปล่อยเช่า แต่กลัวขาดทุนฟังทางนี้!เรา   มี 11 เคล็ดลับดีๆที่ทำให้การลงทุนคอนโดของคุณมีโอกาสไ...
24/06/2019

ใครกำลังวางแผนลงทุนคอนโดเพื่อปล่อยเช่า แต่กลัวขาดทุนฟังทางนี้!
เรา มี 11 เคล็ดลับดีๆที่ทำให้การลงทุนคอนโดของคุณมีโอกาสได้กำไรมากขึ้น
.
ขอบคุณข้อมูลจาก Krungsri GURU
#กู้เงินซื้อคอนโด #กู้เงินซื้อบ้าน #ซื้อคอนโด #ซื้อบ้าน #ดอกเบี้ยบ้าน #ลงทุนอสังหา

การลงทุนมีความเสี่ยง จากสถิติคนส่วนใหญ่มักขาดทุน มีเพียงคนส่วนน้อยที่ได้กำไร เพราะคนส่วนน้อยเป็นผู้รู้...

18/06/2019

นอกจากเกร็ดความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยอย่างบ้านและคอนโดแล้ว เราขอมาอัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายท่านใช้ในการตัดสินใจขอสินเชื่อเงินกู้ นั่นคือ “ดอกเบี้ย”

แล้วทิศทางดอกเบี้ยปีนี้จะเป็นอย่างไร? ดอกเบี้ยเงินกู้จะปรับเปลี่ยนหรือไม่มาดูกันเลยค่ะ

คาด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ยาวอย่างน้อยทั้งปี2019 สวนทางธนาคารกลางหลายแห่งที่มีทีท่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) คาด ธปท. ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ยาวอย่างน้อยทั้งปี 2019 สวนทางธนาคารกลางหลายแห่งที่มีทีท่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มชะลอลง แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยยังมีข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินของประเทศ

ดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศที่มีแนวโน้มแย่ลง ทำให้ในปีนี้ธนาคารกลางของหลายประเทศต่างก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงกันไปแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ทั้งธนาคารกลางออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนอย่าง มาเลเซียและฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ธนาคารกลางหลักของโลกก็เริ่มแสดงท่าทีว่าจะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง โดย TMB Analytics คาดว่าธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่าง สหรัฐอเมริกา หรือ เฟด จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปีนี้ ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรปอาจใช้มาตรการทางการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เริ่มมีความน่ากังวลเพิ่มขึ้น สะท้อนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาย่ำแย่ ทั้งการจ้างงานที่ลดลงจากเฉลี่ย 223,000 คนต่อเดือนในปีที่แล้ว เหลือเพียง 155,000 คนในปีนี้ อีกทั้ง อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคมปี 2018 โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนอยู่ที่เพียง 1.6% อีกทั้ง ตัวเลขของเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ก็มีแนวโน้มแย่ลงเช่นกัน

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยก็มีทิศทางชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นปี และภาพการฟื้นตัวในช่วงปลายปีก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอนสูง กระทบต่อการส่งออกไทย นอกจากนี้ ความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณในปี 2563 ของรัฐบาลใหม่ อาจทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐต้องชะลอตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนภาครัฐที่อาจมาช่วยผลักดันการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนได้ในช่วงปลายปี จากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงจากปีที่แล้ว อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ ธปท. พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นไปได้อย่างจำกัด ภายใต้แรงกดดันจากสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจนปัจจุบันแตะระดับ 4.6 ล้านล้านบาทแล้ว หรือขยายตัวสูงถึง 10.1% ในไตรมาสแรกปี 2019 ตรงข้ามกับภาคธุรกิจที่แม้จะได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำมายาวนานกลับมีการขยายตัวของสินเชื่อในอัตราที่ต่ำ โดยในไตรมาสแรกขยายตัวเพียง 3.4% ลดลงจากปีที่แล้วที่ 4.4%

ยิ่งไปกว่านั้น สินเชื่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น กลับมีคุณภาพที่ตกต่ำลง โดยหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วันหรือ NPL ของสินเชื่อรายย่อยรวมสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.75% ของสินเชื่อทั้งหมด โดยมี NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงสุดประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ NPL สินเชื่อรถยนต์ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 24% สูงแตะระดับ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ที่ด้อยลงของประชาชน ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เพราะอาจไปกระตุ้นการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคตได้

TMB Analytics มองว่า แม้ดอกเบี้ยนโยบายโลกจะมีทิศทางลดลง และเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ข้อจำกัดเกี่ยวกับเสถียรภาพระบบการเงินจะเป็นแรงกดดันให้ ธปท. ยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ และ คาดว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ยาวตลอดปี 2019

จากบทวิเคราะห์ของทาง TMB ข้างต้นชี้ว่าดอกเบี้ยนโยบายปีนี้จะยังคงที่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลทำให้ทิศทางดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์การขอสินเชื่อบ้านและคอนโดก็ขึ้นอยู่กับ promotion ของแต่ละธนาคาร


ขอบคุณข้อมูลจาก TMB Analytics ค่ะ

#ทิศทางดอกเบี้ยปี2019 #ดอกเบี้ยเงินกู้ #สินเชื่อบ้าน #สินเชื่อคอนโด

เงินเดือน 15,000 บาท ซื้อบ้านได้จริงหรือ?“มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง...
08/06/2019

เงินเดือน 15,000 บาท ซื้อบ้านได้จริงหรือ?

“มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน” ขอยกคำกลอนที่ได้ยินกันมานานให้เพื่อน ๆ ได้คิดกันนะครับว่า ถึงแม้เราจะมีเงินน้อย รายได้น้อยกว่าคนอื่น ก็อย่าน้อยใจในโชควาสนา เพราะถึงมีเงินเดือนน้อย ถ้ารู้จักใช้อย่างพอเพียงเราก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขนะครับ เพื่อน ๆ ที่มีรายได้จำกัด เช่น อาจจะมีเงินเดือนแค่ 15,000 บาท ก็สามารถฝันที่จะมีวิมานหลังน้อยเป็นของตัวเองได้นะครับ วันนี้ผมมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกัน ดังนี้
เคล็ดลับที่ 1 คำนวณหาจำนวนเงินที่เราจะมีกำลังในการกู้ซื้อบ้านได้
จากหลักของการกู้ทั่วไปมีอยู่ว่า “ผู้กู้สามารถแบกรับภาระได้ไม่เกิน 40% ของรายได้เท่านั้น”

ตัวอย่างเช่น ผู้กู้มีเงินเดือน 15,000 บาท จะสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้ 15,000 x 40% = 6,000 บาท

ซึ่งก็คือหากผู้กู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนจะสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท ที่สำคัญเราต้องไม่มีหนี้สินผ่อนชำระสินค้าอื่น ๆ หากเรามีหนี้สินอื่น ๆ เช่น ผ่อนรถอยู่ เดือนละ 5,000 บาท ก็ทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลง (6,000 – 5,000) เหลือเพียง 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้นนะครับ

ผมจะแสดงข้อมูลว่า ถ้าเราสามารถผ่อนบ้านเป็นจำนวนเงินได้ 6,000 บาท จะสามารถกู้ซื้อบ้านได้วงเงินตามนี้ครับ

ระยะเวลาในการผ่อนชำระ วงเงินที่สามารถกู้ได้
15 ปี 647,000 บาท
20 ปี 744,000 บาท
25 ปี 811,000 บาท
30 ปี 858,000 บาท
35 ปี 889,000 บาท โดยคิดจากอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5
เคล็ดลับที่ 2 หาโครงการบ้านที่อยู่ในวงเงินที่เราสามารถกู้ได้เมื่อคำนวณจากเคล็ดลับที่ 1
สมมติว่า เราเลือกจะผ่อนชำระที่ 30 ปี จะสามารถกู้ได้ 858,000 บาท ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีโครงการที่ราคาต่ำกว่าล้านอยู่หลายโครงการเลยนะครับ เช่น คอนโดแถบชานเมือง หรือในแถบปริมณฑลก็ยังมีราคาไม่ถึงล้านอยู่เยอะครับ หรือถ้าเพื่อน ๆ อยู่ที่ต่างจังหวัดก็ยิ่งมีโครงการราคาต่ำกว่าล้านมากมายครับ หรือถ้าเพื่อน ๆ สนใจเป็นบ้านมือสองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะบ้านมือสองสภาพดีราคาไม่ถึงล้านก็มีอยู่ในตลาดมือสองให้เลือกมากมายครับ (คลิกที่นี่เพื่ออ่านวิธีการจัดการเงินกู้บ้านแบบยิ้มได้)
เคล็ดลับที่ 3 ทำประวัติเครดิตบูโรของเราให้ดี
ถ้าเพื่อน ๆ มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และบัตรผ่อนชำระต่าง ๆ หนี้สินของบัตรต่าง ๆ ตรงนี้จะไปแสดงที่เครดิตบูโรของเราครับ หากเพื่อน ๆ มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี ไม่ตรงต่อเวลา ผิดนัดจ่ายหนี้กับธนาคาร หรือเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเลย เครดิตบูโรก็จะขึ้น Blacklist ซึ่งหมายความว่า เมื่อเราไปยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคารแล้วทางธนาคารไปตรวจสอบเครดิตบูโรของเราก็จะเห็น Blacklist ของเรา ซึ่งอาจทำให้เพื่อน ๆ กู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น เพราะธนาคารก็ไม่มั่นใจว่า เราจะจ่ายค่างวดให้เค้าได้หรือไม่ และยังมีอีกกรณีหนึ่งหากเพื่อน ๆ เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะเกินไป ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ติด Blacklist นะครับ แต่เมื่อธนาคารทำการประเมินรายได้ของเราแล้วปรากฏว่า แค่ยอดที่ต้องชำระในแต่ละเดือนสำหรับบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดแต่ละใบของเราในแต่ละเดือน ก็ไม่พอที่จะส่งค่างวดสำหรับสินเชื่อบ้านแล้ว แบบนี้ธนาคารก็คงอนุมัติให้ผ่านยากครับ ดังนั้น เพื่อน ๆ ควรทำประวัติเครดิตบูโรของเราให้ดี เช่น ชำระหนี้ให้ตรงต่อเวลา ไม่ผิดนัดจ่ายหนี้ ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดมากเกินไป หรือทางที่ดีที่สุดคือไม่ก่อหนี้เลย เหมือนคำพระที่ว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” (อ่านวิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ผ่อนได้สบาย ๆ ได้ที่นี่)
เคล็ดลับที่ 4 หาผู้กู้ร่วม
ในกรณีที่เพื่อน ๆ อยากจะมีวิมานในฝันที่หลังใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ลำพังแค่เงินเดือนของเราอาจจะได้ยอดเงินกู้ไม่เพียงพอ เราก็จำเป็นต้องหาผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้มากขึ้นนะครับ ในกรณีที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่กู้คนเดียวไม่ผ่านหรือรายได้ไม่พอ การกู้ร่วมก็เป็นทางออกหนึ่งของปัญหาที่นิยมเลือกใช้กันมากครับ โดยความหมายของผู้กู้ร่วม หมายถึง ลูกหนี้ร่วม ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมจะต้องรับผิดชอบหนี้เป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในบางสถาบันการเงินจะกำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์กับผู้กู้ในฐานะที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันหรือบิดามารดากู้ร่วมกับบุตรและสามีภรรยา หรือถ้าแต่งงานกันแล้วและยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้กู้ร่วมก็ต้องแสดงหลักฐานอื่น ๆ ประกอบ เช่น ทะเบียนบ้านที่แสดงว่าปัจจุบันอยู่ด้วยกัน หรือถ้ามีบุตรก็ต้องแสดงใบเกิดที่ระบุชื่อพ่อแม่

ในการซื้อบ้านแบบการกู้ร่วมสามารถทำได้ 2 แบบ คือ
1) กรรมสิทธิ์บ้านเป็นชื่อของคน ๆ เดียว แต่เวลากู้ยืมใช้คนหลายคนมากู้ร่วม
2) การกู้ร่วมโดยใส่ชื่อผู้กู้ทุกคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม

ซึ่งการกู้ร่วมนั้น สถาบันการเงินจะพิจารณารายได้ของทุกคนที่ขอกู้ร่วม โดยจะหักภาระค่าใช้จ่ายของทุกคน หลังจากนั้นก็ดูว่า เหลือเงินที่จะสามารถผ่อนชำระได้ต่อเดือนเท่าไหร่ แล้วพิจารณาให้สินเชื่อไปตามสัดส่วน ซึ่งจะทำให้เพื่อน ๆ ที่มีผู้กู้ร่วม สามารถกู้วงเงินได้สูงขึ้นมากอีกพอสมควรเลยครับ

เมื่อเพื่อน ๆ ได้ลองทำตามเคล็ดลับที่ผมได้แนะนำไปดังกล่าวแล้ว ผมมั่นใจว่าพนักงานเงินเดือนน้อย ๆ จะสามารถฝันที่จะมีบ้านหลังน้อยไว้เป็นที่พักผ่อน เป็นที่แห่งความสุขได้ตามที่หวังไว้อย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก KrungsriGURU
#กู้ซื้อบ้าน #สินเชื่อบ้าน #กู้ซื้อคอนโด #สินเชื่อคอนโด #รีไฟแนนซ์บ้าน #รีไฟแนนซ์คอนโด

ที่อยู่

-Asoke
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Estimolivingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์