Darvid Property Services

Darvid Property Services บริหารขายบ้านมือสองปรับปรุงสวยพร้อมอยู่ รับปรึกษาสินเชื่อ รับฝากขายบ้านมือสอง กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล

ที่ปรึกษาอสังหาฯ ครบวงจร เพื่อบ้านในฝันของคุณ
✨ บริการ: ขายทรัพย์สถาบันการเงิน, ซ่อม-ปรับปรุง, ประเมินสภาพ, ทำความสะอาด, ออกแบบภายใน
💰 การเงิน: ดำเนินการสินเชื่อ 100%, แนะนำขั้นตอนอย่างมืออาชีพ
🎯 เหมาะสำหรับ: คนอยากมีบ้าน, นักลงทุน

"เพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่พร้อมซื้อหรอก"ประโยคนี้ฟังดูรอบคอบมากแต่มันอาจเป็นประโยคที่ทำให้เราเสียเงินทิ้งทุกเดือนโดยไม่รู้ต...
12/08/2026

"เพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่พร้อมซื้อหรอก"
ประโยคนี้ฟังดูรอบคอบมาก
แต่มันอาจเป็นประโยคที่ทำให้เราเสียเงินทิ้งทุกเดือนโดยไม่รู้ตัว
เพราะคำว่า "ยังไม่พร้อม" ไม่มีวันหมดอายุ
ปีหน้าก็ยังไม่พร้อม อีก 3 ปีก็ยังรู้สึกว่ายังไม่พร้อม
ระหว่างที่รอให้พร้อม ค่าเช่าก็ยังจ่ายอยู่ทุกเดือน
ค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท
เช่า 5 ปีรวมเป็นเงิน 360,000 บาท
ซึ่งเงินก้อนนี้มากกว่า 1 ใน 3 ของราคาห้องนี้ทั้งห้องอีก
เราไม่ได้จะบอกว่าทุกคนต้องรีบซื้อ
แค่อยากให้คำว่า "ยังไม่พร้อม" มาจากการดูตัวเลขจริงแล้ว
ไม่ใช่มาจากความรู้สึกเฉยๆ
ห้องที่จะเล่าให้ฟังอยู่แถวรัตนาธิเบศร์
เดินจากตัวตึกถึง MRT ไทรม้า ประมาณ 100 เมตร
ไม่ต้องต่อวิน ไม่ต้องเผื่อเวลาฝนตก
พื้นที่ 28.84 ตร.ม. แบ่งห้องนอนเป็นสัดส่วนมีผนังกั้นจริง
เคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ และชั้นวาง ติดมากับห้องแล้ว
ห้องน้ำแยกโซนเปียกแห้ง ระเบียงมีจุดซักล้าง
ราคาเปิดไว้ที่ 1,496,000 บาท
โปรปีนี้เหลือ 997,500 บาท
ค่าผ่อนต่อเดือนอยู่ในช่วงเดียวกับค่าเช่าในโครงการนี้
ต่างกันตรงที่ผ่อนหมดแล้วห้องเป็นชื่อเรา
เช่าหมดสัญญาแล้วต้องหาที่ใหม่
DVP ดูแลให้ตั้งแต่ต้นจนจบ
✓ Pre-approve สินเชื่อฟรี
ส่งเอกสารมาประเมินวงเงินก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย
✓ ดำเนินงานด้านเอกสารจนจบกระบวนการซื้อทรัพย์แบงก์
ยื่นเสนอราคา · สัญญา · เคลียร์หนี้ส่วนกลาง · นัดโอน ณ กรมที่ดิน
✓ ทีมอ่านทรัพย์ให้ก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่พาไปดูห้อง
ยังไม่ต้องตัดสินใจอะไรตอนนี้
ทักมาขอตัวเลขจริงของห้องนี้ไปดูก่อนได้
รายละเอียดที่ต้องรู้
ดีคอน ไพร์ม รัตนาธิเบศร์ · 28.84 ตร.ม.
เดินถึง MRT ไทรม้า ประมาณ 100 เมตร
สร้างเสร็จปี 2561 · 638 ยูนิต
ราคาประกาศ 1,496,000 บาท
โปรปีนี้ 997,500 บาท
ผ่อนประมาณเดือนละ 5,300 บาท*
รายได้ที่ควรมีประมาณ 13,300 บาท*
ค่าเช่าในโครงการนี้ 4,000 - 11,000 บาท/เดือน*
เงินที่ต้องเตรียม
① ตอนยื่นเสนอซื้อ
วางมัดจำ 5% ของราคาที่เสนอซื้อ = 49,875 บาท
ชำระเป็นแคชเชียร์เช็ค
ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม เงินก้อนนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของราคาซื้อ
ถ้าธนาคารไม่รับราคาที่เสนอ เช็คคืนเต็มจำนวน
② ตอนโอน ณ กรมที่ดิน
ส่วนที่เหลืออีก 95% = 947,625 บาท
และค่าใช้จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน 6.3% ซึ่งผู้ซื้อรับผิดชอบทั้งหมด
6.3% นี้คิดจากราคาประเมินของกรมที่ดิน ไม่ใช่ราคาขาย
เราไม่อยากให้ใครไปเจอตัวเลขจริงเอาวันโอน
ทักมาได้เลย เราดึงตัวเลขจริงของห้องนี้ให้ดูก่อนตัดสินใจ
สินเชื่อ 100% ด้วยเงื่อนไขที่สถาบันกำหนด
เอกสารสำหรับ pre-approve
· บัตรประชาชน
· สลิปเงินเดือน/หลักฐานรายได้
· statement ย้อนหลัง
*ประมาณการจากดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% ตลอดอายุสัญญา 30 ปี · ตัวอย่างค่าเช่าคำนวณจากเดือนละ 6,000 บาท · ค่าเช่าอ้างอิงประกาศในโครงการ ณ ส.ค. 2569
*มัดจำ 5% คำนวณจากราคาเสนอซื้อ 997,500 บาท · ตัวเลข ณ ส.ค. 2569
เงื่อนไขและการอนุมัติเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน 6.3% ทั้งหมด

"ขายไม่เก่ง ไม่ขยัน ยิงแอดไม่เป็น" จริงๆแล้วไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงของนายหน้าไทยรู้มั้ยคะว่า... นายหน้าอสังหาฯ ส่วนใหญ่ที่...
11/08/2026

"ขายไม่เก่ง ไม่ขยัน ยิงแอดไม่เป็น"
จริงๆแล้วไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงของนายหน้าไทย
รู้มั้ยคะว่า... นายหน้าอสังหาฯ ส่วนใหญ่ที่ไปต่อไม่ได้
ไม่ใช่เพราะเขา "ขายไม่เก่ง" นะคะ
แต่เป็นเพราะเขา "ไม่มีทรัพย์ดีๆ อยู่ในมือ" ต่างหาก
แล้วเคยมั้ยคะ? โทรหาเจ้าของบ้านจนเบอร์ถูกบล็อก
กว่าจะได้ทรัพย์ฝากขายมาสักหลัง ก็เป็นสัญญาเปิด
ที่นายหน้าอีกเป็นสิบคนก็ถืออยู่เหมือนกัน
ลงเงินยิงแอด ลงแรงพาลูกค้าดูบ้าน...
สุดท้ายคนอื่นปิดดีลตัดหน้า เหนื่อยฟรีอีกรอบ!
แถมรู้สึกเหนื่อยมากกก...
เวลาที่ต้องโทรหาเจ้าของบ้านจนเบอร์โดนบล็อก
พอได้ทรัพย์ฝากขายมาสักหลัง
ก็ดันเป็น "สัญญาเปิด" ที่นายหน้าอีกเป็นสิบคนก็ถืออยู่เหมือนกัน
พอเราควักกระเป๋ายิงแอด ลงแรงพาลูกค้าไปดูบ้าน...
สุดท้ายโดนคนอื่นปิดดีลตัดหน้าไปซะงั้น
กลายเป็นเหนื่อยฟรี ช้ำใจสุดๆ!
ปัญหาแบบนี้ ต่อให้เราขยันแค่ไหนก็แก้ไม่ได้ค่ะ
เพราะต้นตอมันไม่ใช่เรื่องของฝีมือ
แต่มันคือเรื่องของ "แหล่งทรัพย์" ต่างหากค่ะ
แล้วถ้าเราเปลี่ยนสนามเล่นล่ะ?
ลองนึกภาพตามนะคะ ในขณะที่เรากำลังวิ่งหน้าตั้งหาทรัพย์
ตลาดทรัพย์แบงก์ (NPA) กลับมีบ้านรอขายอยู่เพียบ!
แถม DVP ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขาย
ตรงจากสถาบันการเงินและ AMC อีกด้วย
นั่นแปลว่า คนที่ตัดสินใจร่วมงานกับเรา จะได้เปรียบสุดๆ
เพราะคุณจะมี "ทรัพย์พร้อมขาย" อยู่ในมือตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานเลยค่ะ
ไม่ต้องเริ่มนับจากศูนย์ ไม่ต้องเสียเวลาไปหาเอง
และที่สำคัญ คือ ไม่ต้องไปวิ่งแย่งปิดดีลกับใครให้เหนื่อยเปล่าอีกต่อไป
เพราะนี่คือสนามที่คุณมีของพร้อมลุยตั้งแต่เริ่ม
แต่แน่นอนค่ะ ก่อนจะลงสนามจริง
เราอยากให้คุณเข้าใจเกมนี้แบบทะลุปรุโปร่งก่อน
เราก็เลยทำ Roadmap ไว้ให้เดินตามง่ายๆ 3 ขั้นตอนตามนี้เลยค่ะ
📖 ขั้นที่ 1 ปูพื้นฐานด้วย NPA Playbook (E-Book)
เล่มนี้คือทางลัดที่กลั่นจากประสบการณ์หน้างานจริงกว่า 20 ปีของเราค่ะ
อ่านจบปุ๊บ รู้เลยว่าต้องเริ่มตรงไหน ไม่ต้องไปงมเข็มในมหาสมุทรเอง
สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากเล่มนี้ คือ
• มองออก
คุณจะรู้วิธีสแกนหาและประเมินต้นทุนแฝงได้เป๊ะ
• ปั้นเป็น
คุณจะรู้วิธีซ่อมบ้านโทรมให้สวยจนคนแย่งกันซื้อ
แถมทริคเคลียร์สินเชื่อให้ลูกค้า
• ต่อยอดได้
เราจะบอกเทคนิคทำรอบจบดีลไว
และการเพิ่มช่องทางทำเงินแบบ Fix & Flip
🎁 พิเศษสำหรับคนเอาจริง!
ตอนนี้มีโปรสำหรับ 100 สิทธิ์แรก
รับไปเลยในราคาเพียง 590.- (จากราคาเต็ม 990.-)
คุ้มยิ่งกว่า! เพราะได้รับสิทธิ์อัปเดตเนื้อหาใหม่ฟรีด้วยนะคะ
🎓 ขั้นที่ 2 อัปเกรดโปรไฟล์กับคอร์ส 1-Day NPA (1,990.-)
เรียนจบผ่านแบบทดสอบ รับ certificate จาก SkillLane เพื่อนำมายื่นรับประกาศนียบัตรรับรองโดย TREBA (Thai Real Estate Broker Association หรือ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย) x DVP นี่คือใบเบิกทางสู่ขั้นต่อไปค่ะ
คอร์สนี้อยู่บน SkillLane ค่ะ
เรียนจบ สอบผ่าน รับใบเซอร์จาก SkillLane
ทักมารับประกาศนียบัตรรับรองจาก TREBA (สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย) x DVP ได้เลย
นี่แหละค่ะใบเบิกทางสู่ความโปร!
และที่พิเศษกว่านั้น คอร์สนี้สามารถเชื่อมประวัติการเรียนเข้ากับโปรไฟล์ JobsDB ได้ด้วยนะคะ (Verified by SEEK Pass) เรียนจบปุ๊บ เอาไปอัปเดตขึ้นเรซูเม่ การันตีความน่าเชื่อถือได้ทันทีเลยค่ะ
🏆 ขั้นที่ 3 ลุยของจริงแบบ Exclusive กับ DVP
ถึงตรงนี้ คุณจะเปลี่ยนจาก "นายหน้าที่ต้องวิ่งหาทรัพย์"
เป็น "ตัวแทนที่มีทรัพย์แบงก์ในมือ" แบบเต็มตัวแล้วค่ะ
• เข้าถึงทรัพย์ที่ DVP แต่งตั้งขายตรง
• ได้สิทธิ์ขายทรัพย์ DVP Exclusive
• มี Coaching พาลงพื้นที่จริง
• รับสิทธิ์สมัครสมาชิกสมทบสมาคม TRECA
(สมาคมการค้าชุมนุมอสังหาริมทรัพย์ไทย)
รับส่วนลดและเข้าสัมมนาฟรี
เชื่อเถอะค่ะว่า ทรัพย์แบงก์น่ะไม่เคยขาดตลาด
สิ่งที่ขาดคือ "คนที่รู้ว่าต้องขายมันยังไง" ต่างหาก
อย่ามัวขยันผิดที่ ในสนามที่ไม่มีของให้ขายเลยนะคะ
มาลุยไปด้วยกันดีกว่า!
👇 ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มก้าวแรกด้วยกันง่ายๆ 👇
พิมพ์คำว่า 'รับ E-Book' ไว้ที่คอมเมนต์ได้เลยค่ะ
เดี๋ยวเราทักข้อความส่วนตัวไปส่งรายละเอียดและวิธีรับสิทธิ์ให้นะคะ 😊

🚨 รู้มั้ยคะว่าทำไมนายหน้าบางคนปิดดีลได้เรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เก่งไปกว่าคุณเลย?ความลับไม่ใช่เพราะเขาโชคดีกว่า... แต่เพราะพ...
27/07/2026

🚨 รู้มั้ยคะว่าทำไมนายหน้าบางคนปิดดีลได้เรื่อยๆ
ทั้งที่ไม่ได้เก่งไปกว่าคุณเลย?
ความลับไม่ใช่เพราะเขาโชคดีกว่า...
แต่เพราะพวกเขา "ไม่ได้เล่นในสนามเดียวกับคุณ" ค่ะ
แล้วเคยมั้ยคะ? แข่งดีลกันแทบตาย เหนื่อยแทบขาดใจ
สุดท้ายโดนปาดหน้าเค้กค่าคอมฯ ไปต่อหน้าต่อตา
เป็นนายหน้ายุคไหน ก็รู้สึกว่ามันทั้งเหนื่อย
และการแข่งขันมันช่างดุเดือดขนาดนี้ตลอดเลย
ถ้าเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการวิ่งหาลูกค้าในตลาด Red Ocean ที่มีแต่คนรุมกินโต๊ะ... ลองเปลี่ยนมุมมอง แล้วเข้ามาศึกษาตลาดทรัพย์ NPA กับกลไกของแบงก์กับ AMC ที่คู่แข่งน้อย แต่มีโอกาสทำเงินสูงกว่าดูไหมคะ?
เพราะความต่างมันอยู่ที่ "เครื่องมือ" และ "ความเข้าใจเกม" ค่ะ
ขอแนะนำ NPA Playbook คู่มือที่กลั่นจากประสบการณ์หน้างานจริงกว่า 20 ปี ที่จะช่วยยกระดับให้คุณเข้าใจเกมอสังหาฯ ของแบงก์และ AMC แบบลงรายละเอียดในเชิงลึก ไม่ต้องมาคอยลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป
ภายในเล่ม คุณจะได้เรียนรู้
🧭 Gives Roadmap ทำเงิน
รู้ทันทีว่าต้องเริ่มทำอะไรจากจุดไหน
ไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทร

🔍 Scan หาทรัพย์ "เพชรในตม"
เลือกทรัพย์เป็น ประเมินต้นทุนแฝงได้เป๊ะ
ไม่เหนื่อยฟรี

🛠️ เทคนิค "ปั้นทรัพย์"
พลิกบ้านโทรมให้เป็นบ้านสวยที่คนแย่งกันซื้อ
พร้อมเทคนิคเคลียร์เรื่องสินเชื่อ

📈 เพิ่มช่องทางทำเงิน
ต่อยอดสู่ดีลจบเร็ว และเทคนิค Fix & Flip
📖 พร้อมรับสิทธิพิเศษ
สำหรับคนอยากอัปสกิลตัวจริง
จากราคาเต็ม 990 บาท
• พิเศษ! 100 ท่านแรก •
รับไปเลยในราคาเพียง 590 บาท
• หลังจากครบ 100 สิทธิ์ •
ปรับเป็นราคา 790 บาท
คุ้มยิ่งกว่า!
ได้รับสิทธิ์อัปเดตเนื้อหาใหม่ฟรี
อย่าปล่อยให้ความไม่รู้เรื่องกลไกทรัพย์แบงก์
มาดึงศักยภาพและรายได้ของคุณไว้นะคะ
👇 สนใจอัปเกรดตัวเอง 👇
พิมพ์ 'รับ E-Book' ในคอมเมนต์ได้เลย
เดี๋ยวเราส่งรายละเอียดและวิธีรับสิทธิ์
ให้ทางข้อความส่วนตัวค่ะ

📘 **เจอทรัพย์ NPA ราคาน่าสนใจ แต่พอจะเอาจริง…คำถามกลับมาเต็มไปหมด**ราคาที่เห็นคือต้นทุนทั้งหมดแล้วหรือยัง?สภาพทรัพย์และเ...
22/07/2026

📘 **เจอทรัพย์ NPA ราคาน่าสนใจ แต่พอจะเอาจริง…คำถามกลับมาเต็มไปหมด**

ราคาที่เห็นคือต้นทุนทั้งหมดแล้วหรือยัง?
สภาพทรัพย์และเงื่อนไขการซื้อ ต้องเช็กตรงไหนบ้าง?
ถ้าจะเสนอซื้อ ต้องเตรียมอะไร?
แล้วกว่าจะถึงวันโอน มีขั้นตอนไหนที่ไม่ควรพลาด?

เพราะการซื้อหรือขายทรัพย์ NPA ไม่ได้มีแค่เรื่อง “ราคาถูกหรือแพง” แต่ต้องมองให้ครบทั้งทรัพย์ ต้นทุน เอกสาร การประสานงาน และขั้นตอนของดีล

นี่คือเหตุผลที่เกิดเป็น **NPA PLAYBOOK**

หนังสือที่รวบรวมความรู้จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในสนาม NPA ของ **อาจารย์ดรุณี รุ่งเรืองผล ผู้ก่อตั้ง DVP** ถ่ายทอดและเรียบเรียงโดย **บีม ภาวิณีย์** ให้เรื่องที่ดูซับซ้อน เข้าใจง่ายขึ้น และเห็นภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันโอน

📖 **ข้างในมีอะไรบ้าง**

✅ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพนายหน้า NPA
✅ ทำความรู้จักทรัพย์ NPA และโอกาสที่ควรมองหา
✅ สำรวจทรัพย์และคิดต้นทุนก่อนเสนอซื้อ
✅ วางแผนการขายและประสานงานแต่ละฝ่าย
✅ เตรียมดีลและความพร้อมก่อนวันโอน
✅ แนวทางต่อยอดหลังปิดดีล

**เหมาะสำหรับ**

👉 คนที่สนใจเริ่มต้นเป็นนายหน้า NPA
👉 นักลงทุนที่อยากเข้าใจกระบวนการซื้อทรัพย์ธนาคาร
👉 คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยากจัดระบบความรู้ให้ชัดขึ้น

🔄 **ซื้อครั้งเดียว รับอัปเดตเนื้อหาฟรี**

หากมีการปรับปรุงหรือเพิ่มเนื้อหาใหม่ใน **NPA PLAYBOOK เล่มนี้** รับไฟล์เวอร์ชันอัปเดตฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
*(เฉพาะการอัปเดตหนังสือชื่อเดียวกัน)*

🔥 **โปรเปิดตัว รับส่วนลด 2 ต่อ**

ราคาปกติ **990 บาท**

**ต่อที่ 1:** 100 สิทธิ์แรก รับราคาพิเศษ **790 บาท**
**ต่อที่ 2:** ซื้อภายใน **31 กรกฎาคม 2569** ลดเพิ่มอีก **100 บาท**

🎉🎉 **เหลือเพียง 690 บาท**🎉🎉

📩 สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียด เพียง คอมเม้นท์ สนใจ หรือทักแชทได้เลย

#ทรัพย์NPA #นายหน้าNPA #ทรัพย์ธนาคาร #อสังหาริมทรัพย์

พบกัน พุธที่ 22 กรกฎาคม นี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษนะคะ ตั้งแจ้งเตือนกันไว้ได้เลย
20/07/2026

พบกัน พุธที่ 22 กรกฎาคม นี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษนะคะ

ตั้งแจ้งเตือนกันไว้ได้เลย

เมื่อวาน (15 ก.ค.) อ่านเจอรายงานจาก SCB EIC ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงเหลือ 85.9...
16/07/2026

เมื่อวาน (15 ก.ค.) อ่านเจอรายงานจาก SCB EIC ระบุว่า
สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569
ลดลงเหลือ 85.9% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี
อ่านแค่บรรทัดนี้ หลายคนคงยิ้มและคิดว่า
"คนไทยเป็นหนี้น้อยลงแล้ว" ใช่ไหมคะ?
แต่ในฐานะที่ทำงานคลุกคลี
อยู่กับแวดวงอสังหาฯและทรัพย์ NPA
(บ้านมือสองที่หลุดจำนอง) มาหลายสิบปี
มีตัวเลขอีกชุดหนึ่งที่น่าสนใจมากกว่า
และมันซ่อนอยู่คนละที่กันค่ะ
ข้อมูลจาก TRIS Rating บอกว่า
ในครึ่งแรกของปี 2568
กลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์
ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ใช้เงินซื้อหนี้เสียและทรัพย์รอการขาย
รวมกันแค่ราวๆ 1,091 ล้านบาท...
ตัวเลขนี้ คือ ลดฮวบลงไปถึง 85% จากปีก่อนหน้า
(ซึ่งปี 2567 ก็ลดลงมา 58% แล้ว)
พูดภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่ายๆ คือ
"ตลาดรับซื้อหนี้เสียแทบจะหยุดหายใจแล้วค่ะ"
สำหรับคนทำธุรกิจบริหารทรัพย์ NPA อย่าง DVP
การที่ของใหม่ไหลเข้าระบบน้อยลงขนาดนี้
แปลว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า
มันส่งผลกระทบต่อธุรกิจแน่นอนค่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้น่ากังวลมากกว่าเรื่องผลประกอบการ
คือ "เหตุผล" ที่อยู่เบื้องหลังความเงียบเชียบนี้
===
หนี้ไม่ได้หายไปไหน
แค่มันยังไม่ถูกขายออกมา
===
สาเหตุหลักๆ คือ
แบงก์ชาติต้องการเบรกไม่ให้คนถูกยึดบ้านง่ายๆ
ในยุคที่เศรษฐกิจยังฝืดเคือง
จึงมีนโยบายอย่าง Responsible Lending
(การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ)
และมาตรการ "คุณสู้ เราช่วย" ออกมา
ให้ธนาคารชะลอการขายหนี้เสียออกไป
นอกจากนี้ รัฐยังดึงหนี้รายย่อย
ไปให้บริษัทของรัฐอย่าง SAM ช่วยดูแลต่อ
นี่เป็นเรื่องที่ดีนะคะ
ส่วนตัวเห็นด้วยมากๆ
ที่มีความพยายามจะพยุง
>>ไม่ให้ลูกหนี้ถูกไล่ที่> อยู่ในระบบธนาคาร

โปรไม่ต้องผ่อน 4 ปี ฟังดูดีจนต้องถามว่า ใครจ่ายแทนเราอยู่ตอนนี้มาแกะกลไกจริงจากเงื่อนไขแคมเปญและเกณฑ์ปล่อยกู้จริง เจอทั้...
14/07/2026

โปรไม่ต้องผ่อน 4 ปี ฟังดูดีจนต้องถามว่า ใครจ่ายแทนเราอยู่ตอนนี้
มาแกะกลไกจริงจากเงื่อนไขแคมเปญและเกณฑ์ปล่อยกู้จริง
เจอทั้งจุดที่ช่วยผู้ซื้อได้จริงและจุดที่ต้องเช็กก่อนเซ็น
พร้อมตัวเลขจริงเทียบให้เห็นว่า
4 ปีที่ไม่ผ่อน แลกมากับอะไรบ้าง
แถมท้ายให้อีกนิด จะได้ดูไม่ผิดเพจเกินไป
ด้วยเหตุผลที่ทรัพย์แบงก์ไม่มีโปรแบบนี้
เพราะโครงสร้างธุรกิจต่างกันตั้งแต่ต้น
เลื่อนดูให้ครบ 4 ภาพ
หรือทักมาคุยได้เลย
ถ้าอยากได้ตัวช่วยแกะเงื่อนไขโครงการที่สนใจอยู่ค่ะ

เคยสังเกตเวลาขับรถไหมว่าจะเห็นป้ายโครงการใหม่ขึ้นเต็มไปหมดทั้งที่หลายโครงการสร้างเสร็จนานแล้วแต่ก็ยังเห็นไฟเปิดอยู่ไม่กี...
08/07/2026

เคยสังเกตเวลาขับรถไหมว่า
จะเห็นป้ายโครงการใหม่ขึ้นเต็มไปหมด
ทั้งที่หลายโครงการสร้างเสร็จนานแล้ว
แต่ก็ยังเห็นไฟเปิดอยู่ไม่กี่ยูนิต
แล้วทำไม developer ถึงขยันสร้างกันต่อนะ
แวบแรก อาจจะมีความคิดว่า
"เศรษฐกิจคงกำลังจะดีขึ้นมั้ง"
หรือ
"คนไทยคงมีเงินเยอะแหละ
กำลังซื้อยังมีอยู่"
แต่เอาเข้าจริง
เบื้องหลังมันมีความซับซ้อนซ่อนอยู่ค่ะ
====
📌 ปัจจัยแรก
developer ในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ติดกับดักที่ว่า "ไม่สร้าง = ไม่โต"
====
บริษัทอสังหาฯรายใหญ่ในบ้านเรา
อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯกันแทบทั้งสิ้น
นั่นหมายความว่า ทุก 3 เดือน (ทุกไตรมาส)
จะต้องมีตัวเลขรายได้ใหม่ๆไปโชว์ให้ผู้ถือหุ้นดู=.=.=.=.
โครงการเก่าที่ขายไปแล้ว
มันเอามานับซ้ำไม่ได้=.=.=.=.
ดังนั้น ถ้าอยากให้หุ้นโต
ก็ต้องเปิดโครงการใหม่ไปเรื่อยๆ
เพื่อดึงเงินเข้ามา
กลายเป็นวงจรที่ต้องวิ่งไม่หยุด
เพราะไม่มีนักลงทุนคนไหน
อยากเอาเงินไปฝากไว้กับบริษัท
ที่ "นิ่งอยู่กับที่" ใช่ไหมคะ
====
📌 อีกปัจจัยสำคัญ คือ
ที่ดินเปล่า = ดอกเบี้ยวิ่งทุกวัน
====
ที่ดินที่ซื้อตุนไว้ในสมัยนี้ อย่างที่รู้กันว่า
การปล่อยที่ดินทิ้งไว้เฉยๆ มันมีต้นทุน
ทั้งภาษีที่ดิน
ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ที่วิ่งทุกวัน
ทั้งค่าดูแลไม่ให้รกร้าง
ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งขาดทุน
*
ทำให้การเร่งสร้างตึกให้จบ
จะเจ็บตัวน้อยกว่า
การปล่อยที่ดินให้รกร้างเปล่าประโยชน์
====
📌 อีกหนึ่งข้อจำกัดที่สำคัญมาก คือ
หนีไปทำอย่างอื่นยาก ก็ต้องลุยตลาดเดิม
====
ถ้าถามว่า
"แล้วทำไมไม่เปลี่ยน
ไปทำอสังหาฯ แบบอื่นล่ะ?"
อย่างโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่
แบบที่เห็นในย่าน CBD
คำตอบคือ
โครงการพวกนี้ใช้เงินลงทุนมหาศาล
และมีความซับซ้อนสูงมากค่ะ
ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก
แทบจะเข้าไม่ถึงเลย
ต่างจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่
ที่มีทั้งเงินทุนและประสบการณ์รับความเสี่ยงได้
นี่เลยเป็นเหตุผลว่า
ทำไมผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก
ถึงยังต้อง "กระจุกตัว" และรุมแย่งเค้กกัน
อยู่ในตลาดโครงการที่อยู่อาศัยเป็นหลัก
แม้จะรู้ว่าโครงการเดิมยังขายไม่หมดก็ตาม
====
🚨 แต่ปี 2569 นี้
ยักษ์ใหญ่เริ่ม "แตะเบรก" แล้ว
====
ถ้าดูตัวเลขล่าสุดจาก REIC
(ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ)
ในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้
จะเห็นว่าผู้ประกอบการเริ่ม
"แตะเบรก" หยุดสร้างกันแล้ว
หลังจากสร้างเกินความต้องการมานานหลายปี
ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินใหม่ทั่วประเทศ
ลดลงฮวบถึง 45.7% จากปีก่อน
(เหลือแค่ 5,783 หน่วย )
ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย
หายไปครึ่งหนึ่ง ลดลง 50.2%
(เหลือ 27,870 หน่วย)
โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหนักสุด
ใบอนุญาตก่อสร้างใหม่
ลดลงหนัก หายไปถึง 71.3%
====
💡สวนทางกับ "คนซื้อ"
ที่ยังอยากได้บ้าน
====
สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ ฝั่งคนซื้อบ้าน
ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ
ยังโตต่อเนื่องอยู่ที่ 11.2%
และยอดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่
ก็โตเพิ่มขึ้นอีก 11.1%
นั่นแปลว่า "คนไทย" ยังอยากมี "บ้าน" นะคะ
เพียงแต่คนซื้อ ไม่ได้อยากได้บ้าน
ที่ developer สร้างบ้านมือหนึ่งรอไว้
หรือถ้าอยากได้
แต่กำลังซื้อบ้านมือหนึ่งสู้ไม่ไหวต่างหาก
====
เมื่อ "บ้านมือหนึ่ง" เอื้อมไม่ถึง
✅ "บ้านมือสอง" และ NPA เลยโตมาก
====
เพราะบ้านมือหนึ่งราคาสูงไปไกลแล้ว
ช่องว่างนี้เลยถูกเติมเต็มด้วย
"ตลาดบ้านมือสอง"
ซึ่งฮิตแซงหน้าบ้านมือหนึ่ง
มาตั้งแต่ปี 2565 แล้ว
จากตัวเลขจริงของ REIC
ในไตรมาส 1 ปี 2569 (ทั่วประเทศ)
มีการโอนบ้านมือสองแล้ว 48,446 หน่วย
เพิ่มขึ้น 13.8% จากปีก่อน
ส่วน CBRE คาดการณ์
เฉพาะเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ว่าทั้งปี 2569 จะขยายตัว
จาก 42,000 เป็น 45,000 ยูนิต
การเติบโตส่วนใหญ่กระจุกอยู่
ในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
นี่คือกลุ่มที่เป็น "ผู้ซื้อตัวจริง"
หรือ Real Demand
คือกลุ่มคนที่ต้องการบ้านเพื่ออยู่จริงๆ
ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร
แต่กลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่กู้ยากที่สุด
เพราะรายได้ไม่นิ่ง หรือมีภาระหนี้เดิมติดตัวมาก่อน
ในขณะที่บ้านระดับ 7.51 ล้านบาทขึ้นไป
กลับชะลอตัวชัดเจน
จำนวนหน่วยโอนลดลง 14.9%
มูลค่าลดลง 16.4%
นี่คือช่องว่างที่แท้จริงของตลาดตอนนี้ค่ะ
ฝั่งหนึ่ง คือ บ้านที่ถูกสร้าง
เพราะแรงกดดันทางธุรกิจ
ไม่ใช่ความต้องการจริง
อีกฝั่ง คือ คนที่อยากมีบ้านจริงๆ
แต่กู้ไม่ผ่าน
เพราะราคาไม่ตรงกับรายได้ที่มี
ตลาดที่ดูเหมือนจะพัง
จริงๆ แล้วแค่
👉 "ผลิตผิดจุด"
เรื่องดี คือ ตอนนี้เริ่มมีผู้ประกอบการบางส่วน
มองเห็นสัญญาณนี้แล้ว
เริ่มพูดถึงคำว่า sustainability
ในความหมายที่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม
แต่หมายถึงการทำโครงการให้ "อยู่รอดได้จริง" ในระยะยาว
ด้วยการปรับสินค้าให้ตรงกับกำลังซื้อที่มีอยู่จริง
ไม่ใช่ตรงกับเป้าการเติบโตที่ตั้งไว้
นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามอง
จากการแข่งกันสร้างเพื่อโชว์การเติบโต
ไปสู่การสร้างเพื่อให้ขายได้จริง
ในกำลังซื้อที่คนไทยมีอยู่จริงตอนนี้
ในยุคที่คนอยากได้บ้านจริง
แต่สู้ราคาบ้านใหม่ไม่ไหว
ตลาดเลยต้องมี "ตัวช่วย"
เพื่อลดช่องว่างระหว่างที่
"บ้านมือหนึ่งเอื้อมไม่ถึง"
กับ "กำลังซื้อที่มีจำกัด" ค่ะ
และ 💎 พระเอก (หรือนางเอก) ของงานนี้
ที่คนมักเข้าใจผิดบ่อยที่สุดก็คือ
ทรัพย์ NPA (ทรัพย์หลุดจำนองจากธนาคาร)
พอพูดถึงบ้าน NPA
หลายคนจะมีภาพจำแย่ๆว่า
ต้องเป็นบ้านร้าง โทรมๆ มีปัญหา
แต่ความจริงแล้ว ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปค่ะ
NPA เป็นแค่ทรัพย์ที่เจ้าของเดิมผ่อนต่อไม่ไหว
ด้วยพิษเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19
มีทรัพย์จาก "ชนชั้นกลาง" หรือ
"มนุษย์เงินเดือน" แบบเราๆ
เคยมีงานมั่นคง มีบ้าน มีรถ แต่ไปต่อไม่ไหว
หลุดเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก
เพราะฉะนั้น ทรัพย์ NPA ในตลาดตอนนี้
หลายหลังคือ สภาพดีมาก ทำเลดีเยี่ยม
แถมธนาคารหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์
ดูแลและ renovate ไว้อย่างดี
ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าบ้านใหม่เยอะ
และที่พีคไปกว่าเรื่องราคาและทำเล
ก็คือจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะพอดีค่ะ
ตอนนี้มีโปรโมชั่นระดับประเทศ
มาช่วยซัพพอร์ตด้วย!
🔥ภาครัฐฯ เพิ่งต่ออายุมาตรการ
ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01%
ให้กับทรัพย์กลุ่มนี้ด้วย เท่ากับซื้อบ้านใหม่เลย
ใครที่กำลังมองหาบ้าน แล้วอยากรู้เจาะลึกว่า
"ทรัพย์ NPA มันต่างจากบ้านมือสองทั่วไปยังไง?"
หรืออยากได้ทริคเลือกซื้อ คอมเมนต์คุยกันไว้ได้นะ
เดี๋ยวแอดมินทักไปคุยต่อส่วนตัวเลย!
รอบหน้า แอดมินจะมาคัดทรัพย์ NPA ตัวเด็ดๆ
โดยเฉพาะพวกคอนโดทำเลทอง ราคาดีงาม
มาป้ายยาทุกคนกัน รอติดตามได้เลยนะคะ!

เวลาพูดถึงปัญหาที่อยู่อาศัย คนส่วนมากคงนึกสงสัยว่า เมืองไทยมีบ้านไม่พอหรอ แต่ความจริงแล้ว ทั้งข่าว oversupply เอย ทั้งข้...
02/07/2026

เวลาพูดถึงปัญหาที่อยู่อาศัย คนส่วนมากคงนึกสงสัยว่า เมืองไทยมีบ้านไม่พอหรอ แต่ความจริงแล้ว ทั้งข่าว oversupply เอย ทั้งข้อมูลบทวิเคราะห์เอย บอกเกือบจะตรงกันข้ามหมดเลยนะ

มาดูที่ข้อมูลนี้กัน
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายค้างสะสมอยู่ราว 200,000 ยูนิต
จากผลสำรวจของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ในเดือนมิถุนายน 2569 นับสต็อกเหลือขายได้ประมาณ 220,000 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.42 ล้านล้านบาท

นั่นหมายความว่า เฉพาะแค่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ก็เหลือขายราว 93,600 หน่วย รวมมูลค่ากว่า 760,000 ล้านบาท

ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีทรัพย์ที่ถูกธนาคารยึดกลับมาขายเพราะคนผ่อนต่อไม่ไหว หรือที่เรียกกันว่า ทรัพย์ NPA ก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในปีเดียวด้วยนะ

สรุปคือ เมืองไทยมีบ้านเหลือล้นตลาด แต่คนจำนวนมากก็ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อบ้าน ปัญหาแบบนี้ จึงไม่ใช่ว่าเมืองไทยขาดบ้านให้คนอยู่ (shortage) แต่คือการที่อุปทานกับอุปสงค์จับคู่กันไม่ติด (mismatch) เพราะคนอยากซื้อบ้านแต่ซื้อไม่ได้ ซื้อได้แต่ก็ผ่อนไม่ไหวอีก
===========
นี่คือโจทย์ที่ตลาดอสังหาฯ ควรให้ความสำคัญ
มากกว่าคำถามที่ได้ยินซ้ำ ๆ ว่าตลาดจะกลับมาเมื่อไร
===========
แล้ว...ช่องว่างอยู่ตรงไหน
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวน
แต่อยู่ที่ราคาขายกับการเข้าถึงสินเชื่อของคนอยากมีบ้าน

ที่อยู่อาศัยที่เหลือขายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาที่ขายยากที่สุด คือกลุ่ม 2-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท

====
ในขณะที่กำลังซื้อจริงของตลาด
อยู่ต่ำกว่านั้น
====

คอนโดราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท
คิดเป็น 62.8% ของตลาดกรุงเทพฯ

และกลุ่มราคา 1-2 ล้านบาทเป็นช่วงที่เติบโตเร็วที่สุด
คือเพิ่มขึ้น 27.3%
สรุปได้ว่าของที่สร้างออกมาแพงกว่ากำลังซื้อของคนส่วนใหญ่

ต่อให้ราคาลงมาได้
กำแพงถัดไปคือสินเชื่อ
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังสูงต่อเนื่องที่ราว 40 ถึง 45%
และในบางกลุ่มแตะระดับ 70%
ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ระดับ 86.7% ของ GDP

ผลลัพธ์คือ
ยอดขายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ลดลงจากราว 4.7 แสนล้านบาทในปี 2565
เหลือประมาณ 2.9 แสนล้านบาทในปี 2568

คนอยากได้บ้าน มีบ้านรออยู่ในตลาดนะ
แต่ราคาไม่ตรงกับกำลังซื้อ
แถมหลายคนกู้ไม่ผ่านอีก
นี่คือภาพของ mismatch ที่ชัดเจน

====
เมื่อการสร้างใหม่ไม่ใช่คำตอบเดียว
====

ทางฝั่งนโยบายเริ่มขยับ
กทม เดินหน้าเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับคนรายได้น้อยจริงจังขึ้น
ทั้งแพลตฟอร์มจับคู่ที่อยู่อาศัย
โครงการบ้านมั่นคงร่วมกับ พอช.
โมเดลเช่าออมกรรมสิทธิ์ (rent-to-own)
ไปจนถึงแนวคิดให้นายจ้างร่วมออกค่าที่อยู่อาศัย (co-pay)
ทิศทางเหล่านี้จำเป็นและมาถูกทาง

====
แต่การสร้างใหม่มีข้อจำกัดในตัวเอง
คือใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง
====

ข้อมูลด้านเคหะการเมื่อปี 2017 เคยประเมินว่า
ประมาณ 60% ของครัวเรือนไทย
มีกำลังซื้อบ้านได้ไม่เกินหลังละ 450,000 บาท

ในขณะที่ที่อยู่อาศัยที่พัฒนาโดยรัฐในอดีต
เริ่มต้นที่ราว 6 แสนบาทขึ้นไป
ซึ่งสูงกว่ากำลังซื้อจริงของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ต้น

เมื่อราคาที่ดินขยับขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
ช่องว่างนี้ก็มีแนวโน้มกว้างขึ้น
การเร่งสร้างโครงการใหม่เพียงอย่างเดียวจึงไม่น่าจะเพียงพอ
โดยเฉพาะในเมืองที่มีของเหลืออยู่แล้วจำนวนมาก

====
บทบาทของ NPA
ในการหมุนของกลับเข้าตลาด
====

จุดนี้เองที่บ้านมือสองและ NPA เข้ามาในภาพ
และเป็นมุมที่มักถูกมองข้ามในการถกเรื่องที่อยู่อาศัยราคาเข้าถึงได้

เมื่อบ้านหลังหนึ่งถูกยึดเพราะเจ้าของเดิมผ่อนต่อไม่ไหว
บ้านหลังนั้นไม่ได้หายไปไหน
แต่บ้านมันกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งในสถานะทรัพย์รอการขาย
และมักจะถูกตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาด
ตั้งแต่ประมาณ 10-20% ไปจนถึง 30-40%

ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับทำเลและสภาพทรัพย์
กลไกนี้ทำให้ตลาดสามารถสร้างที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ขึ้นมาทดแทน
โดยไม่ต้องรอการก่อสร้างใหม่

***และนี่ไม่ใช่ตลาดที่เล็กเลย***

เพราะบ้านมือสองคิดเป็นราว 67% ของการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งตลาด
กล่าวได้ว่าตลาดกำลังหมุนเวียนที่อยู่อาศัยของตัวเองอยู่แล้วเป็นปกติ
โดยมี NPA เป็นส่วนที่ลดราคาลงมาชัดเจนที่สุด

จากประสบการณ์บริหารพอร์ตทรัพย์ธนาคารและ NPA จำนวนมาก
ทีมงาน Darvid Property Services (DVP) พบว่า
อุปสรรคของทรัพย์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ตัวทรัพย์ไม่ดี
แต่อยู่ที่การจับคู่ระหว่างทรัพย์กับผู้ซื้อที่เหมาะสม

ทรัพย์ราคาดีจำนวนไม่น้อยขายไม่ออก เพราะ
1. ผู้ซื้อที่สนใจกู้ไม่ผ่าน หรือ
2. ประเมินต้นทุนซ่อมแซมไม่ครบตั้งแต่แรก

การจะทำให้ทรัพย์เหล่านี้ไปถึงมือคนที่ต้องการจริง
จึงต้องอาศัยการคัดกรองสภาพทรัพย์
การประเมินราคาให้ตรงกับตลาดในโซนนั้น และ
การดูความสามารถทางการเงินของผู้ซื้อควบคู่กันไป

====
ข้อจำกัดที่ต้องพูดให้ครบ
====

NPA ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาได้ทุกมิติ
และมีเงื่อนไขที่ผู้ซื้อควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ

::: ประการแรก :::
ส่วนลดของ NPA ช่วยให้กลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่าง
ในช่วงราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
แต่ยังไม่ลงไปถึงกลุ่มรายได้น้อยที่สุดที่มีกำลังซื้อระดับไม่กี่แสนบาท
ซึ่งยังต้องพึ่งบ้านเช่าราคาถูกและโครงการของรัฐ

::: ประการที่สอง :::
ทรัพย์ที่ราคาถูกลงไม่ได้ทำให้กำแพงสินเชื่อหายไป
ถ้าผู้ซื้อกู้ไม่ผ่าน ทรัพย์นั้นก็ยังไปไม่ถึงมือเขาอยู่ดี

::: ประการที่สาม :::
ทรัพย์กลุ่มนี้มีต้นทุนแฝงที่ต้องตรวจสอบ
ทั้งภาระค้างชำระที่อาจติดมากับทรัพย์
ค่าซ่อมแซมปรับสภาพ
และการเทียบราคากับตลาดจริง
ไม่ใช่เทียบกับราคาตั้งเดิม

====
ส่วนลดที่ดูสวยบนกระดาษ
จึงไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป
====

ด้วยเหตุนี้
NPA จึงช่วยปิดช่องว่างของปัญหาที่อยู่อาศัยได้เพียงบางส่วน
ส่วนกลุ่มรายได้น้อยที่สุดและปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ
ยังต้องอาศัยกลไกเชิงนโยบาย

พูดได้ว่า NPA กับมาตรการที่อยู่อาศัยของภาครัฐ
ทำงานเสริมกัน มากกว่าจะแข่งกัน

===
โจทย์ของปีนี้
===

คำถามที่ตลาดอสังหาฯ ควรถามในปี 2569
อาจไม่ใช่ว่าตลาดจะกลับมาเมื่อไร
แต่คือจะทำอย่างไรให้ของที่เหลืออยู่ในตลาด
ไปถึงคนที่ต้องการจริง ในราคาที่เขาเข้าถึงได้

การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ได้เริ่มที่การเร่งสร้างโครงการใหม่เสมอไป
แต่บางครั้งเริ่มที่การบริหารจัดการของที่มีอยู่แล้ว
ให้ไปถึงมือคนที่พร้อมและต้องการมันจริง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้าน หรือนักลงทุนที่สนใจตลาด NPA
การมีผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งสภาพทรัพย์ การประเมินราคา
และขั้นตอนด้านสินเชื่อ จะช่วยลดความเสี่ยง
และเปลี่ยนสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหาให้กลายเป็นโอกาสได้

ดูพอร์ตทรัพย์ NPA และปรึกษาแนวทางกับทีม DVP ได้ที่
m.me/darvidprop.dvp หรือ Line

ที่อยู่

228 Sri Ayutthaya Road
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622821444

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Darvid Property Servicesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Darvid Property Services:

ทางลัด

แชร์