24/08/2026
4: เซ็นค้ำประกันหนี้ในอนาคต คำว่า “ค้ำทุกวงเงิน” ใช้ได้จริงหรือ?
ก่อนเซ็นค้ำประกันให้บริษัทหรือคนใกล้ชิด ควรตรวจว่าเอกสารกำหนดขอบเขตความรับผิดไว้ชัดเจนหรือไม่
ป.พ.พ. มาตรา 680 กำหนดว่า สัญญาค้ำประกันจะฟ้องบังคับผู้ค้ำประกันไม่ได้ หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือและลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน
ส่วนการค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข มาตรา 681 กำหนดให้ระบุสาระสำคัญ เช่น
* วัตถุประสงค์ในการก่อหนี้
* ลักษณะของมูลหนี้
* จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน
* ระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่บางกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้
นอกจากนี้ ข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อาจขัดต่อมาตรา 681/1 และตกเป็นโมฆะในส่วนนั้น แต่กรณีผู้ค้ำประกันเป็นนิติบุคคลมีข้อยกเว้นที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ก่อนลงนามควรตรวจสอบ
1. ค้ำหนี้ประเภทใด
2. วงเงินสูงสุดเท่าไร
3. รวมดอกเบี้ยและค่าเสียหายเพียงใด
4. ค้ำหนี้ถึงเมื่อใด
5. มีข้อความให้รับผิดเสมือนลูกหนี้ร่วมหรือไม่
6. เจ้าหนี้ต้องแจ้งเมื่อใดหากลูกหนี้ผิดนัด
⚠️ อย่าเซ็นเอกสารที่เว้นช่องว่าง หรือเชื่อเพียงคำพูดว่า “เซ็นไว้เป็นพิธี” เพราะลายมือชื่ออาจนำไปใช้เป็นหลักฐานเรียกร้องความรับผิดได้
สรุป: การค้ำประกันไม่ใช่เพียงการช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือ แต่เป็นภาระทางกฎหมายที่อาจกระทบทรัพย์สินของผู้ค้ำโดยตรง
ก่อนเซ็นหรือเมื่อได้รับหนังสือทวงหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกัน สามารถนำสัญญามาปรึกษา ทนายจอย เพื่อตรวจขอบเขตความรับผิดและข้อต่อสู้ได้ค่ะ
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป สัญญาแต่ละฉบับและวันที่ทำสัญญาอาจอยู่ภายใต้บทกฎหมายที่แตกต่างกัน
#ค้ำประกัน #ผู้ค้ำประกัน #หนี้บริษัท #สัญญา #เจ้าหนี้ลูกหนี้ #ตรวจสัญญา #ทนายจอย0991524195