22/08/2026
AP Law 144 มาตรการสกัดบัญชีม้าและทุนเทาของแบงก์ชาติ อัพเดท 2569
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 16/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน โดยเหตุที่ออกประกาศฉบับนี้ เนื่องจากธุรกรรมที่ทำโดยเงินสด ไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ เป็นช่องทางสำหรับการก่ออาชญากรรม และปกปิดการเคลื่อนย้ายหรือแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรม โดยประกาศฉบับนี้ จะบังคับใช้กับสถาบันการเงิน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
“ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด” ตามประกาศฉบับนี้ จะหมายถึงธุรกรรมเบิกถอนเงินสด ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสดที่ส่งผลให้เกิดการเบิกถอนเงิน เช่น การเบิกถอนเงินโดยขอให้สถาบันการเงินออกเป็นเช็คเงินสด การยื่นเช็คให้สถาบันการเงินใช้เงิน
โดยการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงินนั้น จะเป็นไปตามข้อ 4.3.2 คือสถาบันการเงินต้องจัดให้มีการยืนยันตัวตน โดยกรณีทำธุรกรรมผ่านสาขา โดยบุคคลธรรมดาจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตามตัวได้ รวมทั้งลายมือชื่อ กรณีไม่เคยยืนยันตัวตนมาก่อน ให้ขอข้อมูลอาชีพและสถานที่ทำงานด้วย กรณีนิติบุคคลให้ใช้หนังสือรับรองบริษัท พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดต่อได้
กรณีทำธุรกรรมผ่านสาขาอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ต้องให้มีการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการที่ปลอดภัยไม่ว่าจะมีการแสดงบัตรหรือไม่ก็ตาม เช่นการแสดงบัตรร่วมกับการใช้รหัสส่วนบุคคล การใช้รหัสครั้งเดียวหรือ OTP การยืนยันด้วยแอพพลิเคชั่นของสถาบันการเงิน หรือการใชข้อมูล biometrics ของลูกค้า
หน้าที่ของสถาบันการเงินคือ ต้องจัดให้มีการสอบถามหรือขอข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด และมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เช่น ขอข้อมูล เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมจากลูกค้ากรณีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดเป็นมูลค่าสูงเกินกว่า การทำธุรกรรมตามพฤติกรรมปกติของลูกค้า โดยหากลูกค้าไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมหรือไม่สามารถแสดงเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ได้อย่างครบถ้วนเพียงพอ แต่ลูกค้ามีเหตุผล ที่เหมาะสมและได้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าว ก็อาจ ให้บริการได้ตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ แต่หากลูกค้าไม่สามารถแสดงเหตุผลที่ เหมาะสมและให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าวได้ สถาบันการเงิน ต้องไม่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น
กรณีสถาบันการเงินพบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า ภายใน 1 วันตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้สถาบันการเงินจัดให้การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในระดับสูงและปรับระดับความเสี่ยงของลูกค้าให้เป็นความเสี่ยงสูง โดยนอกจากจะขอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดแล้ว ให้หาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือ หรือดำเนินการ ให้ลูกค้านำส่งเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม หรือให้ขอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับ กิจการ อาชีพ ชื่อและสถานที่ตั้งที่ทำงานของลูกค้า และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้ากรณีเป็นลูกค้านิติบุคคล ทั้งนี้ หากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นสำหรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้ หรือลูกค้าไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ลูกค้ามีเหตุผลที่เหมาะสมและได้แสดงให้เห็น ถึงความจำเป็นในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าว ก็อาจให้บริการได้ตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ เช่น ขอให้ลูกค้าทำธุรกรรมด้วยวิธีการอื่นที่สามารถติดตามหรือตรวจสอบ เส้นทางการเงินได้ หรือจำกัดจำนวนเงินสดที่สามารถทำธุรกรรมได้
หากสถาบันการเงินไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นได้ และลูกค้าไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เหมาะสมและให้เห็นถึงความจำเป็น ในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าวได้ สถาบันการเงินต้องไม่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น
นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังมีหน้าที่ต้องติดตามตรวจจับ ตรวจสอบพฤติกรรมเกี่ยวกับเงินสดของลูกค้า จัดเก็บข้อมูลและเอกสารการแสดงตัวตนของลูกค้า และการแสดงวัตถุประสงค์ทำธุรกรรม รวมทั้งบันทึกพฤติกรรมและรายละเอียดการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องในสถานที่มั่นคงปลอดภัย ทั้งยังมีหน้าที่จะต้องจัดทำรายงานข้อมูลพฤติกรรมทางการเงิน หรือธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับเงินสดที่ผิดปกติ และต้องจัดส่งรายงานดังกล่าวมายังธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
โดยประกาศฉบับนี้ ได้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา
เนื้อหาโดย
กิตตินันท์ จารุกิจไพศาล
นบ.ธรรมศาสตร์
ทนายความ