14/12/2025
🚨ฟ้องซ้ำในคดีอาญา ป.วิ.อ.มาตรา 39(4)🚨
- สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ #เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้
- คำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด หมายถึง #คำพิพากษาของศาลชั้นต้น
แม้จะยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากมีการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป ก็ถือว่าเสร็จเด็ดขาดแล้ว ***โดยต้องได้วินิจฉัยถึงเนื้อหาของการกระทำของจำเลย
⚠️ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” เพราะว่าคดีไม่มีมูล #ถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว
⚠️ แม้อัยการจะยื่นคำฟ้องก่อน ต่อมาผู้เสียหายยื่นฟ้องเองและศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีของผู้เสียหาย ทำให้ฟ้องของอัยการเป็นฟ้องซ้ำทันที
⚠️แม้ต่อมา ผู้เสียหายจะอุทธรณ์คำสั่งไม่มีมูล และศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ “รับฟ้อง” ไว้ก็ตาม ❗️ก็ไม่ทำให้ฟ้องของอัยการกลับกลายเป็นฟ้องที่ไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดขึ้นมาได้
📌ฎ. 7246/2561 📌
แม้โจทก์ (อัยการ) ยื่นฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยตามฟ้อง #ก่อน ที่ น. และผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำคราวเดียวกันในคดีอาญาของศาลชั้นต้นก็ตาม
แต่เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยดังกล่าวในคดีที่ น. และผู้เสียหายฟ้องจำเลย #จึงเท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแห่งความผิดแล้ว ❗️ถือได้ว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งโจทก็ได้ฟ้องเป็นคดีนี้แล้ว โดยมิพักต้องคำนึงว่าคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาก่อนนี้เป็นคดีที่ได้ฟ้องก่อนหรือหลังคดีนี้
และคำพิพากษาในคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษานี้ถึงที่สุดแล้วหรือไม่เพราะกฎหมายประสงค์ให้การกระทำความผิดคราวเดียวกันสามารถฟ้องร้องว่ากล่าวกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น แม้ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ประทับฟ้องของ น. และผู้เสียหายสำหรับการกระทำดังกล่าว
#ก็หาทำให้ฟ้องโจทก์ในส่วนนี้กลับกลายเป็นฟ้องที่ยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไม่ เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดตามฟ้องโจทก์แล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเกี่ยวกับการกระทำในคราวเดียวกันนี้ของโจทก์ย่อมระงับไปตามป.วิ.อ.มาตรา 39(4)📌
⚠️เปรียบเทียบกับ ฎ.5391/2562 (ป.)📌
- คดีก่อนศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์(ผู้เสียหายฟ้องเอง) โดยมีคำสั่ง #ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้อง
- ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น #ให้ย้อนสำนวนไปให้ศสลชั้นต้นดำเนิกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ⚠️[มีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกเพิกถอนไป *จึงไม่ถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในรวามผิดที่ได้ฟ้อง]
- คดีนี้ พนักงานอัยการจึงฟ้องคดีได้ ไม่ต้องห้ามตาม มาตรา 39(4)
📍ฎีกาที่ 5391/2562(ป.)📍
ในคดีก่อนผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นจำเลยที่ 2 ในการกระทำอันเดียวกันกับคดีนี้
ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพิพากษา “ยกฟ้อง”
ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษา ยกคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานโจทก์ #ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
และต่อมาศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง
ดังนี้ 📍คำพิพากษายกฟ้องในคดีก่อนจึงเป็นอันถูกยกเลิกเพิกถอนไป ไม่อาจถือได้ว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว
โจทก์ (พนักงานอัยการ) จึงมีสิทธิฟ้องเป็นคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(4)