Law Do ที่ปรึกษากฎหมาย และว่าความทั่วราชอาณาจักร

🚨ฟ้องซ้ำในคดีอาญา ป.วิ.อ.มาตรา 39(4)🚨 - สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ  #เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ - คำพิพ...
14/12/2025

🚨ฟ้องซ้ำในคดีอาญา ป.วิ.อ.มาตรา 39(4)🚨

- สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ #เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้
- คำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด หมายถึง #คำพิพากษาของศาลชั้นต้น
แม้จะยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากมีการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป ก็ถือว่าเสร็จเด็ดขาดแล้ว ***โดยต้องได้วินิจฉัยถึงเนื้อหาของการกระทำของจำเลย

⚠️ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” เพราะว่าคดีไม่มีมูล #ถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว

⚠️ แม้อัยการจะยื่นคำฟ้องก่อน ต่อมาผู้เสียหายยื่นฟ้องเองและศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีของผู้เสียหาย ทำให้ฟ้องของอัยการเป็นฟ้องซ้ำทันที

⚠️แม้ต่อมา ผู้เสียหายจะอุทธรณ์คำสั่งไม่มีมูล และศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ “รับฟ้อง” ไว้ก็ตาม ❗️ก็ไม่ทำให้ฟ้องของอัยการกลับกลายเป็นฟ้องที่ไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดขึ้นมาได้

📌ฎ. 7246/2561 📌

แม้โจทก์ (อัยการ) ยื่นฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยตามฟ้อง #ก่อน ที่ น. และผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำคราวเดียวกันในคดีอาญาของศาลชั้นต้นก็ตาม

แต่เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยดังกล่าวในคดีที่ น. และผู้เสียหายฟ้องจำเลย #จึงเท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแห่งความผิดแล้ว ❗️ถือได้ว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งโจทก็ได้ฟ้องเป็นคดีนี้แล้ว โดยมิพักต้องคำนึงว่าคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาก่อนนี้เป็นคดีที่ได้ฟ้องก่อนหรือหลังคดีนี้

และคำพิพากษาในคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษานี้ถึงที่สุดแล้วหรือไม่เพราะกฎหมายประสงค์ให้การกระทำความผิดคราวเดียวกันสามารถฟ้องร้องว่ากล่าวกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น แม้ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ประทับฟ้องของ น. และผู้เสียหายสำหรับการกระทำดังกล่าว

#ก็หาทำให้ฟ้องโจทก์ในส่วนนี้กลับกลายเป็นฟ้องที่ยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไม่ เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดตามฟ้องโจทก์แล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเกี่ยวกับการกระทำในคราวเดียวกันนี้ของโจทก์ย่อมระงับไปตามป.วิ.อ.มาตรา 39(4)📌

⚠️เปรียบเทียบกับ ฎ.5391/2562 (ป.)📌

- คดีก่อนศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์(ผู้เสียหายฟ้องเอง) โดยมีคำสั่ง #ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้อง

- ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น #ให้ย้อนสำนวนไปให้ศสลชั้นต้นดำเนิกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ⚠️[มีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกเพิกถอนไป *จึงไม่ถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในรวามผิดที่ได้ฟ้อง]

- คดีนี้ พนักงานอัยการจึงฟ้องคดีได้ ไม่ต้องห้ามตาม มาตรา 39(4)

📍ฎีกาที่ 5391/2562(ป.)📍

ในคดีก่อนผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นจำเลยที่ 2 ในการกระทำอันเดียวกันกับคดีนี้

ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแล้วมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพิพากษา “ยกฟ้อง”

ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษา ยกคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานโจทก์ #ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

และต่อมาศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง
ดังนี้ 📍คำพิพากษายกฟ้องในคดีก่อนจึงเป็นอันถูกยกเลิกเพิกถอนไป ไม่อาจถือได้ว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว

โจทก์ (พนักงานอัยการ) จึงมีสิทธิฟ้องเป็นคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(4)

⚠️ คดีความผิดต่อส่วนตัว ที่มีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายคนหนึ่งถอนคำร้องทุกข์ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับทั้งคดีหรือไ...
13/12/2025

⚠️ คดีความผิดต่อส่วนตัว ที่มีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายคนหนึ่งถอนคำร้องทุกข์ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับทั้งคดีหรือไม่❓

- สิทธิในการดำเนินคดีอาญา #เป็นสิทธิเฉพาะตัว หากในคดีผู้เสียหายหลายคน ผู้เสียหายคนหนึ่ง #ถอนฟ้อง ย่อมไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นในการดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันนั้นอีก ❗️แต่***

🚨ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ที่คดีมีผู้เสียหายหลายคนร้องทุกข์
ต่อมาผู้เสียหายคนหนึ่ง #ถอนคำร้องทุกข์ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปทั้งคดี ⚠️ฎ.7832/2556

📌ฎีกาที่ 7832/2556📌

จำเลยกับพวกร่วมกันยักยอกรถยนต์ของธนาคาร ธ. ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อขณะอยู่ในความครอบครองของ ส. ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อ

เมื่อขณะเกิดเหตุกระทำความผิด ผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์รถที่เช่าซื้อการกระทำของจำเลยกับพวกย่อมทำให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับความเสียหายโดยตรง

แม้ผู้เสียหายที่ 2 ไปแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายที่ 1 แต่ก็ถือว่าได้ร้องทุกข์ในฐานะที่ผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้เสียหายด้วยเช่นถัน ผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และมีอำนาจในการถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39 (2)

📍อีกประเด็นที่น่าสนใจ📍
- กรณีสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับเพราะเหตุคดีขาดอายุความตามมาตรา 39(6) [กรณีอายุความร้องทุกข์ตาม ป.อ.มาตรา 96]

- หากคดีมีผู้เสียหายหลายคน ปรากฎว่า ผู้เสียหายคนหนึ่ง #รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้วแต่ไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ทำให้คดีขาดอายุความร้องทุกข์ #ทั้งคดี แม้ว่าผู้เสียหายคนอื่นจะฟ้องคดีในอายุความก็ตาม

📌ฎีกาที่ 3085/2537 📌
- โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ล. ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหา ยักยอกทรัพย์ของบริษัท #โดยโจทก์มิได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยไว้ก่อน

**[คดีนี้โจทก์ฟ้องคดีในอายุความ โจทก์อ้างว่ารู้เรื่อง&รู้ตัว เมื่อวันที่ 16 ม.ค.34 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อ 20 มี.ค. 34]

- ดังนี้ เมื่อได้ความว่าก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ต. #ผู้ถือหุ้นอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ เช่นเดียวกับโจทก์ ⚠️ #ไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ ต.รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำความผิดแล้ว
🚨คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ.มาตรา 96 🚨

🚨การเปรียบเทียบปรับแม้จะชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่ใช่คำพิพากษาคดีส่วนอาญาจึงไม่มีผลผูกพันในทางแพ่งฎีกา 2853/2550 - จำเลยยอมให้พ...
13/12/2025

🚨การเปรียบเทียบปรับแม้จะชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่ใช่คำพิพากษาคดีส่วนอาญาจึงไม่มีผลผูกพันในทางแพ่ง

ฎีกา 2853/2550

- จำเลยยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ มีผลทำให้คดีอาญาเลิกกันเท่านั้น
- #การเปรียบเทียบปรับไม่ใช่คำพิพากษาคดีส่วนอาญากรณีจึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 46 ที่คดีส่วนแพ่งจะต้องถือข้อเท็จจริงตาม
- การที่ศาลอุทธรณ์เอาข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่จำเลยยอมรับต่อพนักงานสอบสวนว่าขับรถโดยประมาทมาตัดสินคดีนี้เป็นการไม่ชอบ

ขอรีโพสต์ กรณีตัวจำเลยอยู่ในอำนาจศาล ที่ไม่ต้องนำตัวมาพร้อมฟ้องครับ
10/12/2025

ขอรีโพสต์ กรณีตัวจำเลยอยู่ในอำนาจศาล ที่ไม่ต้องนำตัวมาพร้อมฟ้องครับ

🚨นิติบุคคลเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา 🚨🕋กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจจัดการแทนคือหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ...
10/12/2025

🚨นิติบุคคลเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา 🚨

🕋กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจจัดการแทนคือหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด สำหรับหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดนั้นไม่มีอำนาจจัดการแทน

1️⃣ เมื่อปรากฎว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิกกันเพราะเหตุ หุ้นส่วนผู้จัดการถึงแก่ความตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1055(5) ประกอบมาตรา 1080 วรรคหนึ่ง ต้องถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดยังคงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อชำระบัญชีตามมาตรา 1249 ⚠️อำนาจแก้ต่างว่าต่างอรรถคดีพิพาทอันเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นอำนาจของผู้ชำระบัญชีตามมาตรา 1259 (1)(2) ***(ฎ.2708/2565)

2️⃣ กรณีผู้เสียหายเป็นบริษัทฯ #ผู้ถือหุ้นไม่ใช่ผู้เสียหาย (ฎ.6328-6330/2531)

3️⃣ แต่ถ้าผู้เสียหายเป็นบริษัทฯ #และผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิด กรณีนี้ ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นผู้ได้รับความเสียหายมีอำนาจดำเนินคดีแก่ผู้จัดการและผู้แทนนิติบุคคลได้ ทั้งนี้ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นเป็นผู้เสียหายโดยตรง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(4) #ไม่ใช่ผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 5(3) ฎ.1041/2558

4️⃣ แต่ถ้าผู้ถือหุ้นไม่เคยดำเนินการใดๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นและไม่เคยเข้ามีส่วนได้เสียของกิจการของบริษัทฯ เลย #ถือว่าไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดอาญาที่กรรมการได้กระทำต่อบริษัท (ฎ.12716/2558)

5️⃣ กรณีที่นิติบุคคลเป็น #หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการในสังกัดไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์โดยถือว่าเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะแล้ว กล่าวคือ หากพบว่ามีการตรวจพบการกระทำความผิดในหน่วยงาน หากผู้มีอำนาจกำกับดูแลไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก็ชอบที่จะดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจกำกับดูแลหน่วยงานนั้นฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก (ฎ.11732/2557)

🚨กรณีดังต่อไปนี้ ถือว่าตัวจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลแล้ว เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาล ศาลชอบที่จะปร...
08/12/2025

🚨กรณีดังต่อไปนี้ ถือว่าตัวจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลแล้ว
เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาล
ศาลชอบที่จะประทับรับฟ้องได้ แม้พนักงานอัยการจะไม่นำพาตัวจำเลยมาศาลก็ตาม

1️⃣ จำเลยถูกขัง หมายถึง จำเลยถูกขังไม่ว่าจะถูกขังในคดีเรื่องใด และศาลใดทั่วราชอาณาจักร #โดยไม่มีการหลบหนี (ฎ.4487/2560)

2️⃣ จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว #โดยไม่หลบหนี ถือว่าจำเลยอยู่ภายใต้อำนาจศาลคดีที่ปล่อยชั่วคราวนั้นและคดีของศาลอื่นๆด้วย (ฎ.6462/2543)
⚠️ จำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ในคดีเรื่องอื่นของศาลต่างกันแม้จำเลยจะได้รับการปล่อยชั่วคราวไปจากศาลนั้น #แล้วไม่หลบหนี ก็ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลแล้วศาลชอบที่จะรับฟ้องไว้ได้แม้อัยการจะไม่นำตัวจำเลยมาศาลฟ้องฟ้องก็ตาม (ฎ.6321/2544)

3️⃣ จำเลยถูกขัง/ถูกปล่อยชั่วคราวแล้วหลบหนีไป (คดีเดียวกัน) หมายถึงจำเลยถูกขังอยู่ในคดีเรื่องนั้นตามหมายขังของศาล แล้วจำเลยหลบหนีภายหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว / กรณีจำเลยถูกนำมาฝากขังระหว่างสอบสวนและได้รับการประกันตัวจากศาลไป
🎗️ต่อมาพนักงานอัยการยื่นคำฟ้องคดีข้อหาเดียวกัน กับที่จำเลยถูกขังตัวไม่นำตัวจำเลยมาศาลเนื่องจากจำเลยหลบหนีประกันของศาลไปก่อนแล้วจึงไม่มาตามนัด #ศาลมีอำนาจรับฟ้องไว้ได้ (ฎ.1735/2514(ป.))

⚠️ แต่ถ้าจำเลยถูกขังอยู่ในอำนาจศาลข้อหาหนึ่งและจำเลยได้หลบหนีประกันของศาลไป #ดังนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องในอีกข้อหาหนึ่งคนละคดี โดยไม่นำตัวจำเลยมาศาลศาลจะประทับรับฟ้องไว้ไม่ได้ เพราะถือว่าจำเลยไม่ได้ถูกควบคุมขังอยู่ในอำนาจศาลในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องตามมาตรา 165 วรรคหนึ่ง และกรณีนี้พนักงานอัยการมีหน้าที่ตามมาตรา 141 วรรคสี่ กล่าวคือ เมื่อการจะฟ้องจำเลยในคดีอาญาอื่นก็ต้องนำตัวจำเลยมาศาลด้วย (ฎ.13849/2553)

4️⃣ คดีที่ผู้เสียหายยื่นฟ้องไว้แล้วและศาลอนุญาตให้จำเลยประกันตัวออกไป เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันอีกก็ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลนั้นแล้ว (ฎ.1497/2496(ป.))

🚨ปลอมพินัยกรรมขณะเจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ใครเป็นผู้เสียหาย❓- จำเลยปลอมพินัยกรรมของ จ. ขณะที่ จ.  #ยังมีชีวิตอยู่ ยกบ้านและ...
07/12/2025

🚨ปลอมพินัยกรรมขณะเจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ใครเป็นผู้เสียหาย❓

- จำเลยปลอมพินัยกรรมของ จ. ขณะที่ จ. #ยังมีชีวิตอยู่ ยกบ้านและที่ดินให้ตนเอง
- ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของ จ. เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมพินัยกรรมหรือไม่ ❓
- ทายาทโดยธรรมมีอำนาจฟ้องโดยอาศัยสิทธิของตนเองหรือไม่❓(คดีนี้ทายาทฯนำมาฟ้องหลังจากเจ้ามรดกตายแล้วโดยที่เจ้ามรดกไม่ได้ยื่นฟ้องคดีไว้ก่อน)

ฎ.4337/2565

📝ประเด็นที่ 1 จ. เจ้ามรดก ถูกปลอมพินัยกรรมในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง ในความผิดฐานปลอมพินัยกรรม ป.อ.มาตรา 266(2)

📝ประเด็นที่ 2 ทายาทโดยธรรมของ จ. เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมพินัยกรรมด้วย #เนื่องจากหากพินัยกรรมถูกยกขึ้นกล่าวอ้างและมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้ จะทำให้ทายาทโดยธรรมไม่มีสิทธิ์รับมรดกของ จ. #จึงถือว่ากระทบต่อส่วนได้เสียของทายาทโดยธรรมในการรับมรดกของ จ. เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายในความผิดฐานปลอมพินัยกรรม จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2 (4)

📝ประเด็นที่ 3 สิทธิความเป็นผู้เสียหายของทายาทโดยธรรมแยกต่างหากจาก จ. และไม่ใช่สิทธิ์เฉพาะตัวของ จ. แต่ลำพังผู้เดียว จึงไม่จำเป็นต้องให้ จ. ยื่นฟ้องคดีอาญาเสียก่อนแล้วต่อมาถึงแก่ความตายทายาทจึงเข้ามาดำเนินคดีต่างผู้ตายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 29

⚠️ สรุป ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกที่ถูกปลอมพินัยกรรมในขณะที่เจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมพินัยกรรมด้วย

ฎ.6189/2564- ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ป.อ.มาตรา 137 (บททั่วไป)- ความผิดฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา ป...
07/12/2025

ฎ.6189/2564

- ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ป.อ.มาตรา 137 (บททั่วไป)
- ความผิดฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา ป.อ.มาตรา 172 (บทเฉพาะ)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 172 หากทางพิจารณาได้ความว่า #การแจ้งความเท็จนั้นไม่เกี่ยวกับความผิดทางอาญา (ไม่ผิด ม.172) ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ในความผิดตาม ป.อ.มาตรา 137 ได้ #ถือว่าไม่เกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

07/12/2025

วิ.อาญา 🏃📝

- การที่จำเลยเปิดเสื้อให้ดูแล้วทำท่าทางคล้ายจะชักอาวุธมีดโดยยังไม่ได้พูดจาขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในทันใดนั้นแต่อย่างใด ถือเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายแล้วหรือไม่❓
- ผู้ยึดถือทรัพย์ไว้ชั่วคราวโดยที่ไม่ใช่ผู้ครอบครองและไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ หากถูกคนร้ายขู่เข็ญให้ยื่นทรัพย์ให้ ผู้ยึดถือทรัพย์ดังกล่าวถือเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานชิงทรัพย์หรือไม่ ❓
- หากในทางพิจารณาได้ความว่าผู้ครอบครองทรัพย์ดังกล่าวเพียงแต่ยึดถือไว้ชั่วคราวเท่านั้นถือเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญที่จะทำให้ศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานชิงทรัพย์ได้หรือไม่ ❓

ฎ.7583/2560⚠️

🔪 ประเด็นที่ 1 แม้จำเลยจะมิได้พูดจาข่มขู่หรือขู่เข็ญว่าใน ทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย #แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่เดินเข้าไปในห้องพักอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหายเวลาวิกาล แล้วเปิดเสื้อให้ดูพร้อมทำท่าคล้ายกับจะชักอาวุธลักษณะเป็นมีดปลายแหลมจนทำให้ ภ. รู้สึกตกใจกลัว เกรงว่าจะถูกทำร้ายและไม่กล้าขัดขึ้น จากนั้นจำเลยหยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไป #จึงเป็นการที่จำเลยแสดงอาการ ขู่เข็ญ ภ. แล้วว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายในขณะเดียวกันกับลักทรัพย์หรือใกล้ชิดกับการลักทรัพย์ต่อเนื่องเป็นหตุการณ์เดียวกัน

💻 ประเด็นที่ 2 การที่ อ. ไปห้องพักของเพื่อน โดยไม่ปรากฏว่าได้ส่งมอบการครอบครองหรือฝากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไว้กับ ภ. จึงเป็นกรณีที่ อ. ให้ ภ. ช่วยดูแลคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คชั่วคราวเฉพาะเหตุหรือชั่วระยะเวลาที่ อ. ไปห้องพักของเพื่อน ถือว่าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยังอยู่ในความครอบครองของ อ. ต่อมาเมื่อจำเลยชิงทรัพย์ดังกล่าวไป อ. เป็นผู้เสียหาย #ผู้ยึดถือทรัพย์ไว้ชั่วคราวไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานชิงทรัพย์

🚨ประเด็นที่ 3 เมื่อจำเลยให้การรับว่าลักทรัพย์ของ อ. ไป แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้มีดแทง ภ. แม้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คอยู่ในความครอบครองของ อ. แตกต่างกับข้อเท็จจริง ว่าอยู่ในความครอบครองของ ภ. ดังที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ศาลลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

คำพิพากษาฎีกาสวยๆ ครับ  - การได้มาซึ่งทรัพยสิทธิ์ของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ต้อง...
02/12/2025

คำพิพากษาฎีกาสวยๆ ครับ

- การได้มาซึ่งทรัพยสิทธิ์ของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ต้องทำเป็นหนังสือจดทะเบียนก่อนหรือไม่
- การที่จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ เพียงแค่กล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยไม่ได้กล่าวอ้างเกี่ยวกับการแก้กรรมสิทธิ์ ถือว่า เป็นการต่อสู้กรรมสิทธิ์หรือไม่
- การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่จะถือว่าเป็นการทิ้งฟ้อง

***เดี๋ยวแอดจะหาย่อยาวมาแปะให้ในคอมเม้นท์นะครับ

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66638914598

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Law Doผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Law Do:

แชร์