02/06/2026
คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ถือเป็นคำฟ้องหรือไม่
ฟ้องซ้อนหรือไม่
ถอนฟ้องเด็ดขาดหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9454/2553📌
โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 341, 83 ต่อศาลจังหวัดนางรอง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544
ส่วนคดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี ป.อ. มาตรา 83, 91, 341 กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 482,000 บาท แก่ผู้เสียหายต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2544
ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2545 โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ได้ #ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต
**⚠️(ฐานอื่นเป็นความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายจึงให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้แค่ในฐานที่้ป็นผู้เสียเท่านั้น)
แต่คดีความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ โจทก์ร่วมได้ถอนฟ้องไปใน #ภายหลัง ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้และภายหลังที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีนี้
**⚠️(แม้โจทก์ร่วม จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ในขณะที่ยังไม่ถอนฟ้อง ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้อน เพราะคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ไม่ใช่คำฟ้อง)
จึงมิใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาด ย่อมไม่มีผลกระทบต่อคดีนี้จึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 36 (3) และ 39 (2)
**⚠️ (เมื่อมีการถอนฟ้อง เพื่อขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ จึงไม่ใช่การถอนฟ้องโดยเด็ดขาดสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ)