PDPA LAW บริการให้คำปรึกษากฎหมาย องค์กรธุรกิจ การปรับโครงสร้างหนี้ และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร

ด้วย บริษัท ซีแอลวาย อินเตอร์ ลอว์ จำกัด เป็นบริษัท ฯ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการงานด้านกฎหมาย มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะให้บริการงานด้านกฎหมายอันเป็นเลิศ เพียบพร้อมด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์งานด้านกฎหมายอันยาวนานต่อเนื่อง

สวัสดีปีใหม่ 2025! ในวาระอันเป็นมงคลฤกษ์นี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย อวยพรให้ทุกๆท่าน ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสุข ความสำ...
31/12/2024

สวัสดีปีใหม่ 2025! ในวาระอันเป็นมงคลฤกษ์นี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย อวยพรให้ทุกๆท่าน
ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งความสุข ความสำเร็จ และโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต
ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีพลังใจและกายพร้อมสำหรับทุกความท้าทาย
ขอให้ครอบครัวและคนที่คุณรักเปี่ยมด้วยความรัก ความอบอุ่น และความสามัคคี
ขอให้ทุกความฝันเป็นจริง และทุกก้าวที่เดินเต็มไปด้วยความมั่นคงและความหมาย
ขอให้ปีใหม่นี้นำพาความสุขสดใสมาสู่ทุกวันในชีวิตด้วยเทอญ ! 🙏🙏🙏

ทนายปริวรรตน์ เจริญกิตติพจน์
แอดมินเพจ PDPA LAW

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัลในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมี...
30/11/2024

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล

ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญและถูกใช้ในทุกแง่มุมของชีวิตประจำวัน กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2562 โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและควบคุมการใช้งานข้อมูลจากทั้งองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หลักการและวัตถุประสงค์ของ PDPA
การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล: PDPA มีวัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การลบข้อมูล และการจำกัดการใช้ข้อมูล
การควบคุมการเก็บและใช้ข้อมูล: กฎหมายนี้กำหนดให้การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และต้องใช้ข้อมูลภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

สิทธิของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรเก็บรวบรวมเกี่ยวกับตนเอง
สิทธิในการขอให้ข้อมูลถูกลบหรือแก้ไข: เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับตนเองถูกแก้ไขหรือลบได้ในกรณีที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือไม่จำเป็นต่อการใช้งาน
สิทธิในการขอจำกัดการใช้ข้อมูล: ในบางกรณี เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้การใช้ข้อมูลของตนเองถูกจำกัดหรือหยุดชั่วคราวได้
สิทธิในการคัดค้านการใช้ข้อมูล: เจ้าของข้อมูลสามารถคัดค้านการใช้ข้อมูลของตนเองในบางกรณี เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด

บทบาทขององค์กรตาม PDPA
การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล: องค์กรต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
การแจ้งข้อมูล: องค์กรต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการเก็บข้อมูล
การปกป้องข้อมูล: องค์กรต้องดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการรั่วไหล การถูกโจรกรรม หรือการใช้งานในทางที่ไม่เหมาะสม
การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO): องค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรที่มีการจัดการข้อมูลจำนวนมากต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) เพื่อดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายนี้

กรณีที่ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
การเก็บข้อมูลจากลูกค้า: หากองค์กรเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล ต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้าก่อนเสมอ
การใช้ข้อมูลเพื่อการตลาด: การส่งโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษผ่านช่องทางต่างๆ จะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
การเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลที่สาม: หากองค์กรจะเปิดเผยข้อมูลให้กับบุคคลภายนอก เช่น พันธมิตรทางธุรกิจหรือผู้ให้บริการ ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน

ผลกระทบหากไม่ปฏิบัติตาม PDPA
บทลงโทษทางกฎหมาย: หากองค์กรไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ อาจถูกปรับหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีโทษทั้งปรับเงินและจำคุก
ความเสียหายทางชื่อเสียง: การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงขององค์กรและความเชื่อมั่นของลูกค้า
การฟ้องร้องจากเจ้าของข้อมูล: เจ้าของข้อมูลที่ถูกละเมิดสิทธิสามารถฟ้องร้ององค์กรได้

วิธีการปฏิบัติที่ดีเพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA
การฝึกอบรมพนักงาน: องค์กรควรฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และแนวทางการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
การตรวจสอบและอัปเดตนโยบายการคุ้มครองข้อมูล: ควรมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ
การใช้เทคโนโลยีในการปกป้องข้อมูล: ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการปกป้องข้อมูลจากการถูกโจรกรรมหรือรั่วไหล

สรุป พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นกฎหมายที่สำคัญในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นธรรม องค์กรทุกแห่งต้องปฏิบัติตามเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 ทีมงาน PDPA LAW ได้เป็นทนายความโจทก์ยื่นฟ้องโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา...
30/01/2024

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 ทีมงาน PDPA LAW ได้เป็นทนายความโจทก์ยื่นฟ้องโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อศาลจังหวัดสงขลา ในข้อหา ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

มูลเหตุของเรื่องนี้ก็คือ โรงแรมและพนักงานโรงแรม ได้ส่งหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย คือ ภาพเคลื่อนไหว(คลิบวีดิโอ) ที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นข้อมูลทางชีวภาพของผู้เสียหาย และอยู่ในความครอบครองของโรงแรม ส่งให้แก่บุคคลภายนอก โดยในคลิบวีดิโอระบุข้อมูลที่ผู้เสียหาย กับเพื่อนชาย ได้เข้าไปที่โรงแรม กำลังเดินเข้ามาภายในบริเวณโรงแรมฯ เพื่อเช็คอินเข้าพัก ซึ่งข้อมูลคลิบวีดิโอที่พนักงานโรงแรมส่งให้แก่บุคคลภายนอกนั้น ถือเป็นข้อมูลชีวภาพและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ของผู้เสียหาย และสามารถระบุตัวผู้เสียหายได้ ต้องห้ามมิให้มีการบันทึกข้อมูลกล่าวและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย

จนกระทั่งต่อมา บุคคลภายนอกที่ได้รับคลิปวีดิโอมาจากโรงแรม ได้นำคลิปไปโพสเผยแพร่หมิ่นประมาทและดูหมิ่นผู้เสียหาย อ้างว่าผู้เสียหายไปแย่งสามีคนอื่น และยังมีข้อความอื่นๆอีก และมีการแชร์โพสต่อไปเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดความเสียหาย ต่อมาผู้เสียหายจึงได้ฟ้องหมิ่นประมาทกับบุคคลที่โพสดังกล่าว จนกระทั้งบุคคลที่โพสหมิ่นประมาทให้การรับสารภาพ และมีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้เสียหายจึงได้ถอนฟ้อง

แต่ผู้เสียหายไม่รู้กฎหมายเรื่อง PDPA ว่าสามารถดำเนินคดีอาญากับโรงแรมได้ จึงไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้ว่ามีการกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีอาญาจึงขาดอายุความ

แต่ในทางแพ่ง กฎหมาย PDPA กำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะให้มีอายุความ 3 ปี จึงเป็นที่มาในการฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีนี้ครับ

ปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735
หรือ แอดไลน์

การใช้สิทธิร้องเรียน การดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญา ตามกฎหมาย PDPAปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735หรือ แอดไลน์  หรือ คลิก https:/...
28/01/2024

การใช้สิทธิร้องเรียน การดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญา ตามกฎหมาย PDPA

ปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://lin.ee/O2CIjSSC

เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิด อาจติดคุกถูกปรับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่ว...
28/01/2024

เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิด อาจติดคุกถูกปรับ

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) เป็นกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ 27 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากข้อมูลของแต่ละคนย่อมเป็นสมบัติส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล ผู้อื่นจะมารับรู้หรือเอาข้อมูลไปใช้โดยพลการไม่ได้ โดยใน พ.ร.บ. นี้ระบุว่า

"มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล"
สำหรับบทลงโทษนั้น หากผู้ได้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติติตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว กฎหมายได้กำหนดบทลงโทษไว้ด้วยกัน 3 ทาง ดังนี้
บทลงโทษทางแพ่ง
บุคคลหรือภาคธุรกิจใดที่ทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียหาย จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่ว่าจะจงใจให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ยกเว้นว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย
ส่วนค่าสินไหมทดแทนจะรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เจ้าของข้อมูลได้จ่ายไปตามความจำเป็น เพื่อป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย และศาลอาจกำหนดให้ผู้กระทำผิดจ่ายเพิ่มเติมจากจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงได้ แต่ต้องไม่เกินกว่า 2 เท่าของค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริง บทลงโทษ PDPA ในทางแพ่ง กำหนดอายุความไว้ 3 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหาย และรู้ตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 77 และ 78)
บทลงโทษในทางอาญา
บทลงโทษ ในทางอาญานั้นสามารถยอมความได้ (มาตรา 79) ฉะนั้น ผู้เสียหายหรือเจ้าของข้อมูลจะต้องมีการร้องทุกข์หรือฟ้องคดีต่อศาลภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถ้าระยะเวลาได้พ้น 3 เดือนแล้ว แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีต่อศาลแล้ว กฎหมายถือว่าอายุความในคดีนั้นขาดทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
ส่วนผลของความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก็จะแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- การกระทำความผิดนั้นอาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79 วรรคแรก)
- ความกระทำความผิดนั้นเกิดจากการที่ธุรกิจแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79 วรรคสอง)
- ความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตาม PDPA แล้วนำไปเปิดเผยแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 80)
- ในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล บุคคลที่กระทำความผิดต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นๆ และรับโทษตามความผิดนั้นๆ อีกด้วย (มาตรา 81)
อย่างไรก็ตาม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการยกเว้นความผิดในกรณีที่เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่ หรือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน หรือการพิจารณาคดี หรือเปิดเผยแก่หน่วยงานของรัฐในประเทศหรือต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ หรือเปิดเผยที่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะครั้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีต่างๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ (มาตรา 80 วรรคสอง)

บทลงโทษทางปกครอง
บทลงโทษ PDPA ในทางปกครอง มีอัตราโทษปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาท หรือในกรณีที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเห็นสมควรอาจจะสั่งให้แก้ไขหรือตักเตือนก่อนก็ได้ โดย PDPA กำหนดโทษของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตัวแทน และโทษทางปกครองอื่นๆ ดังนี้
โทษของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- ไม่ขอความยินยอมหรือไม่แจ้งผลกระทบจากการถอนความยินยอม
- ไม่แจ้งการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
- ไม่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงข้อมูลตามสิทธิ
- ไม่ทำบันทึกรายการตามที่กฎหมายกำหนด
- ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือไม่จัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ
- เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากฐานทางกฎหมาย
- ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่แจ้งเอาไว้
- เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าที่จำเป็น
- เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
- ทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
โทษของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
- การไม่จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่มีการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่อย่างเพียงพอ
- การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล การไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
- การไม่จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล
- การโอนข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ยกตัวอย่าง
ลูกค้าเป็นเน็ตไอดอลชื่อดัง ได้เข้าไปเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หากลูกค้าโดนแอบถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปหรือเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งทั้งในภาพและคลิปสามารถยืนยันและระบุตัวตนได้ว่าเป็นผู้ใด แล้วนำไปอัปโหลดลงเพจหรือลงสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโปรโมทร้านค้า หรือ ในกรณีนี้ต้องของความยินยอมจากเน็ตไอดอลชื่อดังนั้นเสียก่อน หากฝ่าฝืนย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย PDPA และหากภาพหรือคลิปที่สื่อสารหรือเผยแพร่ออกไปนั้น อาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย นอกจากนะเป็นความผิดตามประราชบัญญัตินี้แล้ว ยังอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 อีกประการหนึ่งด้วย
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ธุรกิจในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติ คือ การดำเนินการตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการขอความยินยอม (Consent) ตามกฎหมาย PDPA ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด เพราะถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ธุรกิจก็ไม่อาจนำข้อมูลนั้นมาใช้ได้ และเมื่อได้รับความยินยอมแล้วก็จะต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ รวมทั้งดูแลรักษาข้อมูลนั้นให้ปลอดภัย ป้องกันผู้อื่นละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล ซึ่งหากข้อมูลรั่วไหลออกไปก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และธุรกิจในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็อาจมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครองได้

การดำเนินคดีทางกฎหมาย
สำหรับการดำเนินคดีนั้น ผู้เสียหายหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถ ดำเนินการได้ดังนี้
1. แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานที่ๆ มูลคดีเกิด ภายใน 3 เดือน เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลแทนได้ หรือ
2. แต่งตั้งทนายความฟ้องคดีโดยตรงต่อศาลในทางอาญาและเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งไปพร้อมกันด้วยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว

ปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735
หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://lin.ee/O2CIjSSC

ประกาศแล้ว 3 พรฎ.เว้นภาษีช่วยเอสเอ็มอีฝ่าโควิด-19
13/07/2020

ประกาศแล้ว 3 พรฎ.เว้นภาษีช่วยเอสเอ็มอีฝ่าโควิด-19

ราชกิจจานุเบกษาประกาศ 3 พรฎ.ยกเว้นภาษีธุรกรรมช่วยเอสเอ็มอีฝ่าโควิด-19

12/07/2020

#นำเช็คค้ำประกันไปฟ้องเป็นคดีอาญาเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ

การจะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้นั้น สาระสำคัญประการหนึ่งคือเช็คพิพาทนั้น ต้องเป็นเช็คที่ออกไว้เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายด้วย
ส่วนการออกเช็คค้ำประกันนั้น เช็คดังกล่าวไม่ได้มีไว้เพื่อชำระหนี้ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดในทางอาญา แต่อย่างไรก็ดี ผู้ทรงเช็คก็ยังมีสิทธินำเช็คค้ำประกันดังกล่าวไปเรียกเก็บกับธนาคารได้อยู่ ส่วนหากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ผู้ทรงเช็คก็มีสิทธิตามกฎหมายที่จะฟ้องผู้สั่งจ่ายเป็นคดีแพ่งได้อยู่ แต่หากผู้ทรงเช็ครู้อยู่แก่ใจว่าเช็คที่ตนถืออยู่นั้น เป็นเช็คที่ออกให้ไว้เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ ไม่ใช่ออกให้เพื่อชำระหนี้ แต่ดันหัวหมอ รู้มาก ทะลึ่งนำไปขึ้นเงินเพื่อให้เช็คมันเด้งและนำไปฟ้องคดีอาญาเพื่อบีบลูกหนี้ว่าหากไม่จ่าย จะต้องติดคุก เช่นนี้ผู้ที่นำเช็คค้ำประกันไปฟ้องคดีอาญา ย่อมมีความผิดฐานฟ้องเท็จด้วย เตือนไว้เลย ระวังจะตกเป็นจำเลยเสียเองนะ มาดูตัวอย่างกันครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3963/2543
การที่โจทก์ออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 500,000 บาทให้แก่จำเลยนั้น เป็นการออกเช็คเพื่อค้ำประกันเงินกู้ที่โจทก์กู้ไปจากจำเลยจำนวน120,000 บาทเมื่อจำเลยนำเช็คพิพาทฉบับดังกล่าวไปฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้เงินกู้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯมาตรา 4 จึงเป็นการฟ้องคดีอาญาต่อศาลว่าโจทก์กระทำความผิดการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2538
ขณะที่มอบเช็คให้จำเลยยังไม่มีวันที่สั่งจ่ายและรอยตราประทับของโจทก์ที่ 1 การที่จำเลยนำเช็คฉบับดังกล่าวไปฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสองร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 และเบิกความตามคำฟ้องดังกล่าวเป็นการกระทำที่จำเลยรู้อยู่แล้วว่าการออกเช็คดังกล่าวของโจทกก์ทั้งสองไม่มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

อย่างไรก็ดี มีบางกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่น่าจะมีเจตนาฟ้องเท็จด้วย ซึ่งก็ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป ตัวอย่างเช่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2560
โจทก์กู้เงินจำเลยจำนวน 500,000 บาท และได้ออกเช็ค 2 ฉบับ ให้แก่จำเลย แม้จำเลยนำเช็คสองฉบับดังกล่าวรวมจำนวนเงินตามเช็ค 500,000 บาท ไปยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีอาญา และต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวที่โจทก์ออกให้แก่จำเลยเป็นประกันการชำระหนี้ ก็เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อกฎหมาย โดยรับฟังข้อเท็จจริงจากหนังสือสัญญากู้ยืมเงินอันเป็นพยานหลักฐาน จำเลยนำมาสู่ศาลในคดีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ประกอบกับจำเลยเป็นชาวต่างชาติซึ่งไม่ปรากฎว่าเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายไทย เมื่อจำเลยนำหลักฐานสัญญากู้ยืมเงินกับเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าว และเช็คฉบับอื่นๆ อีกหลายฉบับที่โจทก์ออกให้กับจำเลยไปปรึกษากับ ส. ประกอบวิชาชีพทนายความก็ได้รับคำแนะนำจาก ส. ว่าจำเลยสามารถใช้สิทธิทางศาลด้วยการยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการที่โจทก์ออกเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวได้ จำเลยจึงได้มอบอำนาจให้ ส. เป็นผู้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าว มีเหตุให้เชื่อได้ว่ำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าการกระทำของโจทก์เป็นความผิดอาญาดังที่ทนายความแนะนำ เมื่อจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฟ้องเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175

ปรึกษากฎหมายโทร 095-9567735 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

17/04/2020

พ.ศ.2563 /ค.ศ.2020 บั น ทึ ก ไ ว้ ใ น ค ว า ม ท ร ง จำ
วั น ที่ โ ล ก จ ะ ไ ม่ เ ห มื อ น เ ดิ ม อี ก ต่ อ ไ ป

ตลอดชีวิต อะไรที่ไม่เคยเจอ ณ เวลานี้เราได้เจอแล้ว
• ปีที่เครื่องบินหยุดบิน ✈️
• ปีที่ 7-Eleven ปิดกลางคืน ⏰
• ปีที่ไม่มีเช็งเม้งไม่มีสงกรานต์
• ปีที่ผู้คนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน 🏡
• ปีที่ร้านอาหารไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง
• ปีที่รถส่งอาหารวิ่งกันขวักไขว่ 🚛
• ปีที่ผู้คนใส่หน้ากากเข้าหากัน 😷
• ปีที่น้ำมันราคาเท่ากับเมื่อ 20 ปีก่อน
• ปีที่ถนนเกือบทุกสายโล่ง 🚘
• ปีที่ห้าง ผับ บาร์ สปา ร้านตัดผม ปิดบริการ ⛔️
• ปีที่เลื่อนการแข่งขันโอลิมปิก 🏊🏻‍♀️⛹🏻🏋🏻‍♀️
• ปีที่ธุรกิจแทบทุกประเภทหยุดนิ่ง
• ปีที่หลายประเทศต้องปิดประเทศกันไป 🇮🇪🇲🇾🇸🇮
• ปีที่ผู้คนต้องล้มตายดั่งใบไม้ร่วง ฯลฯ 😭😭😭

โ ล ก ค ง กำ ลั ง เ ยี ย ว ย า ตั ว เ อ ง . .
ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า " ไ ว รั ส " 🦠
ความก้าวหน้าทางการแพทย์นับร้อยปีที่พัฒนาไปมาก
แต่เรายังไม่สามารถผลิตยา " ฆ่ า ไ ว รั ส " ได้เลย
เราทำได้แค่ยา " ต้ า น " ฤทธิ์มันไว้ไม่ให้แพร่ตัวมากขึ้น
จนภูมิต้านทานของร่างกายทำงาน จนไวรัสหมดฤทธิ์ไปเอง

ม นุ ษ ย์ ค ร อ ง โ ล ก . .
จนเผาผลาญทรัพยากรไปมากมาย
โลกร้อนขึ้น อากาศย่ำแย่ ป่าไม้เหลือน้อยลง
ไมโครพลาสติกเต็มทะเล โลกเต็มไปด้วยมลภาวะ

โ ล ก ค ง บ อ บ ช้ำ จ น สุ ด จ ะ ท น เ เ ล้ ว . .
โลกเลยปล่อยเครื่องมือที่เรียกว่า " ไ ว รั ส " ออกมา
เพื่อ " ห ยุ ด " ทุกกิจกรรมที่ทำร้ายทำลายโลก 🌎🙏🏻😭

จ น เ มื่ อ โ ล ก เ ย็ น ล ง . . เ มื่ อ น้ำ ใ ส ขึ้ น
อากาศดีขึ้น จากการลดการเดินทางของมนุษย์
• เต่า 🐢 ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดที่ปราศจากนักท่องเที่ยว
• โลมา 🐬 มาว่ายน้ำเล่นในคลองเวนิส หลังเกิดการลดจำนวนประชากรที่มากมายเกินกว่าโลกจะรับไหว

ห ลั ง เ ห ตุ ก า ร ณ์ นี้ ผ่ า น ไ ป . . จะยังมีช็อคเวฟจากการถดถอยของเศรษฐกิจทั่วโลกอีกระลอกใหญ่ ที่ต้องได้รับผลกระทบกันถ้วนทั่ว

เ เ ล ะ ก า ร ล้ า ง โ ล ก ค รั้ ง นี้ . . จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน หรือแท้ที่จริงแล้ว มนุษย์เองที่คือ " ม ะ เ ร็ ง ข อ ง โ ล ก " และโลกกำลัง " ฉี ด คี โ ม " เพื่อเยียวยาตัวเอง🌎💊💉

• ข อ ใ ห้ ทุ ก ค น ป ล อ ด ภั ย •
📝บันทึกไว้ในความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิต📝
🙏🏻ขออนุญาตแชร์และขอขอบคุณผู้เขียนบทความนี้ครับ

กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอัตรา 3% เหลืออัตรา 1.5% ตามมาตรการเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 สำหรับการจ่ายเงิน...
08/04/2020

กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอัตรา 3% เหลืออัตรา 1.5% ตามมาตรการเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 ก.ย. 2563
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเรื่อง มาตรการดูแล และเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรง และทางอ้อม ระยะที่ 1 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งมาตรการลดอัตราภาษี ณ ที่จ่าย ก็เป็นหนึ่งในมาตรที่กำหนด ทั้งนี้มาตรการภาษี ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ

1. มาตรการคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอัตรา 3% เหลืออัตรา 1.5% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 ก.ย. 2563 และลดเหลือ 2% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามข้อกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ถึง 1 ธ.ค. 2564 เฉพาะที่จ่ายผ่านระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

2. มาตรการภาษีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่เข้าร่วมมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัส และมีการจัดทำบัญชีเดียว สามารถหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับรายจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เม.ย. ถึง 31 ธ.ค. 2563

3. มาตรการส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฯ โดยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถหักรายจ่ายได้ 3 เท่า สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างของเดือน เมษายน 2563 ถึงเดือนกรกฎาคม 2563 ให้แก่ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม และได้รับค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยต้องคงการจ้างงานในช่วงดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า จำนวนลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน ณ วันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2562

4. มาตรการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการส่งออกที่ดี กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับคืนภายใน 15 วัน และกรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาจะได้รับคืนภายใน 45 วัน

http://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/tp324.pdf

ที่อยู่

45/1 ซอยลาดพร้าว 101 ซอย 38 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66959567735

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PDPA LAWผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PDPA LAW:

แชร์