Law Note สรุปย่อกฎหมาย

Law Note สรุปย่อกฎหมาย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Law Note สรุปย่อกฎหมาย, กฎหมาย, คลังสินค้า Law Note 369/1 ซอยโชคชัย 4 ซ. 13 ถ. โชคชัย 4, Bangkok.

⚖️ สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดไม่เสียไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 “สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตล...
25/05/2026

⚖️ สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดไม่เสียไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 “สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล หรือคำสั่ง เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไปถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา หรือผู้ล้มละลาย”

📘 ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ถือว่าสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดไม่เสียไป

📌 ฎ.2564/2567 จำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3. ก.) เลขที่ 808 ที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ต้น แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะขายที่ดินพิพาทและส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์และโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมานานประมาณ 20 ปีเศษ ก็ตาม แต่ตราบใดที่ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนก็ยังคงถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาท อีกทั้งจำเลยที่ 1 ยังได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 รับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จึงได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง ประกอบกับได้ความว่าจำเลยที่ 6 ผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดเพิ่งทราบว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหลังจากจำเลยที่ 6 ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 6 เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล สิทธิในที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 6 จึงไม่เสียไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 จำเลยที่ 6 ย่อมมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์

📌 ฎ.796/2552 จำเลยปลูกสร้างบ้านคร่อมลงบนที่ดินพิพาทและบนที่ดินของจำเลยอีกแปลงหนึ่งที่อยู่ติดกันโดยจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลง จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปลูกสร้างได้ในฐานะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ กรณีจึงมิใช่เป็นการปลูกโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 ต่อมาเมื่อที่ดินพิพาทถูกบังคับคดีนำออกขายทอดตลาด โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด ไม่ว่าโจทก์จะรู้หรือไม่รู้ว่ามีบ้านและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินพิพาท แต่ที่ดินพิพาทก็เป็นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา จึงถือว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริต สิทธิของโจทก์ที่ได้ที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดย่อมไม่เสียไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330

📌 ฎ.584/2558 โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาลโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 แม้ต่อมาจำเลยจะขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท แต่ตราบใดคดีที่จำเลยขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดโจทก์ย่อมมีอำนาจในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่จะใช้สอยที่ดินพิพาทตามกฎหมาย การที่โจทก์ถมดินในที่ดินพิพาทก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและคดีถึงที่สุดจึงย่อมมีสิทธิที่จะทำได้

📌 ฎ.13846/2553 ธนาคาร ก. เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิมิให้เสียไป แม้ที่ดินพิพาทมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากธนาคาร ก. อีกทอดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นผู้สืบสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา 1330 เช่นเดียวกัน แม้โจทก์ทั้งสองจะมิใช่ผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยตรง

📌 ฎ.591/2553 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดและโจทก์เป็นผู้ซื้อทอดตลาดที่ดินพิพาทได้ โจทก์จึงได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทจากการซื้อทอดตลาด สิทธิของโจทก์ผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลจึงมิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าที่ดินพิพาทนั้นมิใช่ของ ป. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330

📌 ฎ.9785/2553 เมื่อโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต สิทธิของโจทก์ที่ได้ที่ดินจากการขายทอดตลาดย่อมไม่เสียไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และเมื่อโจทก์ไม่แสดงให้ปรากฏว่าได้ก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นที่ดินเป็นคุณแก่จำเลย โดยยอมให้จำเลยเป็นเจ้าของบ้านบนที่ดินของโจทก์ต่อไป โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ไม่ประสงค์จะให้จำเลยปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโจทก์อีกต่อไป แต่จำเลยเพิกเฉย จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงมีสิทธิขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ได้

📘 ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ถือว่าสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดเสียไป

📌 ฎ.1162/2561 การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญา

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #กฎหมายทรัพย์สิน

25/05/2026

ในหลายครั้งที่ในคดีต่างๆ มักมีข้อต่อสู้ในประเด็นเรื่องเจตนาฆ่าและเจตนาทำร้าย เป็นเพราะสองกรณีนี้ให้ผลในทางกฎหมายที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก โดยสามารถพิจารณาได้ดังนี้

1️⃣ กรณีผู้ถูกระทำเสียชีวิต
✔️ หากผู้กระทำมีเจตนาฆ่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 วางหลักไว้ว่า “ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี”
✔️ หากผู้กระทำมีเจตนาทำร้าย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วางหลักไว้ว่า “ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”
กล่าวคือ หากเป็นกรณีที่ผู้ถูกกระทำเสียชีวิตแล้วศาลฟังว่าผู้กระทำมีเจตนาฆ่า อาจต้องระวางโทษถึงประหารชีวิต แต่หากฟังว่าเป็นกรณีเพียงเจตนาทำร้าย ต้องระวางโทษเพียงแค่จำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปีเท่านั้น

2️⃣ กรณีผู้ถูกกระทำไม่เสียชีวิต
✔️ หากผู้กระทำมีเจตนาฆ่า แต่ผู้ถูกกระทำไม่เสียชีวิต ผู้กระทำย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่า ซึ่งต้องระวางโทษสองในสามส่วนของมาตรา 288 อันเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
✔️ หากผู้กระทำมีเจตนาทำร้าย กรณีที่ผู้ถูกทำร้ายไม่เสียชีวิตนั้นความหนักเบาของโทษจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้
• ถ้ากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายนั้น เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสก็มีความผิดตามมาตรา 297 ที่มีโทษจำคุกเพียงไม่เกิน 10 โดยอันตรายสาหัส นั้นคือ อันตรายสาหัสนั้น คือ
(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด
(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
(5) แท้งลูก
(6) จิตพิการอย่างติดตัว
(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
• ถ้าเป็นการทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ
ไม่เกินสี่พันบาท
• ถ้าเป็นการทำร้ายร่างกายที่แทบจะไม่เกิดอาการบาดเจ็บเลย ถือเป็นความผิดตามมาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

🖋️ การที่จะมีเจตนาฆ่า หรือมีเจตนาเพียงแค่ทำร้ายร่างกายนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลถึงคดีและโทษที่ต้องได้รับในความผิดแต่ละฐาน เพราะหากมีเจตนาฆ่าโทษจะหนักกว่าเจตนาทำร้ายเสมอ

📃 หลักเกณฑ์ที่ศาลมักใช้ในการวินิจฉัยว่าผู้กระทำความผิดมีเจตนาฆ่า
1. อาวุธที่ใช้กระทำ พิจารณาจากการใช้อาวุธร้ายแรงในการกระทำต่ออวัยวะสำคัญ ส่วนใหญ่การใช้อาวุธปืนนั้น
2. บริเวณที่เลือกกระทำ หากกระทำต่อบริเวณที่เป็นอวัยวะสำคัญหรือบริเวณใกล้อวัยวะสำคัญ เช่น ศรีษะ ท้องน้อย
3. ความรุนแรงของการกระทำ กรณีแม้เป็นการใช้อาวุธไม่ร้ายแรงแต่ได้กระทำซ้ำ ๆ ต่ออวัยวะสำคัญ หรือบริเวณใกล้อวัยวะสำคัญ
4. โอกาสที่เลือกกระทำ

🔗 เข้าชมเว็บไซต์ www.artthakij.com
☎️ ติดต่อเรา [email protected]

#อรรถกิจแอนด์พาร์ทเนอร์ #สำนักงานกฎหมาย #ทนายความ #ที่ปรึกษากฎหมาย #ว่าความ

การปิดคดีล้มละลาย   #นิติศาสตร์  #เนติบัณฑิต  #สรุปกฎหมาย  #กฎหมายล้มละลาย
24/05/2026

การปิดคดีล้มละลาย

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #กฎหมายล้มละลาย

ความผิดฐานลักทรัพย์เกี่ยวกับสัญญาณโทรศัพท์   #นิติศาสตร์  #เนติบัณฑิต  #สรุปกฎหมาย  #กฎหมายอาญา
23/05/2026

ความผิดฐานลักทรัพย์เกี่ยวกับสัญญาณโทรศัพท์

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #กฎหมายอาญา

22/05/2026

📢 รับสมัครงาน 2 ตำแหน่ง
Join our team
……
✅ Corporate Lawyer (Mid-Level Associate)
About the Role
You will work alongside senior lawyers on sophisticated corporate matters, advising local and international clients on transactions that shape businesses.
Scope of Work
• Mergers & acquisitions (M&A) and corporate restructuring
• Foreign investment and company establishment
• Corporate governance and compliance
• Commercial contracts drafting and negotiation
• Due diligence and transaction support
• General corporate advisory
Qualifications
• Bachelor’s or Master’s degree in Law (LL.B. / LL.M.)
• 3–10 years of post-qualification experience in corporate practice, preferably at a reputable law firm
• Strong command of English (working language); additional languages a plus
• Excellent drafting, analytical, and negotiation skills
• Detail-oriented, proactive, and able to manage multiple matters
• Strong client-service mindset and team spirit
💰 Compensation:
- Mid-Level Associate: Starting from THB 35,000+ per month (negotiable based on experience)
….
✅ Paralegal
About the Role
Support our corporate lawyers in delivering high-quality legal services to clients across a range of corporate and commercial matters.
Key Responsibilities
• Assist in company registration, amendments, and corporate filings with the DBD and relevant authorities
• Prepare and organize corporate documents (shareholder resolutions, minutes, share transfers, etc.)
• Conduct legal research and gather supporting documents
• Support due diligence exercises and document review
• Coordinate with government agencies, clients, and external parties
• Maintain accurate corporate records and filing systems
Qualifications
• Bachelor’s degree in Law or related field
• 1–3 years of paralegal or legal support experience (new graduates with strong potential are welcome to apply)
• Familiarity with Thai corporate filings and DBD procedures is a strong advantage
• Good command of English (reading, writing, and communication)
• Proficient in Microsoft Office and document management
• Highly organized, detail-oriented, and able to meet deadlines
💰 Compensation: Starting from THB 18,000+ per month (negotiable based on experience)

📩 How to Apply / วิธีการสมัคร
ส่ง CV และจดหมายแนะนำตัวมาที่ [email protected]
โดยระบุตำแหน่งที่สมัครในหัวข้ออีเมล

อำนาจศาลในการปฏิเสธ งดสืบ หรือสืบเพิ่มเติมพยานหลักฐานในคดีแพ่ง   #นิติศาสตร์  #เนติบัณฑิต  #สรุปกฎหมาย  #พยานหลักฐาน
22/05/2026

อำนาจศาลในการปฏิเสธ งดสืบ หรือสืบเพิ่มเติมพยานหลักฐานในคดีแพ่ง

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #พยานหลักฐาน

 #ภาษาอังกฤษสําหรับนักกฎหมาย  #นิติศาสตร์
21/05/2026

#ภาษาอังกฤษสําหรับนักกฎหมาย #นิติศาสตร์

การนำ Pattern ภาษาจากคำพิพากษาฎีกามาเขียนตอบ #อ่านหนังสือ  #เทคนิคการเรียน
20/05/2026

การนำ Pattern ภาษาจากคำพิพากษาฎีกามาเขียนตอบ

#อ่านหนังสือ #เทคนิคการเรียน

20/05/2026

📣 รับสมัครทนายความ ทีม Litigation
ตำแหน่ง Mid-Level Associate
(อัตราเงินเดือน 35,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความสามารถ)

คุณสมบัติ
✔️ จบการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์
✔️ มีใบอนุญาตว่าความ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
✔️ มีประสบการณ์ในการว่าความ ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา ในฐานะผู้ว่าความหลัก ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
✔️ มีประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล หรือข้อพิพาททางธุรกิจ
✔️ มีความสามารถในการจัดทำคำคู่ความและเอกสารทางกฎหมายได้ดี (หากจัดทำเป็นภาษาอังกฤษได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ)

📩 วิธีการสมัคร
ส่งประวัติย่อ (Resume) พร้อมแนบสำเนาใบอนุญาตทนายความ E-mail มาที่ [email protected]
โทร.02-0449088 ค่ะ

#อรรถกิจแอนด์พาร์ทเนอร์ #สำนักงานกฎหมาย #ทนายความ #ที่ปรึกษากฎหมาย #ว่าความ

⚖️ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างบุคคลอื่นรื้อถอนโครงสร้างเหล็กป้ายโฆษณาของผู้เสียหาย จนทำให้โครงสร้างป้ายได้รับ...
19/05/2026

⚖️ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างบุคคลอื่นรื้อถอนโครงสร้างเหล็กป้ายโฆษณาของผู้เสียหาย จนทำให้โครงสร้างป้ายได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 358 ต่อมาผู้เสียหายยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย อันเป็นค่าเสียโอกาสทางการค้าเกี่ยวกับสัญญาสื่อโฆษณา ซึ่งมีมูลหนี้อันเกิดจากสัญญาเช่ามาด้วย กรณีดังกล่าวจะเป็นคำขออันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่?

📘 ฎ.4751/2568 การกระทำความผิดในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ของจำเลยย่อมเป็นค่าเสียหายในมูลคดีส่วนแพ่งอันเป็นการกระทำละเมิดที่เกิดจากการรื้อโครงเหล็กของป้ายโฆษณาที่เกิดเหตุของโจทก์ร่วม และดอกเบี้ยในค่าเสียหายจากมูลละเมิดเท่านั้น ค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทางการค้าเกี่ยวกับสัญญาสื่อโฆษณาซึ่งมีมูลหนี้อันเกิดขึ้นจากสัญญาเช่าเป็นคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ไม่ใช่การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

สรุปความผิดฐานฆ่าผู้อื่น   #นิติศาสตร์  #เนติบัณฑิต  #สรุปกฎหมาย  #กฎหมายอาญา
18/05/2026

สรุปความผิดฐานฆ่าผู้อื่น

#นิติศาสตร์ #เนติบัณฑิต #สรุปกฎหมาย #กฎหมายอาญา

ที่อยู่

คลังสินค้า Law Note 369/1 ซอยโชคชัย 4 ซ. 13 ถ. โชคชัย 4
Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Law Note สรุปย่อกฎหมายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท