LKN&Esther Consultant And Law Office

LKN&Esther Consultant And Law Office รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย
ติดต่อ 091-8484951

วันนี้ทำหน้าที่ทนายความ  #คดีเช็คเด้งนำเงินกลับมาให้ลูกความทุกบาท ทุกสตางค์ เต็มจำนวน  #ขอแสดงความยินดีด้วยครับ 
23/04/2026

วันนี้ทำหน้าที่ทนายความ #คดีเช็คเด้ง
นำเงินกลับมาให้ลูกความทุกบาท ทุกสตางค์ เต็มจำนวน
#ขอแสดงความยินดีด้วยครับ 

02/04/2026
31/03/2026
31/03/2026
 #จำเลยรับสารภาพศาลท่านมีเมตตาอยู่แล้วครับ #สถานีต่อไปคดีสวนแพ่งเรียกค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายต่อไป นำคำพิพากษาคดีส่วนอ...
26/03/2026

#จำเลยรับสารภาพศาลท่านมีเมตตาอยู่แล้วครับ
#สถานีต่อไปคดีสวนแพ่งเรียกค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายต่อไป นำคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไปใช้ในส่วนแพ่งเรียกค่าเสียหาย 7,700,000 บาทให้กับผู้เสียหายต่อไป

28/02/2026

โปรดเกล้าฯถอดถอน 'สืบพงษ์ ปราบใหญ่' ออกจาก อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอน นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
การถอดถอนเป็นไปตามมติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565
กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอพระราชทานถอดถอน ภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้มติถอดถอนมีผลบังคับใช้

เสร็จงานจากลูกความแล้วก็กลับมา ตรวจฟ้องต่อ เพราะ  #สัปดาห์นี้มีฟ้องเพิ่มอีกสองคดี  👍👍👍ขอบคุณที่ไว้วางใจ ทีมทนายความคุณภ...
24/02/2026

เสร็จงานจากลูกความแล้วก็กลับมา ตรวจฟ้องต่อ เพราะ #สัปดาห์นี้มีฟ้องเพิ่มอีกสองคดี  👍👍👍

ขอบคุณที่ไว้วางใจ ทีมทนายความคุณภาพจาก LKN&Esther Consultant And Law Office ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย และรับว่าความทั่วประเทศ ติดต่อด่วนโทร 091-8484951 

20/02/2026

ที่เคยบอกกันเอาไว้ว่าครูจะมาเล่าว่าทำไมนักกฎหมายจะต้องมีตั๋วทนายไว้ในมือ วันนี้พอมีช่วงว่างเล่าได้แล้วค่ะ😊

หลายคนตั้งใจมาเรียนกฎหมายเพราะมีเป้าหมายที่จะสอบเป็นศาลเป็นอัยการ แต่บางคนมาเรียนกฎหมายเพราะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้วแต่เพราะอยากรู้กฎหมายเอาไปใช้งาน หรือในบางคนมาเรียนกฎหมายเพราะเคยเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่รู้สึกว่าควรจะมีกฎหมายไว้ในมือจะดีกว่า

ส่วนใหญ่คนที่มาเรียนกฎหมายเพราะเคยเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่ต้องใช้กฎหมายกับคนที่มาเรียนกฎหมายเพราะอยากรู้กฎหมายเอาไปใช้งานคนกลุ่มหลังนี้มักจะเรียนกฎหมายสนุกเพราะมีความตั้งใจจะมาเก็บเกี่ยวความรู้ทางด้านกฎหมายอย่างเต็มที่มากกว่าเด็กเด็กที่ต้องการจะไปสอบเป็นศาลหรือเป็นอัยการ แต่นั่นคือหนทางข้างหน้าที่พวกเราเลือกถ้าหากว่าเลือกแล้วก็จงมุ่งมั่นทำความฝันต่อไปนะคะ😊✌🏻️

แต่ถ้าถามตรงตรงกับตัวเองในขณะที่เรียนกฎหมายอยู่ นิติศาสตรบัณฑิตที่กำลังเรียนเพียงพอสำหรับการใช้งานแล้วหรือยังคะหรือว่าเรียนไปก็เพียงแค่เปิดตัวบทเป็นเท่านั้น??? แล้วการเรียนกฎหมายได้เกรด A มันทำให้เรารู้เรื่องกฏหมายนั้นดีจริงจริงใช่หรือเปล่าคะ??? ลองถามตัวเองดูว่าเราได้ใช้กฎหมายที่เรียนมาในชีวิตจริงได้จริงๆเหรอ??

สำหรับสิ่งที่ครูหาคำตอบได้ก็คือครูเองเรียนกฎหมายจบชั้นปริญญาตรี จบเนติบัณฑิตไทย จบปริญญาโท ก็ไม่ได้การันตีตัวครูว่าครูใช้กฎหมายเป็นแล้ว แม้จะสอนหนังสือตั้งแต่อายุ 22 ก็เถอะนะ 😓

สมัยที่กำลังเรียนเนจะจบแล้วเหลืออีกเทอม เรื่องการสอบตั๋วทนายก็เป็นเรื่องฮิตในหมู่เพื่อนๆที่เนค่า(สมัยนั้นครูไม่มีคนมาคอยแนะแนวว่า มีตั๋วทนายดีอย่างไรให้ฟังน่าสิ) ในด้านของการมีตั๋วทนายเอาไว้ในมือสำหรับนักกฎหมายที่จบนิติศาสตรบัณฑิตหลายหลายคนยังไม่เคยมองจุดนี้ เพราะ ณ ตอนนี้ขอเอาชีวิตรอดกับการสอบให้ผ่านแต่ละรายวิชาก่อน บางคนคิดว่าไปเรียนเนแล้วเดี๋ยวตั๋วทนายค่อยมาว่ากันทีหลัง เพราะไม่ได้อยากเป็นทนายนักหรอกอยากทำอาชีพอื่นมากกว่า

ไม่แปลกค่ะหลายคนคิดแบบนั้นสำหรับครูเลยตอนนั้นก็ไม่ได้คิดหรอกเพราะต้องเอาเนเทอมสุดท้ายให้ผ่านให้ได้จะได้รีบจบและทำงาน ในเรื่องนี้อย่างที่บอกครูเองก็ไปตามเพื่อน เค้าไปสอบตัวทนายกันครูก็ไปสอบตั๋วทนายด้วย สรุปดันสอบผ่านตัวรุ่นแล้วก็มีตั๋วทนายในมือในปี 2546

แต่แล้วยังไงล่ะมีตั๋วทนายเพราะคิดแค่ว่าเอาไว้เก็บคดีจำนวน 20 คดีเป็นคุณสมบัติเอาไว้สอบศาลสอบอัยการได้เท่านั้นเองไม่ได้คิดจะใช้มันเพื่อประกอบวิชาชีพเลยซักกะนิดเพราะครูเองก็เป็นครูสอนหนังสือที่ราชภัฏแล้ว คิดว่าจะสอนหนังสือไปเรื่อยเรื่อยพร้อมกับอ่านหนังสือสอบศาลไปเรื่อยเรื่อยเช่นกันค่ะ ฉะนั้นตอนได้ตั๋วทนายคิดเลยว่าไม่เห็นจะจำเป็นเลยสำหรับชีวิตนักกฏหมายของครู

สอนหนังสือคืองานหลัก แต่งานหลักก็ใช่จะพอกินนะ ครูจำได้ว่าเริ่มเงินเดือนที่ 7,780 บาทสมัยนั้น กระทั่งมีตั๋วทนายจนกระทั่งอายุ 28 ปี สอนมาได้ 5-6 ปีแล้ว สมัยนั้นเรารับผิดชอบสอนวิชาซื้อขายแลกเปลี่ยนให้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฏหมายเอกเทศสัญญา 1 ด้วย ครูได้รับการติดต่อจากเพื่อนสมัยมัธยมให้ช่วยดูสัญญาฉบับหนึ่ง เป็นสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดย่านสาทรราคาราว 25 ล้านบาทซึ่งพี่สาวของเพื่อนไปผิดสัญญามาและถูกปรับเป็นรายวันเนื่องจากไม่ยอมจ่ายงวดสุดท้ายพร้อมกับไม่ยอมไปรับโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งเหลืออยู่ราวล้านบาทเศษไม่รวมเบี้ยปรับรายวันที่เดินทุกวัน

เพื่อนมาหาเราด้วยคิดว่าเราเป็นอาจารย์สอนกฎหมายและน่าจะช่วยเขาได้ เราเองก็ตรวจสอบสัญญาที่เค้าถือมาให้เรา พร้อมกับหนังสือบอกกล่าวทวงถามที่ทางคอนโดก็ส่งมาทวงถามแล้ว ซึ่งครูก็พบว่าพี่สาวเพื่อนนั้นผิดสัญญาจริงๆ ทำยังไงดีล่ะงานนี้ ?? งานทนายก็ยังไม่เคยแตะซักกะนิดแม้จะมีตั๋วทนายแล้วก็ตาม แต่เอาวะ! ช่วยดูให้เพื่อนนิดนึง ตามกำลังและความสามารถทางด้านทนายความ 0% ของครูสมัยนั้น

เมื่อเรารู้ว่าทางเราผิดสัญญาแน่นอนแล้ว เราก็ต้องหาหนทางเข้าไปต่อสู้กับเขาและทางที่ดีที่สุดทำยังไงก็ได้ให้เรื่องไม่ยุ่งจนกระทั่งถึงชั้นศาล เมื่อดูเอกสารคือสัญญาเราแพ้แน่นอนแล้วงานนี้คงต้องงัดกฎหมายมาสู้กันล่ะว่ามีจุดไหนบ้างที่จะช่วยสัญญาจะซื้อจะขายฉบับนี้ได้

คำถามแรกที่ถามเพื่อนคือทำไมพี่สาวเธอเบี้ยวนัดงวดสุดท้ายทั้งที่จ่ายมา 24 ล้านบาท แล้ว เลยได้คำตอบว่าพี่เขยที่เป็นชาวต่างชาติติดคดีที่ต่างประเทศกำลังสู้คดีอยู่จึงวุ่นวายเรื่องส่งเงินเข้ามาในประเทศไทยทำให้งวดสุดท้ายยังไม่ได้จ่ายแต่เค้าก็ยังยืนยันที่จะซื้อคอนโดห้องนี้เพียงแต่ว่าต้องรอให้เรื่องวุ่นเกี่ยวกับคดีเงียบหายไปก่อน แต่แล้วอย่างไรล่ะในเมื่อคอนโดต้องการให้รับโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาแล้วเค้าไม่สนปัญหาส่วนบุคคลหรอกค่ะเพราะเค้าถือสัญญาเป็นที่ตั้ง เอาละพอรู้ว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจอยากจะเบี้ยวนัดนักหรอกเพราะจ่ายมาตั้ง 24 ล้านบาทแล้ว

เราจึงวนกลับไปหากฎหมายซื้อขายอีกสักครั้งเพราะสอนอยู่ ถามหาเรื่องการส่งมอบงานซึ่งกฎหมายซื้อขายกำหนดให้ส่งมอบในสภาพที่ดีใช้งานได้แล้วและที่สำคัญ ผู้ขายจะต้องรับผิดส่งมอบงานให้ตรงตามกฏหมายด้วย 25 ล้านนะ ไม่ใช่ 25 บาท

ครูวกกลับมาถามพี่สาวเพื่อนว่าพร้อมจะจ่ายอีกราวเดือนไหนก็ได้คำตอบว่าไม่เกิน 3 เดือนพี่เขยซึ่งเป็นสามีของเค้าจะมีเวลาจัดการเรื่องการเงินงวดนี้ได้เอาละเพราะรู้ว่าไม่มีการหนีหนี้แน่แน่ ครูก็เลยตัดสินใจช่วย เลยถามกลับไปว่า"คิดว่าจุดไหนของคอนโดที่เรารู้สึกมันไม่ให้ความยุติธรรมกับเราบ้าง" และครูขอเข้าไปตรวจสอบคอนโดห้องชุดห้องนั้นด้วยว่ามีจุดไหน ที่พร้อมแล้วในการส่งมอบงานนี้ให้กับลูกค้า วนกลับมาหากฎหมายซื้อขายที่สอนแล้วเข้าไปดูคอนโดกัน ด้วยข้อความของหนังสือบอกกล่าวทวงถามที่ว่า"คอนโดนี้พร้อมส่งมอบแล้วแต่ผู้จะซื้อผิดนัดไม่ไปยอมชำระงวดสุดท้ายและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน"

วันนั้นได้เข้าไปดูคอนโดหรูครั้งแรกกลางใจเมืองกรุง คอนโดราคา 25 ล้านบาทมี 2 ห้องนอน 1 ห้องโถงใหญ่ 1 ห้องครัว 1 ห้องคนรับใช้ ห้องน้ำ 2 ห้อง หรูหราน่าสนใจมาก (ในใจคิดสร้างบ้านได้ 5 หลังอย่างหรูที่บ้านนอก แหะ แหะ) ครูมาสะดุดกับห้องนอนห้องใหญ่ที่กลางห้องนอนปูด้วยพื้นไม้แต่พื้นไม้นั้นนูนขึ้นราวเกือบ 50 เซนติเมตรซึ่งทำให้ห้องวางของจุดนั้นไม่ได้และไม่น่ามองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งครูได้สอบถามเพื่อนและพี่สาวว่าจุดที่เป็นแบบเนี่ยเป็นมานานแล้วหรือยัง?? พวกเค้าตอบว่าเป็นมานานแล้วก่อนจะโอนมากกว่า 3 เดือน(ในใจคิด25 ล้านบาทนะเว้ยไม่ใช่ 25 บาทนี่มันก็ 4 เดือนกว่าเข้าไปแล้ว แล้วมาเรียกให้ผู้ซื้อรีบจ่ายรีบไปรับโอนมันใช่เหรอ)

เอาละสอนซื้อขายใช่ไหมในด้าน"ชำรุดบกพร่อง"เอามาใช้สิพัชรดา!!! นอกจากนั้น จากที่สอนกฎหมายธุรกิจเรื่องนิติกรรมสัญญหนี้ก็ตามมาด้วย หลักที่คิดว่าไม่สำคัญคือ "สัญญาต่างตอบแทนเราไม่ต้องชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะชำระหนี้ตอบแทนที่สมกัน" ตอนสอนก็สอนไปเรื่อยอธิบายไปหมดไม่คิดว่ามันสำคัญมากๆและจะได้เอามาใช้ และตอนนันมันกลับผุดขึ้นมาปิดจบจดหมายโต้ตอบของครูได้ ครูจึงได้จุดที่จะมาช่วยเพื่อนครู แล้วเช็คกับผู้รับเหมา ว่าใช้เวลากี่วันในการซ่อมแซม ผู้รับเหมาติดคิวคงต้องรออีกราวเดือนกว่าถึงจะเสร็จแต่ก็ต้องเข้ามาติดตามงานเองว่าถึงขั้นไหนแล้ว เอาละ ณ จุดนี้เองสวรรค์เข้าข้างเราละ ครูจึงได้ข้ออ้างทั้งหมดเพื่อกลับไปเถียงกับทางคอนโดแล้ว 💡💡💡

การเขียนหนังสือโต้ตอบกลับเป็นงานเอกสารตัวแรกที่ครูได้นำกลับมาใช้หลังจากที่ช่วงสอบตั๋วทนายก็ดูมาบ้าง เราได้เขียนโต้ตอบ ไปยังคอนโดนั้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจนกระทั่งทนายของฝ่ายคอนโดขอนัดเจรจาเพื่อตกลงกันว่าจะหาทางออกอย่างไร

วันนั้นครูเข้าเจรจากับเพื่อนทนายรวม 2 คน เจรจากับทนายฝ่ายโน้น พอจบได้ผลสรุปว่าทางคอนโดยอมอ่อนลงและแก้ไขงานในห้องนั้นให้เสร็จจึงจะนัดโอนทีหลัง พร้อมจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้เราอีก 100,000 บาท ส่วนฝ่ายเราเงิน 1 ล้านเศษ ที่ยังไม่ได้ส่งเข้ามาจ่ายงวดสุดท้ายรอไปก่อนได้จนกว่างานซ่อมจะเสร็จ ตามหลักสัญญาต่างตอบแทนเป๊ะเลย😄

ครูก็มาทราบตอนหลังว่าที่เค้าพยายามบีบพี่สาวเพื่อนให้ไปรับโอนและจ่ายงวดสุดท้าย เพราะตอนนี้ห้องดังกล่าวมีคนมาติดต่อขอซื้อในราคา 29 ล้านบาทค่านายหน้ากระเถิบขึ้นไปอีก ทำราคาซึ่งนายหน้าคนไหนล่ะจะไม่อยากได้ แต่บังเอิญที่เล่นผิดทาง กฎหมายเลยไม่คุ้มครองแถมต้องเสียเงินอีก 100,000 บาทให้กับพวกเรา 😊

คดีนี้เป็นคดีแรกซึ่งหมายถึงไม่ถึงชั้นศาลของครู ครูได้ตังค์ค่าขนมมากพอสมควรแต่สิ่งที่ได้มากกว่าตังค์ค่าขนมก็คือเราไม่เคยคิดว่า"ตัวบทกฎหมายที่เราสอนทุกวันมันทำประโยชน์ได้แบบนี้ มันสามารถช่วยคนอื่นได้แบบนี้ ในตอนนั้นรู้สึกสนุกมากกับการคิดที่ละขั้นเอากฎหมายมาปรับใช้กับชีวิตจริง" ถ้าไม่มีตั๋วทนายครูก็คงไม่ได้เป็นทนายตัวแทนของฝ่ายผู้จะซื้อครั้งนั้น

ครูเริ่มมองเห็นอะไรดีดีจากการมีตั๋วทนายซะแล้วค่ะ จากคดีแรกนั่นเองทำให้มีคดีดีต่อๆไป พร้อมกับทำความเข้าใจกฎหมายในแต่ละเรื่องที่ไม่ซ้ำกัน โดยเฉพาะทางแพ่งซึ่งตอนนั้นครูก็สอนกฎหมายธุรกิจก็ไม่คิดเลยว่าแพ่งและพาณิชย์ที่พวกเราเรียนกันมาเวลาออกไปทำงานมันจะโยงใยและใช้งานร่วมกันได้เพื่อแก้ไขปัญหางานทางแพ่งที่อยู่ตรงหน้าให้สำเร็จ

ทริคหรือเทคนิคต่างๆ โผล่ขึ้นมาในขณะที่กำลังคิดแก้ไขงานให้กับชาวบ้านนี่แหละมันทำให้ครูรู้ว่าการรู้กฎหมายการเรียนกฎหมายมันสำคัญแค่ไหนในการใช้ชีวิตจริงๆของคนเรา คำตอบนี้ครูค้นได้ขณะที่มีตั๋วทนายในมือตั้ง 5 ปีแล้วสายเหมือนกันนะแต่ก็ยังโชคดีที่ได้รู้

ความภูมิใจอีกอย่างหนึ่งก็คือครูได้ใช้กฎหมายช่วยคนจริงๆแล้วนะ นี่แหละคือสิ่งที่ครูพูดเสมอในห้องเรียนชั่วโมงแรกวิชาว่าความว่า "ถ้าเรียนนิติศาสตร์บัณฑิตจบแล้วครูไม่สนใจว่าพวกเราจะเดินสายนี้ต่อหรือไม่ จะไปเรียนเนหรือจะไปต่อปริญญาโท ครูไม่สนใจเท่าอยากให้นักศึกษาทุกคนไปสอบตั๋วทนาย มีตั๋วไว้ในมือดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพราะการเรียนปริญญาตรีนั้นมันสอนแค่ให้เรารู้จักตัวบทกฏหมายทำให้เราเปิดตัวบทเป็นเท่านั้น แต่ไม่ได้สอนให้เรา เอามันออกไปแก้ไขงานคดีในชีวิตจริงได้ครบเท่ากับเราออกไปทำงานนั้นด้วยตนเอง"

คนเราจะมีคุณค่ามากขึ้นถ้าได้ช่วยเหลือผู้อื่นเช่นกันกับวิชาความรู้จะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเรานำมันไปใช้ช่วยเหลือคน

เป็นนักกฎหมายจึงสมควรที่จะต้องมีตั๋วทนายค่ะ ถ้าเด็กเด็กขี้เกียจอย่างน้อยให้ถือว่า เรามีตั๋วทนายเราก็เก็บคดี 20 คดีได้ในขณะที่ตั๋วทนายต้องเดิน 2 ปีก่อนจะสอบศาลอัยการ หรือคิดง่ายง่ายถ้ามีตั๋วไว้ในมือตั๋วทนายเดินห้าปีก็ประกันตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นๆเลย หรือบางคนไม่คิดจะเป็นทนายหรอกค่ะเดี๋ยวค่อยจ้างทนายเอาเวลาเกิดเรื่องแต่อย่างน้อยให้คิดว่าคุณก็มีตั๋วทนาย อย่างน้อยทนายที่คุณจ้างเค้าก็ไม่กล้ากับคุณแล้วถ้าจะคิดเงินเยอะหรือจะหลอกคุณในบางเรื่องก็จะยากขึ้นทันที

เอาไว้คราวหน้า ครูจะมาเล่าวิธีการสอบตั๋วทนายนะคะแล้วพบกันค่ะ😊

 #หนึ่งมาตรา ฆ่าคน ได้นับหมื่น #หนึ่งมาตรา ช่วยผู้อื่น ได้นับแสน #หนึ่งมาตรา ยึดได้ ล้านดินแดน #หนึ่งมาตรา คือตัวแทน ทั้...
20/02/2026

#หนึ่งมาตรา ฆ่าคน ได้นับหมื่น
#หนึ่งมาตรา ช่วยผู้อื่น ได้นับแสน
#หนึ่งมาตรา ยึดได้ ล้านดินแดน
#หนึ่งมาตรา คือตัวแทน ทั้งดีเลว

20 กุมภาพันธ์ #วันทนายความ
LKN&Esther Consultant And Law Office

วันนี้สำนักงานของพวกเรา LKN&Esther Consultant And Law Office ลงพื้นที่ลุยงานกันครบทุกคน   #ทีมทนายคุณภาพ #พรุ่งนี้ลุยก...
19/02/2026

วันนี้สำนักงานของพวกเรา LKN&Esther Consultant And Law Office ลงพื้นที่ลุยงานกันครบทุกคน 

#ทีมทนายคุณภาพ
#พรุ่งนี้ลุยกันต่อที่ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี 👍👍👍

ขอบคุณลูกความทุกท่าน ที่ไว้วางใจทีมทนายคุณภาพ ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายและรับว่าความทั่วประเทศ ติดต่อด่วนโทร 091-8484951 

 #ขอกราบขอบคุณ 🙏🙏🙏 ท่านรองอธิการบดีฝ่ายสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  #ท่านอาจารย์พัชรดา เอื้อวรรณกิจ ที่ไว้วางใจ...
05/01/2026

#ขอกราบขอบคุณ 🙏🙏🙏
ท่านรองอธิการบดีฝ่ายสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง #ท่านอาจารย์พัชรดา เอื้อวรรณกิจ ที่ไว้วางใจ ให้สำนักงานของเรา ได้ดูแลคดีของอาจารย์ทุกคดี

#ผมในนามของหัวหน้าสำนักงานขอกราบขอบคุณครับ 

ที่อยู่

2097/44 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66918484951

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LKN&Esther Consultant And Law Officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง LKN&Esther Consultant And Law Office:

แชร์