ทนายพงษ์พิบูล ตะลุยโลกชาวบ้าน

ทนายพงษ์พิบูล  ตะลุยโลกชาวบ้าน รับว่าความ ทั่วราชอาณาจักร แพ่ง อาญา ไฟแนนซ์​ หนี้ กู้ ชู้ หย่า หมิ่น ฯลฯ สืบทรัพย์ บังคับคดี

04/10/2026

‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก อดีตนายกอบต.โนนสมบูรณ์’ โคราช มีส่วนได้เสียในกิจการของ ‘อบต.’ 3 โครงก.....

02/10/2026

ประธานศาลฎีกาคนที่ 52 แถลงนโยบายบริหารศาลยุติธรรม สู่ “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน” สร้างหลักประกันความสงบสุขของสังคม-กระบวนการยุติธรรมเพื่อการเยียวยาทุกมิติ

วันที่ 2 ต.ค. 2569 ณ อาคารศาลฎีกา นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนที่ 52 แถลงนโยบายเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมทั่วประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านการประชุมทางไกลระบบ ZOOM เพื่อให้ผู้พิพากษาและบุคลากรศาลยุติธรรมทั่วประเทศรับชมการแถลงนโยบายโดยพร้อมเพรียงกัน สำหรับการบริหารงานตามนโยบายประธานศาลฎีกาคนที่ 52 มุ่งพัฒนากระบวนการใช้สิทธิทางศาล การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพกระบวนการเยียวยา และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเรียนรู้รอบด้านภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน” เพื่อตอบโจทย์การอำนวยความยุติธรรมในยุคการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน-สังคมต่อศาลยุติธรรม ดังนี้

1.“หลักประกันความสงบสุขของสังคม” โดยจะยึดมั่นหลักนิติธรรม (Upholding the Rule of Law) ขยายโอกาสการเข้าถึงความยุติธรรม (Access to Justice) ส่งเสริมการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ (Protection of the Public Interest) ด้วยการอำนวยความยุติธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และเที่ยงธรรม ป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน ส่งเสริมการใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค สร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลกับความปลอดภัยของสังคม ปรับปรุงการลงโทษทางอาญาให้ได้สัดส่วนและเหมาะกับผู้กระทำความผิดแต่ละราย พัฒนากลไกการกำหนดโทษให้มีความโปร่งใสรับฟังข้อมูลโดยรอบด้าน ปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้สิทธิทางศาล พร้อมกับส่งเสริมการใช้สิทธิทางศาลในการระงับข้อพิพาทหรือความเดือดร้อนของบุคคลในชุมชน ขณะที่การคุ้มครองสิทธิประโยชน์สาธารณะให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงมาตรการหรือกลไกการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้เอื้อต่อการเข้าถึงของภาคประชาชน การติดตามทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ไปจากการทุจริตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบการดำเนินคดีการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คดีวินัยจราจร และคดีที่ส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะให้เท่าทันต่อสภาพปัญหาในสังคมปัจจุบัน

2.“กระบวนการยุติธรรมเพื่อการเยียวยา” (Therapeutic Justice) ที่มุ่งยกระดับบทบาทของศาลยุติธรรมในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อดูแลผู้เสียหายให้ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมและได้รับการเยียวยาอย่างครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงการบังคับคดีและการติดตามทรัพย์สินในคดีที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน สนับสนุนบทบาทของชุมชนในการใช้สิทธิทางศาลเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของบุคคลและสังคม

3.“องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย” (A Resilient Organization) ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบงานคดี ระบบงานธุรการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้พร้อมอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนควบคู่ไปกับการสร้างสุขภาวะที่ดีในการทำงานของบุคลากร เพิ่มพูนทักษะและวิทยาการใหม่เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ และบริหารจัดการองค์กรอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มุ่งสู่การเป็นองค์กรทันสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อท่านประธานศาลฎีกาได้ประกาศนโยบายให้ทุกคนทราบแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศก็จะพร้อมใจกันนำมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานตลอดปีงบประมาณนี้ ส่วนรายละเอียดของการดำเนินงานตามนโยบายแต่ละข้อมีการกำหนดไว้แล้วเพื่อให้การผลักดันนโยบายเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ นโยบายประธานศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมให้ดาวน์โหลดในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ได้ที่ https://opsc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/10/iid/585541

01/10/2026
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘อดีตนายก อบต.คอกกระบือ’ ปัตตานี 20 ปี คดีเอื้อประโยชน์ให้ ‘เอกชน’ เป็นคู่สัญญา-เรียกรับเงิ...
30/09/2026

‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘อดีตนายก อบต.คอกกระบือ’ ปัตตานี 20 ปี คดีเอื้อประโยชน์ให้ ‘เอกชน’ เป็นคู่สัญญา-เรียกรับเงินจาก ‘ผู้รับจ้าง’ 4 โครงการ
.......................................

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 889/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 21932/2568 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายศิลป์ ตัณฑพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กับพวก ในคดีเอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับเป็นคู่สัญญา และเรียกรับเงินจากผู้รับจ้างในโครงการของ อบต.คอกกระบือ รวม 4 โครงการ

คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9) ว่า ลงโทษ จำเลยที่ 1 (นายศิลป์ ตัณฑพงษ์) ตาม ป.อ. ม.149 (เดิม) จำเลยที่ 2 (นางทัศน์ย์ หนูทอง) ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมตาม ป.อ. ม.91 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง จำคุก 20 ปี

จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 2 ปี และปรับกระทงละ 45,000 บาท รวม 3 กระทง จำคุก 6 ปี และปรับ 135,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน และปรับ 30,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 3 ให้ถ้อยคำในขั้นไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กระทงละกึ่งหนึ่ง และลดโทษให้จำเลยที่ 3 หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี และปรับ 67,500 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 เดือน 20 วัน และปรับ 20,000 บาท

จำเลยที่ 2 รู้สำนึกในความผิด โดยไม่ต่อสู้คดี และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้โอกาสแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กลับตนเป็นพลเมืองดีเห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. ม.56 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29,30 นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 26/2566 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 118/2566 ของศาลนี้

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 70/2569 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามความเห็นชองอัยการสูงสุดที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 169/2564 เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2564 มีมติชี้มูลความผิด นายศิลป์ ตัณฑพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กับพวก เอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับเป็นคู่สัญญา และเรียกรับเงินจากผู้รับจ้างในโครงการของ อบต.คอกกระบือ รวม 4 โครงการ โดยมีมูลความผิดอาญา ตาม ป.อ. ม.149 ,157 และ ม.162 (4) ประกอบมาตรา 84 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 (ปัจจุบันเป็น พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172)

‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘อดีตนายก อบต.คอกกระบือ’ ปัตตานี 20 ปี คดีเอื้อประโยชน์ให้ ‘เอกชน’ เป็นคู่สัญญา...

30/09/2026

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2569
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินตามสัญญาเล่นแชร์รวม 5 วง แต่ละวงมีรายละเอียดข้อสัญญาต่างกัน การผิดสัญญาวงหนึ่งวงใด
ไม่เป็นเหตุให้ผิดสัญญาอีกวงหนึ่งด้วย การคำนวณทุนทรัพย์ที่พิพาท
ในชั้นอุทธรณ์จึงต้องแยกคำนวณตามจำนวนทุนทรัพย์แต่ละวง
เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันสำหรับวงแชร์แต่ละวงไม่เกิน 50,000 บาท
จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 80/2569 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

29/09/2026

แผนที่มีไว้บอกเรื่องราว

29/09/2026
29/09/2026

เปิดเส้นทางน้ำเหนือ
ล่าสุดปภ.ประกาศ เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,200 ลบ.ม./วินาที
ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น 1-1.2 เมตร
พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.ป่าโมก อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมืองอ่างทอง อ.ไชโย จ.อ่างทอง
ให้ยกของขึ้นที่สูง

29/09/2026

เช็กความจุ 10 เขื่อน
เฝ้าระวังน้ำเหนือถล่มซ้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ ล่าสุด แม้ภาคกลางและภาคตะวันตกจะเริ่มมีฝนลดลง แต่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่อยู่ตอนบนหลายแห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บใกล้เคียงหรือเกินกว่าความจุ ประกอบกับมีน้ำ เหนือยังไหลมาเสริมตลอด ทำให้เขื่อนต่างๆ ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งจะกระทบกับระดับน้ำและสถานการณ์อุทกภัยของพี่น้องประชาชนริมน้ำขึ้นมาอีก

มติชน ได้ตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญ 10 แห่ง ดังต่อไปนี้

#น้ำท่วม #น้ำในเขื่อน #มติชนออนไลน์

29/09/2026

ส่อง ‘กรมอุตุนิยมวิทยา’ ซึ่งเป็นหน่วยงานพยากรณ์อากาศของรัฐบาลไทย สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้งบประมาณเพิ่มขึ้นในอัตราสูงถึง 40% มา 2 ปีติดต่อกัน

โดยในปี 2569 ได้งบฯ 2,692.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.81% จาก 1,898.83 ล้านบาท ในปี 2568 ขณะที่ในปี 2570 ได้งบฯ 3,902.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.93% จาก 2,692.8 ล้านบาทในปี 2569

โดยตามข้อมูลจากสำนักงบประมาณ พบว่า ในประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวง/หน่วยงาน/ รายการ ที่มีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของงบประมาณสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

⚈ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีงบประมาณเพิ่มขึ้น 33.6% จาก 10,197.0 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 3,625.7 ล้านบาทในปี 2570

⚈ กระทรวงการคลัง มีงบประมาณเพิ่มขึ้น 10.4% จาก 399,269.6 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 440,871.1 ล้านบาทในปี 2570

⚈ รายการงบกลาง ที่เพิ่มขึ้น 9.5% จาก 633,968.8 ล้านบาท ในปี 2569 เป็น 693,880.0 ล้านบาทในปี 2570

โดยงบประมาณที่เพิ่มขึ้นราว 34% ของกระทรวงดีอี มาจากการเพิ่มขึ้นของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เพิ่มขึ้น 93% และกรมอุตุนิยมวิทยาที่เพิ่มขึ้น 45%

นอกจากนี้ ‘กรมอุตุนิยมวิทยา’ ยังติดอันดับ 8 ใน 10 รายชื่อหน่วยงานรัฐที่ได้งบประมาณ เพิ่มมากสุด 10 อันดับแรก ในปีงบประมาณ 2570

┌─────────────────────┐
📌 อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์
└─────────────────────┘

ภาพ: ฐานิส สุดโต

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ทนายพงษ์พิบูล ตะลุยโลกชาวบ้าน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่