28/03/2025
หลักการกฎหมายทรุดต่ำลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ก็ตาม
หลายคดีที่ผ่านมาเข้าใจว่าอยู่ในระดับแค่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แต่วันนี้ ชัดเจนแล้วว่าหลักการในการพิจารณาคดีของศาลทรุดต่ำจมดินลงไปลึกมากกว่าที่คิด
เริ่มต้นจากคดีหลัก ศาลไม่ออกหมายเรียกเอกสารมาให้จำเลยใช้ต่อสู้คดี จำเลยถอดเสื้อประท้วงความไม่เป็นธรรม -โดนคดีละเมิดอำนาจศาลเพิ่ม
ทรุดต่ำลงไปอีกในคดีไต่สวนละเมิดอำนาจศาล เปิดมาด้วยคำสั่งพิจารณาคดีลับ (สุดท้ายยอมให้พิจารณาฯ โดยเปิดเผย) เอาพยานที่ไม่ได้อยู่ในเหตการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบมาไต่สวน ส่วนหน้าบัลลังก์ที่อยู่ในเหตการณ์ตลอด ดันตัดทิ้ง ไม่เอามาไต่สวน ,จำเลยขอข้อมูลกล้องวงจรปิดของศาลที่มีทั้งภาพและเสียงวันเกิดเหตุ วีดิโอจากระบบ e-hearing ที่บันทึกเหตุการณ์ตลอด ไม่เอามาเป็นหลักฐานในคดีทั้งที่อยู่ในความครอบครองของศาล เอากล้องติดหน้าอกตำรวจศาลที่บันทึกเหตุการณ์แค่บางช่วงมาไต่สวน
และวันนี้ นัดฟังคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาล หลักการทั้งหมดทรุดต่ำจมดินไม่รู้ว่าไปถึงขุมไหน ทั้งที่เป็นหลักการพิจารณาคดีง่ายๆ คืออ่านคำสั่งไปตามปกติเหมือนที่ศาลคนอื่นเค้าทำกัน จำเลยก็ถูกเบิกตัวมาถึงศาลเรียบร้อยแล้ว ก็เบิกตัวขึ้นมา ศาลออกมานั่ง อ่าน จบ แยกย้าย มันยากตรงไหน?
ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ไปอ่านในห้องเวรชี้ และจะให้ทนายเข้าได้แค่คนเดียวทั้งที่มีทนาย 2 คน (สุดท้ายให้เข้า 2 คน) และอ้างว่าอ่านคำสั่งต่อหน้าจำเลยถือว่าพิจารณาคดีโดยเปิดเผยแล้ว ไม่นึกเลยว่าความเข้าใจเรื่อง “การพิจารณาโดยเปิดเผย” ของเราจะต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ ถ้าตีความว่าเปิดเผยต่อหน้าจำเลยและคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่ต้องเปิดเผยต่อหน้าประชาชนที่มานั่งฟัง แล้วมันจะต่างจากพิจารณาคดีลับยังไง? ตล๊ก! มันคือหลักกฎหมายง่ายๆ
วันนี้ควรเป็นแค่วันนัดฟังคำสั่งศาลตามปกติวันหนึ่ง แต่กลับถูกทำให้ไม่ปกติ
ในห้องเวรชี้ที่ปิดลับนั้น มีเรื่องราวมากมายที่ผิดหลักการกฎหมายและมองข้ามสิทธิขั้นพื้นฐานของจำเลย
รอยแผลถลอกรอบข้อเท้าของอานนท์ยังติดตาและเสียงจากกุญแจข้อเท้ายังก้องอยู่ในหู
มาตรฐานการพิจารณาคดีทรุดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าวันนี้จะเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ก็ตาม

#มิตรสหายทนายกับพวก