05/02/2023
Ep.1 คดีศุลกากร : เปลี่ยนทัศนคติ
การได้มาทำคดีศุลกากร มันทำให้เราต้องเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติเกี่ยวกับสินค้านำเข้าใหม่หมดเช่น เดิมมองว่าเราการที่เราตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าสูงถึง 328 % นั้น มันเหมาะสมแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ เราไปเอาเปรียบประเทศอื่นเพราะเราส่งสินค้าเกษตร ประมง อันเป็นสินค้าสิ้นเปลืองไปขายยังประเทศอื่นนำรายได้เข้าประเทศมหาศาลได้ตลอดทั้งปีและขายได้ทุกปี แต่ประเทศอื่นขายสินค้าคงรูปเช่นรถยนต์ อาวุธ เครื่องบิน แม้จะราคาแพง ให้เรา แต่บางที 10-20 ปี จะขายให้เราได้ 1 ครั้ง
ข้อตกลงการค้าเสรี หรือ GATT 1994 ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก WTO ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ลำดับที่ 59 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 ปัจจุบันมี 147 ประเทศสมาชิกทั่วโลก
เดิมเราคิดภาษีสินค้านำเข้า 328 % โดยถือเอาราคาสูงสุดเป็นเกณฑ์ โดยไม่สนว่าใครจะไปต่อรองราคาได้ต่ำกว่านั้นหรือไม่ No สน No แคร์
1 มกราคม 2543 ประเทศไทยเราเริ่มต้นเข้าสู่เขตการค้าเสรีทันทีตามข้อตกลง GATT 1994 มาตรา 7 มีผลทำให้ต้องแก้ พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และออกกฎกระทรวงและคำสั่งศุลกากร ปี พ.ศ. 2543 เพื่อรองรับเขตการค้าเสรี ดังกล่าว ซึ่งต้องเปลี่ยนวิธีคิดภาษีนำเข้าใหม่หมด โดยแม้จะให้คิดในอัตราเดิม 328% แต่ผู้นำเข้าสามารถหักส่วนลดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ เช่น ยุโรป ประมาณ 43.46% หัก Vatt ได้อีกประมาณ 20% และที่สำคัญห้ามถือราคาสูงสุดเป็นเกณฑ์คิดภาษีนำเข้าอีกต่อไป โดยให้ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ใช้ราคานำเข้าที่แตกต่างกันมาเสียภาษีนำเข้าได้ ขึ้นอยู่ที่ใครจะสามารถไปต่อรองราคามาได้ถูกกว่ากัน
แต่ในทางปฏิบัติปรากฎว่า รัฐและหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่รัฐหลายกระทรวง ทบวง กรม คนไทยยังไม่ยอมเปลี่ยนความคิดและทัศนคติของโลกเสรี และเขตการค้าเสรีดังกล่าว และยังคงพยายามกีดกันสินค้านำเข้าอยู่เช่นเดิม โดยยังยึดติดความคิดที่ว่า เราส่งออกข้าวไปขายได้เกวียนละ 12,000-17,000 บาท แต่ต้องซื้อสินค้านำเข้าเช่น รถยนต์ คันละเป็นแสน เป็นล้าน หรือหลายล้านบาท ไม่นับเครื่องบิน อาวุธ จรวด ขีปนาวุธ เรือ เรือดำน้ำ คันละหลายพันหลายหมื่นล้าน เราต้องเอาข้าวกี่เกวียนไปแลก!!!!