Law De Bear :: สำนักทนายหมี

Law De Bear :: สำนักทนายหมี Lawyer & Legal Service

👉 เมื่อตรวจรับมอบบ้านไปแล้ว แต่ได้ไม่ตรงกับโฆษณา 🤔ทำอย่างไร ❓🐻 พี่ทนายเดอแบร์ มีความรู้มาบอก👉 โดยปกติในสัญญาซื้อขายทั่วไ...
26/05/2021

👉 เมื่อตรวจรับมอบบ้านไปแล้ว
แต่ได้ไม่ตรงกับโฆษณา 🤔
ทำอย่างไร ❓
🐻 พี่ทนายเดอแบร์ มีความรู้มาบอก

👉 โดยปกติในสัญญาซื้อขายทั่วไป หากผู้ซื้อตรวจรับมอบสินค้าแล้ว ก็ต้องถือว่าหน้าที่ในการส่งมอบสินค้าของผู้ขายสิ้นสุดลง ผู้ซื้อจะมาปฏิเสธในภายหลังว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินไม่ครบถูกต้องไม่ได้ หากจะฟ้องร้องกันก็คงฟ้องร้องได้เฉพาะเรื่องความชำรุดบกพร่อง ซึ่งเป็นเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสภาพสินค้าเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของสินค้าไม่ถูกต้องตามสัญญา

👉 แต่ในเรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจฉบับหนึ่ง ที่พี่ทนายเดอแบร์ อยากจะหยิบยกขึ้นมาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษากัน คือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9157/2539 ซึ่งศาลได้ตีความเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ มีเนื้อหาโดยย่อตามข้างล่างนี้

👉 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9157/2539 การขายตามคำพรรณนาคือการขายที่ผู้ซื้อไม่ได้เห็นหรือตรวจตราทรัพย์สินที่ขายแต่ตกลงซื้อโดยเชื่อถึงคำบรรยายถึงลักษณะรูปพรรณสัณฐานและคุณภาพของทรัพย์สินนั้น
ตามที่ผู้ขายบอกหรือบรรยายไว้และแม้บางกรณีผู้ซื้อจะได้เห็นทรัพย์สินนั้นแล้วแต่หากยากแก่การที่จะตรวจตราถึงคุณภาพได้และผู้ซื้อตกลงซื้อโดยอาศัยคำบรรยายของผู้ขายเป็นหลักก็เป็นการขายตามคำพรรณนาเช่นกัน

👉 จำเลยโฆษณาเสนอขายที่ดินในโครงการของจำเลย
โดยมีหนังสือชี้ชวนและแผนผังแสดงที่ตั้งโครงการ
รวมทั้งการแบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยโจทก์ตกลงซื้อที่ดินพิพาทเพราะเชื่อตามที่จำเลยได้โฆษณาไว้เมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจึงได้ระบุไว้ในสัญญาว่าที่ดินที่ซื้อขายกันนั้นปรากฏตามแผนผังที่ดินท้ายสัญญาที่ได้ทำเครื่องหมายไว้โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา จึงถือได้ว่าเป็นการขายตามพรรณนาเมื่อต่อมาปรากฏว่าจำเลยได้เปลี่ยนแปลงแผนผังของโครงการโดยย้ายทางเข้าออกมาไว้ทางด้านตะวันออกทำให้อยู่ห่างจากที่ดินแปลงของโจทก์ถึง 1,200 เมตร ย้ายศูนย์กีฬาและศูนย์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ไปอยู่ห่างออกไปถึง 1,700 เมตร จึงไม่ตรงตามคำพรรณนา

👉 จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยผิดสัญญามิได้เป็นเรื่องที่จำเลยส่งมอบทรัพย์สินให้โจทก์ตรงตามสัญญา แต่เกิดชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินดังกล่าวจะนำอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 474 มาใช้บังคับมิได้”
หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ ว่าหากทางโครงการจัดสรรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยว ได้โฆษณาว่าสามารถทำสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทางเข้าออกหลายทาง มีที่จอดรถให้หลาย ๆ คันต่อยูนิต

👉 แต่เมื่อได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายจนชำระเงินดาวครบถ้วนแล้ว ปรากฏว่า โครงการไม่สามารถจัดทำตามที่ได้โฆษณาไว้ได้ ถือเป็นการปฏิเสธการชำระหนี้อันที่ตนได้ประกาศไว้ เพื่อจูงใจให้ผู้จะซื้อเข้าทำสัญญาเพื่อซื้อทรัพย์สินนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังที่ได้กล่าวไป ผู้จะซื้อสามารถปฏิเสธไม่เข้ารับโอนทรัพย์สินนั้นตามสัญญาจะซื้อจะขายได้ รวมถึงสามารถขอเงินที่ได้ชำระให้แก่โครงไปคืนได้ทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยเนื่องจากโครงการเป็นผู้ผิดสัญญา

👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

👉 สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย

👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 📞 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

👉 มีประเด็นถกเถียงกันขึ้นมามากมายว่า....❓😲 เราบังเอิญไปเห็นข้อความในแชทส่วนตัวของคนอื่นแล้วพบว่าตัวเองถูกนินทา จะเรียกร้...
24/05/2021

👉 มีประเด็นถกเถียงกันขึ้นมามากมายว่า....❓
😲 เราบังเอิญไปเห็นข้อความในแชทส่วนตัวของคนอื่น
แล้วพบว่าตัวเองถูกนินทา จะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ❓

🐻 พี่ทนายเดอแบร์ มีคำตอบครับ
👉 ปัจจุบัน การตั้งกลุ่มแชทผ่านแอปพลิเคชั่นส์ต่างๆ เช่นเฟซบุ๊คเมชเจอร์ ไลน์ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ไม่ว่าจะตั้งไว้เพื่อเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พูดคุยเฮฮาในกลุ่มเพื่อน หรือกิจกรรมการต่างๆ และเป็นธรรมดา ที่ไหนมีคนรวมกลุ่มกัน ก็มักจะมีการซุบซิบนินทาเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ถูกนินทาก็มักจะเป็นคนที่อยู่นอกกลุ่ม

👉 ทีนี้หากคนที่ถูกนินทาบังเอิญได้ไปอ่านข้อความในกลุ่มแชทเข้า และเรื่องนั้นทำให้เขาหรือเธอต้องเสียหายเขาหรือเธอนั้นจะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการถูกละเมิดได้หรือไม่...

👉 ยกตัวอย่าง นาง ก. บังเอิญไปเห็นบทสนทนาในกลุ่มแชทที่เป็นกลุ่มปิด ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานในบริษัท 4 คนเป็นสมาชิกกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการแชทสนทนาผ่านโปรแกรมเฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์ และลืมปิดเมื่อเลิกใช้ ทำให้นาง ก ได้เห็นบทสนทนาที่สมาชิกกลุ่มนั้นได้พูดคุยกันซึ่งบทสนทนานั้นได้กล่าวถึง นางก.
และพนักงานคนอื่น ๆ ในทางเสียหายอยู่หลายครั้ง
เช่น “ตอแหล” “ หน้าด้าน” ฯลฯ นาง ก. ทนไม่ได้เพราะเห็นว่าทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงนำเรื่องไปบอกเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ และเป็นโจทก์ฟ้องคนในกลุ่มแชท
เพื่อเรียกค่าเสียหาย นาง ก. จะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่นั้น ขอให้ดูจากสรุปคำพิพากษานี้เลย

1) การเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพราะถูกละเมิดกล่าวถึงในทางที่เสียหาย การกระทำนั้นจะต้องเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความที่ไม่เป็นความจริง ทำให้เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ...

2) แม้บทมาตราดังกล่าวไม่ได้บัญญัติว่าเป็นการกล่าวหรือไขข่าว “ต่อบุคคลที่สาม” แต่การกล่าวหรือไขข่าวที่แพร่หลายได้ก็ต้องมีบุคคลที่สามอยู่
การพูดคนเดียวไม่มีคนได้ยินย่อมไม่เป็นการกล่าวให้แพร่หลาย

3) ดังนั้น ถ้ามีคนแอบฟังโดยคนพูดไม่รู้ การพูดดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการจงใจ กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย

4) โปรแกรมแชทดังกล่าวเป็นระบบปิดมีสมาชิกเพียง 4 คน บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปดูหรืออ่านได้ จึงเป็นการสนทนากันภายในกลุ่ม ยังไม่ถือเป็นการกล่าวหรือไขข่าว

5) ส่วนการที่โจทก์แอบดูและอ่านข้อความสนทนาและนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นรับทราบเองย่อมไม่ทำให้การสนทนาระหว่างกลุ่มบุคคลทั้งสามเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายให้บุคคลอื่นรับทราบได้

6) การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์
สรุปก็คือ ศาลท่านเห็นว่าการกระทำของบุคคลในกลุ่มแชทนั้นยังไม่เป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย เพราะเป็นการพูดคุยในกลุ่มส่วนตัว จึงยังไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์
ศาลจึงต้องยกฟ้องครับ

อ้างอิง
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6681/2562
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 📞 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

🐻 พี่ทนายเดอแบร์ มีความรู้มาบอก ❓ เรื่องของ การแปลงหนี้ใหม่ ❗👉 หากเจ้าหนี้กับลูกหนี้ได้ตกลงหนี้ใหม่แทนหนี้เดิม ต่อมาลูกห...
23/05/2021

🐻 พี่ทนายเดอแบร์ มีความรู้มาบอก ❓
เรื่องของ การแปลงหนี้ใหม่ ❗
👉 หากเจ้าหนี้กับลูกหนี้ได้ตกลงหนี้ใหม่แทนหนี้เดิม ต่อมาลูกหนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา เจ้าหนี้ต้องฟ้องต่อศาลตามสัญญาหนี้ใหม่ที่ทำแทนฉบับเก่า มิอาจนำสัญญาฉบับเดิมมาบังคับใช้
👉 การแปลงหนี้ใหม่นั้น คือ การที่คู่กรณีที่เกี่ยวข้องในการทำสัญญาได้ตกลงปลงใจกันมีเจตนาที่จะทำสัญญากันใหม่โดยเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ทำให้หนี้เดิมระงับไป คู่กรณีจึงต้องบังคับกันตามสัญญาที่ทำขึ้นใหม่นั้น และทำให้หนี้เดิมนั้นสิ้นความผูกพันกันตามสัญญา
👉 ตัวอย่าง นาย ข. ทำสัญญาแปลงหนี้เงินกู้กับ นาย ก. เป็นสัญญาจะซื้อจะขายบ้านแทน ถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ต่อมาหาก นาย ข. มิได้สร้างบ้านให้แก่นาย ก. นาย ข.จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญานาย ก. จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ดังนั้น เมื่อสัญญาที่ทำขึ้นใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นจึงต้องถือว่าหนี้อันจะพึงต้องเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหม่นั้นมิได้เกิดมีขึ้น หนี้เดิมคือหนี้กู้ยืมที่ นาย ข. จะต้องชำระให้แก่ นาย ก. จึงไม่ระงับสิ้นไป นาย ข. จึงต้องชำระให้แก่ นาย ก. ต่อไป

👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 📞 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

🐻 พี่ทนายเดอแบร์ ขอนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ 🤔👉 เจ้าหนี้มีประกันผู้รับจำนอง ต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้จำนองหรือผู้รับโอนทรั...
22/05/2021

🐻 พี่ทนายเดอแบร์ ขอนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ 🤔
👉 เจ้าหนี้มีประกันผู้รับจำนอง ต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้จำนองหรือผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ว่าให้ปฏิบัติชำระหนี้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนมิเช่นนั้นยังไม่มีสิทธิบังคับจำนองได้ตามกฎหมาย
⚖ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 735 ที่ได้บัญญัติไว้เพื่อลดปัญหามีคดีเข้าสู่ศาลมากเกินไปเมื่อเจ้าหนี้จำนองไม่จำต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินซึ่งจำนองสามารถฟ้องบังคับจำนองได้ทันที แต่ปรากฏว่ากลับมีลูกหนี้ชั้นดีมากมายที่มีความประสงค์จะชำระหนี้ก่อนที่จะมีการบังคับจำนองนำเงินมาชำระแก่เจ้าหนี้จำนอง ทำให้คดีขึ้นสู่ศาลโดยไม่จำเป็น

👉 ดังนั้นตามกฎหมายจำต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้แก่ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินในขณะนั้น ว่าเจ้าหนี้จะทำการบังคับจำนองนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แล้ว ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันเพื่อให้ลูกหนี้ได้เตรียมตัวหรือหาเงินมาชำระหนี้ตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติติตามกฎหมายข้อนี้เจ้าหนี้ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีต่อศาล
เจ้าหนี้มีประกันผู้รับจำนอง ต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้จำนองหรือผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ว่าให้ปฏิบัติชำระหนี้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนมิเช่นนั้นยังไม่มีสิทธิบังคับจำนองได้ตามกฎหมาย

👉ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 735 ที่ได้บัญญัติไว้เพื่อลดปัญหามีคดีเข้าสู่ศาลมากเกินไปเมื่อเจ้าหนี้จำนองไม่จำต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินซึ่งจำนองสามารถฟ้องบังคับจำนองได้ทันที แต่ปรากฏว่ากลับมีลูกหนี้ชั้นดีมากมายที่มีความประสงค์จะชำระหนี้ก่อนที่จะมีการบังคับจำนองนำเงินมาชำระแก่เจ้าหนี้จำนอง ทำให้คดีขึ้นสู่ศาลโดยไม่จำเป็น

🐻พี่ทนายเดอแบร์เลยขอสรุปแนวทางคร่าวๆ ดังนั้นตามกฎหมายจำต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้แก่ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์สินในขณะนั้น ว่าเจ้าหนี้จะทำการบังคับจำนองนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แล้ว ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันเพื่อให้ลูกหนี้ได้เตรียมตัวหรือหาเงินมาชำระหนี้ตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติติตามกฎหมายข้อนี้เจ้าหนี้ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีต่อศาล

👉 อ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5553/2542 ในกรณีที่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนองประสงค์จะฟ้องบังคับจำนองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 บังคับให้เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้จำนองซึ่งเป็นลูกหนี้ ในคำบอกกล่าวนั้น เจ้าหนี้จะต้องกำหนดเวลาให้ผู้จำนองชำระหนี้จำนอง และกำหนดเวลาดังกล่าวจะต้องเป็นกำหนดเวลาอันสมควรด้วย เพื่อให้โอกาสผู้จำนองชำระหนี้จำนอง ทำให้ไม่ต้องถูกฟ้องให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองไปขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ การบอกกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจำนองจะต้องกระทำให้ถูกต้องก่อนจึงจะฟ้องบังคับจำนองได้ การบอกกล่าวดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาที่จะต้องมีผู้รับการแสดงเจตนาคือผู้จำนอง เมื่อผู้จำนองถึงแก่กรรมก่อนผู้รับจำนองมีหนังสือบอกกล่าวแม้จะมีผู้อื่นรับหนังสือนั้นไว้ ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 728

👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

👉 ฝ่ายบุคคลต้องรู้❗และเตรียมพร้อมเบื้องต้น👉 พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“PDPA”)🐻 ช่วงนี้พี่ทนายเดอแบร์ได้รับโทรศัพท์จา...
02/05/2021

👉 ฝ่ายบุคคลต้องรู้❗และเตรียมพร้อมเบื้องต้น
👉 พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“PDPA”)
🐻 ช่วงนี้พี่ทนายเดอแบร์ได้รับโทรศัพท์จาก HR หลายๆท่าน โทรมาปรึกษาเรื่องการเตรียมรับมือกับ PDPA ที่จะมีผลใช้บังคับในปี 2564 นี้ เหตุผลก็เพราะว่าฝ่ายบุคคลหรือ HR
จะเป็นแผนกหลักๆที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายฉบับนี้นั่นเองครับ
ถามว่าทำไมต้องเป็นฝ่ายบุคคล ❓ ก็เพราะฝ่ายบุคคลเป็นหน่วยงานที่เก็บข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตร ประชาชน ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลอะไรก็ตามแต่ที่มันเกี่ยวกับตัวลูกจ้าง ซึ่งน้องๆ HR หลายคนก็บอก “ใช่ค่ะ/ครับ ก็ต้องเก็บข้อมูลส่วน บุคคลของพนักงาน เก็บมานานแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไร”
มันจะ “มีอะไร” ก็ตรงนั้นล่ะครับ เพราะว่าข้อมูลของพนักงานที่น้องๆเก็บไว้ข้างบนอ่ะ มันถูกคุ้มครองโดยไอ้เจ้า PDPA !!
ก็มีคำถามต่อกันว่า แล้วมันคุ้มครองยังไง?
คำตอบก็คือ ตัว PDPA ได้กำหนดไว้เลยครับว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานนั้นจะสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมจากพนักงานเป็นหนังสือ และพนักงานเองก็ต้องทราบด้วยนะครับ ว่าจะเก็บข้อมูลของเค้าไปเพื่ออะไร พูดยังไม่ทันจบประโยคดี HR หนุ่มไฟแรงก็แทรกขึ้นมาทีนที “อาวว แล้วอย่างนี้ ข้อมูลที่เก็บไว้แล้ว จะทำยังไงครับพี่?”

🐻 พี่ทนายเดอแบร์เลยขอสรุปแนวทางคร่าวๆเบื้องต้นเพื่อให้ HR มือใหม่ได้ลองนำไปใช้กันดูนะครับ
👉 1.จัดทำแบบให้ความยินยอม เพื่อให้พนักงานแต่ละคนลงชื่อ โดยในหนังสือยินยอมต้องระบุไว้ให้ชัดนะครับ ว่ายินยอมเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้างเช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ
👉 2. ในหนังสือต้องระบุไว้ด้วยนะครับ ว่าบริษัทต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปเพื่ออะไร เช่นนำไปเพื่อใช้ในการติดตอประสานงานกับพนักงาน นำมาใช้เพื่อประเมินสวัสดิการของพนักงาน จัดทำแผนสุขภาพ โดยจะเก็บไว้ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างเป็นต้น
ส่วนข้อมูล เกี่ยวกับ ศาสนา เชื่อชาติ พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม กฎหมายเค้าถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน พี่ทนายเดอแบร์แนะนำให้มีการระบุแยกออกมาเป็นอีกข้อนึงเลย พร้อมกับอธิบายสาเหตุที่เราจำเป็นต้องเก็บข้อมูลในส่วนนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมนะครับว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆนั้น เป็นสิทธิของลูกจ้าง เราขอให้เค้ายินยอม เค้าก็มีสิทธิปฏิเสธ หรือถอนความยินยอมตอนหลังก็ได้
🐻 พี่ทนายเดอแบร์ขอทิ้งท้ายในเรื่องนี้เพิ่มเติมห้นิดนึงว่า เรื่องข้อมูลที่เราคุยๆกันมาเนี่ย มันใช้กับการที่เราเก็บข้อมูลพนักงานตอนสัมภาษณ์งานด้วยนะครับ ก็ไม่ใช่ว่าเราจะรับทุกคนนี่ครับ จริงมั้ย
ดังนั้น ถ้าเราต้องการเก็บข้อมูลของผู้สมัครงานไว้พิจารณายาวๆ อย่าลืมให้เค้ายินยอมในแบบเปิดเผยข้อมูลด้วยนะครับ แล้วในแบบเนี่ย ควรจะระบุวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการเก็บข้อมูลของผู้สมัครงานไว้ด้วยนะครับ
เท่านี้ก็ HR มือใหม่อย่างเราก็เป็นมือเก๋าได้แล้วใช่มั้ยล่ะครับ
👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 📞 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

👉 จ่ายค่าจ้างนักศึกษาฝึกงาน part time แบบไหนให้ถูกต้อง❓มีประเด็นถกเถียงกันขึ้นมาเมื่อเช้านี้ระหว่าง HR เจ้าระเบียบ กับหั...
01/05/2021

👉 จ่ายค่าจ้างนักศึกษาฝึกงาน part time แบบไหนให้ถูกต้อง❓

มีประเด็นถกเถียงกันขึ้นมาเมื่อเช้านี้ระหว่าง HR เจ้าระเบียบ กับหัวหน้าแผนกฝ่ายขายว่าหากจะจ้างนักศึกษามาฝึกงานแบบ part time สักคนนี่ต้องจ่ายค่าจ้างยังไง

หัวหน้าแผนกฝ่ายขายเนี่ย ไปคุยกับน้องฝึกงานที่จะจ้าง ผมขอเรียกว่า “น้องบีคนสวย” แล้วกันนะครับ โดยจะว่าจ้างให้มาช่วยงานที่แผนกฝ่ายขาย โดยจะจ่ายค่าจ้างให้ชั่วโมงละ 40 บาท พี่แกอ้างอิงการจ่ายเงินตามประกาศของ คณะกรรมการนายจ้าง เรื่องค่าจ้างรายชั่วโมงของนักศึกษา เพราะว่าน้องบีคนสวยทำงานไม่ถึงวันละ 8 ชั่วโมง

แต่ก่อนที่น้องบีคนสวยจะได้เริ่มงาน HR เจ้าระเบียบของเรา ก็เข้ามาบอกเลยว่า จะจ่ายให้น้องเค้าชั่วโมงละ 40 บาท ไม่ได้นะ การจ่ายเงินต้องจ่ายตามค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ก็เลยเป็นเรื่องกันขึ้นมาละครับคราวนี้

👍 สรุปว่าเราจะต้องจ่ายค่าจ้างแบบไหน ถึงจะถูก

🐻 เรื่องนี้พี่ทนายเดอแบร์ ขออธิบายเป็นลำดับอย่างนี้นะครับ ประเด็นแรกเลยเนี่ย ประกาศของคณะกรรมการฯข้างต้นนั้นเป็นเพียง “ข้อเสนอแนะ” ที่เอามาใช้เป็นแนวทางเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ กฎหมาย

ส่วน ค่าแรงขั้นต่ำที่ HR เจ้าระเบียบของเราเอามาอ้างนั้น คือ
📣 ประกาศแรงงานขั้นต่ำ (ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ) ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมันมีผลบังคับเป็นกฎหมาย และก็กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามนายจ้างจ่ายเงินให้ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราที่ได้กำหนดไว้

ถ้าเราดูลึกกันลงไปอีกหน่อยจะพบว่า ประกาศแรงงานขั้นต่ำ (ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ) ฉบับนี้ มันมีข้อยกเว้นอยู่นะครับ แต่มันติดตรงที่ว่า งานที่ยกเว้นเนี่ย มันไม่ได้ยกเว้นเรื่องการจ้างงานนิสิตนักศึกษาไว้น่ะซี่ย์!!! หมายความว่าบริษัทต้องจ่ายค่าแรงนักศึกษาตามแรงงานขั้นต่ำด้วยครับ

หัวหน้าแผนกฝ่ายขายของเรายังไม่ยอมแพ้ งัดไม้เด็ดออกมาว่า แต่คุณ HR เจ้าระเบียบ ครับ เราไม่ได้จ้างน้องเค้าเต็ม 8 ชั่วโมงนะครับ เราให้น้องมาทำงานแค่วันละ 4 ชม. เอง จะให้ค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำ “ต่อวัน” ได้อย่างไรครับ

งานนี้ HR เจ้าระเบียบ เลยต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า เวลาทำงานปกติในหนึ่งวัน กฎหมายกำหนดว่าให้ทำไม่เกิน 8 ชั่วโมง ในงานปกติ —— ตรงนี้เป็นประเด็นที่ต้องเน้นนะครับ กฎหมายบอกว่าให้ทำไม่เกิน นั่นหมายความว่า วันทำงานหนึ่งวัน อาจมีแค่ 4 ชั่วโมงก็ได้ ทีนี้คดีก็พลิกสิครับ หมายความว่าถ้าลูกจ้างทำงานวันละ 4 ชั่วโมง ก็ถือว่าครบวันทำงานหนึ่งวันแล้วนะครับ นายจ้างจะมาเฉลี่ยจ่ายเป็นชั่วโมงไม่ได้ ต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับหนึ่งวัน

👉 ดังนั้น ในเคสของน้องบีคนสวย ผมขอสรุปว่า ค่าจ้างจะต้องได้รับตามแรงงานขั้นต่ำ(ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ)
เพราะว่าแม้ทำแค่ 4 ชั่วโมง แต่ไม่ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน
ก็ถือว่าครบวันตามที่กฎหมายบอกไว้แล้ว

ทีนี้ หากหัวหน้าแผนกฝ่ายขายของเรา ยังยืนยันจะจ่ายค่าจ้างให้ 40 บาท ต่อชั่วโมง ถามว่าได้มั้ย? ได้ครับ ถ้าไอ้เรท 40 บาท ต่อชั่วโมง เนี่ย เอามารวมกันแล้วต่อวันมันไม่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ มันก็ไม่เป็นไร แต่ๆๆๆๆๆ ถ้าเกิดมันน้อยกว่าขึ้นมา อันนี้ต้องไปเพิ่มให้น้องเค้าทันทีนะครับ

❗ในส่วนนี้อย่าไปสับสนกับเรื่องลูกจ้างที่ทำงานเป็นรายชั่วโมงนะครับ❗

👉 อย่าลืมกดติดตามพี่ทนายเดอแบร์ไว้นะครับ คราวหน้าจะได้ไม่พลาดเรื่องเล่าสนุกๆ พร้อมเกร็ดความรู้แบบนี้ครับ หรือถ้ามีอะไรสอบถาม
ก็อินบอกซ์มาได้เลยครับ
บทความโดย Law De Bear : สำนักทนายหมี
ปรึกษากฎหมายโทร : 📞 062 838 3835
แอดไลน์ คลิก : https://lin.ee/twcfJRk
แฟนเพจ : http://m.me/LawDeBear

ที่อยู่

Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Law De Bear :: สำนักทนายหมีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท