18/02/2026
#พาราณสี
#แม่นำ้คงคา
#แสวงบุญอินเดีย
#สตินวัตกรรมและสันติศึกษา
18 กุมภาพันธ์ 2569
เมื่อวานหลังจากเดินทางออกจากพุทธยา
เพื่อจะไปเมืองพาราณสี ระยะทางไกลมาก รถติดหนักมาก ความตั้งใจที่จะมาดูพิธีบูชาไฟของฮินดู ริมแม่น้ำคงคา ให้ทันเลยไม่ทัน ต้องกลับที่พักเพื่อพักผ่อน ก่อนที่จะตื่นตี4 เพื่อมาที่ริมแม่น้ำคงคา ในระหว่างทางได้แวะวัดไทย วัดป่าฝ้ายทางวัดได้จัดเตรียมอาหารไว้ให้แก่ผู้แสวงบุญทานอาหาร เข้าห้องนำ้ และได้ทำบุญทอดผ้าป่าถวาย ที่อินเดียมีวัดไทยมาสร้างหลายวัดเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา และดูแลผู้เดินทาง
พาราณสี (บาลี: Bārāṇasī พาราณสี; สันสกฤต: वाराणसी, Vārāṇasī วาราณสี, เสียงอ่านภาษาฮินดูสตานี: [ʋaːˈɾaːɳəsiː] ⓘ) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี (Kingdom of Kashi) ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ห่างจากลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองศักดิสิทธิ์ (สัปดาปุริ, Sapta Puri) ในความเชื่อของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน พาราณสีมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอินเดียและยังจัดเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วย[3] ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก ครั้งสมัยอาณานิคม เมืองนี้มีชื่อว่า เบนาเรส (Benares)
แม่น้ำคงคา ณ เมืองพาราณสี คือ "เมืองแห่งความตาย" และ "เมืองพระศิวะ" เพราะชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการปลดปล่อยวิญญาณ (โมกษะ) การเผาศพริมฝั่งและการลอยอังคารในแม่น้ำเชื่อว่าส่งผู้ตายไปสู่สวรรค์หรือหลุดพ้นจากวัฏสงสาร โดยพาราณสีเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระศิวะ
พระพุทธเจ้า สอนว่า หากความเชื่อของพราหมณ์เป็นจริง ว่าเมื่อได้อาบน้ำจากแม่น้ำคงคาแล้วจะได้ไปสวรรค์ กุ้งหอยปูปลา ก็คงได้ขึ้นสวรรค์กันหมดแล้ว ทำให้สาวกเห็นสัจธรรม แต่บุคคลที่ยังด้อยปัญญาและมีความเชื่อ ก็ยังมีอยู่จนปัจจุบัน
ท่าเรือที่เป็นจุดหมายปลายทางหลัก
"โรงแรมแห่งความตาย" (มุกติ ภาวัน) ในเมืองพาราณสี คือ มณิกรรณิการ์ฆาต (Manikarnika Ghat) ซึ่งเป็นท่าเรือและลานเผาศพที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดริมแม่น้ำคงคา
มณิกรรณิการ์ฆาต (Manikarnika Ghat): เป็นสถานที่ที่ผู้ที่เข้าพักในโรงแรมรอความตาย (มุกติ ภาวัน) จะถูกนำร่างมาทำพิธีเผาศพหลังจากเสียชีวิต เพราะเชื่อว่าการเผาศพที่ท่าน้ำแห่งนี้จะช่วยให้ดวงวิญญาณบรรลุ โมกษะ หรือการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
มุกติ ภาวัน (Mukti Bhawan): หรือ "โรงแรมแห่งการปลดปล่อย" (Hotel Salvation) เป็นสถานพยาบาลและที่พักสำหรับผู้แสวงบุญที่อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต โดยอนุญาตให้เข้าพักได้เพียง 15 วัน เพื่อรอเวลาสิ้นลมในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี
นคติศาสนาฮินดู (ลัทธิไวษณพ) ตีความว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นองค์อวตารที่ 9 (พุทธาวตาร) ของ พระวิษณุ (พระนารายณ์) ไม่ใช่พระพรหม โดยเชื่อว่าอวตารลงมาเพื่อสั่งสอนความเมตตา ยุติการบูชายัญที่โหดร้าย และนำสันติสุขมาสู่โลกในยุคกลียุค เพื่อสะกดจิตเหล่าปีศาจและผู้ที่ไม่ศรัทธาในพระเวท
ท่านเจ้าคุณอาจารย์ พาคณาจารย์และนิสิต ปริญญาโท ปริญญาเอก สตินวัตกรรมและสันติศึกษา เดินทางมาแต่เช้า บรรยากาศ ยามเช้าริมฝั่งคงคา ยังสงบ เงียบ คนยังน้อย ยังไม่มีนักท่องเที่ยว ล่องเรือ ลอยประทีป ปล่อยนกพิราบ เชื่อกันว่าเป็นสัญญาลักษณ์ของสันติ การลอยอังคาร เป็นพิธีกรรมของพราหมณ์แต่ไทยนำไปปฏิบัติ
มณิกรรณิกาฆาฏ (Manikarnika Ghat): ได้ชื่อว่าเป็น "Mahashamshan" หรือสถานที่เผาศพที่ใหญ่และสำคัญที่สุด เชื่อว่าเผาที่นี่จะได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
วันนี้ กำลังมีการบูณณะ ปรับปรุงอยู่ แต่ก็ยังเห็นมีการเผาศพ และยังไม่เคยดับ
ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีเผาศพนี้ เชื่อกันว่า ไม่เคยมอดดับมานานกว่า 4,000 ปี
เดินทางต่อไปป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ นำคณาจารย์ นิสิตปริญญาโท ปริญญาเอก ผู้แสวงบุญ ทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม กรวดน้ำ แผ่เมตตา บุญกุศลที่ได้ทำครั้งนี้
ขออุทิศแด่บิดามารดา นายวิสุทธิ์-นางเงิน วงศ์กำแหง บิดามารดาอาจารย์มด นายบัวพันธ์-นางมณี หารไชย อาจารย์มด ครอบครัวลูกหลาน ญาติพี่น้อง ครูอาจารย์ ลูกศิษย์ เพื่อนพ้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่ และล่วงลับไปแล้ว เทวดาประจำตัว เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ จงมารับบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ขอให้มีสุขภาพกายใจแข็งแรง มีความสุข อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจใดใดเลย ขอให้มีความเจริญ และ
เจริญยิ่งๆขึ้นไปครับ