SPES LEGAL LAW ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพ

SPES LEGAL LAW  ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพ บริการงานกฎหมาย โดยทนายความผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบริการร่างหนังสือสัญญา Free Wifi มีที่จอดรถ

23/04/2569   นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา  ในคดีที่ลูกความของสำนักงาน ถูก   #สำนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินฝากในบัญชีธน...
24/03/2026

23/04/2569 นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ในคดีที่ลูกความของสำนักงาน ถูก #สำนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารไว้เป็นเงินกว่าหกแสนบาท แต่เนื่องจากลูกความแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่เงินส่วนตัวของลุกความเองที่สำนักงานบังคับคดีจะอายัดเอาไว้ได้

ในคดีนี้สำนักงานได้เข้ามาดูแล ตั้งแต่ในชั้นบังคับ มีการยื่นหนังสือชี้แจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จนกระทั่งสำนักงานบังคับคดี ได้มีคำสั่งคืนเงินให้แก่ลูกควาไว้เป็นเงินจำนวนสี่แสนบาท แต่สำนักงานบังคับคดีก็ยังคงอายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารของลูกความไว้อีกจำนวนสองแสนบาท

สำนักงานจึงได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจาก #เงินเหล่านั้นเป็นเงินที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 302

ในวันนี้ ศาลได้มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่อายัดเงินจำนวนสองแสนบาท และให้สำนักงานบังคับคดีคืนเงิน 196,000 บาทให้แก่ลูกความ

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└─────────────

 #เงินประกันความเสียหายที่วางไว้ในวันทำสัญญาเช่า เป็นเงินมัดจำหรือไม่      📍ในการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น...
06/03/2026

#เงินประกันความเสียหายที่วางไว้ในวันทำสัญญาเช่า เป็นเงินมัดจำหรือไม่

📍ในการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือที่ดิน ผู้ให้เช่ามักเรียกเก็บเงินก้อนหนึ่งจากผู้เช่าในวันทำสัญญา โดยมักเรียกรวม ๆ กันว่า “เงินมัดจำ” และเข้าใจกันโดยทั่วไปว่า หากผู้เช่าผิดสัญญา ผู้ให้เช่ามีสิทธิริบเงินก้อนนี้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมาย เงินที่วางไว้ในวันทำสัญญา ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินมัดจำเสมอไป การจะวินิจฉัยว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินมัดจำที่ริบได้ หรือเป็นเพียงเงินประกันความเสียหายที่ต้องคืนเมื่อสิ้นสุดสัญญา จำเป็นต้องพิจารณาจาก เจตนาและถ้อยคำที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นสำคัญ

📖 ตามหลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 ได้นิยามเงินมัดจำไว้ว่า

“ #เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ #ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย”

จากนิยามความหมายตามมาตรา 377 ทำให้เข้าใจว่า เงินมัดจำ คือ #สิ่งที่ให้แก่กันไว้ในวันทำสัญญา เพื่อเป็นหลักฐานในการทำสัญญาต่อกัน และยังเป็นหลักประกันให้แก่กันด้วยว่าจะปฏิบัติตามสัญญาต่อกัน หากฝ่ายที่มอบมัดจำผิดสัญญา หรือละเลยไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ #ฝ่ายที่รับมัดจำย่อมมีสิทธิที่จะเอามัดจำนั้นเป็นของตนได้ แต่ในทางกลับกัน หากฝ่ายที่รับมัดจำไว้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ก็ต้องคืนมัดจำนี้แก่อีกฝ่าย ดังนั้น ❣️ #มัดจำจึงเป็นหลักฐานในการทำสัญญาและหลักประกันให้ปฏิบัติตามสัญญา

ตามกรณีปัญหาว่า เงินประกันความเสียหายที่วางไว้ในวันทำสัญญาเช่านั้น เป็นเงินมัดจำหรือไม่ ประเด็นนี้สะท้อนชัดจาก 📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2565 ซึ่งผู้เช่าได้วางเงินจำนวน 500,000 บาท ในวันทำสัญญาเช่า เมื่อสัญญาเลิกกัน ผู้ให้เช่าอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินมัดจำและขอริบเงินไว้ แต่ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า เงินก้อนนี้ ไม่ใช่เงินมัดจำ

เหตุผลสำคัญคือ ข้อสัญญาระบุวัตถุประสงค์ของเงินดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า #เป็นเงินที่วางไว้เพื่อเป็นประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดสัญญา มิใช่เงินที่ให้ไว้เพื่อเป็นหลักฐานการทำสัญญาอันเป็นลักษณะของเงินมัดจำ นอกจากนี้ สัญญายังกำหนดเงื่อนไขการริบเงินไว้อย่างจำกัด โดยให้ริบได้เฉพาะกรณีผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงในคดีไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ให้เช่าจึงไม่มีสิทธิริบเงิน และต้องคืนเงิน 500,000 บาท ให้แก่ผู้เช่า

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคู่สัญญาเช่าทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ให้เช่าที่ควรตระหนักว่า ในทางกฎหมาย ชื่อเรียกของเงินไม่สำคัญเท่ากับวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่เขียนไว้ในสัญญา หากต้องการให้มีสิทธิริบเงินเมื่อผู้เช่าผิดสัญญา จำเป็นต้องระบุข้อความให้ชัดเจนและครอบคลุม มิฉะนั้น เงินที่คิดว่าเป็นของตนอาจต้องถูกส่งคืนให้แก่ผู้เช่าในที่สุด

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

🏝️     ในโลกของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภาพโฆษณา และ โมเดลจำลอง มักเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดใจผู้ซื้อ  #หลายคนตัดสินใจจองคอนโ...
05/03/2026

🏝️ ในโลกของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภาพโฆษณา และ โมเดลจำลอง มักเป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดใจผู้ซื้อ #หลายคนตัดสินใจจองคอนโดเพราะภาพสวนหย่อมสีเขียวขจีหน้าโครงการ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งสวนหย่อมที่สัญญาไว้กลายเป็นอาคารสูงอีกหลังมาตั้งตระหง่านแทนที่ เราจะบอกเลิกสัญญาและขอเงินคืนได้ทันทีหรือไม่ เรื่องนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1138/2542 ได้วางบรรทัดฐานที่น่าสนใจ ไว้เป็นอุทาหรณ์

ในคดีนี้ ผู้ซื้อได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดโดยอ้างว่า #ตนเองหลงเชื่อตามใบโฆษณาและโมเดลจำลองที่โครงการแสดงไว้ว่าจะมีสวนหย่อมขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าอาคาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงการกลับไม่ได้สร้างสวนตามที่สัญญาไว้ แต่กลับดำเนินการตอกเสาเข็มและก่อสร้างอาคารชุดอีกหลังขึ้นมาแทนที่บนพื้นที่นั้น เมื่อผู้ซื้อเห็นว่าโครงการทำผิดสัญญาอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องให้โครงการคืนเงินดาวน์ทั้งหมดที่จ่ายไป
แต่ทางฝั่งโครงการกลับโต้แย้งว่า #ภาพสวนหย่อมในโฆษณาเป็นเพียงทัศนียภาพสมมติ เพื่อความสวยงามเท่านั้น #และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก อีกทั้งผู้ซื้อเองก็รับทราบเรื่องการก่อสร้างอาคารหลังใหม่มาโดยตลอดแต่กลับเพิกเฉยไม่เคยทักท้วง

หัวใจของคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าโครงการเปลี่ยนแบบหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าการเปลี่ยนแบบนั้นเป็นสาระสำคัญของสัญญา สำหรับผู้ซื้อคนนี้จริงหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษที่ผู้ซื้อผ่อนดาวน์ และพบพฤติการณ์ที่เป็นจุดชี้ขาดคดีที่สำคัญดังนี้

➡️ #เรื่องความชัดเจนของพื้นที่ ก่อนจะเปิดขาย โครงการได้มีการตอกเสาเข็มนับร้อยต้นไว้ในพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นสวนหย่อมแล้ว ซึ่งเสาเข็มเหล่านั้นโผล่พ้นดินขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่การเตรียมพื้นที่เพื่อทำสวน และในขณะที่อาคารหลังใหม่ (ที่มาแทนสวน) ก่อสร้างขึ้นไปถึงชั้น 3 ผู้ซื้อก็ยังคงเดินทางมาที่โครงการและผ่อนชำระเงินดาวน์ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการทำหนังสือคัดค้านหรือแจ้งเตือนใด ๆ

➡️ #อีกทั้งยังมีการเซ็นรับรอง เมื่อโครงการสร้างห้องชุดเสร็จ ผู้ซื้อได้ลงลายมือชื่อในใบรับมอบบ้าน โดยรับรองว่าการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานและถูกต้องตามแบบทุกประการ ทั้งที่ในวันนั้นอาคารที่มาบังวิวสวนก็ได้ตั้งตระหง่านอยู่แล้ว

➡️ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า การที่ผู้ซื้อรู้เห็นการก่อสร้างอาคารอื่นมาโดยตลอด แต่ยังคง #ปฏิบัติตามสัญญาและเซ็นรับมอบห้องโดยไม่โต้แย้ง ย่อมแสดงให้เห็นว่า การมีสวนหย่อมหน้าอาคารไม่ใช่สาระสำคัญในการตัดสินใจเข้าทำสัญญาของผู้ซื้อรายนี้ เมื่อไม่ใช่สาระสำคัญ การที่โครงการไม่สร้างสวนจึงไม่ถือเป็นการผิดสัญญาในระดับที่ผู้ซื้อจะใช้เป็นเหตุผลในการบอกเลิกสัญญาเพื่อขอเงินคืนได้

อุทาหรณ์จากคดีนี้ทำให้รู้ว่า หากผู้จะซื้อคอนโดพบว่าสิ่งที่โครงการกำลังทำอยู่นั้นไม่ตรงปก ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ หรือเปลี่ยนแบบไปจากที่ตกลงกัน ต้องทำ #หนังสือคัดค้านหรือโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ห้ามเพิกเฉยหรือชำระเงินต่อไปเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะในทางกฎหมาย ความนิ่งเฉยจะถูกตีความว่ายอมรับในสภาพนั้นแล้ว และจะนำมาใช้เป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาภายหลังได้ยาก

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

🗼ในเส้นทางของการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ จุดที่มักสร้างปัญหาและนำไปสู่การฟ้องร้องมากที่สุดจุดหนึ่งคือ “วันนัดโอนกรรมสิ...
02/03/2026

🗼ในเส้นทางของการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ จุดที่มักสร้างปัญหาและนำไปสู่การฟ้องร้องมากที่สุดจุดหนึ่งคือ “วันนัดโอนกรรมสิทธิ์” หลายครั้งที่ผู้ซื้อเปลี่ยนใจ ไม่พร้อม หรือพบเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากรับโอนห้องชุดนั้นแล้ว ที่เห็นได้บ่อยคือ กู้สินเชื่อจากธนาคารไม่ผ่าน จึงเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า “ #เงินที่จ่ายไปตั้งมากมาย ทั้งเงินจอง #เงินทำสัญญา และ #เงินดาวน์ เรามีสิทธิจะขอคืนได้หรือไม่”

เพื่อให้เข้าใจสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เราต้องทำความเข้าใจสถานะของเงินแต่ละก้อนเสียก่อน โดยเทียบเคียงกับหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2543

📍เมื่อเราตกลงซื้อคอนโด เงินที่เราจ่ายไปจะถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีผลทางกฎหมายต่างกันเมื่อเกิดการผิดสัญญา ดังนี้

1. #เงินมัดจำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 มัดจำ คือทรัพย์สินหรือเงินที่ให้ไว้แก่กันในวันทำสัญญา เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำขึ้นแล้วและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ผลทางกฎหมาย คือ หากฝ่ายที่วางมัดจำ (ผู้ซื้อ) ละเลยไม่ชำระหนี้หรือผิดสัญญา อีกฝ่าย (ผู้ขาย) มีสิทธิริบเงินมัดจำนั้นได้ทันทีตามมาตรา 378 (2)

2. #เงินทำสัญญา เงินก้อนนี้มักจะจ่ายในวันที่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย แม้จะเรียกชื่อต่างกัน แต่โดยพฤติการณ์แล้วเป็นการจ่ายในวันทำสัญญาเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ดังนั้นในทางกฎหมาย ศาลมักตีความว่าเงินทำสัญญามีสถานะเป็นเงินมัดจำเช่นกัน ซึ่งผู้ขายมีสิทธิริบได้หากเราผิดสัญญา

3. #เงินดาวน์ คือเงินที่ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ภายหลังจากทำสัญญาไปแล้ว ถือเป็น “การชำระราคาบางส่วน” ไม่ใช่เงินมัดจำ โดยหลักการแล้ว หากมีการเลิกสัญญา คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 391 วรรคหนึ่ง คือผู้ขายต้องคืนเงินดาวน์ให้ผู้ซื้อ แต่ผู้ขายมีสิทธิหักค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ หรือริบตามข้อสัญญาเบี้ยปรับที่ระบุไว้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ต้องพิจารณาคดีตัวอย่างจาก

📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2543 ซึ่งโจทก์ (ผู้ซื้อ) ได้จองซื้อห้องชุดและผ่อนดาวน์รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อกลับปฏิเสธไม่ยอมรับโอนโดยอ้างเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ 1) พื้นที่ห้องจริงน้อยกว่าที่ระบุในสัญญาประมาณ 9-10% ทำให้ตนสำคัญผิดในสาระสำคัญ และ 2) โครงการแยกสัญญาซื้อขายห้องชุดกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อเลี่ยงภาษี เป็นโมฆะ และอ้างว่าตนอยู่ต่างประเทศไม่ทราบเรื่องที่แจ้งไปรับโอน
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไว้ว่า เรื่องพื้นที่ห้อง การที่พื้นที่หายไปเพียงเล็กน้อย (ไม่เกินร้อยละ 10) ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ตามสัญญา #ไม่ถือเป็นเหตุให้ผู้ซื้ออ้างว่าสำคัญผิดในสาระสำคัญเพื่อบอกเลิกสัญญาได้ ส่วนเรื่องสัญญาแยกฉบับ การแยกสัญญาซื้อขายห้องชุดกับเฟอร์นิเจอร์ เป็นสิทธิที่ทำได้และผู้ซื้อก็ยินยอมเซ็นสัญญาเอง ไม่ถือเป็นโมฆะ และสุดท้ายเรื่องที่สำคัญที่สุด ศาลฎีกามองว่าการอยู่ต่างประเทศไม่ใช่ข้ออ้างตามกฎหมาย เมื่อผู้ซื้อไม่ไปตามนัด ผู้ซื้อจึงตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำให้โครงการมีสิทธิริบเงินมัดจำ (รวมถึงเงินจองและเงินทำสัญญา) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 378 สำหรับ
#เงินดาวน์ แม้โดยหลักต้องคืนเพื่อให้กลับสู่ฐานะเดิม #แต่เนื่องจากในสัญญาจะซื้อจะขายส่วนใหญ่มักมีข้อตกลงเรื่องเบี้ยปรับหรือการริบเงินที่ชำระมาแล้วทั้งหมดหากผู้ซื้อผิดสัญญา ประกอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเสียโอกาสขาย ศาลในคดีนี้จึงพิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ ซึ่งผลทางปฏิบัติคือ ผู้ซื้อไม่ได้รับเงินคืนเลยทั้งก้อนกว่า 1 ล้านบาท

ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า หากเราไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด เราจะฟ้องเรียกเงินคืนได้ไหม ก็ต้องพิจารณาว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้นเป็นเงินอะไรบ้าง และใครเป็นฝ่ายผิดสัญญา รวมไปถึงข้อตกลงในสัญญาด้วยว่าตกลงกันไว้ว่าอย่างไร ซึ่งจะต้องพิจารณาประกอบกัน

หากเป็น #เงินมัดจำแล้วฝ่ายผู้ซื้อที่เป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง ผู้ขายย่อมมีสิทธิที่จะริบเงินก้อนนั้นได้

#ส่วนเงินดาวน์ เป็นเงินที่ให้หลังทำสัญญา ศาลถือว่าเป็นการชำระราคาบางส่วน #เมื่อเลิกสัญญาต้องคืนแก่กัน ซึ่งศาลก็มักจะพิจารณาให้คืนเงินก้อนนี้แก่ผู้ซื้อ แต่จะคืนเต็มจำนวนหรือไม่นั้นต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์อื่นๆ ประกอบ เช่น ใครเป็นฝ่ายผิดสัญญา ความเสียหายของผู้ขาย เป็นต้น

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวเรื่องการจัดการมรดกมักนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายอยู่เสมอ  #โดยเฉพาะในกรณีที่มีทายาทคนใดคนหนึ่...
28/02/2026

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวเรื่องการจัดการมรดกมักนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายอยู่เสมอ #โดยเฉพาะในกรณีที่มีทายาทคนใดคนหนึ่งครอบครองโฉนดที่ดินมรดกไว้ แล้วไม่ยอมส่งมอบให้แก่ผู้จัดการมรดกเพื่อนำไปแบ่งปันตามเจตนารมณ์ของผู้ตายซึ่งเป็นเจ้ามรดก จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหา เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188

ซึ่งกรณีนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2568 ได้วางบรรทัดฐานที่สำคัญไว้ว่า #พฤติการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ความผิดทางอาญาเสมอไปเนื่องจากสถานะความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินนั้นเอง

ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ตามมาตรา 188 แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้น วางหลักไว้ว่า
“ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษ...”

ตามมาตรานี้ในทางกฎหมายนั้น การจะเป็นความผิดฐานนี้ได้ จะต้องเป็นการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือเอาไปเสียซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

📍หัวใจสำคัญของคดีนี้จึงอยู่ที่การพิจารณาว่า “โฉนดที่ดินผืนที่พิพาทกันนั้นถือเป็นเอกสารของผู้อื่นหรือไม่” โดยหลักการแล้ว เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตาย มรดกของผู้นั้นย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1603 ซึ่งหมายความว่าทายาททุกคนที่มีสิทธิรับมรดกจะมีสถานะเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินเหล่านั้นทันทีตั้งแต่วินาทีที่เจ้ามรดกเสียชีวิตลง

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในคดีนี้ว่า #เมื่อที่ดินและโฉนดที่ดินที่จำเลยถือไว้นั้นเป็นทรัพย์มรดกที่ต้องนำมาแบ่งปันกันระหว่างทายาทรวม 6 คน ซึ่งมีทั้งตัวโจทก์ที่เป็นผู้จัดการมรดกและจำเลยรวมอยู่ด้วย ตราบใดที่การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย #ทายาททุกคนรวมถึงจำเลยย่อมมีสถานะเป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินฉบับดังกล่าว
เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งในเอกสารนั้น โฉนดที่ดินจึงไม่ใช่เอกสารของผู้อื่น ตามองค์ประกอบความผิดในทางอาญาตามมาตรา 188
แม้ว่าการที่จำเลยไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินให้ผู้จัดการมรดกจะส่งผลให้การแบ่งปันทรัพย์สินเกิดความขัดข้องหรือสร้างความเสียหายต่อการจัดการมรดกเพียงใดก็ตาม ศาลฎีกามองว่าเรื่องนี้เป็นข้อพิพาทโต้แย้งสิทธิกันในทางแพ่งที่ผู้จัดการมรดกจะต้องไปว่ากล่าวใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อให้ส่งมอบทรัพย์สินหรือโฉนดที่ดินในทางแพ่งต่อไป แต่ในทางอาญาการกระทำของจำเลยยังขาดองค์ประกอบความผิด จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษจำคุกในข้อหาเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น

จากคำพิพากษานี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการใช้กฎหมายอาญามาจัดการปัญหาหนี้มรดกภายในครอบครัวอาจไม่ได้ผลเสมอไป หากคู่กรณีมีส่วนได้เสียในทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วย การทำความเข้าใจขอบเขตระหว่างสิทธิในทางแพ่งและความผิดทางอาญาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะเลือกใช้กระบวนการทางกฎหมายให้ถูกต้องและตรงจุดที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเวลาและเกิดข้อผิดพลาดตามมา

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

ลงพื้นที่หน้างานจังหวัดเชียงรายเกือบครบ 1 สัปดาห์  เมื่อมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดก ทั้งธุรกิจกิจโรงแรม ที่ดิน  เ...
07/02/2026

ลงพื้นที่หน้างานจังหวัดเชียงรายเกือบครบ 1 สัปดาห์ เมื่อมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดก ทั้งธุรกิจกิจโรงแรม ที่ดิน เงินลงทุนต่างๆ

หน้าที่ทนายความ คือ ต้องจัดการทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ตาย และแบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาทให้ถูกต้องตามกฎหมาย

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────┘

การใช้สิทธิทางศาล เป็นอีกวิธีที่เยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหายได้          แม้จำนวนเงินที่ได้รับอาจจะไม่เยอะ แต่ก็เพ...
03/02/2026

การใช้สิทธิทางศาล เป็นอีกวิธีที่เยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหายได้

แม้จำนวนเงินที่ได้รับอาจจะไม่เยอะ แต่ก็เพียงพอในการบรรเทาความเสียหายให้ได้บ้าง

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

เตรียมคดีมาสืบพยานกับสตช ในคดีละเมิด ที่มีข่าวดังจับกุมเซียนพระเครื่องชื่อดังเมื่อปี 2567คดีตกลงกันได้   ขอบคุณผู้พิพากษ...
29/01/2026

เตรียมคดีมาสืบพยานกับสตช ในคดีละเมิด ที่มีข่าวดังจับกุมเซียนพระเครื่องชื่อดังเมื่อปี 2567

คดีตกลงกันได้

ขอบคุณผู้พิพากษาที่ช่วยไกล่เกลี่ย ตั้งแต่ 9 โมงถึงบ่ายสอง ไม่มีหยุดพัก

ขอบคุณท่านอัยการ ที่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสำเร็จ

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

🎯ยิงทะลุประตู แม้ไม่เห็นตัว ทำไมจึงผิดฐานพยายามฆ่าแม่ ?    เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรงในครอบครัวจนถึงขั้นมีการใช...
27/01/2026

🎯ยิงทะลุประตู แม้ไม่เห็นตัว ทำไมจึงผิดฐานพยายามฆ่าแม่ ?

เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรงในครอบครัวจนถึงขั้นมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ที่กั้นระหว่างบ้าน จนกระสุนปืนทะลุไปถูกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ แม้จำเลยจะพยายามต่อสู้ว่า มองไม่เห็นตัวคนและไม่รู้ว่าเป็นใครเพื่อหวังจะรับโทษให้น้อยลง

แต่มีกรณีที่น่าศึกษา คือ 📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6876/2568 ได้วางบรรทัดฐานทางกฎหมายไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งคดีนี้ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ลูกชายได้ใช้ปืนยิงใส่ประตูบ้าน มีไม้กั้นระหว่างบ้านของตนเองกับบ้านแม่ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ผลคือ กระสุนปืนทะลุไปโดนแม่ตนเองได้รับบาดเจ็บ จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ศาลก็ได้พิเคราะห์แยกแยะเป็นประเด็นสำคัญดังนี้

📍ประเด็นสำคัญประการแรกคือเรื่องเจตนาฆ่า ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 วรรคสอง ที่วางหลักไว้ว่า “กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น” หมายความว่าเจตนาไม่ได้หมายถึงเพียงความตั้งใจโดยตรงเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการที่ผู้กระทำเล็งเห็นผลได้ว่า #ผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การที่จำเลยยิงปืนใส่ประตูไม้ทั้งที่ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ด้านหลังย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนสามารถทะลุประตูไปถูกบุคคลจนถึงแก่ความตายได้เพราะประตูไม้ไม่ใช่สิ่งที่จะป้องกันกระสุนปืนได้เลย พฤติการณ์เช่นนี้จึงถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโดยการเล็งเห็นผลตามกฎหมาย

📍ประเด็นต่อมาคือ การรับโทษที่หนักขึ้นจากการทำร้ายแม่ ผู้เป็นบุพการี ซึ่งตามปกติการฆ่าคนตายมีโทษหนักอยู่แล้วแต่หากเป็นการฆ่าแม่ตนเองจะมีโทษหนักขึ้นไปอีกตามมาตรา 289 (1) แม้มาตรา 62 วรรคท้ายจะวางหลักว่า “บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น” หมายความว่าผู้กระทำจะรับโทษหนักขึ้นได้ก็ต่อเมื่อต้องรู้ข้อเท็จจริงในขณะกระทำนั้นด้วย

🔰แต่ศาลมองว่าการที่จำเลยยิงใส่ประตูบ้านของแม่ในขณะที่ตนเองก็ได้ยินเสียงคนเดินและรู้อยู่แล้วว่าแม่พักอาศัยอยู่ที่นั่น ย่อมแสดงว่า #จำเลยรู้อยู่แล้วว่าคนที่เดินอยู่หลังประตูคือแม่ของตนเอง จำเลยจึงไม่อาจอ้างว่าไม่เห็นตัวเพื่อเลี่ยงการรับโทษหนักได้

🔗 เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายแต่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น จึงเป็นการกระทำที่ไปไม่ถึงผลสุดท้าย จึงถูกลงโทษในฐานพยายาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 ดังนั้น #จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าบุพการีซึ่งมีโทษหนักกว่าการพยายามฆ่าบุคคลทั่วไปมาก

การแสร้งทำเป็นไม่เห็นตัวบุคคลไม่ได้ช่วยให้พ้นผิดหากพฤติการณ์ชัดเจนว่ารู้อยู่แล้วว่ากระสุนจะไปโดนใครและคนนั้นมีความสัมพันธ์พิเศษเป็นพ่อแม่ ก็ต้องรับโทษหนักตามความจริงที่เกิดขึ้น

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────┘

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วย 3 ศาล 4 คดี📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายบริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัดhttps://www.speslegallaw.com┌...
26/01/2026

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วย 3 ศาล 4 คดี

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────┘

“คุณเป็นข้าราชการ จะแย่งผัวฉันดูซิว่าจะมีความผิดไหม” เป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ ?  🤬     📍ในแง่มุมของกฎหมายครอบครัวและความสั...
15/01/2026

“คุณเป็นข้าราชการ จะแย่งผัวฉันดูซิว่าจะมีความผิดไหม” เป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ ? 🤬

📍ในแง่มุมของกฎหมายครอบครัวและความสัมพันธ์ ความขัดแย้งระหว่างภรรยากับหญิงอื่นที่เข้ามามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีมักนำไปสู่การปะทะคารมจนกลายเป็นคดีความฐานหมิ่นประมาทอยู่บ่อยครั้ง

โดยเฉพาะในกรณีที่ภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย มักเกิดความกังวลว่าตนเองจะไม่มีสิทธิ์ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีหรือครอบครัวได้เท่ากับภรรยาที่มีทะเบียน แต่ในความเป็นจริงแล้วศาลให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงและความสุจริตใจในการปกป้องส่วนได้เสียตามคลองธรรมมากกว่า เพียงแค่เอกสารทางทะเบียนเพียงอย่างเดียว

🔗 หลักกฎหมายที่นำมาใช้คุ้มครองในกรณีนี้ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท ในมาตรา 326 โดยมาตรา 329 วางหลักไว้ว่า
“ ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(1) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมระบุถึงการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
วรรคสอง ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ”

🔴หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการที่บุคคลคนหนึ่งมีเหตุอันสมควรที่จะพูดเพื่อรักษาผลประโยชน์หรือสิทธิ์ที่ตนเองมีอยู่ตามความเป็นจริงโดยไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้งใคร

เรื่องราวของข้อเท็จจริงนี้ มาจาก📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2521 ซึ่งเป็นเรื่องราวของภรรยาที่อยู่กินกับสามีมานานจนมีบุตรด้วยกันถึงสองคน แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ฝ่ายสามีก็ได้จดทะเบียนรับรองบุตรไว้เป็นที่เรียบร้อย วันหนึ่งภรรยาได้กล่าวถ้อยคำต่อหน้าบุคคลอื่นกับหญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นข้าราชการและมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับสามีของตนว่า “คุณเป็นข้าราชการจะแย่งผัวฉันดูซิว่าจะมีผิดไหม” การพูดเช่นนี้ทำให้ผู้หญิงที่มามีสัมพันธ์กับสามีฟ้องร้องภรรยาในข้อหาหมิ่นประมาท

👨‍⚖️ เมื่อคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาล ศาลฎีกาได้มองข้ามเรื่องสถานะทางทะเบียนและพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง โดยศาลเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ฝ่ายหญิงที่เป็นโจทก์ร่วมมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีของจำเลยจริง การที่ภรรยาออกมาพูดเช่นนั้น จึงเป็นการพูดด้วยความหึงหวงและเป็นการกล่าวโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมในการป้องกันส่วนได้เสียของตนเอง
#พฤติการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าภรรยาไม่ได้มีเจตนาจะใส่ความเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ร่วมให้เสียหาย แต่เป็นการปกป้องความสัมพันธ์และครอบครัวของตนตามครรลองที่วิญญูชนพึงกระทำ

คำพิพากษาเรื่องนี้จึงเป็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนว่า แม้จะเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย แต่หากมีเหตุการณ์ที่ผู้อื่นเข้ามาคุกคามสิทธิ์ในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ที่มีอยู่จริง ภรรยาย่อมได้รับความคุ้มครองในการแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนตามมาตรา 329 (1) ของประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นกฎหมายจึงไม่ได้มองเพียงแค่ตัวอักษรในทะเบียนสมรสเท่านั้น แต่มองถึงความถูกต้องและความเป็นธรรมในสังคมที่บุคคลย่อมมีสิทธิ์ปกป้องสิ่งที่ตนรักและดูแลมาโดยตลอดด้วย

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────┘

🕟  ไต่สวนคำร้องคดีจัดการมรดก   #พิจารณาคดีทางอิเล็อทรอนิกส์ 📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายบริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด...
14/01/2026

🕟 ไต่สวนคำร้องคดีจัดการมรดก
#พิจารณาคดีทางอิเล็อทรอนิกส์

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└──────────────

ที่อยู่

เลียบกาญจนาภิเษก
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 20:00
อังคาร 07:30 - 20:00
พุธ 07:30 - 20:00
พฤหัสบดี 07:30 - 20:00
ศุกร์ 07:30 - 20:00
เสาร์ 07:30 - 20:00
อาทิตย์ 07:30 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SPES LEGAL LAW ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท